ตอนที่ 90
เด็กสาวดื้อดึง
การปะทะกับคู่ต่อสู้ที่มีระดับพลังสูงกว่าและความรุนแรงในการโจมตีที่ห่างกันมากนั้น แม้ท่าร่างของจิวซินจะได้เปรียบในเรื่องความพิสดารยากคาดเดาแต่หากพลาดพลั้งไปเพียงนิดย่อมส่งผลกระทบอันร้ายแรง
ตูม !!!
ในที่สุดเมื่อสองขาอ่อนล้าลมปราณเกิดสะดุด ท่าเท้าที่เคยหลบเลี่ยงจากการจู่โจมของจ้าววานรเพลิงผลาญได้ตลอดมา กลับกลายเป็นเชื่องช้าไปเสี่ยววินาที หมัดยักษ์ของอสูรร้ายที่อาบไปด้วยเปลวเพลิงเจิดจ้าพลันกระแทกถูกจนเกิดเสียงดังลั่น ร่างอรชรของจิวซินปลิวลอยไปตามแรงปะทะ แต่ยังดีที่ก่อนเข้ามายังด่านกักมังกรจิวซินนั้นพกยันต์คุ้มร่างซึ่งประมุขซือไฉมอบให้
ซึ่งยันต์คุ้มร่างนั้นถือเป็นของวิเศษช่วยชีวิตอย่างแท้จริง เพราะระดับพลังของยันต์คุ้มร่างที่ประมุขซือไฉพลังลมปราณและทรัพยากรส่วนตัวจัดทำขึ้นนั้น ซึ่งยันต์คุ้มร่างอันนี้นั้นมีระดับพลังป้องกันด้อยกว่าตัวประมุขซือไฉไม่มากนัก ทำให้มันยังช่วยคุ้มครองร่างของจิวซินไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกโจมตีทำร้ายในครั้งนี้ แต่ไม่ใช่ในครั้งต่อไปเพราะยันต์คุ้มร่างที่จิวซินพกพากำลังลุกไหม้และสลายไปหลังจากที่มันทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว (ประมุขซือไฉมีพลังในระดับลมปราณแรกธรรมชาติขั้นปลาย)
...แย่แล้วหากเราถูกโจมตีอีกครั้งคงต้องจบสิ้นชีวิตอยู่ในด่านกักมังกรแห่งนี้ แต่มันแค้นใจยิ่งนักที่ความตายครั้งนี้เป็นข้าที่แส่หาเรื่องเอง ไม่น่าเอาตัวเองมาเสี่ยงช่วยศิษย์พี่สารเลวทั้งสองคนนั้นเลย
จ้าววานรเพลิงผลาญที่โจมตีถูกเป้ายังคงไม่หยุดเพียงแค่นั้น มันทะยานตามติดร่างที่ลอยห่างออกไปของจิวซินหมายบดขยี้ซ้ำเติมไม่ให้มีโอกาสแก้ตัวอีก จิวซินที่อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนเพิ่งจะเรียกสติตัวเองกลับมาได้ เมื่อเห็นจ้าววานรเพลิงผลาญพุ่งเข้าตามติดต่อเนื่องก็ตกใจมือไม้ปั่นป่วน ยามตื่นเต้นลนลานไม่ทราบจะทำอย่างไรเผลอหลับตาด้วยความกลัวพร้อมเสือกแทงกระบี่ไปเบื้องหน้า
เปรี้ยง !!!
เสียงปะทะดังก้องในระยะประชิดจิวซินที่กำลังตื่นกลัวไม่รู้ว่าเกิดเหตุใดขึ้น รู้เพียงแต่ว่าตัวเองยังไม่ตาย ขนตายาวที่ปิดแน่นสั่นระริกค่อย ๆ แง้มเปิดออกอย่างช้า ๆ ภาพแผ่นหลังอันผึ่งผายปรากฏขวางกั้นระหว่างตัวเองกับจ้าววานรเพลิงผลาญ ทำเอาจิวซินน้ำตาคลอ แต่เมื่อรับรู้ว่าผู้ที่เสี่ยงเข้ามาช่วยชีวิตตัวเองคือ...เสวี่ยหมิงความตื้นตันก่อนหน้าก็ลดน้อยลงไปในทันที
"เจ้ามายุ่งเรื่องของข้าทำไมกัน" จิวซินสบถเบาพลางเก็บกระบี่ที่หลุดมือขึ้นมาพร้อมยันกายขึ้นมายืนเคียงข้างเสวี่ยหมิงต้านรับจ้าววานรเพลิงผลาญ
ก่อนหน้าที่จะปะทะกับจ้าววานรเพลิงผลาญเสวี่ยหมิงนั้นมั่นใจในพลังของตัวเองอยู่พอสมควร แต่หลังจากที่ทะยานด้วยท่าร่างบันไดเมฆาผสมผสานกับสำนึกเลียนเยี่ยงวารี เสวี่ยหมิงก็มาหยุดยืนขวางกั้นระหว่างจ้าววานรเพลิงผลาญและจิวซินได้ทันก่อนการปะทะเกิดขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาที การขวางหน้าของเสวี่ยหมิงในครั้งนี้ทำให้จ้าววานรเพลิงผลาญตกใจชะงักการจู่โจมไปเล็กน้อย จนพลังที่ใช้ออกเหลือเพียงแค่เจ็ดส่วนของปกติ ผิดกับเสวี่ยหมิงที่ตระเตรียมกระบวนท่าเอาไว้ตั้งแต่แรก แถมการออกหมัด...วารีทำลายล้าง (เพลงหมัดที่เสวี่ยหมิงบัญญัติขึ้นเองจากกระบวนท่าสายน้ำไม่หวนกลับ ผสมผสานกับสำนึกเลียนเยี่ยงวารี ทำให้มีอานุภาพสูงขึ้นหลายเท่าตัว) ในครานี้ยังอัดแน่นไปด้วยลมปราณเพลิงร้อนแรงอย่างเต็มพิกัด แต่ผลจากการปะทะกลับทำได้เพียงปัดการจู่โจมของจ้าววานรเพลิงผลาญให้กระเด็นพ้นทาง และถอยหลังออกไปเพียงแค่สองวา ส่วนตัวเสวี่ยหมิงก็รับแรงกระแทกสะท้อนจนเลือดลมในกายปั่นป่วนไม่น้อย
แต่การปะทะยังคงไม่จบสิ้น แม้เสวี่ยหมิงที่ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายมีเปรียบในการปะทะครั้งแรก แต่แท้จริงระดับฝีมือของเสวี่ยหมิงในตอนนี้ยังคงห่างชั้นจากจ้าววานรเพลิงผลาญอีกหนึ่งช่วงตัว
จิวซินเห็นเสวี่ยหมิงซัดจนจ้าววานรเพลิงผลาญถอยกรูดก็นึกได้ใจ หวังใช้สองรุมหนึ่งประสานเสริมช่วยกันสังหารจ้าววานรเพลิงผลาญ หมายใจว่าหากสังหารเจ้าลิงยักษ์ตัวนี้ได้ก้จะช่วยล้างความอับอายที่ลนลานเสียท่าไปเมื่อครู่ แต่ผิดคาดเมื่อจิวซินลุกขึ้นยืนเสมอกับเสวี่ยหมิง เด็กหนุ่มวัยสิบห้าก็ตวาดลั่นกลับมาในทันที
"ยัยงี่เง่ายังจะมัวยืนอยู่อีก...รีบหนีไปซะ !!!" เสวี่ยหมิงตวาดพลางเคลื่อนท่าเท้าเบี่ยงฉากออกห่างจากจิวซิน ตั้งใจล่อหลอกให้จ้าววานรเพลิงผลาญติดตามเพื่อเปิดโอกาสให้จิวซินหลบหนี เพราะหากว่าที่นี่ไร้ผู้คนตัวเองยังมีโอกาสใช้ดวงตามารบรรพกาลได้อย่างเต็มที่ และน่าจะเพียงพอให้หลุดรอดจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้
แต่ความคิดคาดการณ์ล้วนผิดพลาด จิวซินไม่เพียงไม่หลบหนียังทะยานเสือกกระบี่ทิ่มแทงตามติดจ้าววานรเพลิงผลาญด้วยความดื้อดึง พร้อมตอบโต้เสวี่ยหมิงกลับไปว่า...หากจะหนีก็ต้องหนีไปพร้อมกัน
เสวี่ยหมิงที่ได้ยินคำตอบแม้จะรู้สึกชื่นชมในความคิดด้านดีของจิวซิน จนนึกมองย้อนกลับไปยังเหตุการณ์โดยรวมตลอดมาก็พบว่าหญิงสาวแม้มีนิสัยดื้อดึงเอาแต่ใจ แต่กลับแฝงด้วยจิตใจอันดีงามเป็นที่ตั้งเสมอมา
"ข้าให้เจ้าหนีไปก่อนส่วนตัวข้ามีหนทางเอาตัวรอดในภายหลัง" จิวซินยังทำหน้าบูดไม่ยอมรับคำสั่งของเสวี่ยหมิง ตามพัวพันจ้าววานรเพลิงผลาญไม่ขาด "ยัยโง่เอ๊ย หากเจ้าและข้าฝืนสู้กันต่อไปคงได้กลายเป็นศพทั้งคู่แน่ ๆ การโจมตีสุดกำลังของข้ายังทำได้แค่ให้มันถอยหลังไปเพียงไม่กี่ก้าว ยังดีที่แม้มันรวดเร็วแต่ยังไม่อาจตามติดท่าร่างของเจ้ากับข้า แต่หากคิดจะโค่นมันลงด้วยกำลังของเราสองคนคงได้แต่ฝันไป...เจ้าลิงยักษ์นี้มันแข็งแกร่งเกินไป" เสวี่ยหมิงลงทุนเอ่ยยืดยาวหมายให้จิวซินเข้าใจ แต่เหมือนเป็นการพูดกับหุ่นไม้ไร้การตอบสนองเพราะจิววินหาได้สนใจคำเตือนยังคงดื้อดึงหาโอกาสช่องว่างทิ่มแทงกระบี่เข้าใส่จ้าววานรเพลิงผลาญ
ฉัวะ!!!
ในที่สุดกระบี่วิเศษในมือของจิวซินก็เรียกโลหิตแดงฉานจากจ้าววานรเพลิงผลาญได้
"แย่แล้ว" เสวี่ยหมิงเอ่ยขึ้นเมื่อจ้าววานรเพลิงผลาญหยุดจู่โจมตัวเอง เพราะทันทีที่จ้าววานรเพลิงผลาญถูกกระบี่วิเศษกรีดทะลุชั้นผิวหนังแกร่งของมันจนเกิดโลหิตไหลซึมออกมาเล็กน้อย มันก็รู้สึกเสื่อมเสียเกรียติ...เกรียติแห่งจ่าฝูงของเหล่าวานรโลกันตร์
เจี๊ยกกกกก !!!
เสียงคำรามแหลมทำลายโสตประสาทกระแทกจนเสี่ยวหมิงที่อยู่ใกล้มึนงงไปชั่วขณะ
แม้จ้าววานรเพลิงผลาญจะเห็นว่าเสวี่ยหมิงชะงักไปวูบหนึ่ง แต่มันหาได้สนใจฉกฉวย จ้าววานรเพลิงผลาญเบี่ยงตัวหันหลังขวับไปหา เด็กสาวชาวมนุษย์ผู้ที่เรียกโลหิตของมันออกมาด้วยความโกรธา
"ไม่ได้การละ" เสวี่ยหมิงเร่งความเร็วขึ้นจนถึงขีดสุดที่ทำได้ในตอนนี้ แต่ดูเหมือนว่าจะเชื่องช้าไปวูบหนึ่ง
เปรี้ยง !!!
กระบี่วิเศษระดับมนุษย์ขั้นกลางคู่กายของจิวซินหักสะบั้นลงทันทีที่ถูกมือขวาของจ้าววานรเพลิงผลาญกระชากบีบ หลังจากที่มันทำลายกระบี่วิเศษลงแล้วกำปั้นซ้ายของจ้าววานรเพลิงผลาญที่กำแน่นอยู่ตลอดมาก็พุ่งออกตามหลังตรงเข้าใส่ศีรษะของจิวซิน หมายป่นทำลายกะโหลกของหญิงสาวให้แหลกเละในคราเดียว
จิวซินเหม่อค้างพยายามฝืนมองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่หลับตาเช่นในคราแรกอีก แต่ก็ทำได้เพียงเท่านั้น...ความตายของนางห่างอีกเพียงแค่เอื้อมเท่านั้น
เคร้ง !!! ตูม !!!
เสียงแหลมคล้ายโลหะกระทบกัน ก่อนจะตามติดมาด้วยเสียงแตกระเบิดของบางสิ่ง
เสวี่ยหมิงนิ่งค้างเหม่อมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว