เมื่อได้ฟังวาจาหนักแน่นจริงใจ ของบุรุษร่างใหญ่ผู้นี้น้ำเสียงมู่หยงไฉ่จิ่ง พลันอ่อนโยนลงอีกหลายส่วน
“หากศิษย์จอมแพทย์การุณย์ผิดพลาด ยังจะหาหมอที่ไหนสามารถช่วยท่านโยชิอิได้”
หัวหน้าแซ่หยวนและริวจิ มองหน้ากันวูบ ทั้งคู่ประหลาดใจ แกมไม่เชื่อถือด้วยฉายาจอมแพทย์การุณย์นั้น เป็ของประมุขตระกูลหลินบิดาของหลินจวี๋ฮวากับหลินอิงฮวา ทั้งทราบว่าตระกูลหลินไม่เคยถ่ายทอดวิชาแพทย์ให้คนนอก หลวงจีนรูปนี้ไฉน เป็ศิษย์จอมแพทย์การุณย์ได้?
“หรือพวกท่านไม่เชื่อถือ?”
ริวจิรีบละล่ำละลักตอบ แต่แววตายังมีแววเคลือบแคลง
“มิได้...”
ฟางเสวี่ยเฟยรีบกล่าวแทรกขึ้น
“ขณะนี้มิใช่เวลาถกเถียง ลมหายใจท่านโยชิอิ แ่ลงมากแล้ว”
ริวจิเงยหน้าขึ้น ประสานกับแววตา อ่อนโยนหากเปี่ยมพลังมิอาจหยั่งคาดความลึกล้ำ ขณะนั้นไม่ทราบเพราะเหตุใด ความเคลือบแคลงวิตกกังวลพลันสลายไปสิ้น ดั่งเกิดความเชื่อมั่น ในตัวต้าซือท่านนี้อย่างเต็มเปี่ยมคล้ายความดื้อรั้นถือดี ถูกกระแสความเมตตาสลายไปสิ้นก้มลงคุกเข่าต่อหน้าปู้เอี้ยนต้าซือ
“ท่านต้าซือโปรดเมตตา ช่วยท่านโยชิอิด้วย แม้ต้องสละโลหิตทั้งร่างข้าพเ้าก็ยินดี” น้ำเสียงสั่นเครือ กล่าวออกมาได้เพียงเท่านี้ พลันก้มหน้านิ่งไม่อาจกล่าวสิ่งใดได้อีก
มู่หยงไฉ่จิ่งตกตะลึง ไม่คาดว่าบุรุษหนุ่ม ผู้ถือดีดื้อรั้นจะยอมกระทำเช่นนี้มันมีน้ำใจต่อนาคามูระ โยชิอิอย่างยิ่งจริง ๆ เมื่อครู่หัวหน้าแซ่หยวนก็ยินดีสละโลหิต ให้ท่านโยชิอิอย่างเต็มใจ โดยไม่เกรงอันตรายยังมีขณะนำร่างไร้สติของท่านโยชิอิ กลับขึ้นไปบนเรือใหญ่ แววตาทุกผู้คนบนเรือต่างเอ่อด้วยน้ำตา นางดูออกทุกคนต่างวิตก กังวลห่วงใยท่านโยชิอิอย่างจริงใจสามารถสละชีวิตของตน เพื่อให้บุรุษผู้นี้มีชีวิตรอดปลอดภัย
นางไม่เข้าใจ เหตุใดบุรุษซึ่งได้ชื่อมือสังหารไร้รักผู้ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา แค่ได้ยินชื่อนาคามูระ โยชิอิ ชาวยุทธ์ก็หวาดกลัวจนระย่อไฉนคนเช่นนี้จึงมีผู้คนเคารพ รักใคร่จริงใจมากมายเพียงนี้...
แขนสีคล้ำภายใต้จีวรยาว ยื่นมาพยุงกายริวจิให้ลุกขึ้น ใบหน้าการุณย์จับจ้องบุรุษหนุ่มแน่วนิ่ง แววตาฉายแววชื่น ชม ในน้ำใจบุรุษผู้นี้อย่างยิ่งพยักหน้าช้า ๆ กล่าวว่า
“การถ่ายโลหิต มิใช่ใช้โลหิตใครก็ได้ ต้องทดสอบก่อนว่าโลหิตที่ใช้เข้ากับโลหิตประสกผู้นี้หรือไม่”
บุรุษหนุ่มเร่งเร้าอย่างร้อนรน
“ท่านรีบทดสอบข้าพเ้าเร็ว...”
