โจวซื่อเป็คนพูดไม่เก่ง ทั้งยังมีนิสัยอ่อนแอ เดิมทีเป็เพราะเห็นแก่สกุลเดิมทางฝั่งโจวซื่อ ท่าทีที่หยางซื่อหรือฮูหยินผู้เฒ่าสกุลหลี่ปฏิบัติต่อนางนั้นนับว่าไม่เลว แต่ภายหลังสกุลโจวตกอับจนมองไม่เห็นโอกาสจะฟื้นตัวกลับมาได้อีก ฮูหยินผู้เฒ่าจึงเปิดเผยสีหน้าที่แท้จริงออกมาจนหมด
เดิมทีเพียงเท่านี้ก็แล้วไปเถอะ แต่ฮูหยินผู้เฒ่ายังมักพูดจาให้ร้ายว่าโจวซื่อไม่ดีสารพัดอย่างต่อหน้าหลี่หลิงหว่าน ส่วนโจวซื่อนั้นยามที่อยู่สกุลเดิมบิดานางได้กล่าวว่าสตรีไร้ความสามารถจึงนับว่าดี เขาเลยไม่ได้ให้นางรู้หนังสือ ทว่าสกุลหลี่นี้เป็สกุลของบัณฑิต บรรดาสะใภ้สกุลหลี่คนอื่นๆ ก็ล้วนแต่รู้หนังสือ ด้วยเหตุผลนี้หลี่หลิงหว่านจึงถูกญาติพี่น้องชายหญิงมองเป็ตัวตลกไม่น้อยเลย และเป็เพราะสาเหตุหลายๆ อย่างนี้เองที่ทำให้ท้ายที่สุดหลี่หลิงหว่านก็ไม่สนิทสนมกับโจวซื่อไปด้วย
ทำให้ตัวเองอายุสั้นแท้ๆ หลินหว่านถอนหายใจอยู่ในใจเงียบๆ เพราะอะไรเธอถึงได้เขียนนิยายแบบนี้ออกมากันแน่นะ มิหนำซ้ำยังเอาแต่คิดว่าจุดจบของตัวประกอบหญิงจะต้องอนาถให้มากที่สุดถึงจะน่าสะใจ แม้แต่ตอนที่หลี่หลิงหว่านตายยังไม่ยอมปล่อยให้นางได้ตายดีๆ เลย
เมื่อเห็นโจวซื่อยังคงซักถามว่าเธอเป็อะไรไป ทั้งในน้ำเสียงยังแฝงด้วยอาการสะอื้น หลินหว่านจึงตั้งสติก่อนเปิดปากตอบ “ข้าไม่เป็อะไร ก็แค่ถูกความฝันทำให้ใเท่านั้นเองเ้าค่ะ”
“แน่หรือ” โจวซื่อขมวดคิ้ว มองไปที่บุตรสาวอย่างไม่เชื่อถือนัก
หลินหว่านผงกศีรษะ “จริงๆ เ้าค่ะท่านแม่ ข้าไม่ได้หลอกท่าน”
โจวซื่อได้ยินแล้วพลันชะงักงัน จากนั้นดวงตานางก็แดงเรื่อขึ้นมา “หว่านวาน” นางยกมือขึ้นปิดปาก หยาดน้ำตาร่วงหล่นลงมาราวกับเม็ดไข่มุก “แม่…แม่ไม่ได้กำลังฝันไปใช่หรือไม่ เ้าไม่ได้เรียกแม่ว่าแม่มานานแล้ว”
เป็เพราะฮูหยินผู้เฒ่า ตลอดมาหลี่หลิงหว่านในนิยายจึงเกลียดที่ตนเองเกิดมาเป็ลูกของโจวซื่อ และยิ่งไม่มีวันเรียกนางว่าท่านแม่
หลินหว่านเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งถอนหายใจหนักๆ อยู่ในใจ เวรกรรมแท้ๆ ถ้ารู้ก่อนหน้านี้เธอคงวางให้แม่เ้าของร่างเดิมเป็คนมีความสามารถรอบด้านไปแล้ว หากเป็เช่นนี้เ้าของร่างเดิมจะได้ไม่ต้องมีจุดจบอันน่าอนาถและขมขื่นเช่นนั้น
กระนั้นฉากหน้าเธอก็ยังคงเอ่ยปลอบโจวซื่อ “ท่านแม่ไม่ต้องร้องแล้ว ท่านเป็คนให้กำเนิดข้านะเ้าคะ ท่านก็ย่อมเป็ท่านแม่ของข้าตลอดไป”
โจวซื่อได้ยินแล้วก็ผงกศีรษะไม่หยุด นางอยากยิ้มแต่หยาดน้ำตากลับหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย
หลินหว่านไร้ทางเลือกจึงหันหน้าไปเอ่ยกำชับกับสาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างกายโจวซื่อ “ไฉ่เวย เ้าประคองท่านแม่กลับไปพักผ่อนเถิด”
ฮูหยินผู้เฒ่าเคยเอ่ยปากนานแล้วว่าให้โจวซื่อมาหาหลี่หลิงหว่านได้นานๆ ครั้ง ‘นางไม่รู้หนังสือสักตัวเดียวก็แล้วไปเถอะ วันๆ ยังเอาแต่ขมวดคิ้ว มือกุมหน้าอก หลงคิดว่าตนเองเป็ซีซือ หรือไร อย่าทำให้หลานสาวข้าต้องเสียคนไปด้วยเชียว’ หากฮูหยินผู้เฒ่ารู้ว่าวันนี้โจวซื่อลอบมาพบเธอที่นี่ เกรงว่าภายหลังจะต้องอธิบายกันยืดยาวเป็แน่
ไฉ่เวยเป็สาวใช้รุ่นใหญ่ข้างกายโจวซื่อ นางเป็คนหนักแน่นมากคนหนึ่ง ด้วยเข้าใจเจตนาของหลินหว่านจึงยื่นมือออกมาประคองแขนโจวซื่อพร้อมเอ่ยเกลี้ยกล่อมเสียงเบา “นายหญิง คุณหนูเพิ่งจะฟื้นขึ้นมา ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวดี มิสู้ตอนนี้พวกเรากลับไปก่อน ให้คุณหนูได้พักผ่อนดีๆ ผ่านไปสักพักรอให้ร่างกายคุณหนูดีขึ้นมากแล้วพวกเราค่อยกลับมาอีกครั้งดีหรือไม่เ้าคะ”