ย้อนเวลามาพร้อมระบบวาดรูป ที่จับต้องและกินได้

    ตอนที่47 เก็บเกี่ยวข้าวกันดีกว่า

         รถสามล้อทั้งสองคันมาถึงก็จอดตรงที่ข้างบ้านก่อนเพื่อนำของลงจากรถให้หมด และพี่ใหญ่เซียงยวี่ พี่หยางชง ขี่รถสามล้อไปเก็บไว้ในโรงจอดรถอีกทีหนึ่ง

         พวกพี่ชายตอนนี้ช่วยกันทำความสะอาดหัวมันเพื่อนำมาทำเป็นขนมบางส่วน

         “เดี๋ยวพวกเราช่วยกันล้างสัก 20 หัวก่อนนะแล้วถามย่ากับยายว่าพอหรือยัง”พี่หนานกวา

         “ได้”พวกพี่ๆ

         “พวกนายสองคนล้างน้ำสะอาดอีกรอบนะ พวกพี่จะเป็นคนแปรงเอาดินออกให้เอง”พี่ใหญ่เซียงยวี่

         “ครับ”พี่รองถู่โต้ว

         พวกพี่ชายแบ่งหน้าที่กันล้างหัวมัน ส่วนสองสาวก็นั่งมองเพียงอย่างเดียว เพราะแม่ได้สั่งห้ามทางสายตาแล้วว่าห้ามพวกเธอแตะต้องน้ำเป็นอันขาดเลย

         เพราะกลัวว่าจะไม่ได้ล้างเพียงแค่เอาดินออกจากหัวมัน แม่กลัวลูกสาวน้อยทั้งสองจะล้างตัวเองด้วยมากกว่า

         “พี่พริกหวาน เห็ดน้อยเบื๊อ…เบื่อง่ะ ไม่มีอะไรให้พวกเราทำกันเลยนะเฮ้อ…..”เห็ดน้อย นั่งบนโต๊ะตัวประจำใต้ต้นไม้ใหญ่แถวบ้านแกว่งขาไปมาอย่างเบื่อหน่าย

         “จริง พี่พริกหวานก็เบื่อเหมือนกันพอจะช่วยพวกพี่ชายล้างหัวมันแม่ก็ไม่ให้ทำน่ะ ไม่รู้ทำไมเนอะน้องเห็ดน้อย”พี่พริกหวาน

         “ใช่ๆ”เห็ดน้อย 

          “เฮ้อ……”สองสาวน้อย ทอดถอนหายใจออกมายาวๆพร้อมกันอีกครั้ง

         “อ้อ…ใช่แล้วพี่พริกหวานพวกเราไปเล่นที่โรงจอดรถกันดีกว่าไหม”เห็ดน้อย

         “จริงสิ ไปกันเลยน้องเห็ดน้อย”พี่พริกหวาน

         แต่ว่าก่อนจะไปนั้นพี่พริกหวานกับน้องเห็ดน้อย ก็ตะโกนบอกทุกๆคนที่ด้านหน้าบ้านและพากันซอยเท้าสั้นๆวิ่งตรงไปที่โรงจอดรถหลังใหม่ทันทีเลยไม่รอช้า

         “ดะ…”แม่ ยังไม่ทันได้เอ่ยคำพูดใดออกมาเลย แม่สองสาวน้อยก็วิ่งลิ่วไปนู้นแล้ว

         “ไวปานสายลมเลยนะคะสองสาวน้อยของเราเนี่ย กลัวพี่สะใภ้จะบอกว่าไม่อีกละมั้งคะ”อาสะใภ้

         “ก็โดนห้ามไม่ให้ล้างหัวมันมาแล้วรอบหนึ่ง และรอบนี้เลยต้องเร็วก่อนแม่จะพูดว่าไม่ล่ะนะคะ”น้าสะใภ้

         “พวกเราก็รู้กันอยู่ถ้าให้สองสาวน้อยหยิบจับอะไร โดยเฉพาะใกล้น้ำเนี่ย รับรอบเลยไม่เหลือสภาพเดิมเสื้อผ้าแห้งแทบจะไม่ทันอยู่แล้วนะ กลับมาก็เปลี่ยนไปแล้วชุดหนึ่งถ้าขืนไม่ห้ามสิใส่ยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็ต้องเปลี่ยนอีกชุดกันแล้วน่ะสิเฮ้อ…..”แม่

