บนลานกว้างผู้อาวุโสคนอื่นๆถึงกับสตั้นเมื่อเห็นว่าท่านเจ้าสำนักของพวกเขาออกไปสกัดกั้นด้วยตนเอง ต้องบอกก่อนว่าต่อให้จะเป็นพวกเขาเมื่อกี้นี้ก็แทบจะพุ่งตัวออกไปป้องกันเซี่ยฮ่าวไม่ทันกันเลยทีเดียว ความเร็วของหลินตงนั้นเรียกได้เลยว่าเทียบเท่ากับจิตยุทธวิญญาณระดับสูงหรือมากกว่านั้นซะอีก
ที่ด้านนอกของวงกลมศิษย์หลายคนที่ตอนแรกมีจุดประสงค์ร้ายกับชายหนุ่มก็ทำได้เพียงหน้าซีดอย่างหวาดกลัว พวกเขามองหน้ากันพร้อมไปมา เกือบที่จะกลายเป็นศพเพราะความโลภแล้ว แม้แต่เซินฮ่าวที่มีพลังจิตยุทธวิญญาณขั้นสองกับจิตยุทธระดับสูงก็ยังพ่ายแพ้ให้กับหลินตงอย่างง่ายดายแล้วนับประสาอะไรกับพวกเขา แล้วถ้าพวกเขายังจะดิ้นรนที่จะเกิดความโลภอีกตัว แต่ละคนคงจะได้ถูกสังหารในพริบตาแน่ๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดสะพรึงนัก
โหวฉางคงเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วก็โบกมือสั่งให้คนอื่นๆแยกย้ายกันไป พวกผู้อาวุโสหลายคนพยักหน้ารับพลางมองไปยังศิษย์ใหม่หลายคนด้วยดวงตาที่ลุกวาว โดยเฉพาะกับหลินตงนั้นพวกเขาอยากจะได้มาเป็นศิษย์นัก ส่วนเซินฮ่าวนะหรอ พวกเขาคงจะไม่มีปัญญาพอที่จะไปสั่งสอนในตัวของนายน้อยตระกูลเซินหรอก สถานะของเขากับนายน้อยนั้นมันผิดกันอย่างใหญ่หลวงนัก
"สือเหวย"
ชายชราพูดขึ้นและเมื่อสิ้นคำพูดของเขา ชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าดุดันก็ก้าวเข้ามา เส้้นผมสีดำหยิกที่ดูสกปรก ร่างกายของเขาสูงใหญ่ถึงสองเมตรพร้อมกับมีรูปร่างที่ใหญ่โต มันจึงทำให้ศิษย์ใหม่ทั้งยี่สิบสองคนที่เห็นต้องตกตะลึง กลิ่นอายเสมือนกับเป็นสัตว์ร้ายเลย เขาคือผู้อาวุโสของสำนักจิตวิญญาณหรอเนี่ย
"เหมือนเดิมใช่รึไม่ท่านเจ้าสำนัก ไม่มีปัญหา เจ้าพวกเด็กน้อยหลังจากนี้เดียวข้าจะนำพาไปเอง"
ชายวัยกลางคนพูดขึ้นพลางกวาดตามองไปยังทุกคน ท่าทางของเขาเหมือนจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นักจนทำให้หลายๆคนต้องหวาดกลัว บรรยากาศของผู้อาวุโสคนนี้สำหรับพวกเขาบอกได้เลยว่าไม่ชอบนัก
"ใช่ รบกวนเจ้าด้วย"
โหวฉางคงเมื่อพูดจบก็บินขึ้นสู่ท้องฟ้าทะยานหายวับไปยังหลังสำนักโน่น ขณะเดียวกันนัยน์ตาของเขาก็เลือบมองไปที่ตัวของหลินตงอยู่เล็กน้อย หลังจากนี้สำนักจิตวิญญาณของเขาจะมีสัตว์ประหลาดปรากฏตัวขึ้นแล้ว ทักษะที่ชายหนุ่มผสานร่างกับอสูรคนอื่นๆอาจจะไม่สังเกตเห็นแต่ชายชรานั้นสามารถคาดเดาได้เป็นอย่างดี มันจะต้องเกี่ยวข้องกับวิชาอัญเชิญอสูรของเขาอย่างแน่นอนและมันก็ไม่ผิดแน่ๆ สัตว์อสูรที่เขาผสานก็คือหมาป่าเขี้ยวขนเงินที่ออกอาละวาดภายในการทดสอบอย่างแน่นอน ยิ่งชายชราครุ่นคิดก็ยิ่งตกตะลึงมากเท่านั้น
บนลานกว้างผู้อาวุโสที่มีนามว่าสือเหวยก็สั่งให้ศิษย์ใหม่ระดับหนึ่งทั้งหมดเดินตามเขามา แต่ละคนเมื่อเห็นว่าจะได้เข้าไปยังสำนักจิตวิญญาณแล้วก็เริ่มที่จะตื่นเต้นกันยกใหญ่ หลินตงยักไหล่ขึ้นนิดๆพลางเดินตามหลังของเขาไป
