“เ้าไม่เชื่อใจข้างั้นเหรอ”เหม่าพูดออกมาอย่างขึงขัง และเดินนำหน้าหวังอีฮัง
“ข้าเชื่อใจเ้า เ้าไม่คิดเลยหรือว่าถ้าข้าไม่เชื่อใจเ้า ข้าจะให้เ้านำทางข้าทำไม”หวังอีฮังกล่าว เหม่ายิ้ม “ดีๆงั้นเดียวข้าพาไปที่สุดยอดเอง” จากนั้นเหม่าก็เดินนำทาง หวังอีฮังสบดในใจ'เ้าตัวบดซบนี่'
เมื่อทั้งสองเดินทางมาได้หนึ่งชั่วยาม ข้างหน้าพวกเขาก็มีน้ำตกสายหนึ่งกำลังไหลลงมาจากยอดเขาอย่างงดงามมันมีหลากสีสันที่เปร่งประกายออกมาจากน้ำตกแห่งนี้ มันคือน้ำตกหลากสีที่มีเหล่ามอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งมารวมตัวกัน
“นี่เ้าคิดจะพาข้ามาให้พวกมอนสเตอร์กินงั้นเหรอ”หวังอีฮังถามอย่างเศร้าใจ เขานั้นยังไม่อยากที่จะทิ้งชีวิตไปกับเพียงแค่หามอนสเตอร์ระดับสองเพียงเท่านั้น
“เ้าอย่าพึ่งด่วนตัดสินใจไป ที่น้ำตกแห่งนี้มีมอนสเตอร์เยอะก็จริงแต่” เหม่าเงียบไป หวังอีฮังขมวดคิ้ว
“นี่เ้าพูด…!?” เหม่าเอามือปิดปากหวังอีฮังไว้ และใช้ท่าทางบอกให้หวังอีกฮังเงียบไว้ หวังอีกฮังหยุดขัดขืนและตั้งสติ ‘เ้าหมอนี่มันคิดจะทำอะไรข้ากัน’
เหม่าชี้นิ้วไปด้านหน้าน้ำตก”เ้าเห็นนั้นใหม”เหม่ากระซิปเบาๆ หวังอีฮังมองไปทิศทางที่เหม่าชี้เขาเบิกตากว้างและตัวเริ่มสั่นขึ้นมา”เ้ารู้สินะว่ามันคือตัวอะไร”เหม่าเอามือที่ปิดปากหวังอีฮังไว้ออก “ใช่ข้ารู้”หวังอีฮังตอบอย่างมั่นใจ
มอนสเตอร์มีรูปลักษณะคล้ายคลึงกับหมึกแต่มันมีก้ามปูขนาดใหญ่งอกออกมาหนวดหลายเส้นคล้ายกับเถาวัลหนามดวงตาดุร้ายราวกับเสือ มอนสเตอร์ตัวนี้สูงราวสามเมตร
“หมึกกล้ามปู”หวังอีฮังเอยชื่อขึ้น เหม่าพยักหน้า “ใช่มันคือหมึกกล้ามปู” ทั้งสองนั้นหลบและเฝ้ามอง หมึกกล้ามปูคือมอนสเตอร์เปิดประตูบานที่สามระดับท็อป ซึ่งนั้นมันแข็งแกร่งที่จะสามารถต่อสู้กับคนที่เปิดประตูบานที่สี่ได้อย่างสูสี
“เ้าตามข้ามา”เหม่ากระซิบเรียกให้หวังอีฮังตามเขามา เหม่าทำสีหน้าที่ดูจริงจังขึ้นมาและนำทางหวังอีฮังทั้งสองค่อยๆ เดินอ้อมน้ำตกไปอย่างช้าๆ เพราะถ้าหากเดินรอบนอกน้ำตกอาจจะพบมอนสเตอร์ที่เปิดประตูบานที่สี่ก็ได้ ดังนั่นการเดินอ้อมน้ำตกไปจะช่วยให้พวกเขาปลอดภัยมากกว่า
ทั้งสองใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก่อนที่จะอ้อมได้สำเร็จ ในรหว่างทางที่พวกเขาทั้งสองเดินอ้อมนั้น หวังอีฮังััได้ถึงแววตาที่มองมาที่พวกเขาตลอด ‘เ้าหมึกกล้ามปูนั้นมันััได้งั้นเหรอ'
ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในป่าเมื่อผ่านไปครึ่งชั่วยามเมื่อพวกเขาเดินออกมาจากป่าหลากสี หวังอีฮังเบิกตากว้างเขาเห็นทางเดินและศิษย์จำนวนหนึ่งที่เดินผ่านไปผ่านมา ศิษย์เ่าั้มองมาที่พวกเขาอย่างประหลาดใจ
หวังอีฮังรู้สึกสับสน เหม่าที่เห็นหวังอีฮังสับสนเขาจึงได้อธิบาย”ข้าทำเพื่อเ้าเชียวนะ เอาละเ้าตามข้ามา” เหม่าเดินนำหน้าหวังอีฮังไป ศิษย์ต่างมองมาที่พวกเขาทั้งสองและหัวเราะขึ้นมา 'นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน'
“นี่เหม่าที่นี่มันคือที่ไหนกัน” หวังอีฮังเริ่มซักไม่แน่ใจที่ตามเหม่ามา “ตามมาเ้าจะรู้เอง” ทั้งสองเดินอยู่ครึ่งวันจากนั้นเหม่าก็แยกและเดินเข้าไปที่แห่งหนึ่งมันมีป้ายเขียนว่า [อันตรายห้ามเข้า] หวังอีฮังได้ถาศิษย์บางคนและเขาก็ได้รู้ว่า
ที่นี่คือสวนหลังสำนัก ซึ่งจะไม่ให้ใครเข้ามาหากไม่ได้รับอนุญาต แต่ถ้าอยากเข้ามาก็มีอีกวิธีคือเดินมาจากป่าหลากสีและผ่านน้ำตกหลากสีมาถึงจะมาถึงที่แห่งนี้ได้
แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าให้วิธีที่เดินอ้อมเข้ามา เพราะหมึกกล้ามปูนั้นแข็งแกร่งจึงไม่ค่อยมีผู้ใดกล้าที่จะใช้วิธีที่อันตรายเพื่อได้เข้ามาที่แห่งนี้
“เ้าแน่ใจนะว่ามันอยู่ทางนี้” หวังอีฮังเห็นป้ายที่เตือนแล้วเข้ารู้สึกใจไม่ดีสักเท่าไหล่ “เชื่อใจข้าได้”เหม่าเดินนำไปข้างหน้า เข้าไปได้เพียงร้อยเมตรหวังอีฮังก็พบกับมอนสเตอร์หลากหลายชนิดแต่ละชนิดแข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่าเขาเลย
“อยู่นั้น” จู่ๆเหม่าก็ส่งเสียงจึงทำให้หวังอีฮังรู้สึกใ เขามองไปข้างหน้าก็พบกับพืชต้นหนึ่งที่มีออร่าพลังลมปราณ หวังอีฮังรู้สึกใอีกครั้งเมื่อได้เห็นพืชต้นนี้ “พืชไร้ระดับ”