เมื่อซูหลีหลี่รู้ว่าน้องสาวของตนเองได้ย้อนเวลากลับมาเช่นเดียวกันแล้วนางก็พยายามเก็บงำคำพูดและท่าทางของตนเองเอาไว้ปล่อยให้ซูหลีเซียงคิดว่าตนเองได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่เพียงผู้เดียวก็พอชาติก่อนซูหลีเซียงตายเพราะฝีมือของนาง ชาตินี้ซูหลีเซียงจะต้องหาวิธีฆ่านางเพื่อแก้แค้นให้ตนเองแน่
“ท่านพ่อ ท่านแม่ข้อยืนยันว่าข้าจะแต่งกับแม่ทัพฮั่วในเมื่อท่านตาของข้าเลือกตำแหน่งฮูหยินแม่ทัพให้ข้า ข้าก็พร้อมจะยอมรับส่วนพี่หญิงหลีหลี่นั้นในเมื่อท่านตาของนางอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อให้นางได้เป็พระชายาอ๋องลูกก็ไม่คิดจะแย่งชิงเ้าค่ะ”คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่ลอบยิ้มเย็นอยู่ในใจ
ชาติที่แล้วซูหลีเซียงตั้งอกตั้งใจแย่งชิงตำแหน่งพระชายาของนางเป็อย่างยิ่งจนถึงขั้นบอกกับผู้อื่นว่าตนเองมีใจปฏิพัทธ์กับเสียนอ๋องยามที่ซูหลีเซียงขึ้นเกี้ยวเข้าจวนอ๋องยังจงใจพูดจาเย้ยหยันซูหลีหลี่เสียด้วยซ้ำว่าคนเช่นนางไม่เหมาะที่จะแต่งเข้าราชวงศ์การทุ่มเทแรงกายแรงใจของท่านอดีตหัวหน้าสำนักแพทย์หลวงผู้เป็ท่านตาของนางซูหลีเซียงจะขอรับเอาไว้เองยามนั้นนางทั้งเจ็บแค้นและเสียใจแต่เพราะ้าได้รับการยอมรับจากบิดาว่านางเป็บุตรสาวที่เชื่อฟังนางจึงได้แต่จำต้องทนกล้ำกลืนความเจ็บช้ำของตนเองเอาไว้
“เซียงเซียงพ่อดีใจเหลือเกินที่เ้าคิดได้เอาล่ะไม่ต้องมีท่าทีสำนึกผิดเช่นนั้นหรอกพี่สาวของเ้านางเป็คนจิตใจกว้างขวางไม่มีทางคิดเล็กคิดน้อยกับการกระทำก่อนหน้านี้ของเ้าแน่”ซูหย่งเหอเอ่ยพลางย่อกายลงไปพยุงตัวซูหลีเซียงให้ลุกขึ้นซูหลีหลี่แสร้งทำเป็มองไม่เห็นความลำเอียงที่บิดามอบให้ย่อกายคารวะอำลาบิดาและมารดาเลี้ยงด้วยท่าทีสงบนิ่ง
“ในเมื่อไม่มีเื่อื่นแล้วหลีหลี่ขอตัวกลับจวนนะเ้าคะ”ซูหลีหลี่เอ่ยพลางย่อกายคารวะอำลานางไม่อยากให้ซูหลีเซียงรู้ตัวว่านางเองก็ได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่เช่นเดียวกันจึงได้พยายามสำรวมท่าทีของตนเองพยายามแสดงท่าทีและการกระทำที่ตนเองมักจะทำตอนที่ยังเป็เด็กสาวอยู่
“ไปเถอะๆไม่มีเื่อะไรก็ไม่ต้องมากวนท่านแม่ของเ้าที่เรือนหลักเล่าอีกไม่นานก็จะถึงวันแต่งงานของเ้าแล้วเตรียมตัวเอาไว้อย่าทำให้จวนสกุลซูต้องขายหน้าอย่างเด็ดขาด”เมื่อซูหย่งเหอเอ่ยเช่นนี้หวังเจียหรานก็หันไปส่งยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจให้สามีส่วนซูหลีเซียงกลับใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังจ้องมองซูหลีหลี่โดยไม่คิดจะเก็บงำสายตา
