หลังจากบทรักอันเร่าร้อนที่ดำเนินไปตลอดทั้งวันจนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้า เหมยหลิงและซ่งเหวินก็ได้ใช้เวลาพักผ่อนและชำระล้างร่างกายร่วมกันในบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวอีกครั้ง บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความปรารถนาอันรุนแรงได้แปรเปลี่ยนเป็ความอ่อนหวานและทะนุถนอม ซ่งเหวินกอดประคองร่างที่อ่อนล้าของเหมยหลิงไว้ในอ้อมแขนอย่างหวงแหน ปล่อยให้ความอบอุ่นของสายน้ำช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าของนาง
เมื่อทั้งสองคนออกมาจากบ่อน้ำพุร้อน ซ่งเหวินได้ช่วยเหมยหลิงเช็ดตัวและสวมเสื้อผ้าใหม่อย่างอ่อนโยน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความรักใคร่และความเป็เ้าของที่ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป ทุกััของเขาล้วนแต่แสดงออกถึงความทะนุถนอมและการดูแลอย่างใกล้ชิด เหมยหลิงรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในท่าทีของเขา จากความเป็สุภาพบุรุษที่สงวนท่าที กลายเป็ความเป็เ้าของที่เปิดเผยและไม่ปิดบัง
ในขณะที่พวกเขากำลังเตรียมตัวสำหรับมื้อเย็น เหมยหลิงก็นึกถึงชิงเหยาและเหอหลงที่ยังคงอยู่ในห้องพักด้วยกัน ความรู้สึกผิดและความกังวลใจเริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวใจของนาง นางไม่รู้ว่าเพื่อนรักของนางจะรู้สึกอย่างไรหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนางก็ไม่แน่ใจว่าจะต้องวางตัวอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับนางอีกครั้ง
"เ้ากำลังคิดถึงเพื่อนของเ้าใช่หรือไม่" ซ่งเหวินถามขึ้นเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าที่กังวลของเหมยหลิง
เหมยหลิงพยักหน้าช้าๆ "ข้าเป็ห่วงนาง... ไม่รู้ว่าชิงเหยาจะรู้สึกอย่างไร... หลังจากที่..."
"หลังจากที่นางได้รู้จักกับความสุขสมรูปแบบใหม่หรือ" ซ่งเหวินแทรกเข้ามาด้วยรอยยิ้มบางๆ "เ้าไม่ต้องกังวลไป เหมยหลิง พี่เหอหลงเป็คนดี เขาจะดูแลนางเป็อย่างดี"
"แต่นางไม่ได้เลือกที่จะเป็เช่นนี้" เหมยหลิงพูดเสียงเศร้า "ถ้าข้าไม่ชวนนางมาด้วย เื่แบบนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น"
ซ่งเหวินเดินเข้าไปใกล้แล้วกุมมือของนางไว้อย่างอ่อนโยน "เหมยหลิง... บางครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็เพราะโชคชะตา ไม่ใช่เพราะความผิดของใคร เ้าเห็นแล้วมิใช่หรือว่านางมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้น"
คำพูดของเขาทำให้เหมยหลิงนึกถึงภาพที่นางเห็นเมื่อเช้านี้อีกครั้ง ภาพที่ชิงเหยากำลังเคลื่อนไหวอย่างเร่าร้อนและเต็มไปด้วยความสุขสม แต่ในขณะเดียวกัน นางก็ไม่อาจลืมเลือนความรู้สึกผิดที่มีต่อเพื่อนรักได้
