หลังงจากผ่านไปชั่วครู่โลกภายนอกก็ค่อยๆ เงียบสงัด
“ตายหมดแล้วเหรอ”หลันเฟิงลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็กลั้นลมหายใจแล้วปีนขึ้นมาด้านบนถ้ำอย่างระมัดระวังพยายามไม่ส่งเสียงใดๆ
แต่ทว่าในยามที่เขาอยู่ห่างจากปากถ้ำไปแค่หนึ่งจั้งเสียงหอนด้วยความเจ็บปวดของหมาป่าก็ดังมาสองสาย ทำให้ภูเขาลาวาสั่นสะเทือนเล็กน้อย
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนั้นทำให้หลันเฟิงตกใจจนสะดุ้งโหยงมือที่กำหินลาวาด้านข้างอยู่ไม่ทันจับให้มั่น ร่างกายจึงกลิ้งลงมาอีกครั้ง
ร่างกายเกิดแผลเพิ่มอีกสองสามแผลโลหิตสดๆ ไหลริน
หลันเฟิงใช้นิ้วสัมผัสบาดแผลเบาๆก่อนสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าไปดัง “ซี้ด...”
ชายชราเห็นใบหน้าบวมแดงและอาบย้อมด้วยโลหิตนั่นไม่มีความหมดจดเหมือนเดิมอีกก็พลันหัวเราะหึๆ “เจ้าโง่ ตาเฒ่าอยู่ที่นี่ เจ้าอยากรู้สถานการณ์ภายนอกแค่ถามตาเฒ่าก็รู้แล้วมิใช่หรือ...”
หลันเฟิงมองค้อนแล้วตอบอย่างไม่สบอารมณ์“ข้าถามท่าน แล้วท่านจะยอมบอกหรือ”
“นั่นขึ้นอยู่กับอารมณ์หากตาเฒ่าอารมณ์ดีไม่แน่อาจจะบอกเจ้าก็ได้” ชายชรายักไหล่ เหมือนไม่เห็นความปลอดภัยของชายหนุ่มอยู่ในสายตาเลยสักนิด
ชายหนุ่มโคลงศีรษะแล้วถอนหายใจขณะเอ่ย“บางครั้งข้าก็สงสัยว่าท่านกำลังเฝ้ารอให้ข้าตายอยู่หรือไม่...”
หลายครั้งที่ตาแก่ผู้นี้ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือ
หลันเฟิงขยับสองเท้าเล็กน้อยความเจ็บแปลบแล่นมา ชั่วขณะนั้นใบหน้าบวมแดงพลันเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ“ครั้งนี้บาดเจ็บหนักกว่าครั้งที่แล้วอีก!”
“อย่าขยับ”ชายชราขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วหุบยิ้มพลางเอ่ยอย่างเข้มงวด “ดูท่าเจ้าน่าจะบาดเจ็บถึงกระดูกแล้วทว่าน่าจะบาดเจ็บแค่ผิวๆ ไม่ได้หัก”
เขาหยุดเล็กน้อยแล้วเอ่ยเตือนว่า“เจ้ารีบฟื้นฟูบาดแผลจะดีกว่า มิเช่นนั้นหากเกิดโรคแทรกซ้อน อย่ามาหาว่าข้าไม่รับผิดชอบนะ”
หลันเฟิงเบะปากแล้วเอ่ยอย่างดูถูก“ตาแก่อย่างท่านไม่ใช่สาวงามสักหน่อย ข้าจะให้ท่านรับผิดชอบเพื่ออะไรล่ะ”
แต่คำพูดก็แค่คำพูดสำหรับชายชราแล้ว หลันเฟิงสำคัญสำหรับเขามาก
หลันเฟิงสูดลมหายใจลึกเข้าไปเฮือกหนึ่งแล้วฝืนระงับความเจ็บปวดที่แล่นมาจากเท้าขวานั่งขัดสมาธิ ก่อนหลับตาทั้งสองข้างลง
“เจ้าเด็กตัวเหม็นผู้นี้นี่...”ชายชราบ่นพึมพำ
ในถ้ำพลันเงียบสงบลงอย่างรวดเร็ว
และแทบจะในเวลาเดียวกันการต่อสู้ที่ภายนอกก็สิ้นสุดแล้ว
หมาป่ามารป่าลึกสิบตัวหนึ่งในนั้นตายจากการต่อสู้กับปีศาจลาวาส่วนที่เหลืออีกเก้าตัวกลับตายด้วยน้ำมือของราชาปีศาจลาวา
ราชาปีศาจลาวามีพละกำลังระดับดาราขั้นปลายสำหรับหมาป่ามารป่าลึกแล้วแทบจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้เทียมทาน เมื่อเผชิญหน้ากับราชาปีศาจลาวาหมาป่ามารป่าลึกก็ไม่มีโอกาสชนะใดๆ
ราชาปีศาจลาวาไม่ได้ใช้กระบวนท่าพลิกแพลงหรือซับซ้อนใดๆแค่ใช้กำปั้นง่ายๆ ก็สามารถสังหารหมาป่ามารป่าลึกได้อย่างง่ายดายและหมาป่ามารป่าลึกเก้าตัวก็ต้องการแค่เก้าหมัด!