ชาติที่แล้วซูหลีเซียงเคยคิดว่าตนเองคือนกน้อยที่ได้บินขึ้นไปเป็พญาหงส์แต่สุดท้ายจวนอ๋องที่นางเคยคิดว่าสงบสุขกลับมีเื่ราวที่ทำให้นางต้องหลั่งน้ำตาแทบจะทุกวันพอเสียนอ๋องรู้ว่านางคือเ้าสาวที่แย่งชิงการแต่งการของพี่สาวมาเขาก็มักจะจ้องมองนางด้วยสายตาดูิ่อีกทั้งยังบอกกับนางว่าสาเหตุที่เขาจะแต่งงานกับหลานสาวของหลี่รุ่ยก็เพราะ้าทดแทนบุญคุณการที่นางขออาสาแต่งแทนเข้ามาแทนเช่นนี้ทำให้เขาไม่อาจจะได้ตอบแทนบุญคุณผู้าุโได้
แล้วผลสุดท้ายก่อนที่เขาจะตายเขาก็ยังอุตส่าห์มีเรี่ยวแรงมาเอ่ยวาจาเย้ยหยันนางและบอกกับนางว่านางแต่งเข้ามาแทนคือเื่ดีอย่างน้อยซูหลีหลี่ก็จะได้ไม่ต้องมาเผชิญกับการแก่งแย่งราชบัลลังก์และไม่ต้องถูกบังคับให้เลือกฝ่ายอีกทั้งยังต้องอยู่ฝ่ายเดียวกันกับอ๋องที่เป็ฝ่ายพ่ายแพ้เช่นเขาแล้วหลังจากนั้นเขาก็ตายจากไปทิ้งให้นางต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายเพียงผู้เดียว
‘ชาตินี้ข้าจะไม่เป็อีกแล้วพระชายาม่ายของเสียนอ๋องแต่ข้าจะเป็ฮูหยินของแม่ทัพฮั่วว่าที่องค์ฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์ข้าจะเป็องค์ฮองเฮามิใช่ชู้รักที่มีฐานะต่ำต้อยอย่างเช่นชาติที่แล้วส่วนเ้าซูหลีหลี่จงเผชิญกับชะตากรรมที่ข้าเคยได้เผชิญไปเถิด ชาตินี้ข้ารับรองว่าจะพยายามทำทุกวิถีทางให้เ้าได้รับความเจ็บช้ำอย่างที่ข้าเคยเผชิญ’ซูหลีเซียงคิดอยู่ในใจนางยังจำได้ดีว่านางตายได้อย่างไรและชาตินี้นางจะทำให้ซูหลีหลี่ต้องเผชิญกับชะตากรรมเดียวกันกับนาง
ส่วนซูหลีหลี่เมื่อกลับไปถึงเรือนพักผ่อนส่วนตัวของตนเองแล้วก็เอนกายพักผ่อนอย่างสบายใจ แม้จะรู้ว่าซูหลีเซียงได้ย้อนเวลากลับมาเช่นเดียวกันแต่อีกไม่นานซูหลีเซียงก็ต้องแต่งออกไปอยู่ไกลถึงชายแดนแม้ว่าจะรู้สึกแค้นเคืองในตัวนางเช่นไรแต่ซูหลีเซียงก็ยากจะยื่นมือเข้ามาทำให้ชีวิตของนางต้องเผชิญกับความยุ่งยากได้แต่นางเป็คนที่ใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาทจึงได้หันไปมองเผิงซีสาวใช้ผู้มือเท้าคล่องแคล่วของตนเองแล้วออกคำสั่งในทันที
“เผิงซีเดี๋ยวเ้าเอาเงินไปก้อนหนึ่งพยายามซื้อใจและตีสนิทกับตงเสวี่ยสาวใช้ข้างกายของคุณหนูรองให้ข้าอย่าลืมว่าจงใช้จ่ายอย่างมือเติบ ตงเสวี่ยเป็คนที่มีความละโมบและทะเยอทะยานเมื่อเห็นว่าสามารถตีสนิทกับนางได้แล้วก็จงบอกกับนางว่าหากนางให้ความร่วมมือกับข้าข้าก็จะลักลอบช่วยเหลือนาง ให้นางและคุณชายรองสามารถรักกันได้อย่างเปิดเผยเสียที”เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้ทั้งเผิงซี ตงชิงตงผิงและตงหนานต่างก็จ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและไม่อยากเชื่อ