         “ฮ่า…ฮ่า….ฮ่า…”น้าสะใภ้ อาสะใภ้ ย่า ยาย 

         “แล้วจะให้ไปเล่นที่โรงจอดรถตามลำพังกันแค่สองสาวน้อยเหรอคะพี่สะใภ้”น้าสะใภ้

         “คงไม่ได้หรอก เด็กๆ ยังไงเสียก็ต้องมีคนคอยดูเอาไว้”แม่

         “เซียงยวี่ พวกลูกไปดูน้องก่อนได้ไหมคะ”แม่

         “ได้สิครับแม่”พี่ใหญ่เซียงยวี่

          “ขอบใจจ้ะ เด็กๆพอล้างหัวมันเสร็จแล้วก็ไปพักผ่อนกันได้เลยนะ หรือจะเข้าไปหาของชายป่าก็ได้นะ”แม่

         “ครับ”พวกพี่ชาย ส่วนพี่ใหญ่เซียงยวี่แยกออกไปก่อนเพื่อไปตามดูแลน้องสาวทั้งสองคนที่โรงจอดรถหลังใหม่ที่น้องเห็ดน้อยสร้างเอาไว้โดยใช้รูปวาดวิเศษนั่นเอง

         “อือ…พี่พริกหวานพวกเราแวะไปดูพวกต้นข้าวกันก่อนไหม”เห็ดน้อย

         “อ้อ..ที่พวกพี่ชายพึ่งขนย้ายมาที่นี่น่ะเหรอ”พี่พริกหวาน

         “ใช่ๆ อยู่ทางด้านหลังติดกันเนี่ย ไปดูกันเถอะนะพวกเราไม่ได้เห็นมา 2-3 วันแล้ว และวันนี้พวกพี่ชายก็ยังไม่ได้มาดูกันด้วย”เห็ดน้อย

         “ได้สิน้องเห็ดน้อย พวกเราไปดูข้าวกันนะ”พี่พริกหวาน จูงน้องเห็ดน้อยไปโรงจอดหลังที่ติดกัน ที่เอาไว้สำหรับเก็บของ เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วสิ่งที่สองสาวน้อยเห็นก็คือแต่ละกระบะที่ใส่ต้นข้าวไว้นั้นโตเต็มที่หมดแล้ว

         “ว้าว….”สองสาวน้อย พากันวิ่งถลาเข้าไปก้มดูกระบะปลูกข้าวกันอย่างรวดเร็ว

         “พี่พริกหวานดูสิข้าวโตเต็มที่หมดแล้ว สวยจังเลยสีรวงทองแบบนี้”เห็ดน้อย ใช้มือน้อยๆค่อยปาดบนรวงข้าวไล้เดินไปเรื่อยๆจนสุดกระบะปลูกข้าว

         “เมล็ดข้าวเม็ดใหญ่มากๆเลยน้องเห็ดน้อยดูสิ รวงข้าวหนาใหญ่มาก ปกติแล้วรวงข้าวจะมีเมล็ดข้าวเยอะๆแบบนี้เหรอ”พี่พริกหวาน ที่มีรวงข้าวอยู่ในมือและจับดูแต่ละเม็ดที่มันใหญ่มากๆ

         “ไม่หรอกพี่พริกหวาน นี่มันคือพันธุ์พิเศษที่มาจากของวิเศษย่อมต้องไม่ธรรมดาน่ะ”เห็ดน้อย

         “หอมจังเลยนี่ขนาดยังไม่กระเทาะเปลือกข้าวออกนะเนี่ยน้องเห็ดน้อย”พี่พริกหวาน

         “ใช่ๆ หอมมากเลยข้าวพวกนี้”เห็ดน้อย

         ในระหว่างที่สองสาวน้อยกำลังเดินตรวจสอบกระบะปลูกข้าวอยู่นั้น พี่ใหญ่เซียงยวี่ที่ได้รับหน้าที่มาดูแลน้องสาวก็มาถึงโรงจอดรถแล้วและตะโกนเรียกหาน้องสาวทั้งสองคนของเขาด้วย

