ร้านหลบมุมคาเฟ่: เปิดร้านอาหารเชื่อมต่างโลกกลางกรุงเทพฯ

    ตอนที่ 39: จดหมายเตือนและคำเสนอซื้อจากสมาคมการค้าเอลฟ์

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าร้านหลบมุมคาเฟ่ ทอแสงสีทองละมุนลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน

     

    นนท์ในชุดผ้ากันเปื้อนลายแมวส้มจัดเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ในครัวฝั่งมนุษย์อย่างเงียบสงบ

     

    กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วใหม่โชยเอื่อย ผสมผสานกับไอร้อนจางๆ จากเตามนตราหลังเคาน์เตอร์บาร์

     

    เอลวิน่าเดินลงมาจากบันไดไม้พลางหาวเบาๆ ก่อนจะยิ้มแย้มทักทายเมื่อเห็นเจ้าของร้าน

     

    "อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่นนท์ วันนี้กลิ่นกาแฟหอมฟุ้งไปถึงชั้นสามเลยนะคะ"

     

    "อรุณสวัสดิ์ครับเอลวิน่า วันนี้พี่ชงชาไทยโบราณใส่นมเต้าหู้เย็นเตรียมไว้แล้วนะ ทานมื้อเช้าก่อนเปิดร้านไหม?"

     

    "ทานแน่นอนค่ะ! ฝีมือพี่นนท์หนูไม่ยอมพลาดอยู่แล้ว" เอลวิน่าเอ่ยพลางจัดโต๊ะและเก้าอี้ด้วยความร่าเริง

     

    *กริ๊ง...*

     

    เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูลูกผสมเชื่อมมิติดังขึ้นทำลายความเงียบสงบของยามเช้า

     

    มันไม่ใช่เสียงเปิดประตูของลูกค้าปกติที่มักพกพากลิ่นอายป่าเขาหรือความอิดโรยจากดินแดนรกร้าง

     

    หากแต่เป็นจังหวะการก้าวเท้าที่เชื่องช้า สงบนิ่ง และดูเป็นทางการอย่างยิ่ง

     

    ชายหนุ่มเผ่าเอลฟ์ผู้หนึ่งก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในร้าน

     

    เขาไม่ได้สวมผ้าคลุมนักล่าหรือชุดลำลองแบบเอลฟ์ทั่วไป

     

    แต่กลับสวมชุดคลุมไหมสีเขียวเข้มขลิบเงินทอมืออย่างประณีต มีตราสัญลักษณ์ตาชั่งสีทองประดับเด่นอยู่บนอกซ้าย

     

    ใบหูเรียวยาวของเขาเชิดขึ้นเล็กน้อย แววตาเรียบเฉยปนถือดีกวาดมองไปรอบโถงคาเฟ่ชั้นล่าง

     

    "ที่นี่รึ... ร้านอาหารต่างโลกที่เป็นข่าวลือ" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววข่มขู่ดังขึ้นจากปากของเขา

     

    เอลวิน่าสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์บนอกเสื้อของแขกผู้มาใหม่

     

    "ผู้แทนสมาคมการค้าเอลฟ์..." เธอพึมพำเบาๆ น้ำเสียงแฝงความหวาดระแวงและขยับตัวเข้าใกล้เคาน์เตอร์บาร์

     

    นนท์ยังคงสงบนิ่ง เขาคลี่ยิ้มบางๆ พลางผงกหัวต้อนรับลูกค้าตามมารยาท

     

    "ยินดีต้อนรับครับ วันนี้รับเมนูร้อนหรือเย็นดีครับ?" นนท์เอ่ยถามอย่างสุภาพ

     

    เอลฟ์หนุ่มขยับรอยยิ้มเย็นชา เดินตรงมาหยุดอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์แล้ววางกระบอกหนังสีเข้มลงบนโต๊ะ

     

    *ครูด...*

     

    "ข้าชื่อ 'คอร์วิน' เป็นผู้แทนการค้าอย่างเป็นทางการของสมาคมการค้าใหญ่แห่งป่าเอลฟ์"

     

    "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อลิ้มลองอาหารราคาถูกของเจ้า เจ้าของร้านมนุษย์"

     

    คอร์วินเปิดฝากระบอกหนัง ดึงม้วนกระดาษหนังแพะสีน้ำตาลทองที่ผูกด้ายแดงออกมาคลี่วางลงบนเคาน์เตอร์

     

    "นี่คือจดหมายเตือนอย่างเป็นทางการและข้อเสนอสัญญาควบรวมการค้าจากท่านประธานสมาคมของเรา"

     

    นนท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย หยิบม้วนกระดาษหนังแพะขึ้นมากวาดสายตาอ่านรายละเอียดอย่างเงียบๆ

     

    เนื้อหาในสัญญาระบุอย่างชัดเจนว่า ทางสมาคมการค้าเอลฟ์ไม่พอใจที่ทางร้านปรุงอาหารและเครื่องดื่มมนตราขายแข่ง

     

    ทำให้ใบชามนตราและยารักษาโรคที่สมาคมส่งออกไปขายตามหมู่บ้านเอลฟ์มียอดขายตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว

     

    ทางสมาคมจึงเสนอให้ร้านหลบมุมคาเฟ่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรย่อยภายใต้การควบคุมของสมาคมการค้าเอลฟ์

     

    เงื่อนไขคือ นนท์จะต้องมอบสูตรอาหารและเครื่องดื่มมนตราทั้งหมดให้ทางสมาคมไปผลิตและจัดจำหน่าย

     

    รวมถึงต้องยอมให้สมาคมหักค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งรายได้จากการขายในร้านถึง 70 เปอร์เซ็นต์

     

    แลกกับการที่สมาคมจะยอมให้ร้านของนนท์สามารถดำเนินกิจการต่อได้ และจะจัดส่งวัตถุดิบสมุนไพรเอลฟ์ให้อย่างเป็นทางการ

     

    คอร์วินกอดอก แววตามองนนท์ราวกับเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่า

     

    "สมาคมการค้าของเราควบคุมเศรษฐกิจและการค้าทั้งหมดในดินแดนป่าเอลฟ์"

     

    "หากเจ้าเซ็นสัญญานี้ เจ้าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของสมาคมใหญ่ และไม่ต้องกังวลว่าจะโดนปิดกั้นการค้าขาย"

     

    "แต่หากเจ้าปฏิเสธ..." คอร์วินเว้นจังหวะ แววตาฉายแววเย็นเยียบและคุกคาม

     

    "ทางสมาคมจะประกาศกฎควบคุม ห้ามมิให้ชาวเอลฟ์คนใดนำวัตถุดิบข้ามประตูมิติมาแลกเปลี่ยนกับร้านของเจ้าอีก"

     

    "และเราจะจัดตั้งแนวป้องกันปิดล้อมพิกัดประตูมิตินี้ในดินแดนฝั่งเอลฟ์ ไม่ให้ผู้ใดเดินทางเข้ามาอุดหนุนได้อีกต่อไป"

     

    เอลวิน่าหน้าซีดลงทันทีเมื่อได้ยินคำขู่นั้น

     

    "ปิดล้อมประตูงั้นเหรอ... แบบนั้นลูกค้าประจำของเราอย่างคุณคาเอลและคุณเธรอนก็คง..."

     

    นนท์รับฟังทุกคำอย่างเงียบสงบ แววตาใต้แว่นตาทรงกลมไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย

     

    เขาค่อยๆ ม้วนกระดาษหนังแพะกลับเข้าที่เดิม แล้ววางลงบนเคาน์เตอร์ตรงหน้าคอร์วิน

     

    "ขอบคุณสำหรับข้อเสนอและสัญญาฉบับนี้นะครับคุณคอร์วิน" นนท์เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยน้ำหนัก

     

    "แต่ผมคงต้องขอปฏิเสธข้อเสนอทั้งหมดครับ"

     

    คอร์วินชะงัก แววตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจและโทสะที่เริ่มพลุ่งพล่าน

     

    "เจ้าว่าอย่างไรนะ? ปฏิเสธงั้นรึ? เจ้าเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีพลังเวทมนตร์ด้วยซ้ำ!"

     

    "เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงปฏิเสธความเมตตาของสมาคมการค้าใหญ่ของเรา!"

