(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer

    บทที่ 162 คนสวนต้องจับปลาเป็น

    บทที่ 162

    คนสวนต้องจับปลาเป็น



    ธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่และน่ากลัว... พายุทรายที่กำลังโหมกระหน่ำนอกกระโจมใหญ่ในขณะนี้ เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนว่าพวกเขาเล็กจ้อยและเป็นเพียงเศษเสี้ยวของโลกใบนี้เท่านั้น


    ท่ามกลางสภาพอากาศที่น่าสะพรึงกลัวด้านนอก กระโจมของท่านชายเดวิดกลับมีกลิ่นหอมฉุยของอาหารทะเลลอยล่องเต็มไปหมด


    คิทหายตื่นเต้นกับพายุทรายที่พัดมาหาแบบไม่ทันตั้งตัวแล้ว และเนื่องจากคำนึงว่าที่แห่งนี้คงจะกลายเป็นฐานที่มั่นในระยะยาวของเซริส เขาตึงตัดสินใจสละพลังจำนวนมากเพื่อสลักอักขระเพิ่มความแข็งแรงและคงทนให้กับกระโจมทั้งยี่สิบหลังแม้ว่าครึ่งหนึ่งจะยังไม่มีผู้อยู่อาศัยก็ตาม นอกจากนี้ยังสร้างอาณาเขตป้องกันแหล่งน้ำเอาไว้อย่างเต็มความสามารถ ด้วยความรวดเร็วและความชำนาญศาสตร์แห่งอักขระ ทุกสิ่งจึงเสร็จภายในไม่กี่อึดใจก่อนม่านทรายจะปกคลุมทุกสิ่ง

    ช่วงเวลาใกล้ค่ำทำให้ทุกสิ่งดูมืดมนยิ่ง แต่เขาก็ไม่ตื่นตระหนกนานนัก จากคำบอกเล่าของอามิร่า พายุเช่นนี้คงจะพัดผ่านลงทะเลไปในเวลาไม่นาน ระหว่างการรอคอยจึงควรจะใช้ในการปรุงอาหารชนิดใหม่ที่ทหารบางส่วนยังไม่เคยกิน มันเป็นอาหารแบบง่ายๆ ซึ่งใช้เครื่องปรุงเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น


    หอยที่ถูกล้างและแช่น้ำในมิติส่วนตัวมาตลอดบ่ายได้คายทรายที่ค้างอยู่ภายในออกมาหมดแล้ว สาหร่ายขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายสาหร่ายเคลป์บนโลกใบแรก ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กลงจากนั้นก็ถูกส่งตามลงไปในหม้อที่ต้มหอยกับเกลือจนน้ำเดือดปุด ไม่นานหลังจากนั้น คิทก็เติมสาหร่ายสีแดงสดกำใหญ่ตามลงไปด้วย ยังมีเศษธัญพืชบดหยาบบางส่วน เพื่อเพิ่มพลังงานให้กับทุกคน หน้าตาของซุปประหลาดในหม้อใหญ่ ช่างดูไม่น่ากินเอาเสียเลย แต่กลิ่นของมันกลับหอมยิ่งนัก


    “เดวิด... สิ่งนี้จะกินได้จริงหรือ?” อามิร่ามองสภาพของซุปในหม้อที่มีแต่สาหร่ายปะปนอยู่จนน่าเกลียดน่ากลัวเหลือเกิน ทุกสิ่งถูกต้มจนเละไปหมด แม้แต่หอยที่อยู่ภายในก็ใส่ลงไปทั้งเปลือก

    “กินได้สิครับ อร่อยนะ หึๆๆ” ท่านชายตอบพร้อมยิ้มกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ระหว่างปรุงเขาชิมไปหลายรอบแล้ว และพบว่ามันกลมกล่อมมากทีเดียว “ว่าแต่... ปกติพายุทรายจะพัดนานเท่าไหร่เหรอครับ”

    “อืม... ไม่แน่นอนหรอก น่าจะอีกสักพักเลย” เธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน บางครั้งสิ่งนี้ก็พัดมาเพียงอึดใจ บางครั้งก็พัดนานเกือบครึ่งวัน


    โคร่ก...

