บทที่ 13-1 พู่กันและแท่นหมึก
วันที่ห้า เดือนสิบเอ็ด เป็วันเกิดครบรอบแปดปีของหวังิซินน้องคนเล็กของบ้าน พวกเราร่วมฉลองวันเกิดของซินเอ๋อร์ในเวลาอาหารมื้อเย็น ทุกคนในบ้านต่างมีของขวัญให้กับน้องเล็กแม้กระทั่งน้องสี่ที่ออมเงินค่าขนมของตนเองเพื่อซื้อของขวัญให้น้องสาวน้องเล็กดีใจมากที่ได้ของขวัญในวันครบรอบวันเกิดมากมายเช่นนี้ แต่ก็ยังคงกล่าวว่า
“ซินเอ๋อร์มีเื่อยากจะขอร้องเ้าค่ะ”
“เ้าอยากขอเื่ใดรึ บอกแม่มา” เหอฟางหรูเอ่ยถามบุตรสาว
“ซินเอ๋อร์ให้อาหารไก่และปลา ได้เงินค่าขนมทุกเดือนแต่อาเฟินก็ช่วยพวกเราด้วย ข้าขอให้อาเฟินได้ค่าขนมด้วยได้รึไม่เ้าคะ”หวังิซินเอ่ยถามแทนเพ่ยเฟิน
“โธ่! คุณหนูของบ่าว บ่าวและลูกเป็ทาสไม่อาจรับเงินได้เ้าค่ะ” เสียงของซุนเหม่ยหลิงดังขึ้น
“ข้าลืมไป ต้องขอบใจน้องเล็กที่กล่าวเตือนข้า” หวังิเยว่กล่าวพร้อมกับหันหน้าไปทางครอบครัวของซุนเหม่ยหลิง
“น้าหลิงและครอบครัวมาอยู่กับพวกเราได้เดือนกว่าแล้วน้าหลิงขยันขันแข็งช่วยงานพวกเราได้มาก ข้าจะให้เงินเดือนน้าหลิงเดือนละหนึ่งตำลึงและให้อาเฟินเดือนละสิบห้าอีแปะ น้าหลิงห้ามปฏิเสธเด็ดขาดเพราะครอบครัวของป้าอิงก็ได้เงินเดือนเช่นเดียวกัน”
ซุนเหม่ยหลิงใมากรีบหันไปมองหลินอิง เมื่อเห็นว่าหลินอิงพยักหน้านางจึงกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจว่า
“ข้าขอขอบคุณคุณหนูและครอบครัวมากเ้าค่ะที่เมตตาดูแลมิรังเกียจข้าและลูก ๆ ของข้า ยังมีพี่อิงและชงเมิ่งที่คอยช่วยเลี้ยงลูกของข้าอีกข้าและลูกมีบุญยิ่งนักเ้าค่ะ ที่ได้มาอยู่ที่แห่งนี้”
“น้าหลิงมิต้องคิดมากหรอกทุกคนที่นี่อยู่กันแบบช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”
“ขอบคุณเ้าค่ะคุณหนู”
จากนั้นทุกคนจึงแยกย้ายเตรียมตัวเข้านอนก่อนจะก้าวออกจากห้องกินข้าว หวังิเยว่ได้ยินเสียงของน้องเล็กคุยกับเพ่ยเฟินว่า
“อาเฟิน เรารีบเข้านอนกันเถอะ”
“คุณหนูง่วงนอนแล้วรึเ้าคะ”
“ยังหรอก แต่วันนี้เป็วันเกิดของข้าเผื่อว่าดรีมจะมาหาข้าบ้าง”
“___”