เมื่อถึงยามค่ำคืน ซ่งเหวินได้จัดงานเลี้ยงอาหารเย็นขึ้นอีกครั้งในห้องโถงใหญ่ของโรงเตี๊ยม แต่บรรยากาศในวันนี้กลับแตกต่างไปจากงานเลี้ยงในวันแรกอย่างสิ้นเชิง หากวันนั้นคือความสุภาพเรียบร้อยและการวางตัวตามขนบธรรมเนียม วันนี้ก็เปรียบเสมือนการประกาศความเป็เ้าของอย่างเป็ทางการ
โต๊ะอาหารที่เคยจัดวางให้ทั้งสี่คนนั่งแยกกันตามลำดับาุโ บัดนี้ได้ถูกจัดใหม่ทั้งหมด ซ่งเหวินนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะในฐานะเ้าภาพ โดยมีเหมยหลิงนั่งอยู่เคียงข้างกายเขาอย่างใกล้ชิดจนแทบจะไม่มีช่องว่าง ส่วนอีกฟากหนึ่งของโต๊ะ เหอหลงก็นั่งอยู่เคียงข้างชิงเหยาในลักษณะที่ไม่แตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย
ภาพที่ปรากฏตรงหน้ามันช่างชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำพูดใดๆ... ความสัมพันธ์ที่เคยถูกเก็บซ่อนไว้ บัดนี้ได้ถูกเปิดเผยออกมาอย่างโจ่งแจ้งและไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป
เหมยหลิงรู้สึกราวกับว่าแก้มของนางกำลังจะลุกเป็ไฟ นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชิงเหยา เพื่อนสนิทที่นางรู้สึกผิดต่อเธออย่างสุดหัวใจ ภาพที่นางเห็นเมื่อตอนสายยังคงติดตาตรึงใจนางอยู่ไม่หาย... ภาพที่ชิงเหยากำลังมอบกายมอบใจให้กับเหอหลงอย่างสมยอมและมีความสุข... มันทำให้นางรู้สึกเหมือนเป็คนบาปที่ได้ชักนำเพื่อนรักให้ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
ส่วนชิงเหยาเองก็มีอาการไม่ต่างกันนัก ใบหน้าของนางแดงก่ำราวกับผลตำลึงสุก นางเอาแต่ก้มหน้างุด ไม่พูดไม่จา และพยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความอับอายและความจริงที่ว่าความสัมพันธ์ลับๆ ของนางกับเหอหลงได้ถูกเปิดเผยต่อหน้าเพื่อนรัก ทำให้นางรู้สึกอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด นางไม่รู้ว่าจะต้องวางตัวอย่างไร หรือจะพูดคุยกับเหมยหลิงได้อย่างไรในเมื่อเื่ราวมันได้เลยเถิดมาไกลถึงเพียงนี้แล้ว
ตรงกันข้ามกับความอึดอัดของสองสาวโดยสิ้นเชิง สองหนุ่มกลับดูมีความสุขและพึงพอใจกับสถานการณ์ในตอนนี้เป็อย่างมาก ซ่งเหวินยังคงรักษามาดคุณชายผู้สูงศักดิ์ไว้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องก็จริง แต่แววตาที่เขามองมายังเหมยหลิงนั้นกลับเต็มไปด้วยความรักใคร่และความเป็เ้าของอย่างเปิดเผย เขาคอยตักอาหารที่นางโปรดปรานใส่จานให้ไม่หยุดหย่อน ใช้ผ้าเช็ดปากซับมุมปากให้นางอย่างอ่อนโยน และกระซิบกระซาบถ้อยคำหวานล้ำที่ข้างหูของนางเป็ระยะๆ จนเหมยหลิงได้แต่เขินอายจนทำอะไรไม่ถูก