         “น้องสาว เห็ดน้อย พริกหวานอยู่ไหนกันครับ พี่ใหญ่นะ”พี่ใหญ่เซียงยวี่

        “เสียงเหมือนพี่ใหญ่เลยล่ะน้องเห็ดน้อย”พี่พริกหวาน

          “เอ๋…..”เห็ดน้อย เอียงหูฟังก็ได้ยินเป็นเสียงของพี่ใหญ่เซียางยวี่จริงๆ

          “พี่ใหญ่…พี่ใหญ่…”สองสาวน้อย ตะโกนเรียกพี่ใหญ่เซียงยวี่ให้ได้ยิน

           “พวกเราอยู่หลังติดกันด้านนี้ค่ะพี่ใหญ่”เห็ดน้อย ป้องปากตะโกนบอกพี่ใหญ่

          “ทางนี้ค่ะพี่ใหญ่ ทางนี้”พี่พริกหวาน ประสานเสียงอีกหนึ่ง

         พี่ใหญ่เซียงยวี่ที่ได้ยินเสียงน้องสาวทั้งสองคนดันมาจากห้องติดกันข้างๆโรงจอดรถหลังใหญ่นี้ก็เลี้ยวกลับไปทางประตูที่เชื่อมติดกันที่ยังเปิดค้างอยู่ทันที ในตอนแรกกะว่าจะไปหาน้องๆที่ด้านหลังคิดว่าพวกเธอน่าจะนั่งเล่นชิงช้ากันอยู่ แต่กลับผิดคาดไม่ใช่อย่างที่คิดเอาไว้

         “โอ้…ข้าว ข้าวโตเต็มที่แล้ว”พี่ใหญ่เซียงยวี่ เมื่อก้าวขาเข้ามาห้องนี้ไม่ได้ทักทายน้องสาวก่อนเลย แต่กลับตกใจที่ว่าเพียงแค่วันเดียวที่พวกเขายังไม่ได้มาดูข้าวพวกนี้กลับโตเต็มที่พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว

         “ใช่ๆพี่ใหญ่ ข้าวพวกนี้พวกเรามาช่วยกันเก็บไปหุงข้าวกินกันเถอะ”เห็ดน้อย

          “พี่ใหญ่จะมา สนุกกับพวกเราไหมคะเก็บเกี่ยวข้าวพวกนี้น่ะ”พี่พริกหวาน

          “เอ่อ…..”พี่ใหญ่เซียงยวี่ ถึงกับไปไม่เป็นเลยเมื่อน้องสาวอยากจะเล่นสนุกด้วยการเกี่ยวข้าวเนี่ยนะ??

          “มาเร็วเข้า พี่ใหญ่ดูสิข้าวเยอะแยะเลยนะ”เห็ดน้อย

          “เดี๋ยวน้องสาวสองคนรอพี่ใหญ่ก่อนได้ไหม?? พี่ใหญ่ขอไปเตรียมพวกกระสอบใส่ข้าว กระบะใส่รวงข้าวก่อนนะ ไหนจะต้องใส่ถุงมือ และหามีดมาตัดรวงข้าวพวกนี้อีก”พี่ใหญ่เซียงยวี่

           “อือ…ก็ได้ค่ะ”สองสาวน้อย

          “ต้องรอพี่ใหญ่กลับมาก่อนนะน้องสาว”พี่ใหญ่เซียงยวี่ เอ่ยซ้ำอีกรอบหนึ่งก่อนจะย้อนกลับไปเตรียมของ

       “ตกลง”สองสาวน้อย

         “พี่ใหญ่ก็ขี่รถสามล้อออกไปที่โรงนาเราสิจะได้รวดเร็วหน่อยน่ะ ไม่ต้องหิ้วของไปๆมาๆให้หนักด้วยนะ”เห็ดน้อย ตะโกนตามหลังไป

         “ครับ”พี่ใหญ่เซียงยวี่ ที่กำลังตื่นเต้นที่เห็นข้าวที่ปลูกในกระบะโตเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว ก็เกือบวิ่งเลยไปโดยไม่สนใจรถสามล้อแล้ว ดีนะที่น้องเห็ดน้อยตะโกนบอกไม่อย่างงั้นก็คงจะต้องเหนื่อยวิ่งไปวิ่งมาจริงๆ 

          ความตื่นเต้นกับความเร่งรีบ ทำให้ลืมไปเลยว่ามีพาหนะที่ช่วยให้ความสะดวกไม่ต้องเดิน หรือวิ่งเอง และไม่ต้องขนของมาเองด้วยแค่ขนขึ้นรถสามล้อมาเท่านั้นเอง

         พี่ใหญ่เซียงยวี่รีบขับสามล้อตรงไปที่บริเวณครัวด้านหน้าของครอบครัวใหญ่ของพวกเราก่อน เพื่อไปบอกข่าวให้ แม่ ย่า ยาย อาสะใภ้ น้าสะใภ้ และพวกพี่น้องผู้ชายได้รับรู้เกี่ยวกับข้าวที่โตเต็มที่แล้ว 

          “แม่ครับ ทุกๆคนครับ ข้าวครับ ข้าวครับ”พี่ใหญ่เซียงยวี่

         “โอ้!!..พี่ใหญ่หน้าตื่นมาเลยฮะแม่ สงสัยน้องสาวสองคนอาจจะงอแงเพราะหิวข้าวแน่ๆเลยนะฮะเนี่ย”พี่รองถู่โต้ว

         “ใช่ๆ น้องสาวกินเก่งมากอาจจะหิวแล้ว”กลุ่มพวกพี่รองทั้งหลายพยักหน้าพากันเห็นด้วย เมื่อเห็นท่าที่พี่ใหญ่เซียงยวี่ที่แปลกไปจากเดิม

         “พี่ว่าไม่ใช่หรอกนะ ลองฟังให้ดีและจบประโยคก่อนสิ”พี่หนานกว่า อดส่ายหน้าน้อยๆไม่ได้

         “ใช่ต้องฟังให้จบประโยคก่อน พี่ใหญ่เซียงยวี่ยังพูดไม่จบเลยจะมาตีความแปลแบบนี้ไม่ได้นะเข้าใจไหม”พี่หยางชง

          “ก็ได้อ่ะ”พี่รองถู่โต้ว

          “ข้าว ที่พวกเราปลูกในกระบะโตเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยวทั้งหมดแล้วฮะ ตอนนี้น้องสาวสองคนจะเก็บเกี่ยวข้าวแล้วด้วย ผมเลยบอกให้น้องสาวรอก่อน เพื่อเตรียมของให้พร้อมก่อนน่ะฮะ แฮ่ก….แฮ่ก….”พี่ใหญ่เซียงยวี่

         “ข้าวโตเต็มที่แล้ว!!”เสียงตื่นเต้นจากทุกๆคน 

         “จริงเหรอพี่ใหญ่”พี่รองถู่โต้ว

         “จริงสิ เมื่อตะกี้นี้พี่ไปหาน้องสาวมา และน้องสาวอยู่ตรงห้องที่พวกเราย้ายเอากระบะข้าวที่ปลูกไปไว้โรงหลังเล็กน่ะ และพี่ก็เห็นว่าข้าวพวกนั้นโตหมดแล้ว”พี่ใหญ่เซียงยวี่

         “พวกเราไปเก็บเกี่ยวข้าวกันเถอะฮะ เร็วเข้า”พี่รองถู่โต้ว

        “ไปๆ”พี่ขู่เฉิง

          “พวกเราไปกัน เร็วๆเข้า”พี่ต้าซ่วน 

         กลุ่มพวกพี่ชายรองรีบไต่ขึ้นรถสามล้อกันอย่างรวดเร็ว เตรียมพร้อมที่จะไปที่โรงจอดรถหลังใหม่กันทันที

         “ใจเย็นๆกันก่อนนะหลานชาย พวกเราต้องไปเตรียมของที่โรงนากันก่อนนะ แล้วค่อยกลับไปเก็บเกี่ยข้าวกัน”ย่า

         “ใช่แล้วล่ะ ถ้าไม่มีของให้พร้อมจะไปเก็บเกี่ยวข้าวกันยังไง”ยาย

         “จริงด้วย”กลุ่มพี่ชายรอง

         “เดี๋ยวพวกผมจะไปช่วยเตรียมของเองนะฮะ”พี่หนานกวา

         “ได้จ้ะ”แม่

         “เดี๋ยวผมจะไปเอารถสามล้อมาอีกคันหนึ่งละกันนะครับมารับทุกๆคนให้ครบ”พี่ต้าซ่วน

         “ไม่เป็นไรก็ได้นะเดี๋ยวพวกแม่ ย่า ยายจะค่อยเดินไปที่โรงจอดรถหลังใหม่เองลูก”อาสะใภ้

