ตอนที่ 35
เมื่อห่านเสิ่นเห็น ไป๋ทรงชิงอันดับ 9และเฉินตรงอันดับ 5 ถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย ทำให้เขาเป็นกังวลอย่างมาก ถึงพวกเขาจะอยู่ชั้นปี 3 และเป็นทีมแข็งแกร่งที่สุดภายในโรงเรียน แต่เขาไม่คิดเลยว่าพวกของนิลกาฬจะสามารถจัดการพวกเขาได้ เนื่องจากไป๋ทรงชิงและเฉินตรงถูกจัดการ พวกเขาจึงถูกส่งกลับมาที่ปราสาทใหญ่ หลังจากเสียชีวิตแล้วพวกเขาจะต้องรอเวลาอีก 10 นาทีกว่าจะออกไปสู้รบใหม่ได้
หลินและยูกิ สามารถทำลายป้อมปราการที่ 1 ได้แล้ว พวกนางก็ยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อทำลายป้อมปราการที่ 2
ห่านเสิ่นเห็นว่าทางที่หลินกำลังโจมตีมานั้นป้อมปราการที่ 2 กำลังจะถูกทำลายแล้ว ทำให้ห่านเสิ่นต้องรีบออกไปสู้รบแทนเฉินตรงทันที ห่านเสิ่นคาดการณ์จากสภานการณ์ว่าถ้าเกิดปล่อยหลินไว้และไปจัดการทางยูกิแทน มันอาจจะทำให้เขาสูญเสียป้อมปราการที่ 3 ก็เป็นได้ เขาจึงสั่งให้ไป๋ทรงชิงและเฉินตรงจัดการทางด้านยูกิด้วยเมื่อพวกเขาสามารถออกจากปราสาทใหญ่ได้แล้ว
ส่วนทางด้านของเสวียนซินและรินเอง ก็ดูจะย่ำแย่ไม่แพ้กัน เสวียนซินไม่สามารถโจมตีควินโดนเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่รินเองก็ดูท่าจะไม่ได้ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ดูเหมือนว่าสุดยอดการคาดการณ์ของท่านพี่หญิงยังสุดยอดเหมือนเดินเลยนะค่ะ หนูเองก็ไม่สามารถแพ้ท่านพี่หญิงได้เช่นกัน” รินใช้มีดสั้นพุ่งโจมตีใส่ควิน
ควินได้คาดการณ์ล่วงหน้าไว้แล้วว่ารินจะต้องพุ่งเข้ามาโจมตี ควินเลยก้าวถอยหลังเพื่อหลบริน แต่แล้วจู่การโจมตีของรินก็ขยายความรุนแรงและขอบเขตในการฟัน ทำให้ควินกระโดดถอยหลังออกมาทันที ควินรู้ทุกๆอย่างเกี่ยวกับน้องสาวของนาง อาวุธ วิชาที่ฝึก ระดับพลัง ควินไม่ได้คาดคิดว่าจู่ๆพลังของรินก็เพิ่มมากขึ้น เมื่อควินตระหนักได้ว่าพลังของพวกรินเพิ่มขึ้นทำให้ควินจะต้องคิดหาแผนการใหม่
“ควินระวัง..” ริส่าตะโกนเตือนควินจากด้านหลังแต่ก็ไม่ทันการ ริซ่าจึงเรียกโล่แห่งแสงออกมาป้องกันควินแทน
ปัง~
เมื่อควินหันไปมองที่ด้านหลังก็พบว่ามีดาบสีดำกำลังฟันมาที่คอของนาง นางเห็นว่าโล่แสงของริซ่า นางก็สบายใจขึ้นมาระดับนึง โล่แสงน่าจะสามารถช่วยป้องกันโจมตีจากดาบสีดำได้ แต่แล้วควินก็ต้องตกใจ เมื่อดาบสีดำสามารถฟันทะลุโล่แสงของริซ่าได้อย่างง่ายดายราวกับตัดกระดาษ ทำให้ควินโดยดาบสีดำตัดหัวทันที
