แสงเงินแสงทองยามเช้าสาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอนอันเงียบสงบ ไอความร้อนรุ่มจากบทพายุรักอันยาวนานเมื่อค่ำคืนคลายตัวลง เหลือเพียงความเย็นสบายของเครื่องปรับอากาศและความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ
หมอเอก ขยับเปลือกตาตื่นขึ้นมาเป็นคนแรก ความรู้สึกแรกที่พุ่งเข้าจู่โจมหัวใจคือความหนักอึ้งในอก ชายหนุ่มก้มลงมองเรือนร่างอวบอิ่มของเจนนี่ที่ยังคงนอนซุกซบอยู่กับแผงอกอุ่นของเขาภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ใบหน้าหวานที่เคยบิดเบี้ยว ทุรนทุราย และเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความทุกข์ทรมานในตอนแรก บัดนี้กลับดูสงบนิ่ง ผ่อนคลาย และหลับฝันดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาหลายวัน
ทว่า... ในฐานะจิตแพทย์ผู้ยึดมั่นในกฎเกณฑ์มาตลอดชีวิต กำแพงแห่งศีลธรรมและจรรยาบรรณแพทย์กำลังพังทลายลงมาทับถมจิตสำนึกของเขาอย่างรุนแรง
'แกเป็นหมอ... แกก้าวข้ามเส้นกั้นระหว่างหมอกับคนไข้ไปแล้วเอก'
เสียงสะท้อนในหัวตอกย้ำความผิดพลาดอันร้ายกาจ ชายหนุ่มยกมือนวดขมับด้วยความสับสนและขัดแย้งในใจขีดสุด การมีความสัมพันธ์ทางกายกับคนไข้คือข้อห้ามเด็ดขาด ทว่าเมื่อสายตาคมกริบเหลือบมองผิวกายเนียนที่ไร้รอยเกร็งกระตุกอันเกิดจากสภาวะช็อก ความคิดอีกด้านในฐานะผู้เยียวยาก็ตีกลับขึ้นมา
สภาวะเสพติดเซ็กส์จากภาวะช็อก (Trauma-induced Hypersexuality) ของเจนนี่ในค่ำคืนที่ผ่านมานั้นหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่สารเคมีหรือยาระงับประสาทใด ๆ จะกดมันไว้ได้ทันท่วงที ร่างกายและระบบประสาทของเธอสั่งการให้โหยหาความเจ็บปวดและการถูกย่ำยีเพื่อชดเชยบาดแผลในใจ หากเขาผลักไสหรือใช้กำลังบังคับ เธออาจจะช็อกจนสูญเสียสติสัมปชัญญะไปตลอดกาล
บทรักอันลึกซึ้งและยาวนานจนทำนบอารมณ์ของเขาต้องหลั่งพรูถึงสามระลอกเมื่อคืน... แม้จะมองดูผิดศีลธรรม แต่อีกนัยหนึ่ง มันคือ "รูปแบบการบำบัดทางเลือกอันสุดโต่ง" ที่ช่วยรีดเค้นความเครียด ขับไล่ภาพหลอนบิดเบี้ยว และบังคับให้ระบบประสาทของเจนนี่ได้หลั่งสารความสุขโอบอุ้มแผลใจจนร่างกายล้าขีดสุดและเข้าสู่โหมดพักผ่อนที่แท้จริง
หมอเอกทอดสายตามองคนในอ้อมกอดด้วยความละเมียดละไมละมุนสายตา ฝ่ามือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มของเธอแผ่วเบาด้วยความรู้สึกที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโล่งใจเริ่มเข้ามาแทนที่ความสับสน อย่างน้อยวิธีอันป่าเถื่อนทว่าอ่อนโยนของเขา ก็ช่วยทำให้เจนนี่ผ่อนคลายลบภาพจำชั่วร้ายลงได้สำเร็จ และบัดนี้ ร่างกายและจิตใจของเธอคงพร้อมแล้ว... พร้อมที่จะยอมเปิดใจรับการรักษาด้วยวิธีการทางการแพทย์ที่ถูกต้องในขั้นตอนต่อไป โดยมีเขาคอยเคียงข้างในฐานะผู้ปกป้อง ไม่ใช่แค่หมอกับคนไข้อีกต่อไป
แรงขยับกายแผ่วเบาของคนในอ้อมแขนส่งผลให้หมอเอกที่กำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเองก้มลงมองทันที เจนนี่ค่อย ๆ ปล่อยเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างเชื่องช้า แสงแดดรำไรยามเช้าขับเน้นให้นัยน์ตาคู่สวยคู่นั้นกลับมาฉายแววใสกระจ่างอีกครั้ง บาดแผลและพายุคลั่งอันมืดมิดในหัวสมองถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความทรงจำของบทสวาทอันลึกซึ้งยาวนานเมื่อค่ำคืนที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองทบทวนเป็นฉาก ๆ
ทว่า... แทนที่จะตื่นตระหนกหรือกรีดร้องเหมือนทุกครั้ง เจนนี่กลับนิ่งงันไป ผิวกายเนียนขาวซับสีเลือดแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหูด้วย ความเหนียมอายขีดสุด เมื่อตระหนักได้ว่าตนเองนอนเปลือยกายซุกซบอยู่บนแผงอกล่ำสันของชายหนุ่มตรงหน้า โดยมีวงแขนแกร่งของเขาโอบรัดประคองเธอไว้ราวกับสิ่งล้ำค่า
หญิงสาวลอบเหลือบสายตาขึ้นสบตาตรง ๆ กับหมอเอก นัยน์ตาคมกริบของหมอหนุ่มที่เวลานี้ไร้กรอบแว่นสายตากำลังทอดมองลงมาด้วยกระแสความอาทร อ่อนโยน และปกป้องอย่างปิดไม่มิด สัมผัสจากแผ่นอกอุ่นและกลิ่นกายสะอาดแบบบุรุษเพศที่ห้อมล้อมรอบตัวเธออยู่ บัดนี้ไม่ได้ทำให้เธอนึกถึงฝันร้ายอันหยาบโลนในอดีตอีกต่อไป หากแต่เป็นความรู้สึก ปลอดภัยและสงบใจ อย่างที่เธอไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนในชีวิต
"ฟื้นแล้วเหรอครับ... เจนนี่" เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนยามเช้าเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล พลันกระชับผ้าห่มคลุมไหล่มนให้เธออย่างเอาใจใส่
"หมอเอก... คือ... เจนนี่ขอโทษนะคะที่ทำเรื่องแย่ ๆ..." เสียงหวานอ้อมแอ้มตอบ อ้อมกอดที่รัดแน่นขึ้นเบา ๆ ของเขาทำให้เธอต้องซุกหน้าลงกับอกแกร่งเพื่อซ่อนความขัดเขิน
"คุณไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งนั้นครับ เด็กดี" หมอเอกเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงละมุนพลันเลื่อนฝ่ามือหนาขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างทะนุถนอม "เมื่อคืนมันคือกระบวนการรักษา... และมันก็ทำให้คุณสงบลงได้จริง ๆ แต่หลังจากนี้ อาการของคุณยังต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและถูกวิธีนะครับ"
หมอหนุ่มเชยคางมนขึ้นให้สบตากันตรง ๆ อีกครั้ง แววตาของเขาจริงจังทว่าท่วมท้นไปด้วยความอ่อนโยนในการโน้มน้าวใจ
"อยู่ที่นี่... สิ่งแวดล้อมเดิม ๆ และเรื่องคดีความของน้ำฟ้าอาจจะกลับมากระตุ้นให้อาการภาพหลอนของคุณปะทุขึ้นมาอีก หมออยากขอให้คุณเชื่อใจหมอ... ย้ายไปรักษาตัวที่ เซฟเฮ้าส์ส่วนตัว ของหมอที่ต่างจังหวัดสักพักนะครับ ที่นั่นเงียบสงบ มีแค่หมอที่จะคอยดูแลคุณอย่างใกล้ชิด ยอมไปกับหมอนะครับ... เจนนี่"
คำพูดที่แสนนุ่มนวลและแววตาที่พร้อมจะโอบอุ้มชีวิตอันแหลกสลายของเธอเอาไว้ ทำเอาหัวใจดวงน้อยของเจนนี่สั่นไหวรุนแรง ความเหนียมอายมลายหายไปเหลือเพียงความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม หญิงสาวระบายยิ้มบางเบาทั้งน้ำตา พลันพยักหน้ารับคำชวนอย่างว่าง่าย ยินยอมพร้อมใจที่จะก้าวเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยของหมอหนุ่มโดยไร้ซึ่งข้อกังขาใด ๆ อีกต่อไป
