บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 2 บทที่ 54 ฝ่ามือสกัดจุดพิศดาร

            “เสี่ยวหลี เจ้ากลับมาแล้ว!” เนี่ยหมิงพูดยิ้มแย้ม (เสี่ยวเป็นคำขึ้นต้นแสดงความสนิทสนม)

            “ขอรับ ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้ว!” เห็นท่าทางเริ่มแก่เฒ่าและซูบผอมของบิดาเนี่ยหลีอดตาแดงรื้นขึ้นมามิได้ ความทรงจำในอดีตถาโถมขึ้นมาเป็นระลอก

            “ดูเหมือนเสี่ยวหลีจะโตขึ้นเยอะนะ นับวันก็ยิ่งหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว! อยู่ที่โรงเรียนเซิ่งหลันมาหนึ่งปี สง่าราศีไม่เหมือนเดิมจริงๆ!” เนี่ยไคที่อยู่ด้านข้างพูดขึ้นยิ้มแย้ม เขาคือน้องชายของเนี่ยหมิงอายุน้อยกว่าเนี่ยหมิงสามปี และเหมือนๆ กับเนี่ยหมิง ไม่มีพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์เป็นเพียงชาวนาธรรมดาคนหนึ่ง

            ที่อายุระดับเนี่ยหมิงและเนี่ยไคนั้น อาณาเขตวิญญาณแข็งตัวหมดแล้วไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้อีก ทว่าเป็นคนธรรมดาก็ไม่เป็นไร

            ‘ในชีวิตชาติก่อน ข้าไม่มีความสามารถจะปกป้องพวกท่านได้ ชีวิตนี้พวกท่านมีข้าคอยปกป้องแล้ว!’

            เนี่ยหลีกลับถึงบ้าน ได้พบท่านแม่และท่านอาสะใภ้ ครอบครัวสุขสันต์ในที่สุดครอบครัวก็ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันแล้วในใจของเนี่ยหลีเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกและความตื่นเต้น

            “เสี่ยวหลีพลังกายของเจ้ามีมากน้อยเท่าใดแล้ว?” เนี่ยหมิงอดถามขึ้นมาไม่ได้ในที่สุด

            สายตาของทุกคนตกอยู่บนร่างของเนี่ยหลี และเนี่ยอวี่ก็กระพริบตาปริบๆของนางจ้องมองเนี่ยหลี

            “กินข้าวกันก่อนเถอะ!” มารดาของเนี่ยหลีเซียวอวิ๋น รีบพูดขึ้น

            ในชีวิตหนก่อน ไม่ว่าจะเป็นเนี่ยหมิงหรือว่าเซียวอวิ๋นแม้พลังยุทธ์ของเนี่ยหลีไม่อาจก้าวหน้าสร้างความผิดหวังให้แก่พวกเขาครั้งแล้วครั้งเล่าทว่าพวกเขายังคงปลอบใจเนี่ยหลีไม่หยุด ไม่ถามอะไรเนี่ยหลีมากมายทว่าเนี่ยหลียังคงรู้สึกถึงความคาดหวังของพวกเขาทุกครั้งที่เขาได้กลับมาอยู่ด้วยกัน ช่างรู้สึกราวกับถูกมีดกรีดใจเขามักโทษตนเองเสมอที่เป็นคนไร้ความสามารถ

            ทว่าสำหรับชีวิตในชาตินี้ ในที่สุดเขาก็ไม่ทำให้บิดามารดาผิดหวังแล้ว

            “การทดสอบปลายปีของปีนี้ พลังวิญญาณของข้าเพิ่งทะลวงถึงหนึ่งร้อยแต้มเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว” เนี่ยหลีกินอาหารเงียบๆก็พลันพูดขึ้น เขาไม่กล้าบอกพลังที่แท้จริงให้บิดามารดาและท่านอารู้ไม่เช่นนั้นเกรงว่าพวกเขาจะตื่นตกใจ

            เนี่ยหมิงและพวกไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเนี่ยหลีจะสามารถกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรได้พวกเขาล้วนคิดว่าหากเนี่ยหลีได้เป็นนักสู้ระดับทองแดงหนึ่งดาวก็ถือว่าดีมากแล้วเมื่อได้ยินเนี่ยหลีบอกว่าเขาก้าวขึ้นเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวได้แล้วแต่ละคนก็ตะลึงตาค้าง ตะเกียบในมือค่อยๆ หยุดลง

            ผู้ควบคุมจิตอสูร... ระดับทองแดงหนึ่งดาวรึ?