เมื่อริซ่าเห็นว่าไม่ปลอดภัยแล้ว นางรีบหนีไปทางป้อมปราการของนางทันที แต่ก็ไม่สามารถหนีนิลกาฬพ้นได้ จึงทำให้ริซ่าถูกจัดการไปอีกคน เมื่อเสวียนซินและรินเห็นการโจมตีที่รวดเร็วและเฉียบขาดของนิลกาฬ ทำให้พวกนางสั่นไปทั้งตัวด้วยความตื่นเต้น รินนั้นดูท่าจะตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
“โอ้วท่านพี่ค๊าา โปรดรุนแรงมากกว่านี้อีก ได้โปรดมอบความรุนแรงแบบนี้ให้แกหนูด้วยค๊าาาา!~” รินวิ่งอ้าแขนโยนทั้งโล่และมีดในมือออกเข้าหานิลกาฬทันที
นิลกาฬตกใจกับการกระทำของริน เข้าจึงรีบไปจัดการพวกทหารเทพ และพาพวกทหารปีศาจทำลายป้อมปราการทันที
“ท่านพี่นี้ละก็ ทำไมท่านพี่จะต้องเขินอายขนาดนั้นด้วย ขนาดท่านพี่หญิงท่านยังมอบความรุนแรงแบบนั้นให้แก่ท่านพี่หญิงได้ ทำไมท่านถึงไม่สามารถมอบความรุนแรงแบบนั้นให้แก่หนูบ้างล่ะค๊าา” รินยังคงวิ่งตามนิลกาฬต่อไป ด้วยสายตาอ้อนวอน
เสวียนซินที่กำลังยืนงงเป็นไก่ตาแตกกับนิสัยของรินที่อยู่ๆก็เปลี่ยนไปเป็นชื่นชอบความรุนแรงทำให้นางถึงกับเหงื่อตกเลยทันทีเมื่อรู้นิสัยที่แท้จริงของริน ว่านางเป็นประเภทที่ชอบเสพติดความรุนแรง
เมื่อนิลกาฬรู้ถึงลักษณะนิสัยที่แท้จริงของรินทำให้เขาเข้าใจทันทีว่า ทำไมสาวน้อยน่ารักอย่างเธอถึงได้ต้องการมาอยู่แนวหน้ารับการโจมตีจากศัตรู ที่แท้รินเป็นพวกมาโซคิสม์(M)นั้นเอง มันทำให้เขานึกถึงลูกทีมของเขาคนนึงเข้าอย่างจัง
ตอนนี้นิลกาฬพยายามเป็นอย่างมากในการอยู่ให้ห่างจากรินในตอนนี้ เขาไม่ค่อยถูกโฉลกกับคนประเภทนี้ เนื่องจากว่าไม่ว่าจะโดยกระทำแบบไหนพวกเขาก็จะมีความสุขไปกับมัน ทำให้นิลกาฬเลือกได้ว่าควรจะหลีกเลี่ยงคนประเภทนี้เป็นการดีที่สุด
“เสวียนซิน ริน ข้าของให้พวกเจ้าช่วยกันทำลายป้อมปราการเส้นทางนี้ให้เรียบร้อยด้วย ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าสามารถทำได้” นิลกาฬรีบสั่งพวกนาง และต้องการจะหนีออกจากที่นี้ทันที
“ท่านพี่เมื่อหนูสามารถทำลายป้อมปราการทั้ง 3 ได้แล้ว ได้โปรดเมื่อจบการจำลองสู้รบโปรดให้ของรางวัลแก่หนูด้วยนะค๊าท่านพี่” รินตะโกนออกมาและโบกไม้โบกมือให้แก่นิลกาฬ