         “ไม่เป็นไรหรอกอะผมวิ่งไปแป๊บเดียวอีก รอผมตรงนี้นะฮะ”พี่ต้าซ่วน รีบวิ่งอย่างรวดเร็วตรงไปที่โรงจอดหลังใหม่เพื่อนำเอารถสามล้ออีกคันมารับกลุ่มแม่ๆ ย่า ยายทันที

         “ปล่อยหลานชายไปเถอะ เขาคงไม่อยากให้เราเดินเหนื่อยนั่นแหละ”ย่า

         “เดี๋ยวพวกเราพักงานตรงนี้กันเอาไว้ก่อนนะ ไปรวมตัวช่วยพวกเด็กๆ เก็บเกี่ยวข้าวกันก่อน”ยาย

         “ได้ค่ะแม่” อาสะใภ้ น้าสะใภ้ แม่

         แม่ครัวประจำบ้านทั้ง 5 คนได้วางมือกันทำอาหารกันเอาไว้ก่อนเพื่อจะตามพวกเด็กๆไปดูข้าวที่เป็นตัวต้นเรื่องก่อน เพราะข้าวชุดนี้นั้นมันสำคัญมากจริงๆสำหรับพวกเขา ถ้าปลูกข้าวได้ผลผลิตที่ดีก็เป็นทางเลือกอีกทางที่หมู่บ้านของพวกเราอาจจะปลูกข้าวส่งออกขายบางส่วนได้ด้วย และแน่นอนส่วนแรกต้องเก็บเอาไว้เพื่อกินเองในครอบครัวเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

         “นี่ใช้เวลาไม่ถึงอาทิตย์เองใช่ไหมคะ ถ้าลูกจำไม่ผิด”แม่

         “ใช่จากที่เจ้าตัวเล็กนำไปหว่านเล่นๆในชายป่าหลังบ้านกับข้างสวนด้านหลังนั่นแหละ”ยาย

         “ไม่รู้ว่าจะได้สักเท่าไหร่นะคะ ตื่นเต้นจังเลยค่ะ”อาสะใภ้

         “ใช่ๆ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของพวกเราก็ว่าได้นะคะที่ได้ปลูกข้าวกินเองได้โดยที่ไม่ต้องไปซื้อเขากิน”น้าสะใภ้

         “ใช่”ทุกๆ คน

         สีหน้าพวกท่านนั้นมีความสุขมากๆเลยกับข่าวดีอีกรอบสำหรับวันนี้ เพียงไม่นานพี่ต้าซ่วนก็ขี่รถสามล้อมาถึงแล้วและพาพวกท่านตรงไปที่โรงจอดรถก่อนเลย 

         “ตรงห้องนู้นเลยครับที่พวกผมย้ายข้าวไปไว้น้องสาวทั้งสองยังคงอยู่ตรงนั้นครับ”พี่ต้าซ่วน

         “ค่ะ”แม่ๆ

         บรรดาสาวใหญ่ของบ้านไม่ว่าจะเป็น ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้ แทบจะวิ่งเข้าไปดูข้าวกันด้านในเลยทีเดียว 

         “แม่ ย่า ยาย อาสะใภ้ น้าสะใภ้คะ”เห็ดน้อย พี่พริกหวาน

         “ข้าวของพวกเราโตหมดแล้วค่ะทุกๆคน”เห็ดน้อย

         “พวกเรามีข้าวเก็บไว้กินเองแล้วนะคะทุกๆคน”พี่พริกหวาน

        “โอ้…สวยมาก”ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้ พวกท่านถึงกับมองต้นข้าวทั้งหมดตาไม่กระพริบกันเลย

         พวกท่านตาโตกับสิ่งที่เห็น เพราะห้องแห่งนี้เหมือนกับท้องทุ่งนาในสวนด้านนอกไปเสียแล้ว เพราะรวงข้าวที่แข่งกันชูช่อสีทอง รวงใหญ่ๆเต็มไปหมด

         “ไม่น่าเชื่อเลยค่ะ ว่าพวกเราทำสำเร็จแล้วจริงๆ พวกเราสามารถปลูกข้าวได้แล้ว”แม่

         “ใช่ๆ”ทุกๆ คน

         พวกท่านเดินวนไปดูข้าวทุกกระบะอย่างตื่นเต้น เพียงไม่นานกลุ่มพวกพี่ใหญ่ก็พากันกลับมาแล้ว

