ห้างสรรพสินค้า XX | เวลา 11:10 น.
ชิงหลีในชุดคอเซ็ทสีแดงไวน์ที่ขับเน้นผิวขาวผ่องให้โดดเด่นกางเกงยีนส์สีซีดอวดขาเรียว และเอวคอดกิ่วอ้อนแอ้นจนน่าใจหายราวกับจะแหลกคามือได้เพียงบีบเค้นเธอเดินเข้ามาในห้างสรรพสินค้าพลางมองหาหยางชวนตามที่นัดหมายไว้
กว่าจะมาถึงเธอต้องเสียเวลาขับรถวนตามทางที่ รปภ. แนะนำเพราะรถที่เธอเอาออกมาวันนี้คือของขวัญแต่งงานจากตระกูลหยางเฟอร์รารี่สีแดงรุ่นลิมิเต็ดที่สะกดสายตาคนทั้งห้างให้หยุดนิ่งด้วยความหรูหราที่แสนอันตรายจนพนักงานต้องนำทางไปยังที่จอดรถซูเปอร์คาร์โดยเฉพาะเธอจำเป็ต้องใช้คันนี้เพราะมันเป็กุญแจชุดเดียวที่มีอยู่ในมือ ส่วนคันอื่นๆหยางเป่ยเก็บไว้ทั้งหมด และหาก้าใช้ต้องโทรขออนุญาตเขาเสียก่อนและนั่นมันเป็ไปไม่ได้
เมื่อมาถึงจุดนัดหมาย เธอก็เห็นหยางชวนยืนรออยู่ แววตาที่เคยเข้มแข็งพลันสั่นไหวหม่นแสงลงด้วยความร้าวรานขอบตาเริ่มร้อนผ่าวและมีหยาดน้ำใสเอ่อล้นออกมา
หยางชวนหันมามองด้วยความกังวลเมื่อสะดุดสายตากับร่างบางที่ยืนมองเขาอยู่ชายหนุ่มรีบตรงปรี่เข้าไปหาทันที เขาจับไหล่เธอเบาๆ พลางสำรวจตามเนื้อตัว “อาเล็กไม่ได้ทำอะไรเธอใช่ไหมชิงหลี?” ชายหนุ่มกุมมือเธอไว้แน่น แววตาเต็มไปด้วยความกังวลและเ็ปยิ่งเมื่อเขาสังเกตเห็นรอยกัดสีแดงช้ำที่ลำคอขาวระหงซึ่งโผล่พ้นขอบคอเซ็ทสีแดงไวน์ออกมา มือของชายหนุ่มก็สั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้น
“เปล่า... เขาไม่ได้ทำอะไร” ชิงหลีตอบด้วยรอยยิ้มบางๆรอยยิ้มจอมปลอมที่เธอฝึกฝนมาทั้งชีวิตเพื่อใช้ซ่อนความขมขื่นเอาไว้
“ถ้าวันนั้นผมรู้ว่าอาเล็กคือคนที่เธอต้องแต่งงานด้วยผมจะไม่ยอมให้ใครมาพรากเธอไปเด็ดขาด... ชิงหลี เราหนีไปต่างประเทศด้วยกันไหม?อาเล็กไม่น่าจะมีอิทธิพลที่นั่น เราไปเริ่มชีวิตใหม่กันนะ” ชายหนุ่มเสนอทางออกที่ดูเลื่อนลอยเขาไม่อยากให้ชิงหลีอยู่กับอาเล็กที่ขึ้นชื่อเื่ความโหดร้ายและเ้าชู้ผู้ชายที่ไม่เคยรักหรือถนอมผู้หญิงคนไหน สำหรับอาเล็กของเขาผู้หญิงเป็เพียงเครื่องมือสนองตัณหาเท่านั้น แม้แต่คุณปู่ก็ยังคุมอารมณ์ร้ายๆของอาเล็กไม่อยู่
“หยางชวน... อยู่กับความจริงเถอะ” ชิงหลีน้ำตาคลอเบ้าความหวังที่เขาหยิบยื่นให้นั้นหอมหวานทว่าอันตรายเกินกว่าจะเอื้อมถึง“นายคิดว่าคนอย่างอาเล็กของนาย จะปล่อยให้เราไปถึงสนามบินจริงๆ เหรอ?”