    ทว่าสิ่งที่เธอมั่นใจในขณะนี้ คือ กลิ่นของอาหารหน้าตาไม่น่าไว้ใจตรงหน้า กำลังทำให้ท้องร้องอย่างน่าอับอายจนท่านหญิงต้องก้มหน้างุด แล้วก็นั่งสงบเสงี่ยมระหว่างรอมากขึ้น คิทพยายามกลั้นขำอย่างเต็มความสามารถ แต่ก็ไม่อาจปกปิดอารมณ์บนใบหน้าได้อยู่ดี


    ซุปหอยถ้วยใหญ่จึงถูกตักให้ มันข้นคลักเพราะมีธัญพืชผสมอยู่ไม่น้อย แม้จะลังเลในช่วงแรก แต่เธอก็สบายใจขึ้นเมื่อเห็นเจ้าของอาหารกำลังซดซุปในถ้วยอย่างเอร็ดอร่อย มือที่สั่นเทาจึงตักของเหลวดังกล่าวเข้าปาก

    ทันทีที่ซุปหอมสัมผัสลิ้น ความลังเลทุกอย่างก็หายไป อามิร่ารู้สึกว่าตนเองแสดงกิริยาไม่เหมาะสมกับการเป็นท่านหญิงอีกแล้ว อาหารของเขาช่างพิสดารมากกว่าที่เคยพบเจอ แม้ว่าเธอจะเคยเดินทางไปทั่วก็ตาม

    ซุปหอยล้วนมีให้ได้ลองชิมตามเมืองใหญ่อย่างบอราลและมอราล แต่เศษผักน้ำรูปร่างน่าเกลียดและมีแต่เมือก กลับเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีพ่อครัวแม่ครัวคนไหน คิดจะนำมาทำเป็นอาหาร


    (เขา... รู้ได้อย่างไรกันนะว่าของพวกนี้กินได้) อามิร่ารู้สึกสงสัย เธอรู้สึกว่าท่านชายคนนี้ช่างลึกลับนัก ทุกความเปลี่ยนแปลงในเซริสล้วนมาจากเขา ทว่าคำเล่าลือมากมาย กลับไม่มีคำถามว่าความรู้เหล่านี้มาจากที่ใด

    (อักขระ เครื่องมืออุปกรณ์ใหม่ๆ ทรัพยากรมากมายในป่า ของกินหลากหลาย... แถมยังเป็นเหมือนสะพานเชื่อมต่อกับทวยเทพ... เขาทำได้อย่างไรกันนะ?) จิตใจของอามิร่าล้วนวกกลับไปที่คำถามเดิมๆ ซึ่งไม่มีใครในดินแดนใส่ใจ และเธอก็พอจะทราบว่าทำไม


    ถ้าหากถามประชาชนบนท้องถนนหรือแม้แต่เหล่าลอร์ดในเซริส ทุกคนก็จะตอบเป็นเสียงเดียวว่า ลอร์ดเดวิดได้ความรู้มาจากทวยเทพ เพราะเขานั้นเป็นที่รักของเหล่าเทพเจ้า หลักฐานยืนยันนั้นมีชัดเจน... แต่อามิร่าก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าเขากลายเป็นที่รักของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายได้อย่างไร

    สมองกำลังมีแต่คำถามเต็มไปหมดจนทำให้เธอเหม่อลอย แม้ว่าซุปถ้วยที่สองจะหมดไปแล้วก็ตาม แต่ช้อนไม้ก็ยังพยายามจะตักอากาศว่างเปล่าขึ้นมา


    “... ร่า.. อามิร่า...” เสียงเรียกของเดวิดเพิ่งเข้าหู จริงๆ เธอรู้สึกตัวเพราะสาวใช้ทั้งสองพยายามสะกิดอยู่นานทีเดียว

    “ขออภัยค่ะ พอดีข้าคิดอะไรเพลินไปหน่อย สิ่งนี้อร่อยจริงๆ นะ ข้าเลยสงสัยว่าท่านทราบได้อย่างไรว่าผักน้ำพวกนี้กินได้”

    “ฮะๆ ... ข้าก็แค่ทดลองไปเรื่อย ไม่มีอะไรพิเศษหรอกครับ” เขาอยากอ้างว่าได้ความรู้มาจากทวยเทพ แต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุอะไร เมื่ออยู่ต่อหน้าอามิร่า เขาไม่อยากโกหกออกไปสักเท่าไหร่... คงเพราะความเป็นสหายกระมัง


    เธอเองก็ยิ้มรับและไม่ได้ซักไซ้อะไรอีก ท่านชายคนนี้คงมีเหตุผลของตนเองกระมัง เธอควรจะดีใจที่เขาใช้ความรู้ที่มีมาช่วยแก้ปัญหามากกว่า

    อินเซนเดียนั้น ตกอยู่ในภาวะขาดแคลนมานานแล้ว เป็นเพราะพื้นที่เพาะปลูกมีน้อยนิด มีแต่บริเวณใกล้หุบเขาที่พอจะเก็บกักน้ำไว้ได้ หรือไม่ก็เป็นพื้นที่ใกล้แม่น้ำเส้นสำคัญ ซึ่งปัจจุบันได้เหือดแห้งไปหลายสายแล้ว คงเหลือเพียงแค่สองแห่ง พร้อมกับโอเอซิสที่กระจายตัวไปทั่วดินแดนเท่านั้น

    เธอยังได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับดินแดนให้กับท่านลอร์ดหนุ่มได้รับฟังทุกครั้งที่มีเวลาว่าง อาหารหลักของชาวอินเซนเดียคืออะไร มีการปศุสัตว์ไหม การเกษตรใกล้แหล่งน้ำเป็นเช่นไร วัฒนธรรมของชาวอินเซนเดียเป็นอย่างไรบ้าง

    ทุกคำถามล้วนบ่งบอกได้ดีว่าผู้ถามคำนึงถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ ยิ่งได้พูดคุย อามิร่าก็ยิ่งซาบซึ้ง เธอรู้ดีว่าคิทไม่ได้จะลงมาช่วยแก้ปัญหาที่ฮาดราห์ราชัทเป็นคนก่อเพียงอย่างเดียว แต่กำลังวางแผนในระยะยาวเพื่อให้ทุกคนอยู่รอดในอนาคตด้วย สิ่งสำคัญที่สุดคือปัจจัยสี่ และอาหารที่ควรจะทำให้คนเหล่านี้อยู่รอดได้อย่างมีความสุข ก็ควรจะอุดมสมบูรณ์มากพอให้พวกเขาสามารถยืนหยัดด้วยตัวเองบ้าง ไม่ใช่พึ่งแต่อาหารจากอาณาจักรเซริสเช่นนี้

    บทสนทนายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนคิทพอจะทราบพื้นฐานของอินเซนเดียตามความทรงจำของอามิร่า และแม้ว่ามันน่าจะเปลี่ยนแปลงไปพอสมควรเพราะสิ่งที่เธอเล่าเป็นเพียงอดีต แต่เขาก็พอมีความคิดบางอย่างแล้ว

    น่าเสียดายที่พายุทรายได้หยุดลง ทุกคนที่อยู่ในกระโจมหลักจึงแยกย้ายไปยังที่พักของตนเอง ผู้นำสายเลือดสูงศักดิ์ทั้งสองมีกระโจมย่อยแยกออกมาจากเหล่าทหาร จึงไม่ต้องนอนรวมกับผู้ใด


    อากาศที่หนาวเย็น ทำให้เขานึกถึงบ้านเกิดเมืองนอนบ้าง ท่านชายกำลังนอนอยู่บนเตียงขนสัตว์ขนาดใหญ่ สมองยังคนครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรกับดินแดนแห่งนี้ดี


    โลกใบเก่ามีดินแดนแห้งแล้งติดทะเลทรายซึ่งเคยเป็นอาณาจักรอันยิ่งใหญ่อย่างอียิปต์ แต่พวกเขาก็มีสายเลือดหล่อเลี้ยงดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลเส้นสำคัญอย่างแม่น้ำไนล์ ที่เกิดจากต้นน้ำหลายแห่งของแอฟริกาไหลมารวมตัวกันก่อนจะถูกส่งออกไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทว่าอินเซนเดียกลับมีเพียงผืนทรายที่ห้อมล้อมไปด้วยภูเขาสูงคอยบดบังความชื้นที่ส่งตรงมาจากทะเลโดยรอบ


    เขานึกภาพอดีตไม่ออก จึงไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมมหานครอิกนิสถึงตั้งอยู่บนดินแดนแห่งนี้ได้


    โอเอซิสที่กระจายตัวอยู่ คงเป็นน้ำในชั้นหินที่ถูกกักเก็บไว้ อาณาจักรแห่งไฟมีฤดูฝนที่พัดผ่านมาเช่นกัน แต่มันก็สั้นเพียงไม่ถึงสองสัปดาห์เท่านั้น พืชท้องถิ่นเป็นอินทผลัมที่ทำการเพาะปลูกรอบโอเอซิสเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นก็มีโปรตีนจากแพะ และอูฐ ที่มีอยู่ในดินแดนมาช้านาน เมืองใกล้ชายฝั่งอาจจะหาปลาในเขตน้ำตื้นมากินบ้าง แต่ความเชื่อหลายอย่างเกี่ยวกับองค์วาเรียเทพแห่งสายน้ำ ก็ทำให้พวกเขาไม่กล้ารุกคืบออกไปในทะเลที่ควรจะมีทรัพยากรอย่างมหาศาล

    เสียงกระดิ่งทองคำที่สั่นขึ้นในคืนนั้น ได้พาคิทไปเที่ยวชมสารคดีของประเทศอียิปต์อีกครั้ง แต่มันก็ไม่ช่วยตอบโจทย์อะไรมากนัก เขายังคงสงสัยว่าทำไมกลุ่มฮาดราห์บ้าอำนาจ ถึงตัดสินใจตั้งรกรากในจุดอับของดินแดน แทนที่จะเป็นเขตใกล้ชายฝั่ง

    แต่เมื่อนึกถึงแผนที่แล้ว เขาก็พอจะเข้าใจ คนกลุ่มนั้นคงเลือกที่นั่นเพราะทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งเชื่อมต่อกับทะเลตะวันตกกระมัง


    การรอคอยกลุ่มคนที่จะตามมาสมทบยังคงดำเนินต่อไป...


