ขุนปราบสวาทกาม 18+

    ตอนที่ 85 | ทั้งหมดเพื่อหนึ่ง

    ขุนปราบกามสวาท

    ตอนที่ 85 | ทั้งหมดเพื่อหนึ่ง

            

            ออร่าสีขาวของมังกรแสงสว่างวาบออกมา จนทั่วทั้งบริเวณนั้นถูกปกคลุมไปด้วยออร่าสีขาว และแรงกดดันเวทย์อันมหาศาล หมับ!!! หมับ! หมับ!! ส่วนบุษบาที่เห็นว่าดรากันระเบิดพลังออกมามากมายขนาดนั้นก็ควบคุมพลังเวทย์ให้ละเอียดขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่จะสร้างทั้งรากไม้ ทั้งเถาวัลย์มากขึ้นกว่าเดิม แล้วสั่งให้พวกมันทั้งหมดเขาไปพันธนาการร่างของดรากันให้แน่นขึ้นไปอีก

            พลั่บ พลั่บ พลั่บ ต้นไม้พันธนาการที่ดูดซับพลังเวทย์ของดรากันเข้าไปมากขึ้น ก็แตกดอกออกมามากกว่าเดิม จนทั่วทั้งต้นเต็มไปด้วยไม้สีเหลืองสดที่ส่งกลิ่นหอมคลุ้งไปทั่ว และก็ดูเหมือนว่าเวทย์พันธนาการของบุษบาจะต้านพลังอันมหาศาลของดรากันได้อีกไม่นาน แถมพลังเวทย์ของนางก็เหลือน้อยเต็มทีแล้วด้วย

            "ค่ายอำพัน!!!!!" นางก็เลยตัดสินใจที่จะผนึกดรากันด้วยค่ายอำพัน นางขยับตัวพุ่งตรงไปหาดรากัน พร้อมกับร่ายเวทย์จนฝ่ามือทั้งสองข้างเปล่งแสงสีส้มอมเหลืองออกมา พลั่บ!!!! พอเข้ามาประชิดร่างของดรากันได้แล้ว นางก็ขยับมือทั้งสองไปทาบที่หน้าอกของเขา ในจังหวะนั้นมันก็เกิดวงแหวนเวทย์ขึ้นมาตรงฝ่ามือทั้งสองข้างนั้น

            "จงกักขัง!!!!!" จากนั้นนางก็ร่ายเวทย์บทสุดท้าย วงแหวนเวทย์นั้นจึงขยายตัวเท่ากับร่างของดรากัน แล้วเปล่งแสงสีส้มอมเหลืองสว่างวาบออกมา พร้อมกับผลึกอำพันที่ค่อยๆ ขึ้นมาปกคลุมร่างของดรากันทีละน้อยทีละน้อย ก่อนที่จะปกคลุมไปทั่วทั้งตัวของเขา

            "ฮ่าส์ ฮ่าส์ ฮ่าส์" บุษบาที่ใช้พลังเวทย์อันมหาศาลไปในเวลาสั้นก็ทิ้งตัวลงไปนั่งคุกเข่าที่พื้น พลางหายใจหอบอย่างไร้เรี่ยวแรงไปด้วย จากนั้นนางก็ค่อยๆ ลุกขึ้น เพื่อดูว่าเวทย์กักขังที่ตัวเองใช้กับดรากันนั้นได้ผล

            ราวๆ ครึ่งชั่วโมงก่อน ณ คุกที่อยู่ชั้นใต้ดินของปราสาท ทั้งบุษบา และอาเนีย นางทั้งคู่ต่างถูกดรากันขังเอาไว้ที่นี่ บุษบานั้นยังคงหลับใหลอยู่ภายใต้ผลึกอำพันสีส้มอมเหลือง ส่วนอาเนียนางในตอนนั้นอยู่ในสภาพสะบักสะบอมจากการถูกทารุณอย่างหนักหน่วง ใบหน้าอันงดงามของนางเต็มไปด้วยบาดแผลจากการทุบตี ทั่วทั้งเรือนร่างเองก็เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ

            "แอ่ก!!!!" ร่างบางที่เริ่มได้สติแล้วไอออกมาเป็นเลือด พลางขยับแขนทั้งสองข้างมาเช็ดเลือดที่ตัวเองออกมา แต่ทว่าแขนทั้งสองข้างนั้นกลับขยับไม่ได้เลย นางถึงได้รู้ว่าตัวเองนั้นถูกล่ามโซ่เอาไว้ แถมยังอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าอีกต่างหาก ส่วนสาเหตุที่ทำให้นางต้องมาอยู่ในสภาพนี้ก็เพราะว่า ในตอนที่ดรากันได้กลับมาจากการสั่งการศึก นางได้แอบลอบโจมตีเขาด้วยกริชที่ขโมยมา แต่นางก็ทำอะไรเขาไม่ได้เลย แม้แต่รอยขีดข่วนก็ยังทำไม่ได้ จนสุดท้ายก็ต้องมาลงเอยแบบนี้เหมือนอย่างทุกครั้ง

