บทที่ 51 พลังปราณอัคคี (100%)
ณ กลางถ้ำใต้ภูเขาไฟบุรุษสองวัยนั่งสมาธิอยู่คนละมุมถ้ำ คนทั้งคู่คือวั่งซานกับซู่หลันที่เพิ่งย้ายเข้ามานั่งซับพลังในถ้ำหินใกล้ธารลาวาเดือด ไอร้อนดุจไฟบรรลัยกัลป์ของธารลาวามีพลังกัดกร่อนรุนแรงมาก หากมิใช่ผู้มีร่างธาตุไฟและมีตราประทับเพลิงวิญญาณอย่างน้อยหนึ่งดวงฝังอยู่ในร่าง ก็คงไม่สามารถต้านทานพลังร้อนแรงนี้ได้ช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาซู่หลันสร้างตราประทับเพลิงวิญญาณดวงแรกได้สำเร็จ และตราประทับเพลิงวิญญาณดวงที่สองกำลังก่อรูปอย่างเลือนรางเหนือจุดตันเถียนตราประทับเพลิงวิญญาณที่เสร็จสมบูรณ์จะมีสีแดงอมดำและมีขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลือง เมื่อตราประทับเพลิงวิญญาณเคลื่อนย้ายเข้าไปฝังตัวอยู่ในลูกแก้วรวมปราณ พลังปราณในลูกแก้วก็เกิดการเปลี่ยนแปลงสุดอัศจรรย์ จากพลังปราณธรรมดาแปรสภาพเป็นพลังปราณอัคคีที่มีสีแดงจาง ๆพลังปราณอัคคีที่ว่ายวนอยู่ในลูกแก้วรวมปราณทรงอานุภาพมาก และถ้าพลังปราณธรรมดาแปรสภาพเป็นพลังปราณอัคคีที่เข้มข้น ยามใช้วิชาพยัคฆ์เพลิงซึ่งเป็นวิชาระดับอริยะเทวะจะสำแดงฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพเมื่อรู้ถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการสร้างตราประทับเพลิงวิญญาณ หัวใจซู่หลันก็พองโต เขาเร่งเร้าให้อาจารย์พาเข้ามาซับพลังในภูเขาไฟโดยไม่หวั่นเกรงต่อความเจ็บปวดทรมานเลยสักนิดในขณะที่กำลังนั่งซับพลังอย่างตั้งใจ จู่ ๆ มวลอากาศเร่าร้อนรอบตัวพลันหยุดนิ่ง เสียงทรงอำนาจดังขึ้นในหัว“ผ่านมาหนึ่งเดือนทำได้เท่านี้ถือว่าดีพอควร แต่ยังดีไม่พอ ถ้าต้องการเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า เวลาเหลือน้อยลงแล้ว เจ้าอยากเร่งรับพลังเข้าร่างเพิ่มขึ้นหรือไม่? แต่บนโลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาเปล่า ๆ พลังที่เพิ่มขึ้น ย่อมหมายถึงความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นด้วย”ซู่หลันร่างแข็งค้าง เขาจำเสียงที่ดังขึ้นในหัวได้ ‘จอมเวทลึกลับผู้ผนึกเวทซับพลังกับเวทปกป้องให้เขา’“ข้าไม่กลัวความเจ็บปวด ข้าอยากเร่งรับพลังขอรับ”ซู่หลันตอบกลับด้วยความคิดอย่างไม่ลังเล ความเจ็บปวดใด ๆ ก็ไม่เท่ากับความเจ็บที่มารดาเคยได้รับ ความแค้นในใจทำให้เขาละทิ้งความกลัวจนหมดสิ้น“ดีมาก ข้าจะร่ายเวทซับพลังขั้นสูงให้เจ้า มันจะมีฤทธิ์อยู่บนกายเจ้านานหนึ่งปี จงเตรียมรับความเจ็บปวดมหาศาล”ซู่หลันพยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว เขาสูดหายใจเข้าลึกสุดปอด “ข้าต้องทนได้ ต้องทนให้ได้”เมื่อเวทสีทองถูกผนึกลงบนอก คลื่นพลังความร้อนอันป่าเถื่อนไหลบ่าเข้าสู่ร่างซู่หลันอย่างบ้าคลั่ง เส้นสายภายในร่างถูกพลังความร้อนเกินพิกัดทะลวงผ่านอย่างรุนแรงจนแทบจะฉีกขาด เลือดในกายเดือดพล่านประดุจลาวา เนื้อหนังถูกแผดเผาจนไหม้เกรียม ความปวดแสบปวดร้อนแล่นไปทั่วทุกอณู“อ๊ากกกกกก!!!” ณ ตอนนี้ร่างกายของซู่หลันดูดซับไอร้อนลวกเข้าสู่ร่างมากกว่าเดิมถึงห้าเท่า!