ขณะที่ผมรู้สึกว่ายินดีในทางออกของชีวิตนี้ ใจนักสู้ชีวิตที่คุ้นเคยเตรียมการจะหาทางออกกำลังเข้มข้นขึ้นท่านผู้นำตระกูลเปาซงก็กล่าวขึ้น “ข้าได้ฝากให้หัวหน้าซงหานแจ้งแก่เ้าไปแล้ว ว่าวันนี้เวลา19โมง ให้ไปที่ห้องโถงกลางของตระกูล”
ผมจัดท่ายืนอยู่ท่าตามระเบียบตรง“ข้ารับทราบแล้วขอรับ”
เปาซงพูดเสียงเบาต่ำ “เช่นนั้นเหตุใดเ้ายังไม่เร่งรีบเดินทางออกตระกูลไปให้ไกลเสียเล่า?”
หืม..ที่แท้ท่านลุงก็ปรารถนาให้ข้าหลบหนีเช่นกัน
ผมสบตาท่านผู้นำตระกูลสายตาช่างคล้ายกับเวลาที่ผมใช้มองลูกหลานยิ่งนัก แม้ผมไม่ใช่เืเนื้อของท่านท่านก็ยังผูกพันเช่นนี้.. ที่แท้ก็เตรียมให้เวลาผมหนีไปนั่นเอง เพราะระหว่างทางเดินมาที่นี่พี่ไคน่านบอกว่า เมื่อเวลาประมาณเที่ยง มีเสียงประกาศประชุมทั่วหุบเขา ว่าเวลา 18โมงให้หัวหน้าหน่วยทุกหน่วย เข้าประชุมที่โถงกลางตระกูล ซึ่งทุกคนไม่น่าจะคิดว่าผมจะกลับมาวันนี้ .. หลังจากผู้นำตระกูลทราบว่าผมเข้ามาในตระกูลแล้ว ก็คงแจ้งให้หัวหน้าใหญ่มาบอกนัดเวลาให้ผมเข้าประชุม19โมง ให้ช้ากับคนอื่นๆ 1ชั่วโมง ก็คือให้ผมหนีไปนั่นเอง
ผม“เมื่อมีคำสั่งผู้นำตระกูล ข้าย่อมปฏิบัติตาม”
“เ้า!” ท่านลุงอุทานขึ้นแล้วหายใจเข้าลึกๆ พูดเสียงเบาต่ำ “เหตุใดเ้าโง่เขลาเช่นนี้ลุง้าให้เ้าหนีไป นี่.. นี่เ้าอาจได้รับโทษตาย!ในที่ประชุม รู้รึไม่!?”
พี่ชายทั้ง3และแฟน(ว่าที่)ของผมสะดุ้งขึ้น
ผมเงียบไป2ลมหายใจ“ข้าจะเข้าประชุมอย่างแน่นอนขอรับ และข้าอาจจะไม่ต้องรับโทษใดๆด้วย หรือหากต้องรับโทษตาย ข้าก็ไม่เสียดายชีวิตเพื่อตระกูลตงฟาง .. ของเรา”
ท่านลุงนิ่งไปครู่ใหญ่ก่อนกล่าวเสียงเรียบ “ข้าจะพยายามเต็มที่เพื่อให้เ้ารอดพันเภทภัยครั้งนี้และหวังว่าเ้าจะพยายามเต็มที่ด้วยเช่นกัน!”
ผมประสานมือ“ขอบพระคุณท่านลุงมากขอรับ”
ท่านลุงนิ่งไปครู่นึง ก่อนจะฝืนหัวเราะออกมา “55 วันนี้เป็ครั้งแรกเลยนะที่เ้าเรียกข้าว่า +ลุง ดี! หากวันนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี ลุงหวังว่าเรา2คนจะได้ร่วมดื่มสุรากันซักครั้ง”
ผม “ขอรับ”
ท่านลุงฝืนยิ้มให้ผมอีกครั้ง ท่าทีกำลังเสียใจก่อนถอนหายใจ กวาดตามองรอบๆทั้งพี่ชายทั้ง3กับว่าที่แฟนของผม จากนั้นก็พุ่งตัวจากไป การพุ่งลงจากลานหน้าสุสานนี้ดูราวกับให้ความเร็วที่ดูคล้ายกับขับรถแข่งแรงม้าสูง แต่กลับมีเพียงเสียงเบาบาง และฝุ่นที่ฟุ้งจากพื้นดินเพียงเล็กน้อย ..
