พัดผ่านรัก [ พู่ไหม ]

    บทที่ 4 [ 1 ]


    บทที่4

     

                    เมื่อคล้อยหลังหญิงสาวผู้กางร่มสีขาวสลับดำก้าวพ้นเขตเรือนโบราณอันเป็๲ที่ตั้งร้านกาแฟและเบเกอรีเรียบร้อยแล้วเลอฉวีถึงกับถอนหายใจเสียยกใหญ่ เหมือนยก๺ูเ๳าลูกใหญ่ออกจากอก ไม่นึกว่าเพียงเริ่มต้นติดต่อนักเขียนมาร่วมงานนิยายแพ็กคู่แค่ยกแรกก็เล่นเอาแทบหอบเหมือนวิ่งรอบสนาม


                    ทั้งเชรีทั้งวาตี...กว่าแต่ละคนจะยอมตกลงใจ ต้องชักแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อม ในใจจึงหวังว่าจะราบรื่นสำเร็จไปด้วยดีจะได้เริ่มวางแผนการทำงานในส่วนอื่นต่อไป


                    เลอฉวีมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังสีเทาบอกเวลาเกือบสี่โมงเย็น...ถนนหนทางข้างนอกยังคงมีฝนโปรยเม็ดร่วงลงมาไม่ขาดสายจึงนึกไปถึงบุคคลผู้ที่สนทนากับหล่อนทางโทรศัพท์เมื่อชั่วโมงก่อนหน้า เสียดายอยู่ครามครันที่คนผู้นั้นไม่สามารถมาตามนัดหมายได้เหมือนแต่แรกที่คุยกันไว้


                    เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนนั่นแท้ๆ!


                    ถ้าวาตีรู้ว่าหล่อนตั้งใจให้ภูพัดมาพบกับนักเขียนโดยตรงจะเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ...ปฏิกิริยาตรงนี้ต่างหากที่ทำให้หล่อนลุ้นระทึก...


                    เสียดายก็ใช่อยู่หรอกแต่คนอย่างหล่อน ปัญหามีไว้ให้แก้...ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม!


                    จึงตัดสินใจลุกขึ้นจากโต๊ะหลังจากจ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่มเรียบร้อยขณะกำลังหิ้วกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่มองเห็นแวบๆว่านอกประตูกระจกสำหรับห้องติดเครื่องปรับอากาศมีชายหนุ่มหน้าตาดีวิ่งฝ่าสายฝนมาจากด้านนอกด้วยสภาพที่ตัวเปียกละอองฝนมีรอยชื้นเป็๲กระหย่อม


                    พลันเขาผลักประตูกระจกเข้ามาเมื่อเงยหน้าขึ้น หล่อนจึงร้องทักเสียงหลง...


                    “น้องพัดนี่เอง ช้าไปแค่ก้าวเดียวมาไม่ทันแล้วจ้ะ”


                    ภูพัดขยับแว่นกันแดดเมื่อดึงหมวกแก๊ปออกจากศีรษะมือข้างหนึ่งนั้นยีผมเบาๆพลางถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะยกมือสวัสดีผู้ที่สูงวัยกว่า


                    “เสียดายจังครับกว่าจะปลีกตัวออกมาได้...ว่าแต่คุณวา เธอยอมเขียนแก้ข่าวของผมในนิยายให้หรือเปล่าครับพี่ฉวี”


                    เสียงอ้อมแอ้มของภูพัดถึงกับทำให้บอกอสาวอมยิ้มแทนคำตอบทีเดียว...


                    “มือชั้นนี้แล้วจ้ะ ว่าแต่น้องพัดเถอะเตรียมรับมือนักเขียนสาวอีโก้สูงคนนี้เอาไว้ให้ดีก็แล้วกันอย่าหาว่าพี่ไม่เตือนนะจ๊ะ”


                    เมื่อสบตากับชายหนุ่มตรงหน้าจึงเห็นว่าดวงตาของเขามีประกายบางอย่างฝ่าละอองไอฝนบ่งบอกความคิดออกมาได้ดีทีเดียว

    //////////////////////////////////////////////////