และที่เบื้องหน้าของชายหนุ่มนั้นก็ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เมื่อผ่านประตูสำนักเข้ามาแล้วก็ทำให้เขารับรู้ได้ว่าเมืองเหรินซานนั้นธรรมดาไปเลย ภายในสำนักมีตำหนักโบราณนับสิบนับร้อยที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นระเบียบ รอบๆเต็มไปด้วยศิษย์ที่สวมชุดแบบเดียวกันมากมาย พวกเขาบางคนก็จับกลุ่มพูดคุยกันหรือบางคนก็กำลังจ้องมองมาทางนี้
เวลานั่นก็มีศิษย์ของสำนักหลายคนเอ่ยออกมาว่าในปีนี้มีคนน้อยนักที่ผ่านการทดสอบ ต้องบอกก่อนว่าพวกเขาที่เป็นศิษย์ของสำนักจิตวิญญาณนั้นก็จะต้องผ่านการทดสอบเข้าสำนักเช่นเดียวกัน แต่ละคนเมื่อย้อนกลับไปในปีนั้นก็ถึงกับขนลุกซู่อย่างหวาดกลัว เรียกได้เลยว่ามันเป็นสถานการณ์ที่เสี่ยงตายมากที่สุดครั้งนึงในชีวิตของพวกเขาเลยก็ว่าได้
ผ่านไปชั่วครู่ผู้อาวุโสสือเหวยก็นำทางมายังอาคารขนาดใหญ่แห่งนึง มันมีอาณาเขตและเนื้้อที่มากมายกว่าหลายร้อยเมตร อาคารแห่งนี้มีหลายชั้นพร้อมกับมีห้องหลายห้องที่แบ่งแยกกันไป ทุกคนเมื่อเห็นมันก็รับรู้ได้ในทันทีว่าหลังจากวันนี้อาคารตรงหน้าจะเป็นที่พักของพวกเขา
ขณะนั้นสือเหวยก็มองไปยังศิษย์เก่าคนนึงที่ยืนอยู่บริเวณที่พักของตำหนัก เขาไม่รอช้าที่จะกวักมือเรียกมาพร้อมกับพูดขึ้น
"เจ้าน่ะ หลังจากนี้ก็นำพาศิษย์น้องคนอื่นๆไปรับเสื้อคลุมของสำนักพร้อมกับพาไปรับฟังกฏเกณฑ์ของสำนักซะ ส่วนศิษย์ที่มีอันดับหนึ่งถึงสามไม่ต้องตามไป ให้อยู่กับข้าก่อน"
ที่ด้านหลังของชายวัยกลางคน ศิษย์คนอื่นๆเมื่อได้ฟังก็ถึงกับประหลาดใจและมองไปยังพวกหลินตง ทำไมอันดับหนึ่งถึงสามถึงไม่ต้องละ พวกเขาไม่ได้พักอยู่ภายในตำหนักแห่งนี้หรอ
"เข้าใจแล้วขอรับท่านผู้อาวุโสสือเหวย ตามข้ามาเลยพวกศิษย์น้อง"
ชายหนุ่มที่เป็นศิษย์เก่าของสำนักก็โค้งคำนับเขาอย่างเคราพพร้อมกับตอบรับในทันที นัยน์ตาสีดำตอนนี้มีแต่ความเคร่งขรึม ไม่คิดว่าผู้้อาวุโสสือเหวยจะเป็นคนนำศิษย์ใหม่ทั้งหมดในครั้งนี้มาเอง ต้องบอกก่อนว่านิสัยของเขานั้นดุร้ายยิ่งนัก ดุร้ายซะจนศิษย์คนอื่นๆต้องหลีกทางให้
ขณะนั้นชายหนุ่มก็นำทางพวกเขาให้เดินออกไปจากบริเวณ
ทุกคนทั้งยี่สิบสองคนรีบจ่ำเท้าเดินตามเขาไปอย่างไม่รีบร้อนจนกระทั่งในตอนนี้ที่เบื้้องหน้าของตำหนักของที่พักก็หลงเหลือเพียงแค่ทั้งสี่คนเท่านั้น หลี่เทียถึงกับทำสีหน้าที่มึนงงอยู่เล็กน้อย ดวงตาของเขาเลิ่กลั่กไปมาพลางคิดขึ้นอย่างหนัก แล้วพวกเขาไม่ไปกับพวกนั้นหรอ
สือเหวยเมื่อเห็นว่าทุกคนไปแล้วก็หันหลังกลับมาพร้อมกับพูดขึ้นอย่างเฉยชา
"สำหรับผู้ที่ได้อันดับหนึ่งถึงสามภายใต้การทดสอบเข้านั้นพวกเจ้าจะได้รับบ้านพักที่มีอาณาเขตของตนเองหนึ่งหลังไปเลย เรียกได้ว่านี้คือสิทธิพิเศษของผู้ที่มีอันดับสูง บ้านพักนี้โดยปกติแล้วจะมีแต่ศิษย์ระดับสองเท่านั้นที่สามารถพักอาศัยได้แต่พวกเจ้าเป็นข้อยกเว้น ไปกันเถอะ"
ชายวัยกลางคนพูดจบก็นำพาทั้งสามคนเดินไปในอีกทิศทางหนึ่ง หลินตงเมื่อได้รับฟังก็ประหลาดใจเป็นอย่างมาก ดูเหมือนว่าหลังจากนี้เขาจะมีบ้านพักส่วนตัวภายในสำนักจิตวิญญาณนี้แล้วสิน่ะ ส่วนหลี่เทียก็คงจะไม่ต้องพูดถึงเขาตอนนี้ได้แต่กำหมัดแน่นอย่างยินดี คิดถูกแล้วที่เขาพยายามจะติดอันดับหนึ่งในสาม การดูแลของสำนักชั่งผิดกันกับอันดับอื่นๆจริงๆ