ผมกำลังใช้ความคิด โอกาสรอดโทษตายค่อยๆสู้ขึ้นเรื่อยๆ.. ผมสามารถใช้ข้ออ้างของการเลื่อนระดับปราณข้ามขั้นได้ .. อืม ต้องหาข้ออ้างและเหตุผลประกอบด้วย..คิดๆไปก็พลางมองคนทั้ง4ใกล้ตัว
ผมยิ้ม(แบบพยายาม) “ทุกคนไม่ต้องกังวลเพียงแค่ประชุมเท่านั้นนะ พวกเราไปเดินเล่นกันเถอะ เื่อาหารเย็นเอาไว้ก่อน” ตอนนี้ผมเพิ่งรู้ตัวว่าเป็ผู้ใช้ปราณขั้น2แล้ว ไม่ต้องทานอาหารอีก .. แต่เื่นั้นทิ้งไปก่อน ตอนนี้ผมคิดจะรวบรวมพยานหลักฐานขึ้น
เจียวิน ทำท่าฝืนยิ้มออกมากล่าวเสียงใสๆ น่ารัก แต่สั่นเครือเล็กน้อย “เราจะไปที่ใดกันรึ?”สาวน้อยของผม (แม้จะอายุมากกว่าผม2ปี) แสดงแววตาผู้ตกหลุมรัก!..ดังพลั่ก แสดงท่าทางคล้ายเป็ภรรยาตัวน้อยที่ห่วงใยสามี แทบไม่รู้สึกแปลกใจกับเวลานี้ที่เคลื่อนตัวแบกพี่ไคน่านขึ้นหลังเลย..
ผม “เราจะไปส่งพี่ไคน่านที่เรือนก่อนแล้วเราไปเยี่ยมท่านปู่ไทร กัน”
ไคน่าน “ไม่ขอรับคุณชายข้าจะไปด้วย”
ผม “หลังจากส่งพี่ไคน่านถึงเตียงเราจะมัดเขากับเตียงก่อน ค่อยไปเดินเล่นนะ”
ณบริเวณสวนสมุนไพรตะวันออก มีการปักธงไม้สีเหลืองขนาด1เมตรและผูกเชือกสีเหลือง รอบๆด้าน คล้ายสภาพแสดงพื้นที่เกิดเหตุ หลังตำรวจได้สำรวจเบื้องต้น ในโลกเก่า
มีผู้ปกป้องเดินยามอยู่2คน มองมาหากลุ่มพวกผม“พวกเ้ามาที่นี้ทำไม?”