แต่ที่ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารตึงเครียดและเร่าร้อนยิ่งขึ้นไปอีก คือการกระทำที่เสเพลและกล้าหาญของทั้งสองหนุ่ม ซ่งเหวินไม่เพียงแต่จะคอยดูแลเหมยหลิงด้วยการตักอาหารและเช็ดปากเท่านั้น เขายังแอบเอามือไปลูบไล้ต้นขาของนางใต้โต๊ะอาหารอย่างเบาๆ ทำให้นางสะดุ้งเฮือกและเผลอครางเสียงเบาออกมา
"อ๊ะ..." เสียงครางเบาๆ ของเหมยหลิงดังขึ้นเมื่อมือของซ่งเหวินเลื่อนขึ้นไปสูงจนแทบจะถึงจุดสงวนของนาง นางรีบกัดริมฝีปากล่างเพื่อห้ามเสียงครางที่กำลังจะดังออกมาอีก
ซ่งเหวินยิ้มบางๆ เมื่อเห็นปฏิกิริยาของนาง เขาไม่หยุดการลูบไล้ แต่กลับเพิ่มแรงกดทับให้มากขึ้น นิ้วของเขาเลื่อนไปมาบนิัที่นุ่มนวลของต้นขานาง ทำให้เหมยหลิงต้องแอ่นร่างกายเล็กน้อยเพื่อตอบรับการัันั้น
"เ้าชอบหรือไม่" เขากระซิบข้างหูนางเสียงเบา "ข้าชอบดูเ้าตอบรับการััของข้า"
เหมยหลิงหน้าแดงก่ำขึ้นมาอีก นางมองไปรอบๆ โต๊ะด้วยความกังวลว่าจะมีใครสังเกตเห็นหรือไม่ แต่ชิงเหยากำลังก้มหน้าทานอาหารอย่างตั้งใจ ส่วนเหอหลงก็ดูเหมือนจะไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่ความจริงแล้ว เหอหลงก็กำลังทำสิ่งเดียวกันกับชิงเหยาอยู่เช่นกัน มือข้างหนึ่งของเขาวางอยู่บนตักของนางอย่างแแ่ และลูบไล้ต้นขาของนางเบาๆ อยู่ตลอดเวลาภายใต้โต๊ะอาหาร เป็การประกาศอาณาเขตและปลอบประโลมให้นางคลายความประหม่าไปในตัว
"อืม..." ชิงเหยาเผลอครางเสียงเบาเมื่อมือของเหอหลงเลื่อนขึ้นไปสูงกว่าเดิม นางรีบหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาดื่มเพื่อปกปิดความเขินอาย
เหอหลงเองก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากัน แม้ว่าเขาจะเป็คนพูดน้อยและแสดงความรู้สึกไม่เก่ง แต่การกระทำของเขากลับชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ เขาคอยดูแลชิงเหยาอย่างใกล้ชิดไม่ต่างจากที่ซ่งเหวินดูแลเหมยหลิง คอยรินน้ำชาให้เมื่อเห็นว่าถ้วยของนางพร่องลง คอยเลาะก้างปลาออกจากเนื้อปลาแล้ววางไว้ในจานของนางอย่างเอาใจใส่
แต่สิ่งที่ทำให้บรรยากาศเร่าร้อนขึ้นไปอีกขั้น คือเมื่อทั้งสองหนุ่มเริ่มกล้าหาญมากขึ้น ซ่งเหวินค่อยๆ จับมือของเหมยหลิงแล้วนำไปวางบนต้นขาของเขาเอง ใต้ผ้าเสื้อคลุมที่ปกปิดอยู่
"ลูบดูสิ" เขากระซิบเสียงแหบ "ข้าอยากให้เ้าััมัน"
เหมยหลิงใจนแทบจะร้องออกมา เมื่อรู้สึกได้ถึงสิ่งที่แข็งแกร่งและร้อนผ่าวใต้ฝ่ามือของนาง นางพยายามจะดึงมือกลับ แต่ซ่งเหวินกุมไว้แน่น
"อย่า... มีคนดู..." นางกระซิบประท้วง
"ไม่มีใครเห็นหรอก" เขาตอบเสียงเบา "เ้าแค่ลูบเบาๆ ก็พอ"
ในขณะเดียวกัน เหอหลงก็กำลังทำสิ่งเดียวกันกับชิงเหยา เขาจับมือเล็กๆ ของนางแล้วนำไปวางบนสิ่งที่กำลังแข็งตัวอยู่ใต้ผ้า
"พี่เหอหลง..." ชิงเหยากระซิบเสียงสั่น "ข้า... ข้าไม่กล้า..."