หยางชวนไม่ฟังคำทัดทาน เขาเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้เธออย่างเบามือ ััอันอ่อนโยนที่เธอโหยหาทำเอาหัวใจดิ่งวูบสู่ความเผลอไผลไปชั่วขณะ...ก่อนที่สติจะย้ำเตือนสถานะในปัจจุบัน
“เราไปหาที่นั่งทานอะไรกันเถอะหยางชวน”ชิงหลีขยับกายถอยออกมาจากัันั้น รักษาระยะห่างระหว่างอาสะใภ้และหลานชายให้ชัดเจนที่สุด
มุมมืดสลัวบนชั้นลอยที่ซ่อนเร้นสายตาผู้คนขอห้างสรรพสินค้า| เวลาเดียวกัน
ทว่า... ทุกการกระทำและััที่ดูอาลัยอาวรณ์ระหว่างคนทั้งคู่กลับถูกบันทึกไว้ทุกฝีก้าวผ่านเลนส์มือถือของ เจิ้งอิงอิง เธอแสยะยิ้มร้ายด้วยความสะใจที่เห็นพี่สาวนอกคอกกำลังเดินลงเหวด้วยตัวเอง
เธอกดบันทึกวิดีโออย่างต่อเนื่องการที่เธอออกมาห้างสรรพสินค้ากับมารดาั้แ่เช้าถือเป็โชคดีชั้นเลิศเพราะนอกจากจะได้ช้อปปิ้งแล้วเธอยังได้เห็นพี่สาวต่างมารดาที่เธอเกลียดแสนเกลียด—ผู้หญิงที่กล้าแย่งตำแหน่งเ้าสาวและจดทะเบียนกับคู่หมั้นของเธอ—กำลังยืนพลอดรักกับผู้ชายคนอื่นอย่างไม่ยางอายกลางห้างสรรพสินค้าแบบนี้
เจิ้งอิงอิงแค่นแสยะยิ้มอำมหิตด้วยความเปรมปรีดิ์ “ดูสิว่า...พี่หยางเป่ยจะจัดการกับอีตัวที่กล้าสวมเขาให้แบบแกยังไง!”
นิ้วเรียวที่เคลือบสีเล็บราคาแพงกดส่งทั้งคลิปวิดีโอและรูปภาพทั้งหมดเข้าไปในแอปพลิเคชันสนทนาส่วนตัวของหยางเป่ยทันทีเธอรู้ดีว่าตอนนี้หยางเป่ยกำลังคุมงานสำคัญอยู่ที่ท่าน้ำเพราะแอบได้ยินบิดาคุยโทรศัพท์ก่อนออกจากบ้านและข่าวดีชิ้นนี้คงจะทำให้หยางเป่ยอยากจะบดขยี้ผู้หญิงแพศยาอย่างชิงหลีให้สิ้นซาก!
ท่าน้ำคลังสินค้าของหยางเป่ย | เวลาเดียวกัน
หยางเป่ยยืนกอดอกจดจ้องการขนถ่ายสินค้าด้วยใบหน้าเรียบเฉยเขาจงใจหลบมาที่นี่เพื่อหวังจะสลัดความรู้สึกบางอย่างที่กวนใจให้สงบลงทว่าท่ามกลางความปกติที่ไม่มีอะไรผิดพลาด
ปานันกลับเดินเข้ามาอย่างรีบร้อนและหยุดลงข้างกายด้วยท่าทีลนลานจนเสียอาการ“เอ่อ... เฮียครับ นายหญิง...นายหญิงแอบออกไปข้างนอกครับ”
“หืม...?” เสียงคำรามต่ำในลำคอดุจราชสีห์ที่ถูกปลุกของหยางเป่ยทำเอาบรรยากาศรอบข้างหนาวเยือกขึ้นมาทันที“แล้วพวกมึงที่เหลือตายกันหมดแล้วเหรอ แค่ผู้หญิงคนเดียวยังปล่อยให้ลอดสายตาไปได้!”เขาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย “แล้วใครมารับเธอ ออกไปกับใคร?” เพราะรถทุกคันในคฤหาสน์ยังไม่มีรายงานการเคลื่อนที่จากระบบจีพีเอสแม้แต่คันเดียว
“ระ...รถเฟอร์รารี่คันใหม่จากตระกูลหยาง และเฮียยังไม่ได้เก็บเข้าฐานระบบติดตามครับ”ปานันรายงานเสียงสั่น
ครืน... ครืน... ครืน... ครืน...