ผม“พวกเรามาคารวะปู่ไทร และจะดูบริเวณรอบๆ”
ยาม“เ้าไม่ควรมาหรอกนะ กลับไปเสียเถอะ”
อ้าวจ่าง รองหัวหน้าหน่วยปกป้องที่3 กล่าวมาจากที่ไกลๆ“ไม่เป็ไร ให้ท่านหัวหน้าหน่วยเขาเข้ามาเถอะ”
ผมกล่าว ประสานมือ “ขอบคุณท่านรองหัวหน้าหน่วย”
หลังจากเข้ามาใกล้ปู่ไทรที่เคยเป็ต้นไม้ใหญ่กว้างขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว10เมตร และเคยสูงราว50เมตร ที่เคยแผ่พลังปราณไม้ที่สงบ เย็นสบายให้ชาวตระกูลตงฟางมายาวนาน ตอนนี้ได้ถูกฟ้าผ่าเป็2ซีกลงกับพื้น ไม้ใบทั้งหมดไหม้เกรียน มีบางคนอยู่รอบต้นปู่ไทร กำหนดแสดงความเศร้าโศกเช่นกัน.. ผมทำการคำนับปู่ไทรแล้ว ผมก็เริ่มมอง ดม เก็บรายละเอียดที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็วพยายามสแกน และสังเกต ทุกรูหลุม ทุกร่องรอย ทุกกลิ่นที่หลงเหลือ ทุกจุดที่มีจุดเด่นที่แม้จะบางเบา.. แม้ไม่มีประสบการณ์ตรงเื่สืบสวน แต่อาศัยความสังเกตของนักวิจัย เกษตรนักธุรกิจ ผสมกับเื่ราว CSI (จากละคร,อนิเมะ)ผมก็พยายามทำให้ดีที่สุด .. แต่ขณะรวบรวมหลักฐาน ก็รู้สึกหนักหัวมาก เหมือนกับทำงานหนักเกินกำลัง! ก็ต้องพูดจาหยอกล้อเชิงสอบถามไปด้วยกับพี่2ซู และเจียวิน ที่เดินมาด้วยกัน เพื่อผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ..ผมไม่อยากให้การเก็บหลักฐานครั้งนี้เคร่งเครียดเกินไป หากจะตายก็ช่างมัน ..แต่เวลาสุดท้ายก่อนอาจจะตายก็สู้หาความสุข หรือทำให้คนที่รักมีความสุขด้วยดีกว่า.. ซึ่งผมพบว่า โอกาสรอดตายของผมกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับสร้างโอกาสยิ้มแย้มให้กับคนทั้ง3
ขณะที่ผมถามเหตุการณ์หลังอินทราคนเก่าสลบไปบ้างพร้อมให้พี่2ซูอธิบายในสถานที่จริง หลังจากคำนวณเวลาก่อนจะ19โมงซึ่งตอนนี้ดวงอาทิตย์กำลังจะตกดิน และดวงจันทร์2ดวงเริ่มปรากฏบนฝากฟ้าผมก็เดินทางไปสำรวจเส้นทางที่ผู้ก่อการร้ายใช้ขึ้นมา และใช้หลบหนีที่เนินเขาเมื่อเก็บข้อมูลเสร็จเรียบร้อย พอเหมาะพอเจาะเื่เวลา ผมก็ชวนทุกคนลงจากเนินเขาปู่ไทร
ระหว่างกลับมาผมอยากจะกอดเจียวิน สักครั้ง แต่ก็รีบลบความคิดทิ้ง เร่งประมวลข้อสันนิษฐานต่อไปเพราะโอกาสผมจะพ้นจากโทษตาย มันยังไม่ 100%
หากผมต้องตายผมไม่อยากให้เธอต้องเสียใจ มากเกินไป..
แล้วตอนนี้ผมก็มายืนอยู่หน้าประตูทางเข้าห้องโถงกลางของตระกูลรอสัญญาณเคาะบอกเวลา 19โมง ก็จะเดินเข้าไป ..ตอนนี้ต้องโฟกัสพลังความคิดทั้งหมดไปที่ข้อสันนิษฐานฯ ต้องให้มันสมบูรณ์ที่สุดจนถึงนาทีสุดท้าย.. แน่นอนว่า ่เวลาโค้งสุดท้ายเสมือนจะขึ้นสังเวียนเวทีชี้เป็ตาย ผมไม่ได้สังเกตท่าทีของคนที่รักผมและคนที่ผมรักทั้ง4คน..
