ตอนที่หกสิบสี่ ความคาดหวังที่สูญเสียไป
เครื่องบินส่วนตัวทำให้คนรวยอย่างเราไม่ต้องรถติดหรือเสียเวลาเดินทางเป็นเวลานาน
World’s citizen
ประชากรของโลก
แนวความคิดประชากรของโลกนั้นแพร่หลายในหมู่ชนชั้นสูงและคนรวยหากคุณเป็นคนรวย การเป็นประชากรของโลกที่สามารถเดินทางไปกลับยุโรป เทือกเขาแอลป์ ฝรั่งเศสอังกฤษ ฯลฯ ได้ทุกเวลาที่คุณอยากจะไปจะมีความสุขมากๆ
แต่สำหรับคนจนแค่การเดินทางไปเมืองหลวง นอกจากจะเสียเวลาในการใช้ขนส่งมวลชนทั่วไปเสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง
ยังส่งผลกระทบต่อการขาดรายได้ประจำวันนั้นที่ใช้เดินทางไปด้วย
ทำให้แม้ทางทฤษฎี ไม่มีการห้ามคนเดินทางออกนอกประเทศ
คนที่เดินทางออกนอกประเทศได้ จึงต้องมีเงินจำนวนหนึ่ง
ระบบปัจจุบันนี้ เป็นระบบศักดินาใหม่อย่างสมบูรณ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ที่ไพร่ทาสติดที่ดินไม่รู้ตนเองด้วยซ้ำว่าตนเองเป็นทาสที่จะย้ายที่ออกจากท้องถิ่นของตนเองไม่ได้หากขาดทุนทรัพย์เส้นสายหรือความรู้มากพอ
“ประชากรของโลก”
จึงเป็นสิ่งที่คนรวยเท่านั้นที่จะสามารถกระทำได้
หากเราไปศึกษาประวัติคนรวย
ท่านคิมผู้ยิ่งใหญ่ก็ศึกษาจากทางตะวันตกไม่มีใครบอกว่าท่านคิมคือคนขายชาติขายแผ่นดินแต่ประการใด
หากเราอยากรู้ว่าผู้นำชาติต่างๆคิดอย่างไร
ให้เราดูว่าพวกเขาส่งลูกสาวลูกชายของพวกเขาไปเรียนประเทศอะไร
โดยไม่คิดว่าตนเองขายชาติแต่ประการใด
เป็นปรากฎการณ์ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง
ที่ผู้ยิ่งใหญ่ของประเทศศึกษาและซื้อทรัพย์สินของชาติตะวันตกไว้ได้แต่ประชากรธรรมดาแค่เดินทางไปทำธุรกิจในเมืองหลวงก็โดนกล่าวหาว่าฟุ่มเฟือยแล้วนั่นเอง
และอ้าวป้าหม่าก็หวังจะไปต่างประเทศเพื่อครอบครองทรัพย์สินและของวิเศษต่างๆเช่นกัน
แต่ตอนนี้ต้องเคลียร์ปัญหาในประเทศนี้ก่อน
ขณะที่มาถึงลานสนามบินส่วนตัวของสกุลไป่
อ้าวป้าหม่าก็กระโดดลงมาจากเครื่องบินส่วนตัว
พวกนักษัตรและนามูก็ลอยตัวมาอย่างคล่องแคล่ว
และเสี่ยวชุ่ยเองแม้ไม่มีพลังระดับสูงแต่ก็คลอ่งแคล่วเช่นกันแม้จะต้องกลับตัวกลางอากาศบ้างไม่ใช่เหนียบอากาศอย่างพวกนักษัตร
“นำทางพวกข้าไปเลย”
สกุลไป่ได้เอารถมารับในขณะที่เดินทางไปสู่สถานที่ที่ทางสกุลไป่คอยอยู่อีกที
ตอนแรกอ้าวป้าหม่าอยากกระโดดลงมาจากเครื่องบินแต่อย่างนั้นเสี่ยวชุ่ยยอาจจะโวยวายขึ้นมาอีกและเป็นการไม่รักษาหน้าตาของสกุลไป่ที่มีธรรมเนียมมากมาย
การที่ให้เข้ามาตอนกลางคืนอย่างนี้ แม้จะไม่มารับที่สนามบินก็ถือว่าสกุลไป่ให้เกียรติอ้าวป้าหม่ามากแล้วนั่นเอง
ในลานนอกบ้านจัดพุ่มไม้สวยงามนานาพันธุ์
ใต้ศาลาแปดเหลี่ยม มีประมุขสกุลไป่ไป่ซู่
และไป่มู่หลิงกับฮูหยินไป่คอยอยู่
ผมทำความเคารพ
“คารวะผู้เฒ่าไป่ขออภัยที่มาเวลาค่ำคืน แต่วิกาลยาวนานฝันยุ่งเหยิง ทำเรื่องราวให้เรียบร้อยดีกว่า”
“ไม่ต้องเกรงใจกัน”
ไป่ซู่กำลังกล่าวตามมารยาทแต่อ้าวป้าหม่าไม่มีอารมณ์ทักทายขนาดนั้น
ผมทำท่าส่งสัญญาณให้อาหู่เอาสัญญาออกมาแม้กำลังจะพูดกันไม่จบก็ตาม
ไป่มู่หลิงรับสัญญาไปอ่าน
ผมก็ถามว่า
“มีอะไรต้องการเพิ่มเติมหรือต้องการให้ผมทำอะไรเพิ่มเติมไหม?”