     

    นนท์ยืดตัวตรง มองสบตาประสานกับผู้แทนเอลฟ์อย่างหนักแน่นและไม่เกรงกลัว

     

    "ร้านหลบมุมคาเฟ่แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นมาด้วยเจตนารมณ์ของคุณปู่เพื่อเป็นพื้นที่ผ่อนคลายและเชื่อมโยงหัวใจของผู้คน"

     

    "ที่นี่ไม่ได้เปิดขึ้นมาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์มหาศาลหรือขึ้นตรงกับขั้วอำนาจใดๆ ทั้งสิ้น"

     

    "เรายินดีต้อนรับลูกค้าทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และจะยังคงดำเนินกิจการต่อไปภายใต้สิทธิ์และความเป็นอิสระของร้านนี้ครับ"

     

    คอร์วินกัดฟันกรอด บีบกระบอกหนังในมือแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีซีด

     

    "ดี... ดีมาก เจ้าของร้านมนุษย์ผู้โง่เขลา"

     

    "เจ้าคิดว่าเขตปลอดภัยในร้านนี้จะปกป้องเจ้าได้ตลอดไปงั้นหรือ?"

     

    "เมื่อเจ้าก้าวพ้นประตูร้านนี้ออกไป เจ้าก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ที่ไร้ทางสู้คนหนึ่งเท่านั้น"

     

    "สมาคมการค้าของเราจะทำให้เจ้าได้รู้ว่า การกล้าลองดีกับขั้วอำนาจใหญ่จะมีจุดจบอย่างไร!"

     

    คอร์วินยัดกระบอกหนังแพะเก็บเข้าใต้เสื้อคลุม สะบัดตัวหันหลังเดินกลับไปยังประตูลูกผสมด้วยโทสะ

     

    *ปัง!*

     

    เสียงประตูลูกผสมปิดลงอย่างรุนแรงจนโถงร้านสั่นไหวบางเบา ก่อนที่ความเงียบจะเข้าปกคลุมอีกครั้ง

     

    เอลวิน่าถอนหายใจยาวออกมาราวกับยกภูเขาออกจากอก

     

    "พี่นนท์คะ... พวกเขาดูน่ากลัวและมีอำนาจมากเลยนะคะ หนูเป็นห่วงพี่นนท์เวลาออกไปข้างนอกร้านจังเลยค่ะ"

     

    นนท์ยิ้มบางๆ พลางตบไหล่เอลวิน่าเบาๆ เพื่อปลอบประโลม

     

    "ไม่เป็นไรหรอกเอลวิน่า ตราบใดที่เราอยู่ในร้าน ระบบความปลอดภัยของเราก็ยังปกป้องเราได้เต็มที่"

     

    "ส่วนเรื่องข้างนอกร้าน... พี่จะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น และเรายังมีลูกค้าประจำที่เป็นมิตรคอยช่วยเหลืออยู่นะ"

     

    ขณะที่นนท์พูดปลอบโยนเอลวิน่า หน้าจอระบบสีฟ้าครามก็กะพริบแจ้งเตือนขึ้นกลางอากาศ

     

    *ติ้ง!*

     

    [ภารกิจขัดแย้ง: เผชิญหน้าสมาคมการค้าเอลฟ์เสร็จสิ้น]

    [ท่านได้ปฏิเสธการควบรวมและปกป้องความเป็นอิสระของร้านค้า]

    [ได้รับรางวัลความแน่วแน่: +250 EXP]

    [ได้รับยอดรายได้บริการสะสมระหว่างวัน: +3,000 บาท]

    [ได้รับแต้มมิติสะสม: +30 แต้ม]

     

    [สรุปแต้มปัจจุบัน:]

    [ค่าประสบการณ์สะสมปัจจุบัน: 1,070 / 1,800 EXP เลเวล 15]

    [แต้มมิติสะสมคงเหลือปัจจุบัน: 280 แต้ม]

    [ยอดเงินสดสกุลบาทสะสมปัจจุบัน: 41,000 บาท]

     

    นนท์มองดูหน้าจอระบบพลางพยักหน้าเบาๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

     

    การเผชิญหน้าครั้งนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการพิสูจน์รสชาติและจุดยืนของร้านหลบมุมคาเฟ่เท่านั้น...

    คล้ายกับเรื่องร้านหลบมุมคาเฟ่: เปิดร้านอาหารเชื่อมต่างโลกกลางกรุงเทพฯ ที่คุณอ่าน