            "ฮ่าส์ ฮ่าส์ ฮ่าส์" เสียหายใจอันแผ่วเบาถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของนาง เดิมทีแล้วแผลเพียงแค่นี้นางแค่ใช้เวทย์รักษาก็หายแล้ว แต่นางในตอนนี้นั้นไม่อาจที่จะใช้เวทมนตร์ได้อีกแล้ว เพราะนางนั้นถูกดรากันทำลายแก่นเวทมนตร์ตั้งแต่ตอนที่ถูกจับมาเป็นเชลยกามแล้ว

            "ย๋า!!!!!!!!!" อาเนียนั้นกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่น ด้วยใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตา นางนั้นรู้สึกสมเพชตัวเองเป็นอย่างมากที่ทำอะไรไม่ได้เลย ทั้งความสิ้นความ ความหมดสัทธาในการมีชีวิตมันพานางดำดิ่งจนไม่เหลือแสงแห่งความหวัง

            เพล้ง!!!! และในขณะที่นางกำลังดำดิ่งอยู่นั้นก็เกิดอะไรบางอย่างแตกดังลั่นขึ้นมา ซึ่งมันก็พาเอาสตินางกลับคืนมาอีกครั้ง เพล้ง!!!! เสียงบางอย่างแตกหักดังลั่นขึ้นมาอีกครั้ง พอนางมองไปยังต้นกำเนิดเสียง ก็เห็นว่ามันดังมาจากผลึกอำพันที่บุษบาหลับใหลอยู่ เพล้ง!!!!! จากนั้นผลึกอำพันนั้นก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนที่ร่างบางของหญิงสาวที่หลับใหลอยู่ในนั้นจะค่อยๆ ลุกขึ้นมา

            "......" อาเนียได้แต่จ้องมองนางอย่างไม่ละสายตา ทั้งกลิ่นหอมที่คลุ้งออกมาจากตัวของบุษบา และใบหน้าอันงดงามของบุษบา มันช่วยปลอบประโลมจิตใจที่แตดสลายของนางได้อย่างน่าแปลกใจ

            "เจ้าคืออาเนียสินะ" เสียงของหญิงสาวผู้ตื่นจากนิทราดังขึ้น พร้อมกับร่างบางของนางที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของอาเนีย หมับ!!!! จากนั้นบุษบาก็ย่อตัวลงแล้วเข้ามาสวมกอดอาเนียเอาไว้จนแน่น

            บุษบานั้นรับรู้ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับอาเนีย ตลอดระยะเวลาที่นางถูกพาตัวมาที่นี่ นางนั้นมีสติครบถ้วนดีและคอยเฝ้ามองอาเนียมาโดยตลอด ซึ่งนางก็สงสารอาเนียจนจับใจ ที่หญิงสาวผู้บอบบางคนนี้ต้องเจอเรื่องราวที่โหดร้ายถึงเพียงนั้น แต่ถึงจะสงสารนางขนาดไหนบุษบาก็ช่วยอะไรนางไม่ได้เลย เพราะต้องซ่อนตัวตนจากสายตาของดรากัน

            "ฮือ!!!! ฮือ!!!!" เพียงแค่ได้สัมผัสอ้อมกอดและไออุ่นจากบุษบา อาเนียก็ปล่อยโฮออกมาไม่หยุด น้ำตาถูกขับออกมาจากดวงตาคู่สวยไม่ขาดสาย

            "ไม่เป็นอะไรนะอาเนีย เจ้าต้องไม่เป็นอะไร" บุษบาพูดปลอบนางด้วยเสียงอันอ่อนโยน พร้อมกับใช้เวทมนตร์รักษาแผลให้แก่นาง และปลดโซ่ที่พันธนาการแขนนางออก

            "ต่อจากนี้เจ้าจะไม่ต้องเจอเรื่องที่ทุกข์ใจแบบนั้นแล้ว" จากนั้นบุษบาก็พูดปลอบนางอีกครั้ง ก่อนที่จะร่ายเวทย์สร้างเครื่องนุ่งห่มเช่นเดียวกับชาวสยามให้แก่นาง ซึ่งนางก็เข้ากับผ้าพันหน้าอกและผ้านุ่งแบบสยามไม่ใช่น้อยเลย

            "ได้ยังไง ข้าคิดว่าท่านหลับใหลอยู่ใต้อำพันนั้นเสียอีก" ถึงอาเนียจะไม่สามารถใช้พลังเวทย์ได้แล้ว แต่นางก็ยังสัมผัสถึงพลังเวทย์ได้อยู่ และนางก็สัมผัสถึงพลังเวทย์อันบริสุทธิ์ของดวงใจแห่งป่าตรงหน้าได้เป็นอย่างนั้น

            "ข้าแค่แกล้งหลับเท่านั้น เรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ ข้าอยากเจอเขาจะแย่อยู่แล้ว" บุษบาที่พูดพลางดึงร่างบางของอาเนียขึ้นมา

            "...." นางที่ได้ฟังแบบนั้นก็ลึกตามขึ้นมาอย่างงุนงง "ใครหรือเจ้าคะ" ก่อนที่จะถามออกไปอย่างสงสัย

            "สามีข้าเอง" บุษบาตอบนางกลับไปอย่างอารมณ์ดี จากนั้นก็พาอาเนียออกจากคุกใต้ดินนี้ไป พอขึ้นมาถึงชั้นบนที่เชื่อมอยู่กับจัตุรัสนางจึงได้เห็นว่าทัพที่กำลังต่อสู้อยู่กับดรากันนั้นกำลังเสียท่าอยู่เป็นอย่างมาก

            "เจ้าหาที่ซ่อนตัวอยู่ตรงนี้ก่อนนะ" นางจึงรีบพาอาเนียไปซ่อนตัวอยู่หลังกำแพง แล้วรีบวิ่งเข้าสู่สนามรบทันที

            "ท่านดวงใจแห่งป่า" อาเนียที่เห็นบุษบารีบร้อนวิ่งออกไปแบบนั้นก็ตะโกนไล่หลังมาด้วยความเป็นห่วง

            "พี่ทัพ!!!!!!" ยังไม่ทันที่บุษบาจะเข้าถึงสนามรบของดรากันกับทัพ นางก็ตะโกนเรียกชายอันเป็นที่รักสุดเสียง เพราะภาพที่นางเห็นตรงหน้าคือภาพของทัพที่ถูกเตะด้วยพลังอันมหาศาลจนจมลงไปที่พื้นดิน ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุการณ์ทั้งหมดก่อนที่บุษบาจะเข้าร่วมสนามรบ

            "เจ้าคิดว่าผลึกโง่ๆ นี่ จะกักขังข้าได้จริงๆ งั้นรึ!!!!" ในจังหวะที่บุษบาเงยหน้าขึ้นไปมองดูดรากันที่ถูกขังอยู่ในผนึกนั้น เสียงของเขาก็ดังขึ้นมา เพล้ง!!!!! ก่อนที่จะเกิดรอยร้าวขึ้นที่ผลึกอำพันนั้น เพล้ง!!!! จากนั้นเพียงไม่ถึงเสี้ยววินาทีผนึกนั่นก็แตกออก หมับ!!!! พร้อมกับฝ่ามือของดรากันที่พุ่งออกมาจับคอของนาง พลั่บ!!!! แล้วยกร่างบางนั้นขึ้นไปสบตาตัวเอง

            "ต่อให้เป็นดวงใจแห่งป่าก็หยุดข้าไม่ได้หรอก" เขาพูดกับนางด้วยเสียงอันเกรี้ยวกราดอีกครั้ง พร้อมกับก้าวขาเดินออกมาจากพันธนาการผลึกอำพันอย่างง่ายดาย

            "อั่ก!!!!" บุษบาที่เริ่มหายใจไม่ออก ก็พยายามจะขยับมือขึ้นไปแกะมือเขาออก "ฮ่าส์ ฮ่าส์ ใครบอกกันว่าข้าตั้งใจจะผนึกแก" จากนั้นนางก็ตอบเขากลับไปด้วยเสียงอู้อี้ ตับ!!!! แล้วยกขาขึ้นมาถีบไปที่หน้าอกของดรากัน เพื่อที่จะดีดตัวออกมา พลั่บ!!! "คนที่จะหยุดแกคือเขาต่างหาก" จากนั้นนางก็พูดขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่ลงไปยืนบนพื้นได้แล้ว

            พลั่บ!!!! พอนางพูดจบก็มีอะไรบางอย่างเคลื่อนที่ผ่านตัวนางไปด้วยความเร็วสูง ทิ้งไว้เพียงเปลวเพลิงสีดำที่เผาไหม้อากาศ ซึ่งสิ่งนั้นก็คือทัพนั่นเอง ที่นางทำไปทั้งหมดก็เพื่อยื้อเวลาในการรักษาและฟื้นฟูพลังอาคมให้ทัพ และนางก็ไม่ได้ฟื้นฟูพลังอาคมให้ทัพเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่นางยังได้ถ่ายเทพลังเวทย์อันบริสุทธิ์ของตัวเองไปให้เขาด้วย


    โปรดติดตามตอนต่อไป