ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 86 คือคนขับรถ การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น

    ภรรยาของพี่เฉาชี้ไปที่ด้านหลังของผมพร้อมกับพูดประโยคนั้น

            ขณะเดียวกันผมก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจเย็นยะเยือกที่แผ่กระจายมาจากข้างหลัง

            “จุ้นจ้านนักนะ!” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลังของผม

            เมื่อได้ยินเสียงนี้หัวใจของผมกระตุกวูบ รีบหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว

            สิ่งที่เห็นคือคนขับรถที่เคยนั่งอยู่หน้าพวงมาลัย บัดนี้ยืนอยู่ข้างหลังผม

            ดวงตาสีเทาหม่นของเขากลายเป็นสีขาวโพลนราวกับดวงตาของปลาตาย ใบหน้าของเขาดูโหดเหี้ยม จ้องมองมาที่ผมด้วยความอาฆาต

            ทันทีที่ผมหันกลับไปเขาก็พุ่งมือมาบีบคอผมแน่น

            “วิญญาณ...วิญญาณอาฆาต…” ผมพยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างแหบแห้ง

            คำพูดของภรรยาพี่เฉาทำให้ผมเข้าใจทุกอย่างในทันที

            อุบัติเหตุครั้งนั้น…อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

            เป็นไปได้ว่าคนขับรถคนนี้จงใจขับรถพุ่งลงอ่างเก็บน้ำด้วยตัวเอง!

            “ไม่มีใครขัดขวางฉันได้!” คนขับรถคำราม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างชั่วร้าย

            หลังจากที่วิญญาณที่อยู่บนรถทนทุกข์จากความทรงจำที่ฟื้นคืนมาตอนนี้ก็ระลึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นได้ทั้งหมด

            ความจริงที่พวกเขาถูกฆ่าทำให้พวกเขาเดือดดาล

            “ไอ้เวร! แกเป็นคนฆ่าพวกเรา!”

            วิญญาณหนุ่มรอยสักเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าหาเขาพร้อมกับความโกรธเต็มเปี่ยม

            อีกสองวิญญาณชายก็พุ่งตามเข้ามาหวังจะช่วยผมจัดการวิญญาณคนขับ

            แต่ในตอนนี้คนขับรถได้กลายเป็นวิญญาณอาฆาตไปแล้วทั้งร่างเต็มไปด้วยพลังอาฆาตอันเข้มข้น

            มันอ้าปากและคำรามเสียงดังใส่วิญญาณหนุ่มรอยสักที่พุ่งเข้ามา

            “อ๊า!”

            เสียงแหลมสูงเสียดแก้วหูบรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยพลังอาฆาตและความเย็นเยือก

            เหล่าวิญญาณที่วิ่งเข้ามาทั้งหมดตัวสั่นเทิ้มก่อนจะล้มลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว

            ในขณะเดียวกันภรรยาของพี่เฉาก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะอ้าปากกัดเข้าที่แขนของวิญญาณอาฆาตที่กำลังบีบคอผม

            มันส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและสะบัดแขนออกอย่างแรง

            ร่างของเธอถูกเหวี่ยงกระแทกเข้ากับกระจกหน้าต่างรถบัสดัง“โครม!”

            เด็กทารกในอ้อมแขนของเธอร่วงกระแทกพื้นร้องไห้เสียงดัง “แว้ๆ!”

            ภรรยาของพี่เฉาพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ไม่อาจขยับตัวได้ ดูเหมือนว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บหนัก

            ทุกอย่างเป็นฝีมือของวิญญาณคนขับรถชั่วช้าตนนี้!

            มันคือผู้ก่อเรื่องทั้งหมดตัวต้นเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้!

            แต่ตอนนี้ผมไม่มีเวลามาคิดถึงเรื่องพวกนั้น

            ผมใช้จังหวะที่มันเสียสมาธิรีบคว้าถุงพริกป่นที่ห้อยอยู่ตรงเอว กำพริกป่นขึ้นมากำมือหนึ่ง ก่อนจะสาดใส่หน้าของวิญญาณอาฆาต!

            ในสายตาของมนุษย์นี่เป็นเพียงพริกป่นที่ผสมกับทรายและเศษพืชอื่นๆ ไม่มีอะไรแปลกประหลาด ไม่มีแม้แต่กลิ่นฉุนของพริกหรือความแสบร้อนให้รู้สึก

            แต่เมื่อพริกป่นนี้กระทบกับใบหน้าของวิญญาณอาฆาตมันพลันกรีดร้องอย่างทรมาน

            “อ๊าก!!”