เสวียนซินที่ยืนอยู่ตรงนั้นอึ่งไปกับการกระทำของรินเป็นอย่างมาก นางไม่คิดว่ารินจะกล้าพูดแบบนั้นออกไป
“ข้าจะเก็บไว้พิจารณาก็แล้วกันถ้าเจ้าสามารถทำลายป้อมปราการที่ 3 ลงได้” เสียงนิลกาฬตะโกนมาจากที่ไกลๆ
“โย้ชช~ พวกหนูๆทั้งหลาย ต้องขอโทษด้วยที่ตอนนี้หนูจะเริ่มเอาจริงแล้ว เพื่อของรางวัลจากท่านพี่พวกแกจงกลายเป็นศพไปซะ~” รินฮึกเหิมขึ้นมาทันที พร้อมกันทำหน้ามีความสุขอย่างถึงที่สุด รินเดินไปหยิบโล่และมีดของนางกลับคืนมาและจู่ๆนางก็เปลี่ยนท่าทีไป นางหัวเราะอย่างบ้าคลั่งไร้ฆ่าพวกทหารเทพ และเข้าทำลายป้อมปราการอย่างบ้าเลือด “ไปตายซะไอ้พวกระยำเพื่อของรางวัลจากท่านพี่ พวกแก่จงไปตายซะ~ ตายซะ ตายซะ ฮ่าๆ~”
ภายใต้ชุดเกราะหนักรินสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วเป็นอย่างมาก รินใช้โล่ฟาด ใช้มีดฟัน ไล่ฆ่าและทำลายป้อมปราการเหมือนกับนักฆ่ากระหายเลือด เสวียนซินที่อยู่ด้านหลังของรินค่อยยิงสนับสนุนอยู่นั้น นางคิดว่าไม่ควรทำให้รินโกรธเป็นอันขาด เพราะนางสามารถเห็นดวงตาสีแดงเลือดของรินภายใต้หน้ากากเหล็กทำให้รินดูหน้ากลัวเป็นอย่างมาก
นิลกาฬที่กำลังมุ่งไปทางหลิน เนื่องจากจากว่า หลินที่มีเพิ่มขึ้นจากแผ่นอักขระยังไม่สามารถต่อกรกับห่านเสิ่นได้ทำให้นิลกาฬสงสัยในพลังของห่านเสิ่นเป็นอย่างมาก เมื่อนิลกาฬมาถึงหลินก็ถูกห่านเสิ่นจัดการไปซะแล้ว
“ดูท่าว่าเจ้าจะแกล้งโง่เมื่ออยู่ต่อหน้าพี่สาวสินะ”
“ฮ่าๆ ก็ข้ารักนางข้าก็อยากให้นางอยู่กับข้าตลอดไป มันก็ต้องมีกันบ้างถึงข้าจะดูโง่สำหรับนางแต่นางก็คงไม่ทิ้งข้าไปไหน”
“ข้าว่าบางทีพี่สาวอาจจะรู้อยู่แล้วว่าเจ้าทำตัวโง่แต่กับพี่สาวเท่านั้น”
“เจ้าจะรู้อย่างไรเจ้าหนู”
“ข้าว่าพวกเราอย่ามาเสียเวลาคุยกันต่อเลย มาสะสางให้รู้กันไปเลยกันดีกว่า ในตอนนั้นมีพี่สาวมาห้ามแต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เจ้าสามารถอาละวาดได้เต็มที่แล้วจริงไหม ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าอันดับ 1 ของโรงเรียนกลางจะแน่ขนาดไหน”
เมื่อนิลหาฬพูดจบเขาพุ่งเข้าหาห่านเสิ่นโดยทันที ตอนนี้นิลกาฬได้ยกเลิกอักขระเพิ่มพลังของเขา ทำให้พลังของนิลกาฬกลับมาเป็นปกติเขาต้องการจะรู้ว่าพลังของห่านเสิ่นมีมากน้อยขนาดไหน
ปัง ปัง ปัง