หัวหน้าแซ่หยวน กล่าวน้ำเสียงเข้มแข็ง
“ข้าพเ้าด้วย”
มู่หยงไฉ่จิ่งกล่าวอย่างมั่นใจ พลางพยักหน้าให้ริวจิ
“ท่านต้าซือ ข้าพเ้ายินดีช่วยอีกคน”
บุรุษหน้าขาวจับจ้องนางด้วยความตื้นตัน ไม่สามารถกล่าว ออกมาเป็วาจาได้
ฟางเสวี่ยเฟยกล่าวอย่างยิ้มแย้ม
“ข้าพเ้ายินดีเช่นกัน...”
“เ้าไม่ได้...” น้ำเสียงอ่อนโยนกล่าวว่า “ยามเมื่ออาตมาใช้ลมปราณกระตุ้นพลังแท้ประสกผู้นี้ ่เวลานั้นต้องมีคนคอยคุ้มกันไม่ให้ผู้ใดเข้ามารบกวนได้ หากเกิดเหตุผิดพลาดใน่เวลานั้น ไม่เพียงไม่สามารถช่วยชีวิตประสกผู้นี้ กระทั่งชีวิตเขาและอาตมา ก็อาจไม่สามารถรักษาไว้ได้”
ฟางเสวี่ยเฟยได้คิด จึงพยักหน้าเข้าใจ
ปู้เอี้ยนต้าซือเดินไปหยิบสมุนไพร จากตู้ขนาดใหญ่ด้านข้างหยิบกล่องใบหนึ่งบนโต๊ะ ขึ้นมาเปิดออก หยิบเข็มในกล่องออกมา เจาะนิ้วมือของโยชิอิบีบหยดโลหิตลงในชาม ผสมผงสมุนไพรลงไป จากนั้นเจาะนิ้วมือของริวจิมู่หยงไฉ่จิ่งและหัวหน้าแซ่หยวน ใส่ในชามอีกสามใบ
รินชามใบแรก อันมีโลหิตของโยชิอิ ลงในชามของแต่ละคน
ชั่วครู่ปรากฏว่า มีเพียงชามของริวจิกับมู่หยงไฉ่จิ่งโลหิตกลืนเป็เนื้อเดียวกับของโยชิอิ
“โลหิตเ้าทั้งสองใช้ได้”
หัวหน้าแซ่หยวนพลันทรุดกาย ก้มลงกราบริวจิกับพื้น
“คุณชายเชื่อบ่าวสักครั้ง ในเมื่อโลหิตแม่นางมู่หยงสามารถใช้ได้คุณชายโปรดอย่าเสี่ยงเลย”
ริวจิตะคอกกลับอย่างเดือดดาล
“ท่านพูดอะไรออกมา!”
หัวหน้าแซ่หยวน หันไปคำนับมู่หยงไฉ่จิ่ง ที่ยืนตะลึงอยู่
“แม่นางมู่หยง ครั้งนี้หากท่านช่วยชีวิตท่านโยชิอิย่อมสร้างบุญคุณใหญ่หลวงกับหมู่ตึกเรา เหล่าบ่าวไพร่ทั้งหมดต้องทดแทนคุณแม้สั่งให้ไปตาย พวกเราก็ยินดีปฏิบัติโดยไม่ถามไถ่เลย”
หัวหน้าแซ่หยวน ยิ่งโขกศีรษะ ให้มู่หยงไฉ่จิ่งไม่หยุด
ริวจิชี้หน้ากล่าวกับหัวหน้าแซ่หยวน
“แม่นางมู่หยง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหมู่ตึกเราแม้แต่น้อยไหนเลยให้นางเสี่ยงอันตราย!”
มู่หยงไฉ่จิ่งประคองหัวหน้าแซ่หยวนลุกขึ้น
“ข้าพเ้าเข้าใจ ความลำบากใจของท่าน หากไม่เพราะท่านโยชิอิสกัดศัตรูไว้พวกเราอาจไม่มีชีวิตรอดถึงเวลานี้ก็ได้ ข้าพเ้ายินดีช่วยเหลือท่านโยชิอิเอง”
ริวจิกล่าวเสียงเกรี้ยวกราด
“ไม่ได้! ข้าพเ้าจะช่วยท่านโยชิอิเองเื่นี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเ้าแม้แต่น้อย”
มู่หยงไฉ่จิ่งรำคาญ ความพิรี้พิไรของริวจิยิ่ง
“ท่านเป็ไรไป! ทำไมไม่เข้าใจ ความลำบากใจของหัวหน้าหยวนบ้าง!”