"ไม่เป็ไร" เขาปลอบเสียงเบา "แค่ััเบาๆ เท่านั้น ข้าอยากให้เ้ารู้สึกว่าเ้าทำให้ข้าเป็อย่างไร"
ทั้งสองสาวต่างก็รู้สึกตื่นเต้นและเขินอายไปพร้อมๆ กัน การที่ต้องทำเช่นนี้ท่ามกลางการทานอาหารเย็นทำให้ความรู้สึกเร่าร้อนเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ พวกนางรู้สึกเหมือนกำลังทำสิ่งต้องห้ามที่น่าตื่นเต้น
เหมยหลิงค่อยๆ เริ่มลูบไล้สิ่งที่อยู่ใต้ฝ่ามือด้วยความระมัดระวัง นางรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งและความร้อนที่เล็ดลอดออกมา ทำให้นางเผลอแอ่นร่างกายเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น
"อืม..." นางครางเสียงเบาเมื่อรู้สึกว่าสิ่งนั้นเริ่มแข็งขึ้นใต้การััของนาง
ซ่งเหวินยิ้มพึงพอใจ เขาเอี้ยวตัวเข้าไปใกล้นางมากขึ้น "เ้าเก่งมาก คนดี ลูบต่อไป"
ชิงเหยาก็ไม่ต่างกัน นางค่อยๆ เคลื่อนไหวมือตามที่เหอหลงแนะนำ ความรู้สึกแปลกใหม่และน่าตื่นเต้นทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังเรียนรู้สิ่งใหม่ที่ลึกลับและน่าหลงใหล
"แบบนี้ถูกต้องหรือไม่" นางกระซิบถาม
"ถูกต้องมาก" เหอหลงตอบเสียงแหบ "เ้าทำให้ข้าเสียวซ่านไปทั้งตัว"
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารจึงกลายเป็ภาพที่แปลกประหลาด... ชายหนุ่มทั้งสองต่างมีความสุขกับการได้แสดงความเป็เ้าของหญิงสาวข้างกายอย่างเต็มที่ ในขณะที่หญิงสาวทั้งสองกลับได้แต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารไปเงียบๆ ด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกันไป... ทั้งความอับอาย... ความรู้สึกผิด... ความสับสน... และความสุขสมที่ยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ จากบทรักที่เพิ่งผ่านพ้นไป...
การกระทำลับๆ ใต้โต๊ะทำให้ทั้งสองสาวต้องพยายามควบคุมสีหน้าและการแสดงออก พวกนางต้องทำเป็ทานอาหารตามปกติ ในขณะที่มือของพวกนางกำลังทำสิ่งที่น่าอายอยู่ใต้โต๊ะ ความรู้สึกนี้ทำให้ความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ
"ดูเหมือนว่าวันนี้อาหารจะไม่ค่อยถูกปากพวกเ้าทั้งสองคนเลยนะ" ซ่งเหวินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ หลังจากที่เห็นว่าสองสาวเอาแต่เขี่ยอาหารในจานไปมาโดยไม่ยอมทานอะไรอย่างจริงจัง
คำพูดของเขาทำให้ทั้งเหมยหลิงและชิงเหยาสะดุ้งเล็กน้อย ทั้งสองรีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็พัลวัน
"มิได้... อาหารอร่อยมากเ้าคะ" เหมยหลิงรีบตอบเสียงอ่อย
"ใช่แล้ว... อร่อยมากจริงๆ" ชิงเหยาพยักหน้าเห็นด้วย แต่ก็ยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตาใคร
ซ่งเหวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขามองสบตากับเหอหลงอย่างมีความหมาย ก่อนจะหันกลับมาพูดกับสองสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง "ข้ารู้ว่าพวกเ้ากำลังรู้สึกอย่างไร... แต่เื่บางเื่... ก็ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ... เอาเป็ว่า... หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว... พวกเ้าสองคนก็ไปคุยกันตามลำพังเถอะ... ส่วนข้ากับพี่เหอหลง... มีเื่สำคัญต้องไปจัดการกันสักหน่อย"
คำพูดของซ่งเหวินเปรียบเสมือนการหยิบยื่นทางออกให้กับความอึดอัดที่กำลังเกิดขึ้น เหมยหลิงและชิงเหยามองหน้ากันเป็ครั้งแรกในรอบหลายชั่วยาม ทั้งสองเห็นแววตาที่สับสนและไม่แน่ใจของกันและกัน แต่ในขณะเดียวกัน... ก็มีความโล่งใจอยู่ลึกๆ ที่จะได้มีโอกาสพูดคุยกันตามลำพังเสียที
หลังจากที่งานเลี้ยงอาหารเย็นสิ้นสุดลง ซ่งเหวินและเหอหลงก็แยกตัวออกไปทำธุระตามที่ได้กล่าวไว้จริงๆ ทิ้งให้เหมยหลิงและชิงเหยาได้อยู่ด้วยกันตามลำพังในห้องพักที่เคยเป็ของพวกนางทั้งสองคน
ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งห้องอีกครั้ง ทั้งสองคนต่างนั่งอยู่บนเตียงคนละฝั่ง ไม่มีใครยอมพูดอะไรออกมา ราวกับว่ากำลังรอให้อีกฝ่ายเป็คนเริ่มต้นก่อน
ในที่สุด... ก็เป็เหมยหลิงที่ทนความอึดอัดนี้ต่อไปไม่ไหว นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันไปเผชิญหน้ากับเพื่อนรักของนางตรงๆ
"ชิงเหยา... ข้า..." นางเริ่มต้นพูด แต่แล้วก็ต้องหยุดไปเมื่อเห็นว่าน้ำตาของชิงเหยาได้ไหลรินลงมาอาบแก้มทั้งสองข้างแล้ว
ภาพนั้นทำให้นางรู้สึกเ็ปในหัวใจอย่างรุนแรง นางรีบขยับเข้าไปใกล้ๆ แล้วดึงร่างของเพื่อนรักเข้ามากอดไว้แน่น
"ข้าขอโทษ... ชิงเหยา... ข้าขอโทษจริงๆ... ทั้งหมดเป็ความผิดของข้าเอง... ถ้าข้าไม่ชวนเ้ามาด้วย... เื่แบบนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น..." เหมยหลิงกล่าวเสียงสั่นเครือ น้ำตาของนางเองก็เริ่มไหลออกมาเช่นกัน
ชิงเหยาส่ายหน้าไปมาในอ้อมกอดของเพื่อนรัก นางสะอื้นไห้จนตัวโยน "ไม่... ไม่ใช่ความผิดของเ้า... เหมยหลิง... ไม่ใช่เลย..."
"แล้วมันเป็ความผิดของใครเล่า!" เหมยหลิงถามอย่างไม่เข้าใจ "ถ้าไม่ใช่เพราะข้า... เ้าก็คงไม่ต้องมาเจอเื่แบบนี้... เ้าคงไม่ต้อง..."
"ไม่ต้องอะไร?" ชิงเหยาผละออกจากอ้อมกอดของเหมยหลิงแล้วมองหน้านางตรงๆ ดวงตาของนางแดงก่ำและบวมช้ำจากการร้องไห้ แต่ในขณะเดียวกัน... ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่เหมยหลิงไม่เคยเห็นมาก่อนฉายชัดอยู่ในนั้น... "ไม่ต้องมีความสุขอย่างนั้นหรือ?"
คำถามของชิงเหยาทำให้เหมยหลิงถึงกับพูดไม่ออก นางมองหน้าเพื่อนรักด้วยความใและไม่เชื่อสายตา "เ้า... เ้าหมายความว่าอย่างไร?"
ชิงเหยาสูดน้ำมูกแล้วเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าอย่างลวกๆ "ข้า... ข้าไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี... เหมยหลิง... ข้ารู้สึกสับสนไปหมด... ในตอนแรก... ข้าทั้งกลัว... ทั้งใ... และทั้งอับอาย... ข้าเกลียดเขา... เกลียดรองแม่ทัพเหอหลงที่เขาทำกับข้าแบบนั้น... แต่..."
