ตรีทิพยนิภาเห็นว่าอรพินหันหลังเดินกลับไปยังลิฟต์แล้ว เธอจึงหันมามองหน้าเอวาโด้ นิ่งอย่างเป็คำถามว่า
‘อรพินไปแล้ว แล้วจะให้ทำอะไรยังไงต่อคะ คุณบอดี้การ์ดผู้ภักดี ผู้เข้มงวดเ้าขา’
ซึ่งคำพูดนี้ตรีทิพยนิภาพูดกับตัวเองอยู่ภายในใจ
“เชิญคุณตรีทิพยนิภาเข้าไปนั่งรอเ้านายผมที่โซฟาครับ”
เอวาโด้พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเป็ปกติ แต่ที่ทำให้ตรีทิพยนิภาสะดุ้งไปกับคำพูดนั้นได้ ก็เห็นจะเป็การเรียกชื่อเสียงเรียงนามของเธอนั่นแหละ ที่ดูจะเรียกได้อย่างคล่องปากซะเหลือเกิน ผิดกับวิสัยของคนต่างชาติ ที่พึ่งมาได้มารู้จักกัน
แต่ตรีทิพยนิภาก็ไม่ได้คิดจะเอาสิ่งที่เธอสงสัยเก็บมาใส่ใจนาน เพราะเธอมีเื่ที่จะต้องให้คิดให้ใส่ใจอยู่อีกมาก และเื่ที่จะเจอเ้านายของบอดี้การ์ดผู้นี้ก็เหมือนกัน ตรีทิพยนิภาจึงสลัดความสงสัยนั้นออกจากสมองน้อยๆ เดินตรงไปยังโซฟารับแขก พอถึงโซฟา เธอก็หย่อนร่างนั่งลง รอให้บอดี้การ์ดหล่อเข้มคนนี้ไปรายงานผู้เป็เ้านาย เพื่อให้เขามาคุยกับเธอ
ตรีทิพยนิภานั่งรออยู่อย่างนั้น เกือบๆ สิบนาทีเห็นจะได้ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็ลูกค้ากิตติมศักดิ์ก็เดินออกจากห้องห้องหนึ่งออกมา ซึ่งห้องนั้นตรีทิพยนิภาคาดว่าน่าจะเป็ห้องทำเขาใช้ทำงานแน่เลย เพราะเธอจำได้ว่าห้องนอนห้องของพักนี้อยู่อีกฟากหนึ่งนั้นเอง
“สวัสค่ะคุณซีโน่ เอซ ออสติน ฉันตรีทิพยนิภาค่ะ เห็นพนักงานบอกว่าคน้าที่พูดกับฉันน่ะค่ะ”
ตรีทิพยนิภาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ที่เธอมีความสูงหนึ่งร้อยหกสิบสองเิเ ตามมาตรฐานผู้หญิงไทย แต่นั่นดูเหมือนว่าเธอจะสูงน้อยกว่าผู้ชายสองคนที่เดินกันออกมานี้มาก ซึ่งคาดว่าพวกเขาน่าจะสูงมากกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเิเอย่างแน่นอนล่ะ
“สวัสดีครับคุณตรีทิพยนิภา”
ซีโน่ เอซ ออสติน เดินเข้ามายืนอยู่ใกล้ๆ ตรีทิพยนิภา พูดทักทายด้วยน้ำเสียงนิ่งราบเรียบ แต่สายตาที่มองมา กลับไม่นิ่งเหมือนดั่งน้ำเสียงนั้นเลยสักนิด เพราะตรีทิพยนิภารู้สึกได้ว่าเขาเจตนา มองสำรวจตรวจตราเธอั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า งและแถมยังเรียกชื่อของเธอนั้นอีกล่ะ ดูจะเรียกได้ฉะฉาน ราวกับเคยรู้จัก หรือคุ้นเคยกับชื่อเธอมาก่อนยังไงยังงั้น
ซีโน่ เอซ ออสติน ยอมรับว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าคนนี้ สวย สวยหวานมากจริงๆ สวยั้แ่เส้นผมที่ตรงยาวจนถึงกลางหลัง และดำสลวยน่าััเป็อย่างยิ่ง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น ก็กลมโตหวานซึ้ง จมูกก็โด่งรั้น และยิ่งปากเล็กบางอวบอิ่มนั้น ยิ่งน่ามอง น่าจูบเป็ยิ่งนัก จนแทบอยากจะดึงเข้ามาจูบตอนนี้เลย หากไม่กลัวว่าเธอจะใมากไปกว่านี้
“เอ่อ!!... คุณมีอะไรอยากจะตำหนิติเตียน โรงแรมของเราก็พูดมาได้เลยค่ะ ฉันพร้อมจะรับฟังและนำไปปรับปรุงแก้ไข ให้คุณและลูกค้าคนอื่นได้รับความพึงพอใจมากที่สุดค่ะ”
ตรีทิพยนิภาพูดอย่างเป็การเป็งานขึ้นมาทันที แต่ระหว่างที่พูด เธอก็ยังคงยิ้มไปด้วยอย่างสุภาพ อย่างพร้อมที่จะรอฟังคำตำหนิติเตียนของลูกค้าเสมอยังไงยังงั้น
“อืม!! ช่างเป็ผู้จัดการของโรงแรม ที่เป็มืออาชีพจริงๆ เลยนะ”
ออสตินกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ซึ่งไม่บ่งบอกถึงน้ำเสียงที่มีความกระแนะกระแหน หรือประชดประชัดแต่อย่างได้ นั้นจึงทำให้ตรีทิพยนิภาขมวดคิ้วเข้าหากัน จนแทบจะผูกโบ อย่างไม่ใคร่เข้าใจว่า ตกลงชายหนุ่มผู้นี้ ้าจะตำหนิติเตียนความบกพร่อง ของพนักงานหรือเปล่า
“นั่งก่อนสิ ผมว่าเราคงจะต้องพูดคุยกันอีกนานเลยล่ะ”
ออสตินกล่าวพร้อมกับผายมือเชื้อเชิญ ให้ตรีทิพยนิภานั่งลงบนโซฟาตามเดิม โดยที่ตัวเขาก็นั่งลงด้วย ด้วยท่าทางที่สบายอารมณ์ ทำเหมือนไม่มีความขุ่นข้องหมองใจอะไร เหมือนที่อรพินกล่าวกับเธอก่อนหน้านี้เลยสักนิด ตรีทิพยนิภาจึงนั่งลงบนโซฟา ด้วยท่าทีที่งงในงง
๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