สามวันถัดจากวันเกิดของน้องเล็ก ผักบุ้งรุ่นที่ห้าก็เก็บได้ครั้งนี้ใช้เวลาเก็บผักบุ้งและปลูกผักบุ้งรุ่นใหม่เป็เวลาห้าวันเพราะวันที่หกต้องเก็บผักกวางตุ้งและผักคะน้าต่อพวกเราใช้เวลาเก็บผักกวางตุ้งและผักคะน้าอยู่หกวันจึงแล้วเสร็จแต่พวกเราไม่ได้ปลูกผักกวางตุ้งและผักคะน้าต่ออีก เนื่องจากใกล้่ฤดูหนาวแล้ว
ผลสอบของหวังหนิงหลงและชงจื้อประกาศแล้วปรากฏว่าชงจื้อสอบได้ที่สิบ และหวังหนิงหลงสอบได้อันดับที่สองของชั้นเรียน ทั้ง ๆที่เพิ่งเข้าเรียนหลังเพื่อน ทั้งคู่ได้รับคำชมเชยอย่างมากจากอาจารย์จึงทำให้วันนี้ทุกคนในบ้านมีความสุขและปลื้มปิติ
วันรุ่งขึ้น หวังหลินข่ายและหวังิเยว่จึงเข้าในตำบลไปซื้อพู่กันกับแท่นหมึกใหม่เพื่อเป็รางวัลให้แก่เด็กทั้งสองคนที่ขยันหมั่นเพียรโดยซื้อพู่กันและแท่นหมึกราคายี่สิบตำลึงให้แก่หวังหนิงหลงส่วนของชงจื้อราคาห้าตำลึง ก่อนกลับยังซื้อกระดาษอีกจำนวนมากเพื่อให้เด็กทั้งสองได้ฝึกปรือเมื่อเด็กทั้งสองได้รับของขวัญต่างกล่าวว่าพรุ่งนี้จะนำไปใช้ที่สำนักศึกษาด้วยความดีใจ
ใน่หัวค่ำของวันถัดมา หวังิเยว่เห็นน้องชายใช้พู่กันและแท่นหมึกอันเก่าจึงกล่าวถามด้วยความสงสัยว่า
“น้องสี่ เหตุใดจึงไม่นำพู่กันและแท่นหมึกอันใหม่มาใช้เล่า”
หวังหนิงหลงนิ่งเงียบไม่ยอมตอบคำถามของพี่สาวแต่ชงจื้อกลับแสดงสีหน้าคับข้องใจออกมา
“ชงจื้อ ข้าให้เ้าตอบแทนน้องสี่”หวังิเยว่เอ่ยกับชงจื้อ
“ขอรับคุณหนูวันนี้คุณชายนำพู่กันและแท่นหมึกใหม่ไปที่สำนักศึกษา แต่พี่เฟยฉีเห็นเข้าจึงมาขอยืมจากคุณชายขอรับ” ชงจื้อรีบตอบคำถาม
“แล้วเ้าก็ให้พี่เฟยฉี ยืมรึน้องสี่” หวังิเยว่หรี่ตาถามน้องชายด้วยเสียงเข้ม
“ขอรับพี่สาม” หวังหนิงหลงตอบเสียงเบา
หวังิเยว่สาวเท้าไปที่เบื้องหน้าของน้องชายจ้องไปในดวงตาของหวังหนิงหลง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“น้องสี่จงจำไว้ว่า เราจะไม่เอาเปรียบใครแต่ก็จะไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบ พวกเ้าทั้งคู่ตามข้าไปที่บ้านท่านตา”
“ขอรับ / ขอรับ”
เมื่อพวกนางไปถึงบ้านท่านตา หวังิเยว่เห็นทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าจึงกล่าวทักทายทุกคนแล้วหันไปเอ่ยกับเหอเฟยฉีว่า
“พี่เฟยฉีเ้าคะขอมาขอพู่กันและแท่นหมึกของหลงเอ๋อร์คืนเ้าค่ะ”
“พู่กันและแท่นหมึกอะไรรึ เยว่เอ๋อร์” ท่านลุงรองเอ่ยถามหวังิเยว่
“พู่กันและแท่นหมึกใหม่ ท่านพ่อซื้อให้เป็รางวัลแก่หลงเอ๋อร์ที่สอบได้อันดับที่สองของชั้นเรียนเ้าค่ะท่านลุงรอง”หวังิเยว่ตอบคำถามของท่านลุงรอง
“แค่พู่กันกับแท่นหมึก ให้พี่ของเ้ายืมไปใช้ก่อนหาใช่เื่ใหญ่ไม่” ท่านป้าสะใภ้รองมู่เลี่ยงลี่กล่าวเสียงดัง
“แต่มันเป็รางวัลของหลงเอ๋อร์และหลงเอ๋อร์เพิ่งนำไปสำนักศึกษาวันแรก เขายังไม่ได้เริ่มใช้เลยเ้าค่ะ”หวังิเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
เหอเฟยฉีที่เห็นท่าทางและน้ำเสียงไม่พอใจของหวังิเยว่จึงรีบเอ่ยแก้ตัวว่า
“บ้านพวกเ้าร่ำรวยแล้ว เหตุใดจึงตระหนี่เยี่ยงนี้พวกเ้าซื้อพู่กันกับแท่นหมึกให้หลงเอ๋อร์ เหตุใดจึงไม่ซื้อให้ข้าด้วย”
“ก็เพราะว่าพี่เฟยฉีไม่ได้สอบได้อันดับที่สองเหมือนกับหลงเอ๋อร์เ้าค่ะทั้ง ๆ ที่หลงเอ๋อร์และชงจื้อช่วยทำงานในตอนเช้าแล้วยังไปช่วยงานที่ร้านหลังเลิกเรียนอีก พวกเขายังเรียนได้ดีกว่าบางคนที่ไม่ยอมช่วยงานอะไรเลยเ้าค่ะ”หวังิเยว่เอ่ยพร้อมกับใช้สายตามองเหอเฟยฉีด้วยสายตาเหยียดหยาม
“จ...เ้า” พี่เฟยฉีโกรธจนพูดไม่ออก
“หลงเอ๋อร์ ลุงรองขอโทษเ้าแทนลูกชายของลุงด้วย”ท่านลุงรองกล่าวขอโทษหวังหนิงหลง ก่อนจะหันไปกล่าวกับบุตรชายของตนเองว่า
“อาฉีรีบไปนำพู่กันและแท่นหมึกมาคืนหลงเอ๋อร์” เหอเฟยฉีทำสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ยอมทำตามคำสั่งของผู้เป็บิดา
เมื่อเหอเฟยฉีนำของมาคืนหวังหนิงหลงด้วยท่าทางไม่พอใจและมิยินยอมหวังิเยว่จึงกล่าวกับเหอเฟยฉีว่า
“ถึงแม้ว่าข้าจะไม่เคยเรียนหนังสือเหมือนท่านแต่ก็ยังรู้ว่า มิควรอยากได้ของของผู้อื่น ที่ไม่ใช่ของตนเ้าค่ะ”
หวังิเยว่พาเด็กชายทั้งสองเดินกลับบ้านในทันทีที่กล่าวจบเมื่อถึงบ้านแล้วนางให้หวังหนิงหลงแยกไปทบทวนบทเรียนก่อนจากนั้นจึงกล่าวกับชงจื้อว่า
“ถ้ามีเื่อันใดที่เกี่ยวข้องกับหลงเอ๋อร์เช่นเื่ที่เกิดในวันนี้อีก เ้ารีบมาบอกข้า เข้าใจรึไม่”
“เข้าใจขอรับคุณหนู”
“นี่คือเงินสามสิบอีแปะพรุ่งนี้เ้านำไปซื้อขนมแบ่งกินกับสหาย ฉลองที่เ้ากับน้องสี่สอบได้ผลการเรียนดี”
“ขอบคุณขอรับคุณหนู”