“ในเมื่อท่านต้าซือ เป็ศิษย์จอมแพทย์การุณย์ ข้าพเ้ายังต้องห่วงอะไร?”
“มิใช่...ที่ข้าพเ้าห่วง มิใช่ความสามารถของต้าซือ...”หัวหน้าแซ่หยวนพยายามจะกล่าว ทว่าไม่สามารถกล่าวออกมาได้...
ริวจิตะคอกหัวหน้าแซ่หยวน อย่างไม่ไว้หน้า
“อย่างนั้นท่านห่วงอะไร!”
“ข้าพเ้า...ข้าพเ้าห่วงคุณชายเกรงว่า...”
ริวจิบันดาลโทสะ ยกมือขึ้นฟาดลงบนศีรษะ หัวหน้าแซ่หยวนเต็มแรง!
ทันใด ปู้เอี้ยนต้าซือยุดมือริวจิไว้ได้ทัน ขณะจับข้อมือริวจิแววงุนงงสงสัย พลันบังเกิดบนใบหน้าท่าน
ปู้เอี้ยนต้าซือรีบฉุดแขนริวจิ เดินออกไปนอกกุฏิ อีกครู่ใหญ่ทั้งสองจึงกลับเข้ามาภายในห้อง
เมื่อกลับเข้ามา ริวจิสีหน้าสลดลง โทสะไม่หลงเหลือแล้วแววตาวิงวอนจับจ้องมู่หยงไฉ่จิ่ง มันกระทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดอีกครั้ง!
ริวจิคุกเข่าลง ต่อหน้ามู่หยงไฉ่จิ่ง
“แม่นางมู่หยง กรุณาช่วยท่านโยชิอิด้วยบุญคุณของท่านในครั้งนี้ ข้าพเ้าและชาวหมู่ตึกบูรพาทุกคน จะจดจำไว้ไม่มีวันลืม!”
หัวหน้าแซ่หยวน มิได้พยุงกายกงจื่อของมันให้ลุกขึ้นมันคิดว่านี่เป็การกระทำที่สมควรแล้ว ตัวมันเองยิ่งโขกศีรษะ กราบมู่หยงไฉ่จิ่งไม่หยุด
มู่หยงไฉ่จิ่งยิ่งตะลึงลาน
“พวกท่านลุกขึ้นก่อนเถอะ...ข้าพเ้ายินดีช่วยท่านโยชิอิ”
“แม่นางบุญคุณในครั้งนี้...”
มู่หยงไฉ่จิ่งส่ายหน้า กล่าวว่า
“ท่านไม่ต้องคิดมาก ข้าพเ้าก็ติดค้างท่านโยชิอิไม่น้อย”
ปู้เอี้ยนต้าซือยิ้มแล้วกล่าวว่า
“พวกเ้าไปทานข้าว พักผ่อนก่อนเถอะ”
ริวจิปฏิเสธโดยเร็ว
“ข้าพเ้าไม่หิว ต้าซือโปรดรักษาท่านโยชิอิโดยเร็วด้วย”
“เื่นี้ไม่อาจรีบร้อน ร่างกายประสกท่านนี้ยังอ่อนแอยิ่งอาตมาจะเขียนเทียบยาให้ชุดหนึ่ง ควรให้ประสกท่านนี้นอนพักสักครู่ก่อนไว้ใกล้รุ่งอาตมาจะเยียวยารักษาให้”
“นี่...”
“เ้าไม่ต้องวิตกเกินไป” ปู้เอี้ยนต้าซือมานั่งที่โต๊ะ เขียนเทียบยาใบหนึ่ง
เดินไปหยิบสมุนไพรสามสี่ชนิดที่ตู้บรรจุหยูกยา เดินกลับมายื่นให้ฟางเสวี่ยเฟย
“เ้าช่วยต้มยาตามเทียบนี้ ให้ประสกผู้นั้นด้วย”
ฟางเสวี่ยเฟยรับเทียบและตัวยาอย่างยิ้มแย้ม
“ต้าซือยังชมชอบ ให้ผู้อื่นต้มยาให้เหมือนเดิม”
ปู้เอี้ยนต้าซือพยักหน้ายิ้มน้อย ๆ
“ท่านอาจารย์มิเพียงถ่ายทอดวิชาแพทย์ แต่ยังเพาะบ่มนิสัยเช่นนี้จนติดตัวอาตมาด้วย”
ฟางเสวี่ยเฟยกล่าวกับคนทั้งสาม
“พวกเ้าไปทานข้าวก่อน ข้าพเ้าต้มยาเสร็จจะตามไป”
“ข้าพเ้าต้มเอง...”
“ท่านต้มยาเป็...ท่านเคยต้มยามาก่อนหรือไม่?” ฟางเสวี่ยเฟยส่ายหน้าไม่รอให้ริวจิตอบ รีบเดินออกไปทันที
ริวจินิ่งอึ้งอับจนปัญญา มันไม่เคยทำสิ่งเหล่านี้เลยจริง ๆได้แต่จำต้องเดินตามหลวงจีนน้อยอีกรูป ไปยังเรือนหลังใหญ่ซึ่งอยู่หลังป่าไผ่
กงจื่อแห่งหมู่ตึกบูรพา สั่งให้หัวหน้าแซ่หยวน กลับไปบอกความคืบหน้าต่อหัวหน้าสาขาคนอื่น ซึ่งรออยู่ที่ท่าเรือทราบ หากท่านโยชิอิฟื้นสติขึ้นเมื่อไรจะรีบส่งข่าวไปบอกอีกครั้ง แล้วยังสำทับสั่งการ ให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังด้วยไม่แน่ใจว่า พรรคัวารีดำจะมีแผนร้ายใดอีกหรือไม่
ริวจิแม้หิวโหย แต่กินข้าวน้อยอย่างยิ่ง มู่หยงไฉ่จิ่งลอบชำเลืองดูมัน
“ไม่ว่าเ้ากินมากหรือน้อย อาการท่านโยชิอิก็ไม่ได้ดีขึ้นหรอก”
“เ้าว่าอะไร!...” ริวจิเอ็ดเสียงดัง
มู่หยงไฉ่จิ่งกลับไม่มีโทสะ นางทราบริวจิ ห่วงใยท่านโยชิอิอย่างยิ่ง
“ข้าพเ้าหมายความว่า ต้าซือต้องช่วยท่านโยชิอิอย่างเต็มที่แน่ถึงเ้าจะกินข้าวมากน้อยอย่างไร อาการท่านโยชิอิก็ไม่ได้หายเร็วขึ้นหรอก”
ริวจิจ้องหน้านางเนิ่นนาน แล้วลงมือกินข้าวต่อ คราวนี้มันกินข้าวได้มากอย่างยิ่งจริง ๆ
“ท่านโยชิอิเป็อาจารย์ของเ้าใช่หรือไม่?”
ริวจิหัวเราะอย่างหม่นหมอง
“ท่านโยชิอิยังมิได้รับข้าพเ้าเป็ศิษย์”
“เหตุใดเป็เช่นนั้น?”
ริวจิไม่ตอบแต่กลับเป็ฝ่ายถามขึ้น
“ข้าพเ้าเพิ่งฉุกคิดได้ว่าเ้าแซ่มู่หยง”
“ข้าพเ้าแซ่มู่หยงแล้วทำไม?”
“สี่กงจื่ออัจฉริยะประกอบด้วย คุณชายกงซุนจินิ คุณชายฟางเสวี่ยเฟยจอมยุทธ์กระบี่เหล็กอี่ไป๋เฮ่อที่เหลืออีกคนหนึ่ง...คุณชายตระกูลมู่หยง...มู่หยงอิง”
“ถูกต้องเป็พี่ชายของข้าพเ้าเอง”
“ปู้เอี้ยนต้าซือ?”
“ข้าพเ้ามีพี่ชายเพียงคนเดียว”
ริวจิถามขึ้นอย่างสนใจ
“พี่ชายเ้ามีชื่อเสียง เคียงข้างจอมยุทธ์อี่ และคุณชายฟางเหตุใดจึงมาเป็หลวงจีน?”
มู่หยงไฉ่จิ่งกลับนิ่งเงียบไม่ตอบคำ...