หมอเอกขยับกายลุกขึ้นจากขอบเตียงนอนกว้าง ชายหนุ่มจัดการติดกระดุมเสื้อเชิ้ตเนื้อดีที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ จัดแต่งสาบเสื้อและกางเกงสแล็กให้เรียบร้อยไร้รอยยับย่น ก่อนจะหยิบแว่นสายตากรอบบางขึ้นมาสวมใส่ตามเดิม สัมผัสอุ่นนุ่มและกลิ่นอายเสน่หาที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนฝ่ามือทำให้หัวใจของหมอหนุ่มกระตุกไหว ชายหนุ่มหันกลับไปมองร่างอวบอิ่มของเจนนี่ที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงอีกครั้งด้วยสายตาอาทร ก่อนจะสวม หน้ากากความขรึมแบบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทับถมความหวั่นไหวทั้งหมดลงสู่ก้นบึ้ง แล้วก้าวเท้าเดินลงบันไดมายังห้องรับแขกด้านล่าง
ทันทีที่เสียงฝีเท้าของหมอหนุ่มดังขึ้น มิ้นท์ที่นั่งกระวนกระวายอยู่บนโซฟาก็ถลาลุกขึ้นยืนในทันที ใบหน้าหวานซีดเซียวเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเพื่อนรักขีดสุด เช่นเดียวกับผู้กองวุติที่ขยับกายลุกขึ้นยืน สายตาคู่คมกริบของนายตำรวจหนุ่มจ้องมองตรงมาเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ
"หมอเอก! เจนนี่เป็นยังไงบ้างคะ? เธอสงบลงหรือยัง?" มิ้นท์พรั่งพรูคำถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
หมอเอกหยุดยืนตรงหน้าคนทั้งคู่ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉย ไร้แววพิรุธใด ๆ นัยน์ตาภายใต้กรอบแว่นฉายแววนิ่งขรึมและเป็นงานเป็นการตามวิชาชีพอย่างถึงที่สุด ไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้ท่าทีอันแสนสุขุมนี้ ชายหนุ่มเพิ่งผ่านพายุราคะอันดุดันลึกซึ้งกับคนไข้สาวบนชั้นบนมาถึงสามระลอก
"คุณเจนนี่ปลอดภัยแล้วครับ ตอนนี้ไข้ลดลงและหลับสนิทไปแล้ว" หมอเอกเอ่ยรายงานอาการด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นิ่งสงบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "อาการฮีสทีเรียและภาวะช็อกเมื่อครู่รุนแรงมากครับ ผมจำเป็นต้องใช้ กระบวนการบำบัดทางจิตวิทยาขั้นสูงและการเหนี่ยวนำระบบประสาทส่วนกลาง เพื่อกดความเครียดและรีดเค้นสารความวิตกกังวลของเธอออกทั้งหมด ร่างกายของเธอทนความล้าไม่ไหวจึงเข้าสู่โหมดพักผ่อนตามธรรมชาติ หลังจากนี้เธอจะไม่ปะทุคลั่งขึ้นมาอีกชั่วคราวครับ"
คำรายงานอันเต็มไปด้วยศัพย์แสงทางการแพทย์ที่หมอเอกยกขึ้นมาอ้างอย่างแนบเนียน ทำให้นายตำรวจหนุ่มอย่างวุติและเพื่อนรักอย่างมิ้นท์พยักหน้ารับด้วยความโล่งใจ โดยไม่มีใครเอะใจเลยสักนิดว่า "กระบวนการบำบัดขั้นสูง" ที่หมอหนุ่มว่า แท้จริงแล้วคือบทเรียนรักอันเร่าร้อนที่เขาใช้เรือนร่างของตัวเองเป็นยารักษา
"ขอบคุณแกมากนะเอก ถ้าไม่ได้แกเมื่อคืนยัยเจนนี่คงแย่แน่ ๆ" ผู้กองวุติเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนสนิทด้วยความจริงใจ
"ไม่เป็นไร มันเป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว" หมอเอกตอบคำเรียบ ๆ ทว่าในใจกลับลิงโลดด้วยความรู้สึกบางอย่าง ความลับอันแสนรัญจวนใจเมื่อค่ำคืนจะถูกฝังลึกไว้ที่นี่... เป็นความลับที่มีเพียงเขาและเจนนี่สองคนเท่านั้นที่รู้ "แต่เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว ผมแนะนำให้ย้ายคุณเจนนี่ไปรักษาต่อที่เซฟเฮ้าส์ส่วนตัวของผมที่ต่างจังหวัดทันทีครับ ที่นั่นตัดขาดจากสิ่งเร้าและเรื่องคดีความของน้ำฟ้า น่าจะดีต่อสภาพจิตใจของเธอที่สุด"