พวกเขาทั้ง 2 ต่างแลกหมัดกัน ทั้งหลบและกะทะหมัดกัน พวกเขาทั้ง 2 นั้นยังลองเชิงกันอยู่ ส่วนฝ่ายห่านเสิ่นตกใจเป็นอย่างมากที่นิลกาฬอายุเพียงแค่ 12 ปี มีพลังระดับผู้วิวัฒนาการสามารถต่อสู้กับเขาได้อย่างสูสี เมื่อห่านเสิ่นดูว่าไม่จำเป็นต้องลองเชิงกันอีกแล้ว เขาแปลงร่างเป็นคิงคองสีขาวขนาดใหญ่สูง 3 เมตร และต่อยใส่นิลกาฬด้วยกำปั้นขนาดใหญ่ นิลกาฬใช้สสารมืดลอกเรียนแบบพลังศาสตราเทวะ ปางมารวิชัย ทำให้มีมือขนาดใหญ่สีดำ 2 ข้างโผล่ออกมาจากอากาศ รับหมัดของห่านเฉิ่นเอาไว้ได้
เมื่อนิลกาฬสามารถรับหมัดของห่านเสิ่นได้แล้วนั้นเขาต่อยสวนกลับไปทันที ห่านเสิ่นต้องการรับหมัดสีดำของนิลกาฬบ้างแต่ว่า
ปัง~
แรงหมัดที่ต่อยมานั้นมีมากกว่าที่ห่านเสิ่นคิดไว้ ทำให้แขนข้างที่รับหมัดสีดำนั้นรู้สึกชาทันที ห่านเสิ่นไม่อยากจะเชื่อว่าขนาดเขาแปลงร่างเป็นราชาวานรเผือก พลังของเขายังด้อยกว่านิลกาฬอีก เมื่อห่านเสิ่นเห็นว่าพลังของเขาด้อยกว่านิลกาฬ จู่ๆเขาก็คำรามออกมาและทุบหน้าออกของตัวเอง ร่างกายของคิงคองจากสีขาวเปลี่ยนเป็นสีแดง [โหมดบ้าคลั่ง] ห่านเวิ่นใช้โหมดบ้าคลั่งของราชาวานรเผือด เข้าต่อสู้กับนิลกาฬ ต่อนี้พลังของพวกเขาสูสีกันแล้ว
นิลกาฬไม่อยากแสดงพลังมากจนเกินเหตุเพราะเขาไม่รู้ว่าห่านเสิ่นคนนี้จะไว้ใจได้หรือไม่ เขาจึงใช้เพียงแค่สสารมืดก็พอ พวกเขาผลัดกับต่อยและหลบกันไปเลื่อยๆ
นิลกาฬสามารถสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังอ้อมมาทางด้านหลังของเขา
“ไม่ต้องมายุ่งกับการต่อสู้ของข้า พวกเจ้ารีบไปจัดการทางอื่นไป~ เจ้าหมอนี้มันเป็นเหยื่อของข้า พวกเจ้าห้ามยุ่ง” ห่านเสิ่นตะโกนออกมา
คนที่กำลังจะอ้อมมาด้านหลังของเขาจากไปทันที
“ทีนี้ก็ไม่ใครมาขวางการต่อสู้ของเราได้แล้ว เจ้าไม่ต้องระวังอีกต่อไปแล้วน้องชาย แสดงพลังของเจ้าออกมา แล้วข้าเองก็จะใช้พลังทั้งหมดของข้าชนะเจ้าให้ได้ค่อยดู”
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ”
นิลกาฬเรียกชุดเกราะทมิฬออกมา เขาได้บีบอัดมือสีดำทั้ง 2 ข้างให้เล็กลงแต่แข็งแกร่งขึ้น “ข้าพร้อมแล้ว”