“ตงเสวี่ยกับคุณชายรองน่ะหรือเ้าคะไม่น่าจะเป็ไปได้นะเ้าคะ” เมื่อเผิงซีเอ่ยถามเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“น้องชายคนรองของข้าแม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนบัณฑิตแก่เรียนแต่ความจริงแล้วเป็คนที่ฝักใฝ่ทางด้านสตรีมากพอดูตงเสวี่ยยังไม่ทันจะได้แตกเนื้อสาวดีก็ถูกเขากวาดต้อนไปเป็สตรีของตนเองแล้ว”คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้สาวใช้ทั้งสี่คนของนางต่างหันไปมองกันด้วยสายตากังขาในทันที
“คุณหนูทราบเื่นี้ได้อย่างไรกันเ้าคะเผิงซีเป็เ้าหรือที่ชอบนำเื่เหลวไหลมาเล่าให้คุณหนูฟัง”เมื่อตงผิงเอ่ยเช่นนี้เผิงซีก็รีบส่ายหน้าในทันที
“ไม่ใช่ข้านะแม้ว่าข้าจะเป็คนหูตากว้างขวางแต่เื่นี้ข้าไม่เคยล่วงรู้เลยสักนิดแล้วจะนำมาเล่าให้คุณหนูฟังได้อย่างไร”เมื่อเผิงซีเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“ต่อไปเ้าควรจะต้องไปตีสนิทกับคนในโรงครัวและโรงซักล้างเอาไว้เ้าเชื่อข้าเถอะความลับภายในจวนล้วนอยู่ที่พวกนางทั้งหมด”ซูหลีหลี่เอ่ยพลางยกน้ำชาขึ้นมาจิบ นางยกความดีความชอบให้คนในโรงครัวและคนซักล้างด้วยไม่อยากให้สาวใช้ทั้งสี่สงสัยว่านางรู้ได้อย่างไร นางไม่อยากให้ซูหลีเซียงรู้ตัวว่ามีคนได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่เช่นเดียวกันดังนั้นความลับเื่กลับชาติมาเกิดใหม่ของนางนางควรเก็บเอาไว้กับตัวจึงจะปลอดภัยมากที่สุด
ยามนี้ก็ปล่อยให้ซูหลีเซียงคิดเอาเองว่าตนเองรู้อนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นเพียงผู้เดียวไปก่อนนางจะได้วางแผนรับมือซูหลีเซียงได้ง่ายขึ้นแม้ว่าซูหลีเซียงจะต้องแต่งออกไปไกลถึงชายแดนแต่นางก็ควรจะมีหูตาของตนเองอยู่ข้างกายของซูหลีเซียงเอาไว้รู้เขารู้เราสู้ร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้งชาติที่แล้วนางใช้วิธีนี้ชนะศัตรูมานักต่อนักแล้วน่าเสียดายที่ชาติก่อนนางใช้ชีวิตอย่างตรากตรำมากจนเกินไปทำให้ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านการทรยศหักหลังของฮั่วจิ่นหรงแต่ชาตินี้นางตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะดูแลตนเองให้ดีไม่คิดจะทำให้ชีวิตของตนเองต้องลำบากเพื่อผู้อื่นอีกต่อไปแล้ว