กาจพลอยากจะด่าเพื่อนสนิทที่พ่วงตำแหน่งเ้านายใจจะขาด
“เอาน่ามึงให้น้องฉัตรเขานอนเฝ้าสักคืนจะเป็อะไรไปวะ ก็เด็กมันบอกว่าไม่มีบ้านให้กลับไงมึงหลับหูหลับตานอนไปเลยไอ้กาจ กูขอนะ”
น้องฉัตรเต็มปงเต็มปากเลยนะมึง จำได้ว่าไอ้เพื่อนตัวแสบเป็ลูกชายคนเดียวของท่านนายพลกับคุณหญิงต้องตาไม่มีพี่น้องจากที่ไหน
แล้วไอ้คำว่า 'กูขอนะ' กาจพลโคตรเกลียดเพราะต้องยอมให้เพื่อนเสมอ ยัยเด็กนั่นได้หัวเราะเยาะพวกเขาในใจตายไปเลย
“แต่กูไม่ชอบวุ่นวายใครก็ไม่รู้จัก” หนุ่มนักธุรกิจรู้ซึ้ง กาจพลอยู่คนเดียวั้แ่เรียนมัธยมปลายบ้านของแม่กับพ่อเลี้ยงของมันอยู่ห่างออกไปไม่ถึง 10 กิโลเมตรแต่ไอ้เพื่อนรักไม่เคยไปเหยียบ
“เออ...แต่ไอ้คนที่มึงไม่รู้จักก็คนเดียวกันกับที่ช่วยชีวิตมึงไว้นั่นแหละ”
“กูถามมึงคำเดียวไอ้ต้นมึงโง่เชื่อเด็กนั่นจริงๆเหรอวะ ว่าเธอไม่มีบ้านให้กลับนะ” กาจพลพูดเสียงค่อยไม่ให้ยัยเด็กหน้าตาซื่อๆแต่จิตใจคดเคี้ยวได้ยินสิ่งที่ตนและเพื่อนคุยกัน
“เฮ้อ...กูก็ไม่เชื่อมึงพอใจยังแต่ที่กูอยากให้เด็กคนนั้นอยู่ที่นี่ไปก่อนเพราะกูอยากได้เธอมึงยังไม่เข้าใจตรงไหนอีกมั้ยไอ้กาจ” ต้นตระกูลถอนลมหายใจดังพรืด
“เออ...ให้อยู่ที่โรงบาลก็ได้แต่แค่คืนเดียวนะโว้ย” และแล้วสันดานแท้ของเพื่อนสนิทก็โผล่ออกมาชัด
ผิดไปจากความคิดของเขาที่ไหนล่ะ
ผ้าห่มของทางโรงพยาบาลถูกกระชากมิดศีรษะอากาศในห้องพักผู้ป่วยหนาวประมาณ 19 องศาแม้จะห่มผ้า กอดตัวเองแล้วแต่เด็กสาวที่ไม่เคยนอนห้องแอร์และแอร์หนาวจัดอย่างนี้มาก่อนถึงกับทนนอนต่อไปไม่ไหว ่หน้าหนาวทุกปีฉัตรอรุณและยายนอนกอดกันตอนนั้นเธอไม่เคยรู้สึกหนาวเลย หญิงสาวลุกขึ้นเพ่งมองห้องที่มีแสงไฟรำไรจ้องมองรีโมทแอร์คอนดิชั่น ปุ่มลูกศรเลื่อนขึ้น-ลงหน้าจะเหมือนรีโมตทีวีหรือเปล่านะ
ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ดตี๊ด ตี๊ด เ้าตัวยิ้มเมื่อเห็นเลขบนหน้าปัดเรืองแสงปรับไปอยู่ที่ 25องศา อุณหภูมิห้องปกติเหมือนที่ตนเคยร่ำเรียนหนังสือมา
“เธอทำอะไรนะ”เพราะเสียงติ๊ดหลายครั้ง รบกวนให้คนป่วยที่นอนหลับอยู่ ตื่นขึ้นมา
“หนูปรับอุณหภูมิค่ะกลัวคุณจะหนาว”
“อย่าคิดแทนฉันจะได้มั้ยปรับกลับไปให้มันอยู่ที่ 19 องศาเท่าเดิม” คนชอบอากาศหนาวๆบอกอย่างหัวเสีย มาอาศัยอย่างคนไร้ประโยชน์แล้วยังเสนอหน้ามารบกวนการนอนของเขาอีก
กาจพลไม่น่ายอมตามคำขอร้องของไอ้เพื่อนบ้าเลย
“ค่ะ ๆ”แน่นอนฉัตรอรุณไม่กล้าเถียง เธอควรเจียมตัวในที่ของตนเองเดี๋ยวค่อยใส่เสื้อสัก 2 ชั้นก็ได้คงพอต่อสู้กับอากาศหนาวเย็นอย่างกับขั้วโลกได้บ้าง
“มาพยุงฉันหน่อยสิจะเข้าห้องน้ำ” ออกคำสั่งเสียงเฉียบความเจ็บที่ระบมอยู่ที่แขนข้างถูกยิง เคลื่อนไหวนิดๆหน่อยๆก็เจ็บร้าวไปทั้งตัว
“ค่ะๆค่อยๆนะคุณ” พยาบาลจำเป็ประคองอย่างดีเธอรู้ว่าส่วนนั้นของเขาต้องเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด เดี๋ยวจะอักเสบได้คำพูดของคุณหมอใจดีที่เข้ามาตรวจเมื่อ่ค่ำ ฉัตรอรุณจดจำได้ขึ้นใจ
“ถ้าเสร็จแล้วเรียกนะคะ”เธอพาเขามาถึงคอห่าน ก่อนจะเดินถอยออกไปจากห้องน้ำอย่างรู้กาลเทศะรอยยิ้มแหยะปรากฏอยู่บนใบหน้าของกาจพล
"ฉันไม่หลงกลไม่ชื่นชมเธอหรอกยัยเด็กหน้าใสใจคด" พึมพรำระหว่างปล่อยทุกข์เบาไปด้วย
พยุงคนเจ็บมาถึงเตียงฉัตรอรุณก็รีบคว้ากระเป๋าของตัวเองหายเข้าไปในห้องน้ำคนป่วยที่อยู่บนเตียงมองด้วยสายตาไม่ไหว้วางใจ
ยัยเด็กบ้าจะมาไม้ไหนกับฉันอีกห่ะ
ผ่านไป 2-3นาที เธอเดินออกมาปกติ แต่สิ่งที่ผิดปกติที่ชายหนุ่มเห็นได้ชัดเจนเสื้อผ้าของเธอหนาขึ้น เด็กใจคดของเขาสวมกางเกงฟอร์ม 2 ตัว ส่วนเสื้อไม่น่าต่ำกว่า3 เด็กคนนั้นที่บอกเขาว่าชื่อฉัตรอรุณ ทิ้งตัวลงนอนหราคว้าผ้าห่มขึ้นมา พร้อมหลับด้วยความสบายใจ
“หนูปรับอุณหภูมิค่ะกลัวคุณจะหนาว”
"ที่แท้ก็หนาวนี่เองทำไมถึงไม่บอกว่าตัวเองหนาวล่ะยัยเด็กบ้า" ไอ้เขาก็คิดไปเองว่าเธอเ้ากี้เ้าการวุ่นวายกาจพลถอนหายใจฮึดฮัด ตลอดทั้งคืนนั้น กลายเป็ว่าคนเฝ้านอนหลับอย่างสบายบนโซฟา ส่วนตัวผู้ป่วยเองกลับอารมณ์เสียนอนไม่ค่อยหลับ
เพิ่งสลบไป่ใกล้รุ่งกาจพลขยับตัวตื่นเพราะได้กลิ่นหอมๆของอาหารปะทะจมูก
“คุณตื่นแล้วเหรอคะ?”เด็กสาวใจคดแปลกหน้า ที่เขารู้จักเธอเมื่อวานเป็วันแรกเธอชื่อฉัตรอรุณ อายุ 19 ปี ก็เสนอหน้าเปล่งเสียงดังขึ้นมาเป็คนแรกของวัน
ไม่รู้สิ...วิศวกรหนุ่มคิดว่าเขายังต้องซวยเพราะรอยยิ้มหวานๆแต่ไม่ได้จริงใจของคนตรงหน้าเป็อีกแน่
“คุณพยาบาลเอาอาหารกับยามาให้แล้วคุณจะทานเลยหรือเปล่าคะ?” เขาไม่ยอมตอบอะไร เธอจึงเป็ฝ่ายถามเสียเอง
“จะบ้าเหรอไงฉันยังไม่ได้อาบน้ำแปรงฟันเลย” ยัยเด็กบ้าถามมาได้แต่ละอย่าง ไม่รู้จักคิดก่อนพูดใบหน้าของกาจพลมีร่องรอยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด และฉัตรอรุณเองก็ไม่ได้ตาบอดที่จะมองไม่เห็น
เพียงแต่เธอเลือกที่จะมองมันห้ามไป
“ถ้าอย่างนั้นคุณรอสักครู่นะคะเดี๋ยวหนูเตรียมอุปกรณ์มาให้” สิ้นสุดเสียงหวานได้ไม่นานเ้าตัวก็กลับมาพร้อมแปรงสีฟันที่มียาสีฟัน แก้วน้ำ แก้วเปล่าอีก 1 ใบ ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก
“...” กาจพลไม่ได้ตอบอะไรยอมรับแปรงสีฟันมาแปรงฟันโดยดี แต่ในใจของเขาก็ไม่วาย...
เ้ากี้เ้าการได้ทุกเื่จริงเชียวยัยเด็กบ้า
ฉัตรอรุณดูแลช่วยเหลือคนป่วยที่ขยับเขยื้อนตัวลำบากอย่างเต็มใจหน้าที่แบบนี้เธอทำมาหนักต่อหนักตอนที่ยายเอื้อยของเธอป่วย หลังๆมานี้ยายต้องนอนโรงพยาบาลแทบทุกปีบางปี 2-3 ครั้งก็เคยมี ตอนนั้นลำบากกว่าตอนนี้ตั้งเยอะก็แน่นะสิ โรงพยาบาลรัฐตามชนบทจะมาสะดวกสบายกว่าโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพที่เหมือนโรงแรมแบบนี้ได้อย่างไรกัน
แต่ตอนนั้น...ฉัตรอรุณกลับมีความสุขมากกว่าตอนนี้ตั้งเยอะ
“คุณคงยังอาบน้ำตอนนี้ไม่ได้จะให้หนูช่วยเช็ดตัวให้ก่อนทานข้าวมั้ยคะ”
“ไม่ต้อง”คนปากหนักพูดดังคล้ายกับตวาดราวกับเขากำลังหวาดกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่
“เออ...เออค่ะ”คนตัวเล็กหน้าจ๋อยลง แต่สำหรับคนตัวโตหัวเสียไปถนัด ให้ตายสิ!ทำไมเขาถึงรู้สึกเสียใจที่พูดะโออกไปแบบนั้น
เขาก็แค่ไม่้าให้ใครยุ่งย่ามกับร่างกายของเขา ทุกคนที่สนิทกันรู้ข้อกำจัดในข้อนี้ดี...แต่สำหรับเด็กคนนี้ไม่
“ฉันจะทานข้าวเลย”
“คะ?”เสียงเขานุ่มทุ้ม ไม่คุ้นหู
“ฉันบอกว่าฉันจะทานข้าวเลย เธอเองก็มาป้อนให้ด้วยสิ” กาจพลเป็คนถนัดขวาแล้วข้างขวาก็เป็ฝ่ายที่ถูกยิงให้ยืนฉี่แบบเมื่อคืนพอได้ แต่ให้ทานข้าวด้วยมือซ้าย
คงได้เลอะชุดเปื้อนผ้าปูเตียง
“ค่ะๆได้ค่ะ” คนหน้าจ๋อยก่อนหน้ากลับมากระตือรือร้นอีกครั้งครั้งนี้รอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าหล่อคมคาย
เธอซื่อจริงๆอย่าที่แสดงออกมาหรือเปล่าน่ะยัยเด็กบ้า คนอย่างฉันไม่เชื่อใครง่ายๆหรอกนะ
ต้องรอดูกันต่อไป
หลังเลิกงานต้นตระกูลมาเยี่ยมพร้อมกระเซ้าผลไม้ใบใหญ่เป็่เวลาเดียวกันกับทางคุณหมอเ้าของไข้มาแจ้งผู้ป่วยว่าสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว
"เออได้กลับบ้านสักทีนะเพื่อนแต่แกคงเดี้ยงทำงานไม่ได้หลายวัน" นักธุรกิจหนุ่มสงสารในความโชคร้ายของเพื่อนอยู่ผิดที่ผิดทางไปหน่อย
คนซวย2019
เเอด!หนุ่มเฟรนลี่หันไปยิ้มให้กับสาวน้อยที่ก้าวเข้ามาในห้อง
"หวัดดีน้องฉัตรคนสวย"ที่รีบบึ่งรถจากที่ทำงานมาหา สาเหตุหลักก็เพราะสาวน้อยหลงทางคนนี้นี่แหละ
หลงทางเธออาจเสียหลักแต่หากหลงรักพี่เธอจะไม่เสียใจนะน้อง ฮิ้วววว ต้นตระกูลชอบใจในความคิดของตนเอง
"สวัสดีค่ะพี่ต้น"สาวน้อยพนมมือไหว้ตัวโยน
เหอะ!ดูมันไอ้เพื่อนตัวแสบยิ้มเชื่อมให้ยัยเด็กบ้านั่น แล้วที่สำคัญยัยเด็กบ้าก็อายแทบม้วนเป็กิ้งกือ
"เสื้อผ้าของฉันล่ะ"เสียงคล้ายคนอารมณ์ไม่ดี
"เออ...อยู่ในถุงค่ะคุณ"ฉัตรอรุณเกือบลืม เขาไหว้วานให้เธอไปเอาเสื้อผ้าจากแผนกซักแห้งของโรงพยาบาลเมื่อสักครู่นี้
"ช่วยพยุงฉันไปในห้องน้ำหน่อยจะเปลี่ยนชุด"
"ให้หนูช่วยเปลี่ยนให้ตรงนี้ไหมคะจะได้ไม่ต้องขยับมาก" ปกติเขาก็ไม่ลุกจากเตียง หากไม่ปวดเข้าห้องน้ำจริงๆจังๆ
"ไม่ต้อง"กาจพลเผลอตวาดอีกครั้งของวัน
2 ครั้งแล้ว2 ครั้งที่เขารำคาญยัยเด็กจุ่นจ้านคนนี้เสียเต็มประดา
"มาๆเดี๋ยวกูช่วยเอง" ต้นตระกูลอาสา สงสารแต่เด็กน้อยไอ้เพื่อนบ้าตวาดหน้าเสียไปเลย
"เสร็จแล้วก็เรียกกูนะโว้ย"
"เออน่า"กริ๊ก! ประตูห้องน้ำถูกปิดลง
"น้องฉัตรไม่ต้องน้อยใจนะครับกฎเหล็กของไอ้บ้ามันเลย คือมันไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้ หรือถูกเนื้อต้องตัวมัน ขนาดพี่เองเป็เพื่อนกับมันมาสิบๆ ปี มันยังหวงตัวจะตายยัยลิลลี่ที่หนีไปก็เหมือนกัน....เออ เอาเป็ว่ามันหวงตัวนะครับ แต่เื่อื่นไม่มีปัญหาหรอก"หนุ่มขี้เล่นเกือบเผลอเล่าเื่แฟนเก่าของเพื่อนรักให้สาวน้อยใสซื่อตรงหน้าฟังเสียแล้ว
แต่เอ๋ แล้วเขาจะเล่าเื่เพื่อนสนิทหวงตัวไปทำไมเพราะอีกสักพักก็ต้องจากกันอยู่ดี
"อ๋อค่ะ" ฉัตรอรุณพยักหน้าเข้าใจเหตุผล เขาเป็คนหวงตัวมากนี่เองเมื่อเช้าตอนเธออาสาเช็ดตัวให้ก็ถูกตวาดเหมือนกัน
“รับไปสิ”ธนบัตรสีเทาใบเดิมถูกยื่นไปให้เด็กสาวที่หอบหิ้วกระเป๋าใบเก่าตรงหน้าตอนนี้พวกเขาทั้ง 3 คนอยู่บริเวณลานจอดรถชั้น 5 ของโรงพยาบาลชื่อดัง
“ไอ้กาจจจ”ถ้าไอ้เวรนี่มันไม่พึ่งถูกยิงมา ต้นตระกูลจะเข้าไปบีบคอมันจริงๆด้วยสาบานได้เลย
“มึงไม่ต้องยุ่งแล้วไอ้ต้นให้เงินไปจะได้จบๆ รับไปสิ!” แบงก์พันใบนั้นถูกยื่นเข้าใกล้เธออีก
“ขะขอบคุณค่ะ” ถ้ามันคือสินน้ำใจจากเขา ฉัตรอรุณจะไม่ปฏิเสธเธอรับมันมา ก่อนพนมมือไหว้เ้าของเงินตัวโยน
ถูกต้องของเขารับเงินแล้วจะได้แยกย้ายต่อกัน
เื่มันจะได้จบๆ
“แล้วน้องฉัตรจะไปไหนครับเดี๋ยวพี่ขออาสาไปส่งเอง” คุณชายผู้เพียบพร้อมไม่วายเลิกตอแยสาวสวยตรงหน้า
หน้าสวยดูอ่อนเยาว์ ไร้เดียงสา ไม่รู้ว่าจะไร้เดียงสาจริงหรือหลอกแต่หัวใจของต้นตระกูลบอกได้คำเดียว
นี่แหละสะเป๊ก
“เออ...เออคือฉัตรก็ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ ฉัตรลาตรงนี้ดีกว่า สวัสดีค่ะพี่ต้น ฉัตรลาก่อนค่ะคุณกาจ”ต้นตระกูลรับไหว้อย่างแสนเสียดาย เด็กคนนี้ช่างซื่อจริงๆไม่รับมุขขอไปส่งบ้านของเขาเลย ผิดแผกกับผู้ชายอีกคนกาจพลบึ้งตึงไม่แม้แต่จะมองหน้า ไม่รับไหว้ ไม่เอื้อนเอ่ยคำพูดใดใดทั้งนั้น
“เฮ้อ!”ความผิดหวังบวกกับปริมาณรถที่ติดแน่นขนัดั้แ่ไม่ได้ออกจากโรงพยาบาล
“ถอนหายใจทำไมหุ้นตกเหรอ?” กาจพลแสร้งเอ่แซว
“ไอ้กาจไอ้ตัวดี มึงก็รู้ว่ากูถอนหายใจทำไม อดเคลมน้องฉัตรเลยป่านนี้จะไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้” เพราะเธอแปลกเธอไม่เหมือนใคร ไม่เข้าโจมตีหนุ่มหล่อ พ่ออภิมหารวยอย่างเขาเหมือนสาวๆคนอื่นๆไม่แม้แต่จะมีลูกเล่นหรือมารยาสักนิด
นอกจากที่เ้าหล่อนบอกว่าไม่มีที่ไป
“โป้ะแชะเลย!โอ้ยทำไมกูโง่อย่างนี้วะ” ต้นตระกูลตบเข้ากับพวงมาลัยรถหรูเบื้องหน้ารถยังติดไม่ขยับ
“โง่อะไรของมึงใครโง่” เพื่อนหันหน้ามามองอย่างสงสัย
“ก็ที่น้องฉัตรคนสวยของกูบอกว่าไม่มีที่ไปอย่างไงล่ะกูน่าจะเชิญชวนให้มากกว่านี้หรือไม่กูก็แสร้งเสนองาน เสนอที่อยู่ไปให้เลยถ้าได้ไปเห็นเพ้นท์เฮ้าท์ของกูนะ ไม่วายอ้อนพี่ต้นคะพี่ต้นขาเข้าหูกูทั้งวันทั้งคืน” ผู้หญิงร้อยคนต้นตระกูลก็ขอเหมามันทั้งหมด ไม่มีใครหรอกที่จะเล็ดลอดกรงเล็บของเขาไปได้
“เป็แบบนี้ก็ดีแล้วไอ้ต้นเด็กนั้นเป็ใครก็ไม่รู้ มาดีหรือมาร้ายก็เดาไม่ออก” ต่างคนต่างอยู่เหมือนเดิมก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอวิศวกรหนุ่มที่ติดการใช้ชีวิตเพียงลำพังมานานคอยเตือนสติเพื่อน
“จะดีจะร้ายกูไม่แคร์หรอกเว้ยถ้ากูถูกใจเสียอย่าง คลำๆแล้วไม่มีหางกูฟาดหมด” หนุ่มเ้าสำราญพูดไปตามที่ใจคิดก่อนจะบังคับรถเคลื่อนไปตามท้องถนนเมื่อรถราเริ่มมีการขยับบ้าง
“เฮ้ยๆ ๆๆ นั่นไงเป้าหมายของกู” สองหนุ่มที่นั่งอยู่ในรถรีบมองไปยังทางเท้าข้างทางเด็กสาวหน้าหวานคนดังกล่าวกำลังหอบหิ้วกระเป๋าผ้าเดินแตรไปเรื่อยๆเนื่องด้วยเย็นวันนี้การจราจรที่ติดแน่นมากเป็พิเศษคนเดินอยู่ริมถนนสามารถเดินได้เร็วกว่ายานพาหนะเสียอีก
“ถ้าเธอยังเดินไปไม่หยุดไม่รอรถที่ป้ายไหนแบบนี้ กูจะจอดแล้วนะไอ้กาจ” แม้จะเป็รถของตนเองแต่ก็ต้องบอกกล่าวเพื่อนสนิทด้วยความเกรงใจ
“ปล่อยเธอไปเถอะไอ้ต้นกูขอ” ถึงไม่ได้ชอบอะไรในตัวเด็กนั้นแต่กาจพลก็ไม่อยากเห็นเด็กสาวที่เพื่อนรักหมายหัวก้าวเข้ามาเป็ของเล่นชิ้นใหม่ของคนรวยอีกคน
“เดินผ่านมา3 ป้ายรถเมล์แล้วนะโว้ย แล้วยังเดินไปเรื่อยๆแบบนี้โชคชะตาลิขิตมาให้น้องฉัตรเป็ของกูเห็นๆ” ต้นตระกูลก็อย่างงี้ชอบสรรหาเหตุผลต่างๆเข้าข้างตัวเองเสมอ
คำขอของกาจพลไม่สำเร็จ
ปริ้น!รถหรูตบแตรแล้วตีไฟจอดข้างทาง
“น้องฉัตรครับ”คนขับพยายามเปิดประตูลงมา ปี้นๆๆ
ปี้นๆๆๆเสียงตบแตรจากรถด้านหลังดังระงม แต่นักธุรกิจหนุ่มเ้าสำราญก็ไม่สนใจแต่อย่างใด
“พี่ต้น”สาวน้อยใที่ได้เห็นเขาอีกครั้ง
“ขึ้นรถเถอะครับเดี๋ยวพี่ไปส่งน้องเอง” ขั้นตอนแรกก็ต้องต้อนเหยื่อขึ้นรถให้ได้ก่อน
“เออ...”ฉัตรอรุณลังเล เธอเพ่งมองไปยังรถคันสวย แปลกตาสายตาพยายามจับจ้องว่าคุณกาจพลจอมเ็านั่งมาด้วยหรือเปล่า
“ไอ้ต้นรีบๆหน่อยรถคันหลังจะเอาปืนลงมาขู่แล้วนะเว้ย” กาจพลลดกระจกลงมา
“น้องฉัตรขึ้นรถเถอะครับ”
“ค่ะๆ”ฉัตรอรุณตอบรับทันทีเพราะเห็นเต็มตาแล้วว่ามีใครอีกคนนั่งอยู่ในรถด้วย
กระจกติดฟิล์มดำรถถูกปรับให้ปิดสนิทเหมือนเดิมรอยยิ้มแหยะปรากฏบนใบหน้าของกาจพล วิศวกรหนุ่มวัย 35 ปี
“เธอคงจะรู้แล้วสินะว่าไอ้ต้นมันรวยแค่ไหน” เขาเห็นทั้งหมดเห็นสายตาของเด็กใจคดสำรวจรถหรูของเพื่อน
คราวนี้ต้นตระกูลคงไม่ต้องพยายามหรอกยัยเด็กบ้าคนนั้นคงถวายหัว ถวายตัว พลีร่างกายให้ถึงเตียง...รับประกันได้เลย
เมื่อหญิงสาวแปลกหน้าอ้ำอึ้งไม่ทราบจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนของตัวเอง ต้นตระกูลจึงตัดสินใจพาเพื่อนสนิทมาส่งถึงบ้านย่านชานเมืองของมันก่อน
หมู่บ้านที่กาจพลอยู่อาศัยเป็หมู่บ้านบ้านเดี่ยวขนาดกลาง ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ผู้คนก็ไม่พลุกพล่านตรงตามความ้าของผู้อยู่อาศัย วิศวกรหนุ่มเป็คนรักความสงบชีวิตนี้เื่ราวที่ไม่สงบเกิดขึ้นมาน้อยมากหากแต่ละครั้งที่เกิด...หัวใจเขาแทบแหลกสลาย
มารดากับสามีใหม่
แฟนสาวที่เลิกรากันไปเพราะมือที่สาม...และล่าสุดความซวยในผับที่พวกอันธพาลยกพวกยิงกัน
“เอามึงค่อยๆลงมา” ต้นตระกูลคือตัววุ่นวายอีกคนในชีวิตของกาจพลแต่เพราะความจริงใจมันจึงกลายเป็เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มีอยู่ในชีวิตตอนนี้นักธุรกิจหนุ่มจอมทะเล้นคารมดีกว่าร้อยเท่า ส่วนเื่ของฐานะ ชื่อเสียงเพื่อนของเขาคนนี้รวยกว่าจนเขาเทียบอะไรไม่ติดเลยเขาและมันต่างกันสุดขั้ว...เพราะมิตรภาพจึงยังคบหากันได้
“ขอบใจไอ้ต้น”ขอบใจที่มันคอยเป็ธุระจัดการให้หลายเื่ เื่ลางานเื่ค่าใช้จ่ายโรงพยาบาล เื่รถยนต์ของเขาที่จอดอยู่ในที่เกิดเหตุมันก็ช่วยจัดการเอามาจอดให้ในโรงรถอย่างที่เห็น
“เออ...ค่อยๆเดินลงมาเถอะเดี้ยงยังงี้ต้องลาหยุดกี่วันวะเนี่ย เครื่องจักรในไลน์ผลิตของกูจะมีปัญหาเปล่าวะเมนเนเจอร์เมนทาแน้นท์เดี้ยงหนักแบบนี้” เ้าของกิจการบ่นไปอย่างนั้นแหละ
“ไม่ต้องห่วงเลยลูกน้องกูพีเอ็มเช็คตลอด กูสั่งห้ามเบรกดาวเครื่องนานเกิน 1 ชั่วโมงเด็ดขาด”
“เออ...กูรู้ว่ามึงเก่งบริหารลูกน้องเป็เลิศ” ไม่ได้ประชดประชันนะ แต่กาจพลทำงานทุกอย่างอย่างเป็ระบบระบบจัดการคุณภาพแทบทั้งหมดในการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถ มันเป็ผู้บุกเบิกและต่อยอดเองทั้งนั้นและลูกทีมของมันทุกคน ได้รับรางวัลพนักงานยอดเยี่ยมยกแผนกทุกปี
“มึงไม่ต้องห่วงกูจะรีบหาเร็วๆ” สองหนุ่มเพื่อนซี้คุยเื่อะไรกันก็ไม่ทราบฉัตรอรุณได้รับฟังแต่ไม่เข้าใจเธอจึงเดินหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าของตนเองและข้าวของเครื่องใช้ของเ้าของบ้านบางส่วนตามมาอย่างเงียบๆ
กริ่ง กริ่งกริ่ง
"กูขอตัวแปบ"ต้นตระกูลรีบร้อนปลีกตัวออกไปรับสายสำคัญ ผ่านไปไม่กี่นาทีก็กลับมาหน้าเสีย
"ไอ้กาจโว้ย"มันเข้ามานั่งชิด สุ่มเสียงกระซิบกระซาบ
"อะไรอีกล่ะทำหน้าอย่างนี้แล้วเดือดร้อนกูทุกที" กาจพลทำหน้าสยอง แต่เขาเดี้ยงแบบนี้คงช่วยอะไรมันไม่ได้หรอก
"มึงช่วยกูหน่อยได้มั้ยวะ"นั่นไง...ไอ้เพื่อนเวรตะไล
"มึงดูสภาพก็ด้วยไอ้ต้นกูเจ็บแบบนี้จะไปช่วยอะไรมึงได้เพื่อน"
"มึงช่วยได้เพื่อนช่วยได้มากเลยทีเดียว" ต้นตระกูลเเอบเล่ไปมองสาวน้อยหน้าตาน่ารักเเววตาของมันกลุ้มกลิ่มโคตรน่าเกลียด
"เฮ้อ!"ความวุ่นวายมีไม่รู้จบ เ้าของบ้านถอนหายใจอย่างเซ็งๆทำไมเขาต้องทำตามความ้าของเพื่อนด้วยวะ ก็ในเมื่อเขาไม่ชอบขี้หน้าของยัยเด็กสาวใจคดคนนี้เลย
หึ!กาจพลจะไม่ยอมทน
"นี่เธอ"
"คะ?"