“ดีให้มันได้แบบนี้สิ” ห่านเสิ่นตื่นเต้มเป็นอย่างมากกับการต่อสู้ในครั้งนี้ จู่ๆร่างของเขาก็มีออร่าสีแดง เขียว และน้ำตาลเหลือง ออกมา และพลังของห่านเสิ่นก็เพิ่มขึ้น เขาพุ่งเขาหานิลกาฬทันที ความเร็วของเขาตอนนี้เพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเพียงแค่ก้าวเดียวก็สามารถเข้าถึงตัวนิลกาฬแล้ว เขาต่อยไปที่นิลกาฬเต็มแรง
ตูม~
พื้นตรงที่ต่อยเป็นรอยหมัดของราชาวานรทันที นิลกาฬเขาไม่ได้เรียกมือสีดำเข้ามาป้องกันเขา
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่สามารถทำอะไรเกราะทมิฬของข้าได้สินะ”
ห่านเสิ่นช็อคเป็นอย่างมาก เขาทั้งแปลงร่างใช้โหมดบ้าคลั่งและยังใช้ออร่าเพิ่มพลังอีก ยังไม่สามารถทำรอยขีดข่วนเกราะของนิลกาฬได้
“เช่นนั้นตาของข้าบ้างละ”
ปัง ปัง ปัง
นิลกาฬระดมต่อยใส่ห่านเสิ่น หมัดที่ต่อยมานั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก หมัดสีดำทั้ง 2 ข้าง ต่อยเข้ามาในทิศทางที่ไม่สามารถหลบได้ เมื่อหลบหมัดซ้ายก็จะโดนหมัดขวา เมื่อหลบหมัดขวาก็จะโดนหมัดซ้าย ทำให้ตอนนี้ห่านเสิ่นทำได้เพียงแค่ป้องกันเท่านั้น
แต่แล้วจู่ๆก็มีพลูถูกยิงขึ้นทางฝั่งของห่านเสิ่น
“ฝั่งปีศาจสามารถทำลายปราสาทใหญ่ได้ก่อน ฝั่งปีศาจเป็นฝ่ายชนะ จะทำการส่งกลับในอีก 1 นาที” เสียงข้าความจากระบบ
“ฮ่าๆ~ แพ้แล้วสินะ ตอนแรกก็ว่าจะช่วยพวกเจ้าซ้อมจำลองการรบ กลับเป็นพวกข้าซะเองที่เป็นฝ่ายแพ้ ทีมของพวกเจ้าแต่ละคนไม่ธรรมดาจริงๆ ข้าขอฝากพวกเจ้าด้วยละ ทำให้โรงเรียนกลางของพวกเรากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งให้จงได้ละน้องชาย ฮ่าๆ~” ถึงแม้ว่าพวกห่านเสิ่นจะแพ้แต่เข้ากลับดีใจที่มีรุ่งน้องที่มีพรสวรรค์อย่างพวกนิลกาฬที่สามารถเอาชนะพวกเขาได้
ตอนนี้นิลกาฬรู้แล้วว่าห่านเสิ่มเป็นคนแบบไหน ห่านเสิ่นเพียงแค่ต้องการทดสอบพลังของนิลกาฬเฉยๆ เขาคาดว่าห่านเสิ่นคงจะยังไม่ได้แสดงพลังของเขาจริงๆ
หลังจากที่การต่อสู้จบลงแล้วนิลกาฬได้เรียกโดรนกลับมา และจู่ๆนิลกาฬก็เสี่ยวสันหลังขนลุกทั้งตัวขึ้นมาทันที
ปล.หลังจากนี้ผมจากจะไม่ว่างลงนิยายเท่าไร่นะครับ เนื่องจากงานด้วยและเรื่องที่บ้าน แต่จะพยายามลงให้ได้อาทิตย์นึงไม่ต่ำกว่า 3 ตอนนะครับ
ปล2.ผมคิดว่าผมจะขอเก็บกำลังใจทุกๆ 5 ตอนหลังจากนี้นะครับ
ขอบคุณที่ติดตามผลงานนะครับ มีข้อเสนอแนะหรือติชนยังไงก็เสนอมาได้เลยนะครับ เพื่อต่อยอดให้นิยายของผมดียิ่งขึ้นไปอีก ขอบคุณครับบ