         “เอาล่ะเด็กๆ ยายว่าพวกเราช่วยกันย้ายกระบะทั้งหมดไปด้านข้างโรงจอดรถกันดีกว่านะ ตรงนั้นร่มรื่นด้วยจะได้ไม่คันกันมากนักเวลาจะตีข้าวออกจากรวงน่ะ”ยาย

         “ได้ครับ”พวกพี่ชาย พากันรับคำอย่างรวดเร็ว และดูตื่นเต้นที่จะได้เก็บเกี่ยวข้าว ตีข้าว และสีข้าวกันครั้งแรกในชีวิตของพวกเขากัน

         “อย่าลืมปิดหน้ากันนะเด็กๆ ละอองฟางจะได้ไม่เข้าจมูกกันนะ ถุงมือด้วยที่จะต้องใส่นะ”แม่

         “ครับ”พวกพี่ชาย 

         พวกเราพากันออกมาเกี่ยวข้าวกันด้านอกทั้งหมดแล้ว แต่ละคนดูมีความสุขมากๆที่จะได้เป็นชาวนากันครั้งแรกของชีวิต ถ้าชาวไร่ชาวนามีความสุขกันแบบนี้ทุกๆคนก็ดีน่ะสินะ

         ในระหว่างที่มองดูทุกๆคนในครอบครัว เห็ดน้อยเองก็ช่วยจัดเรียงรวงข้าวที่โดนตัดออกมาแล้วด้วย ทำให้นึกถึงสิ่งที่จำเป็นจริงๆ สำหรับตอนนี้ขึ้นมาทันทีก็นะเป็นชาวนาเกี่ยวข้าวก็ต้องมีเครื่องทุ่นแรงกันหน่อย

         เห็ดน้อย หยุดชะงักและหามุมนั่งพักและเปิดระบบวาดรูปออกมา และแสดงอย่างเปิดเผยเหมือนเดิมไม่ได้ปิดบัง เธออยากให้ทุกๆคนในครอบครัวได้เห็นด้วยว่าตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่ และมีส่วนช่วยพวกท่านอย่างไรบ้างกับกองข้าวมหึมาพวกนี้

         “เปิดระบบวาดรูปวิเศษ……”เห็ดน้อย มองดูระบบวาดรูปที่ตอนนี้แต้มกำลังวิ่งฉิวอย่างไม่หยุดหย่อนเลยทีเดียว มองไปก็อารมณ์ดีไป ฮึมฮัมร้องเพลงขึ้นมาเบาๆ ตรวจสอบดูระบบพิเศษต่างๆอีกรอบ ไม่แน่พรุ่งนี้เช้าเปิดมาดูใหม่เธออาจจะได้ของอะไรใหม่ๆขึ้นมาอีก หรือไม่ก็หน้ากระดานวาดรูปวิเศษแผ่นเปล่าอาจจะทีคูณขึ้นมาก็ได้

     

     

     

         “โอ้….คะแนนวิ่งไม่หยุดเลยฮิ..ฮิ…ลา..ล่า…ลา…ลัน…ลา”เห็ดน้อย โยกหัวน้อยๆไปมาอย่างห้ามไม่ได้

         ส่วนพี่พริกหวานเองก็เหลือบมองน้องเห็ดน้อย ก็เห็นว่าน้องกำลังจะใช้ภาพวาดวิเศษอีกครั้ง ก็ทิ้งรวงข้าวในมือและวิ่งตรงไปหาน้องสาวอย่างรวดเร็ว และพากันนั่งข้างๆกันพร้อมมองตาแป๋วไปที่ระบบวาดรูปวิเศษของเห็ดน้อยแบบไม่กระพริบตาเลย

     

    ************

         เห็ดน้อยกับครอบครัวจะมีข้าวไว้กินเองแล้ว และที่แน่ๆเห็ดน้อยจะเริ่มใช้ภาพวิเศษอีกครั้ง แต่ว่าเห็ดน้อยจะวาดรูปวิเศษตัวช่วยอะไรกันบ้างนะ ลองเดาดูนะคะ??


     


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาพร้อมระบบวาดรูป ที่จับต้องและกินได้ ที่คุณอ่าน