ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 27 สิ่งที่ไม่ควรเห็น

    บทที่ 27 สิ่งที่ไม่ควรเห็น


       ครึ่งชั่วโมงต่อมา


       ‘ไม่รู้ว่าฉันต้องแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหนถึงจะรักษาวิญญาณที่บกพร่องได้’ สายฝนคิด เขารู้สึกเศร้าใจเล็กน้อยทว่าก็ไม่ได้สิ้นหวังอะไร สามปีอาจจะดูน้อยแต่มันก็มีเวลาพอสมควร ในสามปีนี้บางทีเขาอาจได้รับโชคลาภที่ยิ่งใหญ่ก็ได้


       ‘มันยังพอมีเวลาเหลืออยู่ ฉันไม่ควรรีบร้อนยกระดับ ถ้าฉันรีบร้อนเกินไปและเกิดบางอย่างผิดพลาดขึ้นมามันจะทำให้ฉับชิบหาย’ สายฝนกล่าวกับตนเองในใจ เขารู้ดีว่าเวลาชีวิตตนเองเหลือแค่สามปีเท่านั้น แต่สายฝนก็ไม่ได้กังวล กังวลไปแล้วได้อะไรล่ะ? แน่นอนว่าไม่ได้อะไรเลย แถมยังส่งผลด้านลบกับเขาด้วย


       เพราะงั้นสายฝนจึงไม่กังวล เขาต้องสงบสติอารมณ์และทำอะไรใจเย็นๆ คิดทำอะไรต้องรอบคอบเข้าใว้ ต้องเตรียมแผนสำรองใว้เสมอ ถ้าวู่วามเขามีโอกาสสูงที่จะได้รับผลเสีย


       สายฝนกดเข้าโปรแกรม[นาฬิกา]ก่อนใช้นิ้วจิ้มตัวเลขกลางหน้าจอ วินาทีถัดมาเวลาพลันปรากฏขึ้น ขณะนี้เป็นเวลาเกือบหกโมงเช้าแล้ว


       ‘ดูเหมือนฉันจะตื่นเร็วไปสินะ เฮ้ออ~’ สายฝนถอนหายใจ หลังมายังดาว[โอเชี่ยนเซีย]แห่งนี้กิจวัตรประจำวันของเขาก็เปลี่ยนไป เขาจะตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปสำรวจ หลังผ่านการตื่นแต่เช้าทุกๆวันมันทำให้สายฝนชิน บางครั้งการทำอะไรจนชินก็ไม่ดีเหมือนกัน เหมือนกับเวลานี้ซึ่งสายฝนตื่นเช้าทั้งๆที่ต้องการตื่นสาย เขามักตื่นตอนตีห้าและปลุกดารินทร์ให้ตื่น กว่าจะตื่นต้องปลุกไปหลายรอบมาก คาดว่าถ้าสายฝนไม่ปลุกดารินทร์ก็คงไม่ตื่น


       เนื่องจากสำรวจบริเวณตีนเขาจนเกือบหมดแล้ว มีเพียงบางสถานที่เท่านั้นที่ไม่ได้สำรวจ สาเหตุที่ไม่ไปเป็นเพราะแถวนั้นมันอันตรายมาก ต่อให้ใช้ความสามารถเปลี่ยนกลิ่นอายของดารินทร์ช่วยก็ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้


       สายฝนไม่ยอมเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงแน่ๆ เขาไม่ใช่คนชื่นชอบความตื่นเต้นจากประสบการณ์เฉียดตาย และเขาก็ไม่ชอบความเจ็บปวดอีกด้วย ถ้าเป็นไปได้สายฝนจะพยายามไม่ทำให้ตนเจ็บตัว


       ตามที่กล่าวไป เพราะไม่มีอะไรในบริเวณนี้ให้สำรวจอีกแล้วสายฝนจึงตัดสินใจออกจากที่นี่ หลังการสำรวจเขาได้รับหลักประกันชีวิตมามากมายพอสมควร แถมยังมีแผนการเอาตัวรอดอีกหลายสิบวิธีสายฝนเลยมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าอย่างน้อยตนก็พอมีความสามารถรักษาชีวิตตนเองอยู่บ้างเมื่ออกไปสู่โลกภายนอก