    ช่วงค่ำคืนที่หนาวเหน็บ และช่วงกลางวันที่ร้อนระอุ ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับนักเดินทางกลุ่มแรกแล้ว อย่างไรก็ตามพวกเขาคงต้องรอนานขึ้นเพราะจดหมายที่ถูกส่งมายังท่านชายเดวิด ได้บ่งบอกว่าขบวนเสบียงหลักเจอปัญหาด้านการปรับตัว แถมยังล่าช้าเพราะทหารจำนวนมากไม่อาจทนความร้อนของสภาพอากาศได้ตามที่คาดไว้ คิทจึงต้องส่งจดหมายย้ำเตือนให้เขาทำตามข้อปฏิบัติที่อามิร่าเคยถ่ายทอดให้ทราบ

    ชีวิตนั้นสำคัญกว่าตารางเวลาที่กำหนดไว้ในภารกิจ กลุ่มเดินทางแรกจึงต้องอดทนรอคอยเสบียงอาหาร แต่ระหว่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกเครียดอะไร อินเซนเดียนั้นอุดมสมบูรณ์กว่าที่คาดไว้ พวกเขายังคงเสาะหาอาหารในท้องที่ได้อย่างอิ่มหนำ ทีมเก็บรวบรวมอาหารจากทะเลตะวันออกรู้สึกว่าพวกตนทำงานอย่างสดชื่นทุกวัน

    พายุทรายที่พัดมาบ้างเป็นบางครั้งไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป คิทเข้าใจดีว่ามันเป็นสิ่งที่มีส่วนช่วยให้ทะเลเขตนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุจากเม็ดทรายเหล่านั้น ขนาดของกุ้งหอยปูปลาที่อยู่ในเขตน้ำตื้นแถบนี้ ล้วนบ่งบอกถึงความยอดเยี่ยมของระบบนิเวศน์ได้เป็นอย่างดี

    เลดี้อามิร่าที่สงสัยว่าเหตุใดอาหารทะเลถึงมีมากมายในดินแดนของตน ได้ติดตามมาดูวิธีการเก็บอาหารของลอร์ดเดวิดและเหล่าทหารในวันนี้ด้วย ปลาตัวใหญ่เกือบเท่าต้นแขนล้วนแหวกว่ายอยู่ตามซอกหินและออกหากินในเขตน้ำตื้นอย่างสบายใจ ทว่ามือที่ว่องไวของท่านชายก็คว้าเหล่าปลาตัวเขื่องเนื้อแน่นๆ ได้ทุกครั้ง

    ท่านชายในตอนนี้ มีสีผิวที่คล้ำขึ้นแล้ว ทุกครั้งที่ลงทะเลเขาจะถอดเสื้อและพับกางเกงขายาวจนถึงต้นขาเพื่อให้สะดวกขึ้น แสงแดดที่กระทบกับผืนน้ำล้วนไม่น่าตื่นตาตื่นใจเท่าเหล่าทหารหุ่นดีที่เผยกล้ามเนื้อจนทำให้สองสาวใช้ใจเต้น ทว่านายหญิงของพวกเธอกำลังจ้องภาพท่านชายเดวิดที่นับได้ว่าไม่เป็นรองผู้ใด

    ในใจของคิท กำลังรู้สึกว่าคนสวนก็ต้องจับปลาเป็น เขาจึงสนุกสนานอย่างมากที่ได้เล่นน้ำเย็นๆ ท่ามกลางแดดร้อนระอุ ไม่ได้ใส่ใจเลยว่าตนเองจะผิวคล้ำมากกว่าเดิม และไม่รู้ตัวเลยว่ามีผู้ใดจ้องมองอยู่อย่างเคร่งเครียด


    อามิร่ารู้สึกปวดใจ เธอไม่นึกเลยว่าวันนี้หัวใจจะเต้นเร็วจนแทบจะหลุดออกมาจากอก

    ผืนน้ำงดงามพร้อมอาหารโอชาที่เก็บเกี่ยวได้อย่างต่อเนื่อง ยังไม่น่าดูชมเท่าเรือนร่างของท่านชายเดวิด

    เธอรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอเหลือเกิน ทวยเทพกำลังมอบบททดสอบใดให้กับเธอกันหนอ

    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer ที่คุณอ่าน