เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    ตอนที่ 47 พบเจอ

    รถม้าของลุงฉียังคงวิ่งต่อไปอย่างช้าๆ สามสหายนั่งชมบรรยากาศผ่านรถม้าไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็กลับมาถึงเมืองขุนเขา เมื่อมาถึงเฉิงไฉเซียวกับลวี่เหรินก็ขอตัวลงจากรถ พวกเขาอำลากันเล็กน้อย 


    จื่อต้าหลงกลับมาถึงจวนตระกูลจื่อ เขาก็ได้เข้าพบท่านพ่อและท่านแม่ทันที หลังจากเขาเดินเข้าห้องโถงไปก็เจอบิดามารดาของเขายืนอยู่


    “ท่องยุทธภพครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้างเจ้าหนู?” จื่อเทียนหลางกล่าว สายตาจดจ้องไปยังลูกชาย


    “สนุกมากขอรับ ท่านพ่อ ข้าพบเจอสิ่งใหม่ๆมากมาย” จื่อต้าหลงกล่าวยิ้มๆ


    “ลูกแม่ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่หรือไม่?” จื่อฮว่ากล่าวถาม


    “ฮ่าๆๆ ท่านแม่โปรดวางใจ ข้าไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนขอรับ” จื่อต้าหลงกล่าวด้วยท่าทีร่าเริง


    “เจ้าคิดทำสิ่งใดต่อไป?” จื่อเทียนหลางเอ่ยถามเสียงเรียบ


    “ข้าจะเก็บตัวฝึกวิชาสักระยะ จากนั้นค่อยออกไปท่องยุทธภพใหม่ขอรับ” จื่อต้าหลงกล่าว


    “เช่นนั้นก็ดี… งั้นเจ้าจงไปพักผ่อนตามสบายเถอะ” จื่อเทียนหลางกล่าว ด้วยประสบการณ์ของเขา สามารถมองออกว่าบัดนี้ลูกชายเริ่มเติบโตขึ้นแล้ว แต่ยังอีกไกลกว่าจะเรียกได้ว่าเป็น‘ชายชาตรี’ที่แท้จริง


    จื่อต้าหลงประสานมือคารวะบิดาและมารดาอย่างนอบน้อม จากนั้นเขาจึงไปที่จวนของท่านย่า เมื่อไปถึงเขายังคงเห็นหญิงชรายืนรดน้ำต้นไม้อยู่ เด็กหนุ่มจึงเดินเข้าไปหา จื่อเหมยหันมามองจื่อต้าหลงจากนั้นจึงถามว่า “เป็นอย่างไรบ้าง?” จื่อต้าหลงก็เล่าให้นางฟังว่าเขาได้ปราบกองโจรที่มาปล้นเมืองไปกลุ่มนึง อีกฝ่ายแข็งแกร่งมาก ท่านย่าได้ฟังดั้งนั้นก็ตกใจ 


    “หลานย่า เจ้านับว่าเอาตัวเองไปเสี่ยงโดยแท้” จื่อเหมยกล่าว


    “เรียนท่านย่าหลานก็คิดเช่นเดียวกัน แต่สถานการณ์ในตอนนั้น หลานจำเป็นต้องสู้! ไม่อย่างนั้นจะมีคนตายมากมาย รวมถึงสหายที่เมืองนั้นของหลานด้วยขอรับ” จื่อต้าหลงกล่าวอย่างจริงจัง


    “เจ้านับว่าเป็นวีรบุรุษแห่งเมืองดอกไม้แล้ว หลานย่าช่างกล้าหาญยิ่งนัก ท่านพ่อเจ้าเองเมื่อก่อนก็กล้าหาญเช่นนี้เหมือนกัน” จื่อเหมยกล่าว นางเล่าวีรกรรมของจื่อเทียนหลางให้จื่อต้าหลงฟังมากมาย จื่อต้าหลงได้ฟังก็รู้สึกนับถือท่านพ่อของเขามากยิ่งขึ้น 


    “ท่านพ่อช่างกล้าหาญยิ่งนัก ฮ่าๆๆ เขาท่องยุทธภพจนมาเจอท่านแม่ แต่งนางเข้าบ้านแล้วกลับมาดูแลตระกูล นับว่าใช้ชีวิตได้คุ้มค่าเหลือเกิน!” จื่อต้าหลงกล่าว


    “หลานคิดทำสิ่งใดต่อไป?” จื่อเหมยถามยิ้มๆ


    “เรียนท่านย่า หลานคิดจะฝึกวิชาต่อขอรับ ตอนนี้ เนตรมังกรม่วง ฝ่ามือมังกรม่วง ท่าร่างมังกรม่วง และเกราะกายาของหลานมาถึงขั้น 7 กันหมดแล้ว พลังฝีมือของหลานเองก็ทะลวงสู่ขอบเขตลมปราณจิตขั้นที่สามแล้ว หลานอยากจะฝึกเพิ่มอีกสักหน่อย” จื่อต้าหลงตอบ


    “เจ้านับว่าเป็นอัจฉริยะโดยแท้ เพียงเวลาไม่นานกลับฝึกวิชายุทธที่ย่าสอนไปถึงขั้นสูงหมดแล้ว… รับนี่ไปซะ” จื่อเหมยได้มอบเม็ดยาฝึกลมปราณระดังสูงให้แก่จื่อต้าหลง 2 เม็ด นางบอกให้เขาเอาไปใช้ได้เต็มที่เลยเพื่อเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของพลังพลังฝีมือ


    จื่อต้าหลงหลังจากได้เม็ดยามาเขาก็รีบกลับไปยังห้องของตัวเองทันที เมื่อมาถึงเด็กหนุ่มก็เลือกที่จะดูดซับเม็ดยาฝึกฝนลมปราณระดับสูงทันที เขาใช้เวลากว่า 4 ชั่วยามในการดูดซับครั้งนี้ มันทำให้พลังฝีมือของเขาเลื่อนไปอยู่ในระดับ ขอบเขตปราณจิตขั้นที่สี่ นับว่าแข็งแกร่งขึ้นอีกก้าว ถ้าหากเขาได้ประลองกับซ่งเหว่ยหนานหัวหน้ากองโจรโลหิตอีกรอบ เขาคงต่อสู้ได้อย่างไม่ยากลำบากเช่นคราก่อนเป็นแน่! หลังจากบ่มเพาะพลังเสร็จ เขาก็ไปฝึกวิชาฝ่ามือมังกรม่วงที่ลานฝึกยุทธส่วนตัวของตน 


    หลังจากฝึกวิชาฝ่ามือมังกรม่วงทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว จื่อต้าหลงก็ได้กลับเข้าจวนไปผสมสมุนไพรเพื่อฝึกวิชาเกราะกายาขั้นสูงเขาลงไปแช่ในถังน้ำสมุนไพร ความเจ็บปวดจากยาสมุนไพรทำให้เขากัดฟันแน่น พอผ่านไปได้ครึ่งชั่วยามเขาก็คุ้นชินกับความเจ็บปวดไปเสียแล้ว นี่ส่งเสริมให้ร่างกายของเขาทนทานแข็งแกร่งขึ้น เด็กหนุ่มใช้วิธีนี้ฝึกฝนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หนึ่งเดือนผ่านไป วิชาทั้งหมดของเขาก็เลื่อนระดับก้าวใหญ่ ทั้งฝ่ามือมังกรม่วง เนตรมังกรม่วง ท่าร่างมังกรม่วง และเกราะกายา บัดนี้มาถึงขั้น 8 แล้ว ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ความรวดเร็วในการฝึกของเขาเปรียบดั่งสัตว์ประหลาด!


    หลังจากปิดด่านฝึกวิชาครบ หนึ่งเดือน เด็กหนุ่มก็ได้ออกมาพักผ่อนหลังจากที่อยู่แต่บ้านมานาน เขาได้ไปที่โรงเตี๊ยมเมฆแดงเพียงลำพังเพื่อที่จะดื่มสุราสักหน่อย เพราะหนึ่งเดือนมานี้ เขาอยากสุราเต็มทนแล้ว เมื่อไปถึงเขาก็สั่งกับแกล้ม พร้อมสุราเมฆแดงห้าป้าน ในใจหวังดื่มให้สะใจ! เมื่ออาหารมาถึงเขาก็เริ่มลงมือกินทันที 


    จื่อต้าหลงทั้งดื่มทั้งกิน จนในที่สุดอาหารก็หมด เขานั่งร่ำสุราอยู่คนเดียวจนหมด จากนั้น เขาก็ออกจากโรงเตี๊ยมลงไปเดินเล่น ชื่นชมบรรยากาศภายในเมือง เด็กหนุ่มเดินไปดื่มไปเรื่อย จนมาหยุดที่ศาลาชมจันทร์ จากนั้นเขาจึงรำพึงออกมาว่า “ดื่มเดียวดายใต้เงาจันทร์ ไหสุราประหนึ่งดั่งดอกไม้ เดียวดายไร้เพื่อนดื่ม ยกจอกขึ้นเชิญจันทร์สว่าง ทอแสงรวมเงาข้า เงาเคลื่อนคล้อยตามกายข้า ทั้งจันทร์และเงาอยู่เป็นเพื่อน รื่นเริงก่อนฤดูใบไม้ผลิ จันทร์ทอแสง เมื่อข้าเริงระบำเงาสั่นไหว เมาแล้วต่างต้องแยกจาก มิตรภาพของเรา ยังคงอยู่ตลอดไป…..”


    จื่อต้าหลงร่ายบทกวีอย่างเมามาย ในใจเขาตอนนี้ เงียบสงบเป็นพิเศษ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมา


    “ไม่นึกเลยว่าท่านก็ขับขานบทกวีได้เช่นกัน….” 


    สุ้มเสียงอันไพเราะล่องลอยมาตามสายลม หนึ่งนางฟ้าล่องลอยมา มาพร้อมกลิ่นหอมสดชื่นเย้ายวนใจ เมื่อจื่อต้าหลงหันไปมอง ก็พบว่าเป็น หลิวสุ่ยเยว่ ที่กำลังเดินมาทางเขา


    “เป็นท่านเองหรือจิ้งจอกน้อย!!” จื่อต้าหลงกล่าว ใบหน้ายิ้มแย้มดีใจเมื่อพบเห็นนาง 


    เมื่อมาถึงหลิวสุ่ยเยว่ก็ได้มายืนข้างกายเขา พร้อมกล่าวว่า


    “ไม่ได้พบกันนานเลยนะ ต้าหลง…” เสียงนางไพเราะบอบบางดั่งดนตรีสวรรค์ก็มิปาน


    “ไม่ได้พบกันนานเลยสุ่ยเยว่ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?” จื่อต้าหลงถาม 


    “ข้าย่อมสบายดี แล้วท่านล่ะ?” นางถามกลับ


    “ข้าเองก็สบายดีเช่นกัน ไม่นึกเลยว่าจะได้มาเจอท่านที่นี่อีกครั้ง” จื่อต้าหลงตอบ


    “ข้ามักจะมาชมจันทร์ที่นี่บ่อยครั้ง มันทำให้จิตใจข้ารู้สึกสงบ” หลิวสุ่ยเยว่กล่าว 


    “ข้าสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของท่าน พลังปราณท่านเพิ่มขึ้นอีกแล้วงั้นหรือ?” จื่อต้าหลงถาม


    “ใช่แล้วตอนนี้ข้าฝึกมาถึงขอบเขตปราณจิตขั้นที่เจ็ดแล้ว….” หลิ่วสุ่ยเยว่กล่าว


    “เพียงห่างกันไม่นาน ท่านกลับบรรลุถึงขอบเขตปราณจิตขั้นที่เจ็ดแล้ว สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะ ของเมืองขุนเขาเรา หากเกาซีหมิงได้เผชิญหน้ากับท่านในตอนนี้ ข้าว่าอีกฝ่ายต้องลำบากยากแสนอย่างแน่นอน!!” จื่อต้าหลงกล่าว


    หลิวสุ่ยเยว่ จับจ้องไปยังขวดสุราของจื่อต้าหลงอย่างสงสัย


    “ให้ข้าดื่มด้วยได้หรือไม่?” หลิวสุ่ยเยว่กล่าว 


    “ย่อมได้” จื่อต้าหลงตอบพร้อมกับยกน้ำเต้าสุราให้หญิงสาว เมื่อรับไปนางก็ดื่มทันที จื่อต้าหลงคาดไม่ถึงว่ายามนี้

    นอกจากจันทร์และเงา ยังมีหญิงงามดื่มเป็นเพื่อน บรรยากาศช่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขยิ่งนัก!


    ทั้งสองดื่มกันไปคุยกันไป ท่ามกลางแสงจันทร์มีเพียงสองคนเคียงคู่


    “ช่วงนี้ท่านว่างหรือไม่?” หลิวสุ่ยเยว่กล่าว


    “ช่วงนี้ข้าว่าง ถามทำไมหรือ?” จื่อต้าหลงสงสัย


    “ข้าจะชวนท่านไปหาดอกบัวหิมะที่ป่าทางเหนือของเมืองเรา….” หลิวสุ่ยเยว่กล่าว


    “ย่อมได้ สำหรับท่านต่อให้ข้ามีธุระสำคัญอันใดก็ตาม ข้าก็จะทิ้งมันแล้วมาหาท่านทันที!” จื่อต้าหลงกล่าวอย่างจริงจัง

    หลิวสุ่ยเยว่ “…..”

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสำราญจอมป่วน [จบ] ที่คุณอ่าน