       ‘วันนี้ฉันอยากตื่นสายๆแล้วค่อยเดินทางออกจากที่นี่ แต่ไม่คิดเลยฉันดันตื่นแต่เช้าซะได้ จะนอนอีกรอบก็นอนไม่หลับ’ สายฝนคิด


       เขาคิดต่อไป ‘หรือว่าฉันควรออกเดินทางเลยดี? ไม่สิไม่ได้ดารินทร์ยังไม่ตื่นเลย’ สายฝนส่ายหัวทันทีเมื่อเห็นใบหน้าเปี่ยมสุขยามหลับของสาวน้อย เขาอดอิจฉาเธอไม่ได้ เห็นได้ชัดจากใบหน้าของเธอ สาวน้อยกำลังนอนหลับอย่างมีความสุขไร้ซึ่งความกังวล


       หากเปลี่ยนจากดารินทร์เป็นสายฝนที่นอนแทน เขาคงไม่มีทางนอนหลับอย่างมีความสุขแบบสาวน้อยได้แน่ ถึงเขาจะนอนหลับแต่สายฝนก็ยังคงตื่นตัวตลอดเวลา หากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเขาจะตื่นทันที


       เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง


       “อืออ~” ท้ายที่สุดแล้วดารินทร์ก็ตื่นขึ้น เธอส่งเสียงแปลกๆออกมาขณะบิดขี้เกียจ สายฝนกำลังเล่นโทรศัพท์เทพเจ้าอยู่ เขาใช้มันฆ่าเวลารอสาวน้อยตื่น


       ตอนมาถึงดาว[โอเชี่ยนเซีย]สายฝนก็ได้รับแอปพลิเคชันมากมาย หนึ่งในนั้นคือโปรแกรม[ร้านค้า] ในนั้นมีของจำนวนมหาศาล สายฝนดูแล้วตาลายเลยทีเดียว ใช่แล้ว! ตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมาเขากำลังดูของในแอป[ร้านค้า]อยู่


       ของแต่ละอย่างในร้านค้าเหมาะสมกับราคาของมัน มีของดีๆมากมายภายในร้านค้า มีตั้งแต่ระดับทั่วไปยันของระดับเทพเจ้า แน่นอนด้วยระดับของสินค้าที่เพิ่มขึ้นราคาก็ยิ่งสูงขึ้น


       ร้านค้าใช้แต้มสำรวจเป็นค่าเงิน แต้มสำรวจสามารถหาได้จากไหน? ตามชื่อของมันแต้มสำรวจสามารถหาได้จากการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ยิ่งของที่ค้นพบมีระดับสูงมากเท่าไหร่แต้มสำรวจก็จะได้รับมากขึ้นเท่านั้น


       สายฝนสำรวจพื้นที่และได้รับสิ่งของมาเยอะมากทำให้เขามีแต้มสำรวจจำนวนมาก แต่แต้มสำรวจจำนวนมากนั้นกับใช้ซื้อสิ่งของภายในร้านได้ไม่กี่อย่างก็หมด


       ‘แต้มสำรวจก็เหมือนกับเงินฉันควรประหยัดใว้จะดีกว่า’ สายฝนคิดก่อนหันไปมองดารินทร์ซึ่งมีท่าทางงงวยและกล่าวว่า “เมื่อวานเราสำรวจบริเวณนี้จนหมดแล้ว เพราะงั้นวันนี้พวกเราจะออกจากที่นี่กัน”


       ดารินทร์พยักหน้ารับบอกว่าเธอรับรู้แล้ว สาวน้อยเชื่อใจสายฝนมาก เขาคือคนที่ช่วยชีวิตเธอใว้ หากไม่มีเขาในวันนั้นเธอก็อาจอดตายไปแล้ว


       พวกเขาทั้งสองเช็คความพร้อมจากนั้นก็ออกจากถํ้า เสื้อผ้าของทั้งคู่ไม่ได้สกปรกแม้จะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตาม ต้องขอบคุณความสามารถควบคุมนํ้าของดารินทร์ทำให้สายฝนสามารถทำความสะอาดเสื้อผ้าได้


       “พวกเราจะไปทางไหนกันเหรอค่ะ?” สาวน้อยถามสายฝนขณะมองซ้ายมองขวา


       สายฝนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรไปทิศทางไหนดีเขาจึงเลือกทิศทางแบบสุ่ม ชี้นิ้วไปยังทิศหนึ่งและพูดว่า “เราจะไปทิศนี้กัน เธอเตรียมใช้ความสามารถเปลี่ยนกลิ่นอายเลย อีกไม่นานพวกเราก็คงจะเจอกับสิ่งมีชีวิตแล้ว”


       “ค่ะ” สาวน้อยพยักหน้างึกๆอย่างเชื่อฟัง เธอรวบรวมสมาธิสัมผัสธาตุในอากาศ วินาทีต่อมาธาตุนํ้าในอากาศก็ค่อยๆลอยเข้าสู่ร่างดารินทร์กับสายฝน กลิ่นอายของทั้งสองเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตกลายเป็นกลิ่นอายของสิ่งไม่มีชีวิต เป็นกลิ่นอายนํ้าทะเลนั่นเอง!


       “รับนี่ไป” สายฝนโยนมีดเล่มหนึ่งให้ดารินทร์ มีดเล่มนี้เป็นมีดที่เขาซื้อมาจากร้านค้าเพื่อเอาใว้ป้องกันตัว


       “ขอบคุณค่ะ” สาวน้อยรับมีดมา เธอกล่าวขอบคุณสายฝน ในใจสงสัยอยู่ว่าเขาเอามีดเล่มนี้มาจากไหน หรือเขาจะเตรียมใว้ตั้งแต่อยู่บนดาวโลกแล้ว? ถึงแม้ความสงสัยจะมากมายเพียงใดดารินทร์ก็ไม่ได้ถามสายฝน เธอทำเพียงสงสัยอยู่ในใจเงียบๆ


       ‘ฉันเองก็ต้องใช้มีดเช่นกัน’ สายฝนเอามีดออกมาอีกเล่ม มีดเล่มนี้ดูคล้ายกับมีดของดารินทร์มาก


       นี่คือข้อมูลมีดจากแอป[กล้องถ่ายรูป(ไร้เสียง)]ของโทรศัพท์เทพเจ้า [มีดหั่นผลไม้ของราชันย์(คุณภาพค่อนข้างพอใช้):ทำขึ้นจากวัตถุดิบหายากในดวงดาว[ละอองดารา] ถูกทำขึ้นอย่างระมัดระวังทำให้มีดออกมาดี คนสร้างถือว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์อย่างมาก เขาตีมันขึ้นเพื่อให้กับราชันย์คนหนึ่ง]


       ด้วยพลังของมือถือเทพเจ้าการคัดลอกและวางมีดหั่นผลไม้ของราชันย์เป็นเรื่องง่ายสุดๆ ดังนั้นสายฝนจึงสามารถซื้อมีดอันนี้กี่เล่มก็ได้ตราบเท่าที่มีแต้มสำรวจ


       เปรี้ยงงง!


       จังหวะนั้นเสียงหนึ่งพลันดังขึ้น เป็นเสียงคล้ายกับเสียงสายฟ้าฟาด


       “มาจากทิศนั้นสินะ ดูเหมือนเราจะเจอเรื่องน่าสนุกเข้าให้แล้วล่ะ” สายฝนกล่าวพลางหันไปมองยังทิศทางต้นเสียง อาจเป็นเพราะอักขระอักษรเร้นลับเขาถึงสามารถรับรู้ความทรงพลังของสายฟ้าได้ เป็นไปได้มั้ยว่าบริเวณต้นตอเสียงสายฟ้าจะมีสมบัติในตำนานปรากฏขึ้น คิดแบบนี้แล้วสายฝนอดตื่นเต้นไม่ได้


       สายฝนเร่งเร้าสาวน้อย “รีบๆมาสิ พวกเราจะไปทิศทางนั้นกัน” ถึงสายฝนจะรีบร้อนทว่าเขาก็ไม่ได้ลดการระวังตัวแต่อย่างใด กลับกันเขายิ่งระมัดระวังมากขึ้น ทรัพย์สมบัติในตำนานคงไม่ได้มาง่ายๆแน่!


       “คะ? ค่ะ” สาวน้อยยังคงงงอยู่ทว่าก็ตามสายฝนไปแต่โดยดี เธองงสุดๆ ทำไมจู่ๆเขาถึงเปลี่ยนทิศทางล่ะ? เพียงแค่ได้ยินเสียงดัง เปรี้ยง! พี่ชายคนนี้ก็เปลี่ยนทิศทางแล้วเนี่ยนะ? ไร้เหตุผลมาก!


       ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงต้นตอของเสียงสายฟ้าฟาด สายฝนและดารินทร์เห็นผู้ชายสามคนกำลังหัวเราะชอบใจ ตรงหน้าพวกมันมีผู้หญิงคนหนึ่งทรุดลงกับพื้น เธอมีหน้าตางดงาม ร่างกายเองก็ไม่แพ้หน้าตา สรุปก็คือเธอเป็นผู้หญิงที่โคตรสวย แม้กระทั่งพลอยยังเทียบไม่ติด แค่ผิวพรรณของหญิงสาวคนนี้ก็กินขาดแล้ว


       หญิงสาวหน้าซีด นํ้าตาไหลออกมาดูแล้วน่าสงสารมาก ทว่าผู้ชายทั้งสามก็ไม่มีท่าทีสงสารแม้แต่น้อย กลับกันพวกมันหัวเราะชอบใจยิ่งกว่าเดิม หญิงสาวปิดตาแน่นเหมือนกับเธอไม่อยากรับรู้เหตุการณ์ต่อจากนี้ วินาทีนั้นชายผมฟ้าในกลุ่มผู้ชายทั้งสามพลันถอนกางเกง


       สายฝนเห็นเหตุการณ์แล้วขมวดคิ้ว ตกลงแล้วไม่ใช่สมบัติในตำนานหรอกหรือ? ที่แท้เป็นแค่ไอโรคจิตสามคนที่กำลังจะข่มขืนผู้หญิง! สายฝนอารมณ์เสียมากๆ อยากเข้าไปซัดหน้าพวกมันทั้งหมด


       “กรี๊ดดดด” เสียงร้องตกใจดังเข้าหูสายฝน เขาหันไปมองเห็นดารินทร์กำลังใช้มือปิดตาทั้งสองของเธออยู่ ทั่วใบหน้าของสาวน้อยแดงเถือก


       ‘แม่งเอ้ยฉันลืม!’ สายฝนใช้มือก่ายหน้าผาก เขาลืมเรื่องที่ดารินทร์เป็นเด็กผู้หญิงไปเสียสนิทเลย เธอคงไม่เคยเห็นสิ่งนั้นมาก่อน สายฝนส่ายหัว เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าชายผมฟ้าเป็นโรคจิตขนานแท้ ถึงกับโชว์สิ่งนั้นออกมาให้เด็กสาวอายุสิบสามปีดู


       “ดารินทร์เธอรีบใช้พลังของเธอสิ” สายฝนกล่าวกับสาวน้อย เขาต้องการให้ดารินทร์หยุดคิดเกี่ยวกับสิ่งนั้น 


       สาวน้อยพยักหน้าช้าๆด้วยใบหน้าสีแดงของเธอ ดารินทร์พยายามตั้งสมาธิสงบจิตสงบใจไม่คิดฟุ้งซ่านเพื่อใช้พลัง แต่มันก็ยากอยู่ดี เธอไม่สามารถหยุดคิดถึงสิ่งนั้นได้เลย มันติดอยู่ในหัวเธอตลอดเวลา


       “ดูเหมือนฉันต้องใช้เจ้านั่น” สายฝนพึมพำเบาๆ เขาแอบใช้โทรศัพท์เทพเจ้ากดเข้า[คลังสิ่งของ]และนำเอายาขวดหนึ่งออกมา ของเหลวสีนํ้าเงินภายในขวดเปล่งประกายราวกับดวงดาวนับหมื่น มันคือยาสงบจิตที่สายฝนปรุงใว้เมื่อหลายวันก่อน


    ---


    จบบทที่ 27 สิ่งที่ไม่ควรเห็น