ซู่หลันพยายามรักษาสติไว้อย่างยากลำบาก เขากัดฟันแน่นจนฟันแทบจะแหลกละเอียด มุมปากมีเลือดไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย ร่างกายเจ็บปวดถึงขั้นสูงสุดจนสั่นเทิ้มรุนแรง ตราประทับเพลิงวิญญาณดวงที่สองเหนือจุดตันเถียนหมุนควงเร็วจี๋ กลืนกินคลื่นพลังลาวาเดือดที่พลุกพล่านภายในร่างราวกับหลุมดำในขณะที่กำลังเจ็บปวดเกินบรรยาย สติเลือนรางรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อและกระดูกค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นอย่างช้า ๆ“ใจสู้เหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้อง ไม่เกรงกลัวความเจ็บปวดแบบสาหัสสากรรจ์เลยสักนิด ข้าเลือกช่วยคนไม่ผิดจริง ๆ”เสวี่ยหยางสะบัดยาปราณฟ้าหนึ่งพันเม็ดสร้างเป็นเวทปกป้องไว้ใต้ร่างซู่หลัน พลังปราณบริสุทธิ์จากเม็ดยาช่วยต้านการกัดกร่อนจากขุมพลังเพลิงมหาศาลได้ส่วนหนึ่ง ทำให้หน้าตาบิดเบี้ยวสุดอัปลักษณ์ของเด็กหนุ่มดูดีขึ้นเล็กน้อยวั่งซานที่นั่งซับพลังอยู่อีกมุมถ้ำสัมผัสได้ว่า คลื่นความร้อนภายในถ้ำลดลงคล้ายถูกบางสิ่งดูดกลืนไปอย่างรวดเร็ว จึงลืมตามองสำรวจไปรอบ ๆ แต่ก็หาสาเหตุไม่พบ เพราะเสวี่ยหยางร่ายเวทภาพลวงตาไว้รอบตัวซู่หลัน คิ้วชายชราขมวดมุ่นอยู่ครู่หนึ่งแล้วหลับตาซับพลังต่อช่วงเวลาแห่งความทรมานเจียนตายผ่านไปได้สามวัน ตราประทับเพลิงวิญญาณดวงที่สองที่มีขนาดเท่าผลผูเถาเริ่มบีบอัดรวมพลังจนมีขนาดเท่าเม็ดถั่วแล้วเคลื่อนตัวลงไปอยู่ในลูกแก้วรวมปราณ เงาตราประทับเพลิงวิญญาณดวงที่สามปรากฏขึ้นแทนที่ แล้วเริ่มดูดกลืนพลังลาวาเดือดอย่างรวดเร็วคลื่นพลังเพลิงเสริมสร้างเส้นสายภายในจนแข็งแกร่งขึ้นมาก อัตราความเร็วในการดูดซับพลังจึงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วน ร่างกายของซู่หลันในตอนนี้แข็งแกร่งขึ้นทั้งภายนอกและภายใน ผิวหนังเดิมที่ไหม้เกรียมหลุดร่อนออก ผิวหนังใหม่กลายเป็นสีทองแดง อาวุธธรรมดาและอาวุธล้ำฟ้าขั้นต่ำไม่สามารถทำร้ายร่างนี้ได้โครงกระดูกชั้นในก็เริ่มแปรสภาพเป็นกระดูกทองแดง หากซู่หลันสามารถสร้างตราประทับเพลิงวิญญาณได้ครบทั้งเก้าดวง โครงกระดูกจะกลายเป็นกระดูกทองสัมฤทธิ์ พลังกายจะแข็งแกร่งจนสามารถทำลายภูเขาได้ภายในหมัดเดียวโดยไม่ต้องใช้พลังปราณการบ่มเพาะพลังสุดหฤโหดดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซู่หลันเริ่มคุ้นชินกับความเจ็บปวด ใบหน้าจึงสงบนิ่ง ร่างกายไม่ขยับเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย มวลพลังความร้อนสุดสยองถูกร่างแกร่งดูดกลืนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ“ความมุ่งมั่นจากเพลิงแค้นในใจ บวกกับร่างกายที่ยอดเยี่ยม ให้ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์จริง ๆ”เสวี่ยหยางจ้องมองร่างเด็กหนุ่มด้วยความพอใจ ก่อนหายร่างกลับไปที่เวทเคลื่อนย้ายด้านนอกภูเขาไฟ