นางหยุดพูดไปชั่วครู่ ราวกับว่ากำลังรวบรวมความกล้า "แต่... ในขณะเดียวกัน... ข้าก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... ข้าก็มีความสุข... มีความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต... ััของเขา... มันทำให้ข้ารู้สึกดี... ดีจนข้าไม่อยากให้เขาหยุด..."
คำสารภาพของชิงเหยาทำให้เหมยหลิงนิ่งอึ้งไป นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเพื่อนรักผู้แสนจะเรียบร้อยของนาง
"ข้ารู้... ว่ามันอาจจะฟังดูน่ารังเกียจ..." ชิงเหยาพูดต่อเสียงแ่ "ข้าเองก็รังเกียจตัวเองเหมือนกัน... ที่เป็คนใจง่ายแบบนี้... แต่ข้าจะทำอย่างไรได้... ในเมื่อร่างกายของข้ามันไม่ยอมเชื่อฟังข้าเลย..."
เหมยหลิงเอื้อมมือไปกุมมือของเพื่อนรักไว้แน่น "ไม่... มันไม่น่ารังเกียจเลย... ชิงเหยา... ข้าเข้าใจ... ข้าเข้าใจความรู้สึกของเ้าดี... เพราะข้าเอง... ก็รู้สึกไม่ต่างกัน"
บัดนี้... ถึงตาของชิงเหยาที่ต้องใบ้างแล้ว "เ้า... เ้าก็เหมือนกันหรือ?"
เหมยหลิงพยักหน้าช้าๆ ใบหน้าของนางแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงเื่ราวของตัวเอง "ใช่... ข้าเองก็เหมือนกัน... ในตอนแรก... ข้าก็พยายามต่อต้านท่านซ่งเหวิน... แต่สุดท้าย... ข้าก็พ่ายแพ้ให้กับััของเขา... และข้าก็... มีความสุขกับมัน"
ทั้งสองคนมองสบตากันนิ่ง... และในที่สุด... กำแพงแห่งความอึดอัดและความไม่เข้าใจที่เคยขวางกั้นพวกนางอยู่... ก็ได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง...
พวกนางต่างก็ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน... ถูกบุรุษสองคนที่พวกนางไม่ได้รัก... แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าปรารถนา... ล่วงเกินจนสูญเสียความบริสุทธิ์ไป... แต่ในขณะเดียวกัน... ก็ได้ค้นพบกับความสุขสมรูปแบบใหม่ที่พวกนางไม่เคยรู้จักมาก่อน...
"แล้ว... เราจะทำอย่างไรกันต่อไปดี" ชิงเหยาถามขึ้นอย่างหมดหนทาง
เหมยหลิงส่ายหน้าช้าๆ "ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน... ข้าไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็อย่างไร... แต่ข้ารู้แค่ว่า... ในตอนนี้... เรามีกันและกัน... และเราจะผ่านเื่นี้ไปด้วยกัน"
นางดึงเพื่อนรักเข้ามากอดไว้อีกครั้ง... และในครั้งนี้... มันคืออ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ... การให้อภัย... และมิตรภาพที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม...
พวกนางอาจจะสูญเสียความบริสุทธิ์ไป... แต่พวกนางก็ได้ค้นพบกับสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต... ทั้งความสุขสมทางกาย... และมิตรภาพที่แท้จริง... ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างกัน... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...
และในค่ำคืนนั้น... ทั้งสองสาวก็ได้นอนกอดกันจนหลับไป... โดยที่ไม่รู้เลยว่า... ที่นอกประตูห้อง... มีร่างสูงใหญ่ของบุรุษสองคนกำลังยืนพิงกำแพง... และลอบฟังบทสนทนาของพวกนางอยู่ตลอดเวลา... พร้อมกับรอยยิ้มที่พึงพอใจ... ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขาทั้งสอง...