เมื่อเสียงเคาะสัญญาณเวลา 19โมงสิ้นสุดลง ผมก็ก้าวเข้าห้องโถงประชุม.. ตามลำพังผมเพิ่งสังเกตเห็นยามป้องกันห้ามไม่ให้ทั้ง3คนตามผมเข้ามา ผมหายใจความเร็วปกติหัวใจผมเต้นปกติ ไม่มีความกลัว,กังวล สมาธิอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ เื่ราว ข้อตอน ข้อสันนิษฐานเรียงร้อยเข้าด้วยกัน เป็สภาพที่ผมคุ้นชินมานับครั้งไม่ถ้วนในชีวิตก่อน..คำพูดประโยคสุดท้ายที่ได้ยินเป็เสียงของเจียวินขณะกำขลุ่ยในมือแน่นทำท่าทีคล้ายจะร้องไห้ “เ้าต้องไม่เป็อะไรนะ เ้าต้องกลับมาเป่าขลุ่ยให้ข้าฟังอีก!” จากนั้นผมก็เข้ามายืนในตำแหน่งที่พอเหมาะห่างจากที่เก้าอี้แถวหน้าของผู้นำตระกูลนั่งราว5เมตรและอยู่ตรงกลางห่างจากแนวเก้าอี้ผู้ที่นั่งด้านซ้ายและขวา ด้านละ4เมตร
ตอนนี้ผมมีเวลาพิจารณาสังเกตคนทั้งหมดที่นั่งอยู่ในห้องโถงประชุมด้านหน้ามี4คน ตรงกลางคือ ผู้นำตระกูล, ทางขวา มี2คนคือคุณหนูใหญ่ไซซีและคุณชายรองไซจง, และทางซ้ายคือฮูหยินรองจีวาน
ด้านขวาผม คือ ผู้าุโ12คนซึ่งเป็ญาติพี่น้องของท่านผู้นำตระกูล มีจางหงเป็ผู้าุโใหญ่ หรือหัวผู้าุโซึ่งเป็ลุงแท้ๆของท่านผู้นำตระกูล ผู้าุโแต่ละคนถือได้ว่าเป็หัวหน้าฝ่ายแต่ละหน่วยงานในตะกูลเช่น งานช่วยบริหาร, งานวิจัย, งานคลัง, งานกิจกรรมภายนอกตระกูล, งานครัว เป็ต้น
ด้านซ้ายผม นั่งเป็2แถวแถวหน้าบุรุษ คือ หัวหน้าหน่วยปกป้องหน่วยที่1-12 จำนวน 12 คน (หัวหน้าหน่วยที่ 13 และ 15 พลีชีพเมื่อ3วันก่อน) ผมเห็นเก้าอี้ตัวที่13 ว่างอยู่ คงเตรียมเผื่อว่าผมจะได้นั่ง(ถ้ารอดโทษตาย) แถวหลังสตรี คือ หัวหน้าหน่วยเกษตรกรปรานหน่วยที่1-15 จำนวน 15 คน ..
พวกเขาทั้งหมดประชุมก่อนผมจะเข้ามาได้ซัก 1 ชั่วโมงแล้วซินะ..
เอาล่ะ It is show time. (ได้เวลาโชว์ล่ะ)
ผมประสานมือ “คารวะผู้นำตระกูล”แล้วหันไปขวา “คารวะผู้าุโ” แล้วหันไปซ้าย “คารวะทุกท่าน”จากนั้นก็ยืนตามระเบียบตรง มองนิ่งไปยังท่านลุงผู้นำตระกูล
ผมได้ยินเสียงอุทานเล็กน้อยจาก2ฝั่งขวาซ้าย ก่อนจะมีเสียงสถบดังพอควรจากฝั่งขวา (กลุ่มผู้าุโ) “เฮอะทำเป็ใจกล้าหน้าด้าน อยากจะรู้นัก ตอนจะตายจะยังกล้าอยู่ไหม?”