ไป่มู่หลิงขมวดคิ้วและกล่าวว่า
“นายจะให้เงินกู้ชั้นร้อยล้านหยวนด้วยดอกเบี้ยห้าเปอร์เซ็นต่อปีหมายความว่าอย่างไร?”
ผมเลิกคิ้ว
“หมายความว่าหนึ่งปีผมจะได้เงินรายได้จากดอกเบี้ยที่ให้น้องมู่หลิงกู้ยืมห้าล้านหยวนจากเงินต้นกู้ยืมร้อยล้านหยวน”
การกล่าวว่าคนรวยอยู่เฉยๆก็รวยอาจจะไม่ถูกเสียทีเดียว
พวกเขาต้องแบกรับความเสี่ยงเช่นกันในการให้กู้ยืมแต่หากเขาเลือกลูกค้าที่ดี เขาจะได้กำไรมาจำนวนห้าล้านหยวนอย่างนี้นั่นเองหากคนที่กู้ยืมไปสามารถชำระหนี้ได้
ทางธนาคารกลางของเม่ยกั๋ว เอ๊ยอเมริกาก็บอกว่าแม้การเปิดธนาคารจะต้องเงินขั้นต่ำประมาณ 13 ล้านดอลล่าร์หรือบางทีอาจสูงถึง 150 ล้านดอลล่าร์และระยะเวลาการตรวจสอบยื่นเรื่องประมาณหนึ่งปีเป็นอย่างต่ำแต่หากเปิดธนาคารได้ เวลาดำเนินการสามถึงสี่ปี โอกาสทำกำไรก็เรียกว่าสูงเอามากๆ
อ้าวป้าหม่าคิดว่าโอกาสทำเงินดีดีเพิ่มอีกห้าล้านอย่างนี้ไม่เอาก็โง่แล้วห้าล้านหยวนเพิ่มอีกจากพันล้านหยวนอาจจะไม่มาก แต่เงินก็คือเงินเจอเงินเก็บตรงพื้นก็ต้องเก็บขึ้นมาสิจริงไหม?
แต่ไป่มู่หลิงไม่คิดอย่างนั้น
“เอาความสงสารของคุณเก็บไว้เถอะชั้นไม่ต้องการความช่วยเหลือของคุณ”
ไป่มู่หลิงกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง
นั่นเอา เข้าไปธุรกิจนั้นมีการลงทุนตามสัดส่วนผลกำไรนะ กำไรน่ะโดยมากจะได้น้อยกว่าอัตราส่วนทุนที่ลงไปอยู่แล้วแม้แต่การลงทุนด้านการเงินหรือธนาคาร ก็ต้องคอยประมาณปีที่สามที่สี่ถึงจะได้กำไรประมาณปีละ 10-15%
เอาเถอะ เธอคงทำได้โดยผมไม่ให้กู้เงินล่ะนะแค่เห็นเงินห้าล้านหยวนหลุดลอยไปผมก็ปวดใจไม่ได้
นี่ผมกลายเป็นคนรวยไปเต็มตัวแล้วสินะ?
เห็นโอกาสการได้เงินหลุดลอยไปก็ถึงกับเครียดแล้ว
คนรวยได้กำไรไม่มากเท่าที่หวังก็ผิดหวังไม่ต่างกับการเสียเงินไปจริงๆนั่นเอง
ทำให้บริษัทใหญ่ๆอย่างดิสนี่ย์แม้ตามตัวเลขจะได้กำไร
แต่หากได้กำไรไม่เท่าที่ผู้ถือหุ้นคาดหวังซีอีโอก็ต้องตอบคำถามผู้ถือหุ้นให้ได้นั่นเอง