            มันเอามือกุมหน้าของตัวเองถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว

            ผมเห็นกับตาว่าใบหน้าของมันกำลังเน่าเปื่อยราวกับถูกสาดด้วยกรดเข้มข้น

            ไม่มีเวลาให้ลังเลผมชักกระบี่กระดูกปลาออกมา ก่อนจะพุ่งแทงตรงไปยังร่างของมัน!

            “เวรเอ๊ย!!”

            แต่วิญญาณคนขับรถไม่ใช่เป้าหมายที่จัดการได้ง่ายๆเขาได้กลายเป็นวิญญาณที่ถูกพลังอาฆาตครอบงำแล้ว พลังจึงแข็งแกร่งมหาศาล

            ถึงจะกำลังเจ็บปวดแต่มันก็ยังสามารถหลบการโจมตีของผมได้อย่างหวุดหวิด

            มันเผยกรงเล็บอันแหลมคมก่อนจะฟาดตรงเข้ามาหาผมอย่างรุนแรง

            พลังของมันมหาศาลกรงเล็บของมันคมกริบ

            ผมรีบถอยหลังหลบพร้อมตะโกนออกไป “ทุกคน ถอยไปให้หมด!”

            ในขณะเดียวกันผมใช้เท้าถีบเข้าที่ท้องของวิญญาณคนขับรถผลักมันให้ถอยออกไป

            เหล่าวิญญาณที่เหลือในรถเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนพวกเขาไม่อาจต้านทานพลังของวิญญาณอาฆาตได้

            เมื่อเห็นการต่อสู้ที่รุนแรงพวกเขาพากันถอยหนีไปอยู่ด้านหลัง มีเพียงวิญญาณหนุ่มรอยสักเท่านั้น ที่ยังคงกล้าพุ่งเข้าใส่

            “ไอ้เวร!คืนเดตของฉันมา!” เขาตะโกน ก่อนจะกระชากเก้าอี้ออกจากตัวรถและเหวี่ยงใส่วิญญาณอาฆาตอย่างแรง

            แต่คนขับรถเพียงแค่คำรามเสียงดังก่อนจะตวัดกรงเล็บเข้าใส่

            “โครม!”

            เก้าอี้ที่ถูกขว้างออกไปแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆราวกับกระดาษบางๆ

            “พวกแกทุกคนรุมเล่นงานฉัน!พวกแกทุกคนคิดจะทรยศฉัน! ถ้าอย่างนั้น พวกแกต้องตาย!ทุกคนต้องตาย! มาตายไปพร้อมกับฉัน!” เสียงของมันเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง

            ร่างของมันถูกปกคลุมไปด้วยไอสีดำที่หนาแน่นขึ้น

            ผมตัดสินใจเงื้อแส้กระดูกงูอีกครั้งก่อนจะฟาดออกไปอย่างแรง

            “ฟึบ!”

            แส้พุ่งออกไปพันรอบลำคอของวิญญาณอาฆาตทันที

            มันใช้กรงเล็บทั้งสองข้างพยายามดึงแส้ออกแต่ทันทีที่มือของมันสัมผัสกับแส้ เสียง “ซี่ๆๆ” ของเนื้อที่ถูกเผาไหม้ก็ดังขึ้น

            อักขระที่จารึกบนแส้กระดูกงูส่องแสงวาบเมื่อสัมผัสกับพลังอาฆาตของมัน

            เมื่อเห็นว่าแส้รัดคอมันแน่นผมออกแรงกระตุก ดึงมันเข้ามาใกล้ตัวทันที

            อีกมือหนึ่งของผมจับกระบี่กระดูกปลาแน่นก่อนแทงเข้าไปที่ร่างของมัน

            “ตายซะ!”

            เสียงแหวกอากาศดัง“ฟึบ!” กระบี่แทงทะลุเข้าไปกลางอกของวิญญาณอาฆาตทันที

            มันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนความเจ็บปวดทำให้ร่างกายมันบิดเบี้ยว

            แต่แม้ว่าจะถูกแทงทะลุมันกลับยังไม่ตาย

            ดวงตาขาวโพลนของมันเบิกกว้างก่อนอ้าปากกว้างแล้วพุ่งเข้ามากัดคอผม!

            ผมตกใจจนต้องรีบดึงกระบี่ออกและถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว

            มันกระชากแส้กระดูกงูออกจากลำคอพิสูจน์ให้เห็นว่ามันแข็งแกร่งกว่าวิญญาณที่ผมเคยเผชิญหน้ามาก่อน

            เทียบกับอาจารย์วิชากายวิภาคที่ผมเคยจัดการมาก่อนวิญญาณอาฆาตตนนี้น่ากลัวกว่าหลายเท่า

            แค่กระบี่กระดูกปลาหรือแส้กระดูกงูไม่สามารถสังหารมันได้!

            “ตาย!ทุกคนต้องตาย!”

            มันยังคงคำรามด้วยความคลั่งรถบัสก็ยังคงแล่นไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

            ผมรู้ว่าหากใช้แค่กระบี่หรือแส้เพียงอย่างเดียวคงสู้มันไม่ได้

            เมื่อมันพุ่งเข้ามาอีกครั้งผมฉวยโอกาสหยิบยันต์สะกดวิญญาณออกมา ก่อนจะแปะเข้าที่หน้าผากของมัน!

            เหมือนมันจะรับรู้ถึงพลังของยันต์จึงรีบถอยหลังหนีทันที

            แต่แทนที่จะหยุดมันกลับอ้าปากพ่นไอสีดำออกมา ไอนั้นมีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง

            แม้จะไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ผมก็เข้าใจได้ว่าห้ามสัมผัสโดยเด็ดขาด

            ผมถอยหลังทันทีเช่นกันหลบเลี่ยงไอสีดำที่กระจายไปทั่วรถบัส

            ไอดำนั้นกระจายออกมาประมาณสองเมตรก่อนจะสลายไปกลางอากาศ

            เบาะรองนั่งที่สัมผัสไอดำนั้นถูกกัดกร่อนจนพื้นผิวสลายหายไป!

            เสียง “ซี่ๆๆ”ดังขึ้น ขณะที่เบาะค่อยๆ ถูกกัดกร่อนไปเรื่อยๆ

            ผมใจหายวูบ

            มันแข็งแกร่งกว่าที่อาจารย์คาดการณ์ไว้มาก!

            อาจารย์เคยบอกว่าผมมีแส้กระดูกงูและกระบี่กระดูกปลารวมถึงวิญญาณในรถที่ถูกสะกดไว้ด้วยรูปปั้นมานานสิบสองปี

            แม้พวกมันจะกลายเป็นวิญญาณอาฆาตแต่พลังของพวกมันก็น่าจะอ่อนแอลงไปมากแล้ว

            เขาคิดว่าด้วยอาวุธทั้งสองผมน่าจะจัดการได้ง่ายๆ

            แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไปตามแผน

            แส้กระดูกงูไม่สามารถสังหารมันได้กระบี่กระดูกปลาก็แทงทะลุร่างมันแล้ว แต่มันยังไม่ตายแถมยังพ่นไอพิษกัดกร่อนได้อีก

            ผมจ้องวิญญาณคนขับรถด้วยสีหน้าตึงเครียด

            ขณะเดียวกันภรรยาของพี่เฉากับเหล่าวิญญาณตนอื่นๆที่หลบอยู่ด้านหลังรถก็ร้องขึ้นด้วยความตื่นตระหนก “ไม่นะ!รถ...รถกำลังมุ่งหน้าไปที่อ่างเก็บน้ำอีกแล้ว!”

            เสียงของเธอทำให้ใจผมหายวูบผมเหลือบมองออกไปข้างนอก เห็นป้ายเตือนอันตรายของอ่างเก็บน้ำแวบผ่านไปอย่างรวดเร็ว

            จุดที่ผมขึ้นรถมาห่างจากอ่างเก็บน้ำต้าเถียนวานสี่ป้าย คำนวณจากเวลาตอนนี้เราคงเข้าใกล้ที่หมายมากแล้ว

            ไม่ได้!ผมต้องจัดการกับวิญญาณคนขับรถให้เร็วที่สุด

            ถ้าปล่อยให้รถบัสผีคันนี้พุ่งลงไปในอ่างเก็บน้ำอีกครั้ง ไม่เพียงแต่ภารกิจคืนนี้ของผมจะล้มเหลวผมเองก็อาจต้องจบชีวิตลงเพราะติดอยู่ในรถและจมน้ำตายในอ่างเก็บน้ำ

            คิดได้ดังนั้นผมยกแส้กระดูกงูขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะฟาดออกไปเต็มแรง

            “เพียะ!”

            แต่มันกลับหลบแส้ของผมได้

            ในขณะเดียวกันวิญญาณคนขับรถก็ส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง

            “ตายตายให้หมด ทุกคนต้องตายไปพร้อมกับฉัน!”


     

    คล้ายกับเรื่องขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน