ตอนที่สิบแปด เส้นทางสู่ฉู่ที่แสนไกล 2
และเื่ความสัมพันธ์และอำนาจการเมืองของขุนนางบรรดาศักดิ์และตระกูลใหญ่ท้องถิ่นนั้นซับซ้อนแต่อาจจะสรุปได้อย่างคร่าวๆคือ
ราชสำนักไม่ไว้ใจขุนนางคุณูปการมีความชอบแต่ไม่ไว้ใจตระกูลใหญ่ท้องถิ่นมากกว่า
การมอบที่ดินและครัวเรือนให้ผู้มีบรรดาศักดิ์ดูแลก็คือการที่เอาคนที่มีความสัมพันธ์กับอำนาจส่วนกลางให้ไปคานอำนาจกับผู้มีอำนาจท้องถิ่น
ผมขนคนไปนับพันคนอย่างนี้ต้องเกิดความขัดแย้งกับคนในท้องถิ่นอย่างแน่นอน
แต่ทว่าเื่พรุ่งนี้เอาไว้พรุ่งนี้กังวลเพราผมอาจจะตายไปก่อนในการเดนทางหรือคนที่ติดตามมาด้วยอาจะจเกิดความเสียจำนวนมากก็ว่าได้
ก้าวไปทีละก้าว
ไม่มีทางเลือกอย่างอื่นอีกแล้ว
ผมเดินไปอย่างเชื่องช้าตามปรกติ
ทำทุกอย่างให้น่าเบื่อมากที่สุด
ออกเดินทางแต่เช้าตอนบ่ายก็เริ่มตั้งค่ายที่พัก
ในยุคนี้เดินทางตอนกลางคืนคือการหาที่ตาย
คนอื่นอาจจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางแม้ผมจะพยายามเดินทางให้กินแรงคนที่มาด้วยกันน้อยที่สุดแล้วก็ตาม
แต่ผมมองว่าคือการฝึกฝนวิชาอย่างหนึ่ง
คนอื่นอาจจะขี่ม้าขึ้นเกวียน
ส่วนผมนั้นถือไม้เท้าใส่ชุดฟางเดินเท้าเปล่า
ได้อารมณ์เ้าลัทธิดีพอสมควร
ทุกก้าวที่ย่ำไปพยายามตั้งสติในทุกอย่างก้าว
ไม่ต่างอะไรกับการฝึกวิชาเดินบนต้นไม้ของนารุโตะ
แต่การเดินบนพื้นดินที่ต้องตั้งสติตลอดเวลาว่าจะไม่เหยียดกรวดแตกแหลมก็เป็อะไรที่ฝึกสมาธิได้ดีอีกอย่างหนึ่ง
“ทำตามแผนการ ผลัดการเฝ้าเวรเป็สามกะและส่งหน่วยตรวจสอบไปวางอยู่รอบๆที่พักของเราด้วย”
ผมกล่าวต่ออาหู่