            เนี่ยหมิงและพวกคิดว่าตนฟังผิด

            “เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวจริงๆ รึ?” เนี่ยไคที่อยู่ด้านข้างอดเอ่ยปากถามเนี่ยหลีอีกครั้งมิได้

            “อืม!” เนี่ยหลีพยักหน้าหงึกๆชำเลืองมองบิดามารดาผู้มีเมตตาข้างกาย อดรู้สึกเศร้าใจขึ้นมาในอกมิได้หนึ่งในความเสียใจของเขาเมื่อชาติที่แล้ว บัดนี้ในที่สุดก็สามารถชดเชยให้แก่พวกเขาได้แล้ว!

            “ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาว!” เนี่ยหมิงและพวกพึมพำกับตัวเอง “ครอบครัวของเราในที่สุดก็มีผู้ควบคุมจิตอสูรแล้วหรือ?”

            ผ่านไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความปลื้มปีติดีใจยิ่ง

            นั่นคือผู้ควบคุมจิตอสูรเชียวนะ!

            ผู้ควบคุมจิตอสูรทุกคนในตระกูลถือเป็นบุคคลที่สูงส่งยิ่งนอกจากไม่ต้องจ่ายภาษีให้กับทางตระกูลแล้วแต่ละเดือนยังจะได้รับข้าวของมากมายจากทางตระกูลอีกด้วย

            “นอกจากได้เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว ข้ายังได้รับเลือกให้เข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของโรงเรียนเซิ่งหลันอีกด้วย!” เนี่ยหลีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดต่อ

            “ชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์รึ? ชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์นี้มิใช่ต้องเป็นผู้มีพรสวรรค์จึงจะเข้าเรียนได้หรอกหรือ? ลูกชายของเนี่ยชง เนี่ยหลงเขาก็เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวเหมือนกันยังไม่มีคุณสมบัติเข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ได้เลย!” เนี่ยไคที่นั่งอยู่ถัดจากเขาไปพูดขึ้นอย่างเศร้าใจเขามีความรู้ไม่น้อยเกี่ยวกับสภาพการณ์ภายในโรงเรียนเซิ่งหลัน

            เนี่ยอวี่กระพริบตาปริบๆดวงตากลมโตสุกใสของนางจ้องมองเนี่ยหลีด้วยความนับถือและพูดขึ้นว่า “พี่ชายเนี่ยหลีเยี่ยมมาก!” ตลอดเวลาที่ผ่านมา เนี่ยหลีคือแบบอย่างที่นางเคารพเลื่อมใสอย่างยิ่ง

            “ฮ่าๆ!” เนี่ยหลีหัวเราะฮาๆ ลูบศีรษะเล็กๆของเนี่ยอวี่ ในชีวิตชาติที่แล้ว เขาได้แต่เงยหน้าขึ้นมองเนี่ยอวี่ได้รับการปกป้องจากเนี่ยอวี่ น้องสาวผู้นี้ชีวิตครั้งนี้ก็ให้ข้าได้เป็นฝ่ายปกป้องเจ้าเถอะ เนี่ยหลีครุ่นคิดอยู่ในใจ

            “คงเป็นเพราะพรสวรรค์ของเสี่ยวหลีมีความพิเศษอยู่จึงถูกเลือกให้เข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ ไม่เช่นนั้นก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะฝึกจนได้เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวภายในระยะเวลาอันสั้นเพียงนี้ได้! ครอบครัวของพวกเราในที่สุดก็มีผู้ควบคุมจิตอสูรคนหนึ่งแล้ว!” เนี่ยหมิงพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น

            เวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นเนี่ยหมิง เนี่ยไค อาสะใภ้เมี๋ยวหลิง หรือว่าเนี่ยอวี่พวกเขาต่างรู้สึกดีใจยิ่ง เซียวอวิ๋นยิ่งตื่นเต้นจนน้ำตาไหลพราก

            “เสี่ยวหลีอนาคตของเจ้าสดใสแล้ว!” เนี่ยไคตบบ่าเนี่ยหลี

            “เสี่ยวหลี ไป พวกเราไปพบท่านประมุขกันเถอะ!” เนี่ยหมิงพลันลุกขึ้นยืนในใจเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ในที่สุดครั้งนี้เขาก็สามารถยืดอกชูคอต่อหน้าผู้คนในตระกูลได้แล้วเนี่ยหมิงมักถูกคนในตระกูลดูแคลน โดยเฉพาะเนี่ยชงที่มักจะมาคุยโวใส่หน้าเขาวันนี้ในที่สุดเนี่ยหลีก็ช่วยกู้หน้าให้เขาแล้ว

            “ไม่ทันไรท่านก็จะไปรายงานข่าวแล้วหรือ ลูกของพวกเราเพิ่งกลับมาให้เขาได้กินอิ่มก่อนเถอะ จะต้องรีบร้อนเพียงนี้เชียวหรือ?” ท่านแม่เซียวอวิ๋นหรี่ตามองเนี่ยหมิง

            “ใช่แล้ว ใช่แล้ว!” เนี่ยหมิงหัวเราะอย่างมีความสุขเขามีความภาคภูมิใจอยู่เต็มอก ดังนั้นจึงรู้สึกตื่นเต้นจนแทบทนไม่ไหว

            เห็นครอบครัวมีความภูมิใจในตัวเขา เนี่ยหลีรู้สึกดีใจยิ่งนัก

            “สถานการณ์ของตระกูลเป็นอย่างไรบ้าง?” เนี่ยหลีเอ่ยถามขึ้นมาขณะกินข้าว

            “ประหลาดมาก” ขณะที่หัวข้อสนทนาเปลี่ยนเป็นเรื่องสถานการณ์ภายในตระกูลเนี่ยหมิงใบหน้าบูดบึ้ง

            “ประหลาดรึ?” เนี่ยหลีสงสัยเล็กน้อย

            “ใช่แล้ว” เนี่ยหมิงพยักหน้า “ตระกูลเทียนเหินมีฐานะการเงินที่ต้องอยู่ในสภาพรัดเข็มขัดมานานแล้วเมื่อไม่นานมานี้ จู่ๆ ตระกูลเสินเซิ่งก็เริ่มกดดันพวกเรา กระทบกระเทือนการค้าของพวกเราอย่างใหญ่หลวงคู่ค้าบางคนก็หยุดร่วมงานกับเรา ทำให้ผู้อาวุโสของพวกเรากับท่านประมุขกังวลใจอย่างยิ่งท่านประมุขของพวกเราถึงขนาดเขียนจดหมายไปหาตระกูลเสินเซิ่งด้วยตนเองเพื่อสอบถามเหตุผลทว่ากลับถูกเพิกเฉย พวกเขาอาจต้องการรออีกสักพักหนึ่ง เพื่อให้ตระกูลเทียนเหินของพวกเราตกอยู่ในสภาพที่ยากลำบากมากขึ้นก่อนค่อยเจรจาเงื่อนไขกับเรา แต่จู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์พลิกผันจนดีขึ้น...”

            “เหตุการณ์พลิกผันรึ?” เนี่ยหลีถาม

            “ถูกต้อง จู่ๆ สิบกว่าครอบครัวก็เป็นฝ่ายเริ่มมาทำงานกับพวกเราเงื่อนไขก็ดียิ่ง ตอนแรกท่านประมุขเกรงว่าจะเป็นกับดับแต่ทว่าต่อมาเขาจึงพบว่าทั้งหมดไม่มีเจตนาร้ายแต่อย่างใดพูดกันว่าทั้งหมดเป็นเพราะสมาคมนักปรุงยาวิเศษ พวกเขามอบโอกาสทางการค้าให้แก่เราหลายอย่างให้พวกเราปลูกสมุนไพรหลายชนิด ยิ่งไปกว่านั้น ค่าตอบแทนก็ดียิ่งภายใต้ร่มเงาของสมาคมนักปรุงยาวิเศษตระกูลเสินเซิ่งจึงไม่อาจลงมืออะไรกับพวกเราได้อีก” เนี่ยหมิงพูด

            ได้ยินคำพูดของเนี่ยหมิง เนี่ยหลีก็เข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมด ในใจปรากฏภาพสตรีสาวงดงามผู้หนึ่งขึ้นมาทั้งหมดนี้คงเป็นฝีมือจัดการของหยางซิน

            ในเมื่อเวลานี้เนี่ยหลีกลายเป็นคู่ค้าคนสำคัญของสมาคมนักปรุงยาวิเศษการจัดการของหยางซินจึงเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่งอำนาจของสมาคมนักปรุงยาวิเศษมิได้ด้อยไปกว่าตระกูลเสินเซิ่ง เครือข่ายของสมาคมยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าตระกูลเสินเซิ่งเสียอีกไม่ว่าอย่างไร ทุกครอบครัวยังคงต้องซื้อยาจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษ ดังนั้นในเมื่อมีสมาคมนักปรุงยาวิเศษคอยปกป้องตระกูลเสินเซิ่งจึงไม่กล้าแตะต้องตระกูลเทียนเหินอีกต่อไป

            ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสูตรยาที่เนี่ยหลีส่งมอบให้พวกเขาต่อให้เป็นจวนเจ้าเมืองและสามตระกูลหลักก็ยังต้องก้มหัวขอร้องสมาคมนักปรุงยาวิเศษเมื่อสมาคมนักปรุงยาวิเศษมีความเข้มแข็งถึงจุดนี้หากตระกูลเสินเซิ่งยังกล้าขัดแย้งกับสมาคมนักปรุงยาวิเศษอีกเช่นนั้นก็นับว่าเป็นการรนหาที่ตายโดยแท้แล้ว

            เมื่อกลับมา นอกจากจะได้มีโอกาสเยี่ยมญาติมิตรแล้วเขายังต้องจัดการให้ตระกูลเทียนเหินมีสายสัมพันธ์กับสมาคมนักปรุงยาวิเศษเนี่ยหลีคิดไม่ถึงว่าหยางซินกลับจัดการเรื่องเหล่านี้เรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้เนี่ยหลีก็จะสามารถจดจ่ออยู่กับการรับมือกับตระกูลเสินเซิ่งแน่นอน สมาคมนักปรุงยาวิเศษย่อมต้องมีส่วนสำคัญกับการนี้

            “เหตุใดท่านจึงเล่าเรื่องพวกนี้ให้เด็กๆ ฟังรึ?” เซียวอวิ๋นจ้องมองเนี่ยหมิงอย่างไม่ชอบใจ ในสายตาของนางเนี่ยหลียังเด็กนัก รู้เรื่องพวกนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด

            “มุมมองของสตรีเพศ เวลานี้เนี่ยหลีเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับหนึ่งดาวแล้วอนาคตข้างหน้าเขาจะกลายเป็นเสาหลักของตระกูลเทียนเหิน ถึงเวลานั้นเรื่องที่เขาจะต้องเรียนรู้ยังมีเยอะกว่านี้อีกมากนัก!” เนี่ยหมิงโต้ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงภาคภูมิใจยิ่ง

            “เอาล่ะๆ ท่านพูดได้ถูกต้อง!” เซียวอวิ๋นพูดอย่างหงุดหงิด

            บิดามารดาก็เหมือนกับชาติที่แล้ว ชอบทะเลาะกันบ่อยๆ อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างพวกท่านก็ยังคงดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ มีมีแปรเปลี่ยน เมื่อได้เห็นภาพฉากนี้เนี่ยหลีก็อดหัวเราะขึ้นมามิได้

            “ท่านพ่อ ช่วงนี้ข้ายังไม่อยากพบท่านประมุข ข้าอยากฝึกยุทธ์ต่อไป” เนี่ยหลีเงยหน้าขึ้นจ้องมองเนี่ยหมิงและพูด

            “ได้ ไปพบเขาทีหลังก็ได้!” เนี่ยหมิงหัวเราะ

            ท่านอาเนี่ยไคที่อยู่ด้านข้างลูบศีรษะเนี่ยอวี่และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า“เสียวอวี่ เจ้าเองก็ต้องขยันฝึกตนให้มากจะต้องดูพี่เนี่ยหลีเป็นแบบอย่าง!”

            “อืม เสียวอวี่จะขยัน!” เนี่ยอวี่พยักหน้าหงึกๆและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            ใกล้ค่ำแล้ว ลมราตรีพัดผ่านมาเป็นระยะภายในผืนป่าเสียงใบไม้เสียดสีกันส่งเสียงดังกรอบแกรบกลางสายลม

            เนี่ยหลีเดินออกจากบ้านและมุ่งหน้าไปยังป่าบนภูเขาด้านหลังขณะนั่งลงบนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง เขามองไกลออกไป เห็นแสงไฟจากบ้านเรือนหลายๆ หลัง

            ตระกูลตราสวรรค์เทียนเหินเป็นตระกูลที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานสามารถย้อนกลับไปถึงยุคอาณาจักรวายุเหมันต์เลยทีเดียวบรรพบุรุษของตระกูลตราสวรรค์เทียนเหินเป็นหนึ่งในผู้ปกครองหลักในยุคนั้นอย่างไรก็ตาม เมื่อประสบกับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยและยุคมืดที่ยาวนานตระกูลเทียนเหินจึงตกต่ำลงจนกลายเป็นตระกูลเล็กๆ ในเมืองกวงฮุย

            เนี่ยหลีนั่งขัดสมาธิอยู่บนหินก้อนใหญ่ ฝึกยุทธ์อยู่เงียบๆอีกนิดเดียวเขาก็จะก้าวขึ้นถึงระดับเงินแล้วหากเขาทะลวงขึ้นสู่ระดับเงินได้เมื่อใด เขาก็จะสามารถหลอมรวมกับจิตอสูรปีศาจเงาในตะเกียงวิญญาณได้

            ขณะที่กินยาวิเศษไม่หยุด เขาก็โคจรเคล็ดวิชาเทียนเต้าไปพร้อมๆ กันเนี่ยหลีกำลังดูดซับฤทธิ์ยาเข้าสู่กระแสเลือดและค่อยๆให้ฤทธิ์ยานั้นซึมซับเข้าสู่อาณาเขตวิญญาณของตน สิ่งนี้ช่วยให้อาณาเขตวิญญาณของเขาเริ่มขยายตัวขึ้นไม่หยุด

            อาณาเขตวิญญาณของเขาเริ่มเดือดพล่านขึ้นมาเต็มไปด้วยพลังวิญญาณทรงอานุภาพ

            อย่างไรก็ตาม หากเขาต้องการทะลวงขึ้นสู่ระดับเงินขณะนี้ก็ยังมีความยากอยู่บ้าง เนี่ยหลีเดาว่าเขาจะต้องใช้เวลาอีกราวสิบวันจึงจะทำได้

            “ข้าเกือบลืมไป ยังมีอีกวิธีที่ข้ายังไม่ได้ใช้!” เนี่ยหลีดูเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เขายิ้มออกมาเล็กน้อย ขณะทะลวงเข้าสู่ระดับเงินยังมีเคล็ดวิธีชนิดหนึ่งเรียกว่าฝ่ามือสกัดจุดพิสดารวิธีนี้สามารถผนึกเส้นเลือดบนแขนและหลายๆ จุดในร่างกายเขาจะผนึกจุดฝังเข็มทั้งหมดสามสิบหกจุดและบังคับให้พลังวิญญาณถูกกักอยู่แต่ในอาณาเขตวิญญาณช่วยให้เขาสามารถบังคับตนให้ทะลวงฝ่าด่านขึ้นสู่ระดับเงินได้

            วิธีนี้นอกจากต้องสิ้นเปลืองพลังวิญญาณเป็นจำนวนมากแล้วยังอาจจะทำลายจุดฝังเข็มบางส่วนได้ อย่างไรก็ตาม หากมียาวิเศษคอยส่งเสริมก็ย่อมสามารถรักษาได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

            “ใช้วิธีนี้ก็แล้วกัน” เนี่ยหลียิ้มบางๆด้วยเคล็ดวิชาฝ่ามือสกัดจุดพิสดาร เขาเริ่มผนึกจุดฝังเข็มต่างๆภายในร่างกายทีละจุดๆ ขังพลังวิญญาณของตนเอาไว้

            ไม่มีผู้ใดยอมใช้เคล็ดวิธีนี้ เว้นแต่จะมีความมั่นใจเต็มที่!

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357