“ท่านผู้าุโจางหง!”ท่านลุงผู้นำตระกูลตวาดขึ้น “ตอนนี้เรากำลังจะทำการไต่สวน เมื่อครู่ข้าย้ำแล้วว่า ยังมิใช่การลงโทษ!ท่านไม่ควรกล่าวรวบรัดตัดตอนเช่นนี้”
ผมยังคงมองตรงต่อท่านลุงผู้นำตระกูล ไม่มีรวนเรมองไปข้างๆ
“ท่านพี่ที่ท่านจางหงกล่าวก็มีเหตุผลนะ” เสียงฮูหยินรองดังขึ้น
ท่านลุงผู้นำตระกูลชำเลืองนางและกล่าวเสียงเรียบ “เ้าก็เงียบปากเสียเถิด”
ผู้นำตระกูล “เรามาร่วมประชุมกันในวันนี้เพื่อปรึกษาหารือ ไขข้อข้องใจเหตุการณ์คืนวันที่11 เดือน3”
“ดังที่ข้าการกล่าวก่อนหน้านี้ เหตุการณ์ความเสียรุนแรงของตระกูลเราเมื่อ4วันก่อน จนตอนนี้ เรายังมิได้เบาะแสผู้กระทำความผิด วันนี้หัวหน้าหน่วยปกป้องที่14 ได้ทุเลาอาการาเ็จากการเข้าต่อสู้เพื่อตระกูลเราจึงสามารถมาร่วมประชุมหารือกับพวกเราในครั้งนี้ด้วย”
จางหง“ท่านผู้นำตระกูลกล่าวได้อย่างไรว่าคนผู้นี้าเ็? เขายังปกติดีชัดๆ ที่ว่าาเ็ก็เป็เพียงการแสดงตบตาของเขาเท่านี้เช่นที่เขามายืนนิ่งอยู่นี่ และจากที่เรากลุ่มผู้าุโของตระกูลหารือกันแล้วเราสมควรมอบโทษตายให้เ้าขี้ข้าไม่รักดีคนนี้ ที่มันกินบนเรือนขี้บนหลังคา นี่มัน..”
“ท่านผู้าุโจางหง!” ท่านลุงผู้นำตระกูลตวาดขึ้นอีกครั้ง“ข้าพูดชัดเจนว่าเรามาที่นี่เพื่อหารือกัน มิใช่การลงโทษ! ท่านกล่าววาจาราวกับไม่เห็นหัวข้าอยู่ในสายตานี่ตกลงว่า ท่านหรือข้ากันแน่ ที่เป็ผู้นำตระกูลแห่งนี้!”
จางหง “จะ..เ้า..”
ผู้นำตระกูล “หากท่านประพฤติไม่เหมาะกับสถานที่ประชุมอันทรงเกียรติแห่งนี้อีกครั้งเดียวข้าจะเชิญท่านออกไป!”
มีเสียงอึกอักลมหายใจติดขัดจากกลุ่มผู้าุโ12คน และ3ที่นั่งด้านหน้านอกจากท่านลุงด้วย .. จนถึงตลอดนี้ ผมยังรู้ว่าลมหายใจของหัวหน้าหน่วยทั้ง 25คน ส่วนมากยังคงราบเรียบ มีส่วนน้อยที่ลมหายใจติดขัด..
หลังจากเว้นระยะให้ทุกคนปรับตัวปรับใจสักพักผู้นำตระกูลก็กล่าวขึ้น “ตอนนี้ข้าจะขอแก้ไขคำกล่าวที่ท่านจางหงใช้บกพร่องไปประการแรก อาการาเ็ของหัวหน้าหน่วยปกป้อง14 เป็ของจริง สภาพตาย9รอด1 นอกจากข้ายังมีอีกหลายท่านเห็นรวมกันและคาดว่าเขาอาจไม่มีชีวิตรอดถึงโรงหมอในเมืองเฟิงหัวไม่มีการแสดงตบตาอะไรทั้งนั้น! ประการที่2 ข้าประกาศหลายครั้งแล้วว่า ผู้รับใช้ ก็เป็ส่วนหนึ่งของตระกูลพวกเขามีเกียรติและศักดิ์ศรี ไม่สำคัญว่าเป็หัวหน้าหน่วยหรือไม่และข้าเคยห้ามการใช้ความเหยียดหยาม เช่น ขี้ข้า! ทุกท่านยังจดจำได้หรือไม่!”
“ขอรับๆ/เ้าค่ะๆ”เสียงของหัวหน้าหน่วย28คน (หน่วยเกษตร15+หน่วยปกป้อง13 ซึ่งรวมตัวผมด้วย)ดังขึ้นพร้อมกับการประสานมือพร้อมกัน
สักครู่ผู้นำตระกูลก็มีรอยยิ้มน้อยๆ “เอาล่ะ เมื่อหลายคนจดจำคำกล่าวของข้าได้ดี เช่นนั้นเรามาร่วมประชุมกันอย่างจริงจังเถอะ” แล้วกล่าวต่ออย่างยืดยาว
“ท่านหัวหน้าหน่วยปกป้องที่14 อาจจะยังมิทราบขณะที่ท่านรักษาการาเ็จากการต่อสู้อย่างกล้าหาญกับผู้บุกรุกตระกูลเรานั้น....ณ.......... ....ที่.......... ....มี........”
ผู้นำตระกูลเริ่มร่ายวาจาบอกเล่าเื่ราวแม้จะเป็เหตุผล มีความกระชับรัดกุม แต่หากมองด้วยใจเป็กลางแล้ว ก็จะเห็นว่ามีหลายประโยคที่เน้นชื่นชมตัวผมและเข้าข้างผมอย่างแเีไปจนถึงแบบชัดเจน.. จนดูคล้ายว่า จากข้อกล่าวหาว่าผมเป็ผู้มีความผิด ท่านลุงก็แก้ต่างให้อย่างเบ็ดเสร็จ เข้าลักษณะสำนวนของชาวตะกร้อ หรือวอลเลย์บอล ที่ว่า “ตั้งเองชงเอง ตบเอง!” ฉะนี้แล
จนกระทั่งผู้นำตระกูลกล่าวมาจนจบก็ตบท้ายว่า “เห็นได้ชัดเจนว่า ข้อกล่าวหาต่อท่านหัวหน้าหน่วยปกป้องที่14 ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด.. ควรให้ท่านกลับไปนั่งประจำตำแหน่ง เพื่อเริ่มประชุมต่อ.. ทุกท่านเห็นเป็อย่างไร?”
โอ้!.. ท่านลุง นอกจากท่านเป็ผู้เล่นเองแล้วยังเป็กรรมการ กับสปอนเซอร์เองด้วย แบบนี้มันก็... เอ่อ..
หลังจากเงียบเสียงไปครู่ใหญ่ หลายคนก็ขยับตัวจะประสานมือแล้วเอ่ยขึ้น “ท่านผู้นำตระกูลๆ” มีหลายคนเอ่ยพร้อมๆกัน
ผู้นำตระกูลกวาดสายตามองคนที่ประสานมือสักพัก“ท่านหันหน้าใหญ่ผู้ปกป้อง เชิญกล่าวเถอะ”
(การประสานมือเรียกผู้นำก็คล้ายวัฒนธรรมยกมือเพื่อของพูดในโลกเดิม)
หัวหน้าใหญ่ซงหาน“ด้วยวิจารณญาณของผู้นำตระกูล ข้าย่อมเห็นด้วยแน่นอนแต่กระนั้นเรายังคงต้องรับฟังเหตุผล รับรู้หลักฐานที่หนักแน่น มากกว่าการคาดเดา ..ข้าจึงเห็นว่า ควรให้หัวหน้าหน่วยปกป้องที่14 ได้มีโอกาสพูดเพื่อความชอบธรรม และให้เราได้รับรู้แนวทางในหลายๆแง่มุมมากยิ่งขึ้น ขอรับ”
โว้ว. ท่านหัวหน้าใหญ่ให้โอกาสผมเร็วขนาดนี้คิดว่าต้องยืนฟังเื่ราวที่พวกท่านถกเถียงกันผมจะได้มีเวลารวบรวมข้อสันนิษฐานอีกสักครั้งชั่วโมง..
ผู้นำตระกูล “เื่นี้..” น้ำเสียงไม่แน่ใจดังขึ้น พร้อมจ้องมองมาที่ผม
ผมประสานมือ“ดังเช่นที่ท่านหัวหน้าใหญ่กล่าว ผมขออนุญาตท่านผู้นำตระกูล ขอให้ได้ชี้แจงด้วย ขอรับ”
ตอนนี้ผมมั่นใจ 90%ว่าผมจะไม่ได้รับโทษใด ๆ และมีโอกาส50% จะได้รางวัลจากการทำงานด้วยซ้ำ
(รวม10,370ตัวอักษร) ^_^
บทที่9 17,500ตัวอักษร