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังรัวถี่ยิบมาจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าหยางเป่ยล้วงมันออกมาเปิดดูก่อนจะพบกับภาพเมียตีตราของตัวเองกำลังถูกหลานชายเช็ดน้ำตาให้ท่ามกลางห้างสรรพสินค้าชื่อดังพร้อมวิดีโอที่ตอกย้ำความอาลัยอาวรณ์ของคนทั้งคู่ และข้อความระบุพิกัดที่ชัดเจน เส้นเืที่ขมับของหยางเป่ยเต้นตุบด้วยเพลิงโทสะที่โหมกระหน่ำจนยากจะมอดดับแววตาที่เคยนิ่งสงบกลับวาวโรจน์ด้วยความแค้น
“หึ... เมียกูนี่มันร่านจริงๆ กูไม่อยู่แค่แป๊บเดียวก็ร่อนไปหาผัวเก่า!” เขาแค่นรอยยิ้มอาบยาพิษที่ดูสยดสยองยิ่งกว่าอสูรกายชายหนุ่มหันไปสั่งปานันด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “มึงเฝ้าที่นี่เอาไว้ กูจะไปกระชากหน้ากากผู้หญิงแพศยาที่มันกล้าท้าทายอำนาจกูแอบลักลอบออกไปพบผัวเก่ามันเสียหน่อย... ดูซิว่ามึงจะปากเก่งไปได้สักแค่ไหน!”
ร้านไอศกรีมชื่อดัง ในห้างสรรพสินค้า XX | เวลา 12:20 น.
ชิงหลีนั่งฝั่งตรงข้ามกับหยางชวนเธอพยายามทานไอศกรีมรสชาติที่เคยชื่นชอบ รสหวานปนขมนิดๆ จากช็อกโกแลตที่เคยถูกใจบัดนี้กลับหลงเหลือเพียงรสััเดียวที่หลงเหลือ... คือรสฝาดปร่าของน้ำตาที่ตกในทุกคำที่กลืนลงไปราวกับก้อนความเ็ปที่ย้ำเตือนถึงอดีตซึ่งไม่อาจย้อนคืนมาได้
เมื่อทานต่อไม่ไหว ชิงหลีจึงตัดสินใจจบการสนทนา “หยางชวน...ฉันต้องไปแล้ว ฉันเป็อาสะใภ้ของนายน่ะ เราควรเคารพฐานะใหม่นี้!”
เธอกำลังจะลุกขึ้น ทว่าหยางชวนกลับเอื้อมมือมาคว้าไว้ด้วยความร้อนรนเขาพยายามใช้เยื่อใยที่ยังผูกพันเหนี่ยวรั้งเธอไว้หวังจะพาเธอหนีไปให้พ้นจากมัจจุราชในคราบมนุษย์อย่างอาเล็กของเขา
“หยางชวน... ขืนมึงเข้าใกล้เมียกูอีกนิดเดียวกูจะหักขามึงส่งคืนพี่ใหญ่เดี๋ยวนี้!” เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทราวกับอัสนีบาตฟาดลงกลางใจดังก้องไปทั่วร้าน ผู้คนที่เดินผ่านไปมาถึงกับสะดุ้งสุดตัว หยางเป่ย เดินตรงดิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าอำมหิตจิตสังหารแผ่กระจายออกมาจนคนรอบข้างต้องถอยกรูด เขาจ้องมองหลานชายแท้ๆราวกับจะฉีกออกเป็ชิ้นๆ
ชิงหลีใจนขวัญกระเจิงเมื่อเห็นร่างหนาเดินเข้ามาด้วยโทสะที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างเธอจึงรีบลุกขึ้นวิ่งไปรั้งแขนแกร่งไว้สุดกำลังเพื่อวอนขอชีวิตหวังจะฉุดรั้งไม่ให้เขาเข้าไปทำร้ายหยางชวน
หยางชวนมองตามร่างบางที่ถลาเข้าไปเกาะแขนผู้เป็อาด้วยความเ็ปเจียนตาย“อาเล็ก! อาแย่งหัวใจของผมไป... ทำตัวเป็หัวขโมยแบบนี้ไม่ละอายใจบ้างเหรอ!!”ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างเหลืออด ั์ตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและเสียใจ
“กูไม่เคยแย่ง...” หยางเป่ยเหยียดยิ้มเ็าที่น่าขนลุก“แต่เมียกูกูเขาเดินมาหากูเอง มึงก็เห็นกับตา! กลับบ้าน!!”
สิ้นเสียงคำสั่ง หยางเป่ยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายโต้ตอบ เขากระชากร่างอ้อนแอ้นเข้าหาตัวด้วยพันธนาการที่ไร้ความปรานีจนร่างบอบบางแทบปลิวไปตามแรงเหวี่ยงแรงบีบมหาศาลทำให้หญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแต่นั่นยังไม่เท่าความโกรธที่กำลังเดือดพล่านอยู่ในแววตาของสามีในนาม
หยางชวนได้แต่ยืนกำหมัดแน่นมองตามแผ่นหลังของอาและอดีตคนรักที่เดินจากไปท่ามกลางสายตาของบอดี้การ์ดหยางเป่ยที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบๆเป็สัญญาณเตือนว่าหากเขาขยับแค่นิดเดียว ห้างหรูแห่งนี้จะแปรเปลี่ยนเป็หลุมฝังศพของเขาในพริบตา
บนรถเฟอร์รารี่ | เวลา 12:35 น.
เมื่อมาถึงลานจอดรถที่ชิงหลีจอดทิ้งไว้ หยางเป่ยเปิดประตูรถแล้วเหวี่ยงร่างบอบบางเข้าไปในตัวรถราวกับสิ่งของที่ไร้ค่าเขาโถมตัวตามขึ้นมาทาบทับเอื้อมมือไปบีบกรามเธอไว้แน่นพลางรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอพันธนาการไว้เหนือศีรษะด้วยอุ้งมือแกร่งบีบให้เธอติดราบไปกับเบาะหนังราคาแพงอย่างหมดทางสู้ “มึงกล้าดียังไง! ถึงกล้าเอาของขวัญจากครอบครัวกูแอบมาหาชู้รักของมึง!มึงคิดว่ากูไม่กล้าฆ่ามึงจริงๆ ใช่ไหม!”
ชิงหลีส่ายหน้าทั้งน้ำตาเธอพยายามจะอธิบายแต่กลับถูกคนตรงหน้าบีบกรามไว้แน่นจนความเจ็บร้าวไปทั่วทั้งใบหน้าซ้ำร้ายเขายังพ่นวาจาร้ายกาจใส่เธอไม่หยุดหย่อน
“มึงมันร่านจริงๆ อีโสเภณี!อาลัยอาวรณ์ผัวเก่ามึงมากขนาดนั้นเลย!” หยางเป่ยตวาดลั่นจนใบหน้าแทบชิดติดกัน
กลิ่นยาสูบฉุนจัดคละคลุ้งไปกับน้ำหอมไม้กฤษณาที่เขาจงใจพ่นใส่หน้าทำให้ชิงหลีรู้สึกชาวาบไปทั้งตัวน้ำตาของเธอไหลพรากด้วยความตัดพ้อต่อโชคชะตาที่เล่นตลกกับชีวิตเมื่อเปรียบเทียบหยางชวนที่แสนดีกับหยางเป่ยที่คอยแต่จะยัดเยียดความผิดและด่าทอเธอด้วยคำหยาบคายยิ่งทำให้เธอเ็ปจนพูดไม่ออก
“ร้องเข้าไป!ร้องไปจนกว่ามึงจะจดจำไปจนตายว่าไม่ควรขัดคำสั่งกู!” หยางเป่ยที่กำลังคลุ้มคลั่งด้วยแรงหึงตะโบมจูบอย่างบ้าคลั่งเพื่อประทับตราจองจำและดุดันเขาขบเม้มริมฝีปากที่ปิดสนิทจนความเจ็บทำให้ริมฝีปากบางยอมเผยอออกลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานในโพรงปากนุ่มอย่างคนเอาแต่ใจและป่าเถื่อนเขา่ชิงลมหายใจของเธอไปจนร่างบางเริ่มหอบพร่า เขาจึงยอมผละออกมา
ชิงหลีเบิกตาค้าง พยายามกอบโกยลมหายใจเข้าปอดอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายร่างอ้อนแอ้นสั่นเทาพะเพื่อมดุจนกปีกหักในกำมือพยัคฆ์
หยางเป่ยผละออกมานั่งประจำที่คนขับก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์เสียงดังสนั่นเขาเหยียบคันเร่งเพื่อขับเคลื่อนมันกลับไปยังคฤหาสน์เพื่อลงโทษภรรยาใต้อาณัติให้เข็ดหลาบและเตรียมเก็บรถคันนี้เข้าระบบจีพีเอสทันทีเพื่อไม่ให้ร่างบางแอบนำมันออกไปข้างนอกโดยที่เขาไม่รับรู้ได้อีกเป็ครั้งที่สอง
ห้องนอนหยางเป่ย คฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 13:30 น.
หยางเป่ยแบกร่างอ้อนแอ้นพาดบ่าตรงดิ่งขึ้นสู่ห้องนอนด้วยโทสะที่ยังคงเดือดพล่านเขาไม่แม้แต่จะปรายตามองลูกน้องหรือแม่บ้านที่พยายามจะเข้ามารายงานชายหนุ่มเดินไปกระแทกประตูห้องนอนปิดลงพร้อมลงกลอนอย่างแ่า
เหวี่ยงร่างบอบบางลงบนฟูกกว้างราวกับโยนตุ๊กตาไร้ชีวิตอย่างไม่ใยดีแรงกระแทกทำเอาเธอจุกจนร่างกระดอนหวือ ก่อนที่เขาจะโถมกายหนาทาบทับลงมาทันทีแววตาคมกริบฉายประกายดุดันราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะขย้ำเหยื่อให้แหลกคามือ
“ปล่อยนะ! ไม่เอา... ไม่เอาแบบนี้!”ชิงหลีร้องขอด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าสวยซีดเผือดจนไร้สีเืความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจจนทำอะไรไม่ถูกมือบางพยายามผลักไสแผงอกแกร่งออกไปสุดกำลังทว่าแรงอันน้อยนิดกลับไม่สามารถสั่นคลอนคนตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย
“ปล่อยให้มึงเหงา... แล้วไปร่านหาผัวเก่าอีกงั้นเหรอ!”หยางเป่ยคำรามต่ำในลำคอเขารวบข้อมือบางทั้งสองข้างด้วยมือเดียวแล้วกดตรึงไว้เหนือศีรษะชายหนุ่มก้มลงซุกไซร้ซอกคอขาวระหงอย่างป่าเถื่อนเขาจงใจขบเม้มและฝังคมเขี้ยวลงไปอย่างแรงเพื่อสร้างรอยตีตรา ตอกย้ำความเป็เ้าของเหนือร่างกายนี้ทุกตารางนิ้ว
ชิงหลีดิ้นรนอย่างสิ้นหวังภายใต้ร่างหนาที่เปรียบเสมือนขุนเขาศิลาที่พร้อมจะถล่มทับให้จมเตียงหยาดน้ำตาอุ่นๆ เริ่มไหลรินออกมาอีกครั้ง “คะ... คุณ หยุดนะ! ไม่เอาแบบนี้ฉันขอร้อง... อย่าทำแบบนี้” เธอพยายามใช้เสียงสั่นพร่าหยุดยั้งการกระทำอันรุนแรง