แม้ว่าการต่อสู้จะจบลงแล้วแต่ราชาปีศาจลาวากลับไม่ได้จากไป
มันมองพื้นดินที่เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงกวาดมองศพของปีศาจลาวาทั้งหก สายตาของราชาปีศาจลาวาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและเศร้าเสียใจ
แม้ว่าจะกลับมาช้าไปหน่อยแต่มันก็ยังคงจำชายหนุ่มที่กระโดดจากยอดเขาลงไปในถ้ำลาวาได้
“โฮก...” ราชาปีศาจลาวาคำรามเสียงดังสนั่นด้วยความโกรธเงาร่างของราชาปีศาจลาวาใหญ่มโหฬารแต่กลับกระโดดขึ้นไปบนยอดเขาได้อย่างคล่องแคล่วทำให้ทั้งภูเขาลาวาสั่นสะเทือนเล็กๆ
ด้านหน้าของมันห่างออกไปสามจั้งก็คือถ้ำลาวาแห่งนั้น
ราชาปีศาจลาวาทุบหินรอบๆจนแหลกละเอียดแล้วผลักออก แล้วยื่นศีรษะมองลงไปภายในถ้ำมองปราดเดียวก็เห็นเงาร่างของชายหนุ่ม
หลันเฟิงตกใจ รีบลืมตาขึ้นทันทีแล้วมองไปกลางอากาศ เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตรของราชาปีศาจลาวา ใจพลันเต้นระรัว“ถูกพบแล้ว”
“ไม่ต้องกังวล”
ชายชราลืมตามองชายหนุ่มเล็กน้อยแล้วเอ่ยอย่างราบเรียบ“มันทำให้อะไรเจ้าไม่ได้หรอก”
สิ้นเสียงชายชราราชาปีศาจลาวาด้านบนก็ยื่นมือมาทางปากถ้ำ พยายามคว้าตัวหลันเฟิง
หลันเฟิงหนังตากระตุกอย่างแรงไม่ทันได้หลบหลีก เห็นฝ่ามือที่มีกล้ามเนื้อตะปุ่มตะป่ำตะปบมาหาตนเอง
“ฟับ”
แต่ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตะปุ่มตะป่ำกลับตะปบได้เพียงความว่างเปล่า
เมื่อพิจารณามองให้ละเอียดสีหน้าของหลันเฟิงที่เหงื่อท่วมกายก็แปลกประหลาดไปนิดหน่อย “เหมือน...มือของมันจะสั้นไปหน่อย”
และเพราะสั้นไปเล็กน้อยจึงไม่อาจจับหลันเฟิงได้ นอกเสียจากหลันเฟิงจะยอมตายด้วยการยอมให้มันจับเอง
ชายชราส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยพลางค้อนตามอง“ตาเฒ่าบอกแล้ว มันทำอะไรเจ้าไม่ได้หรอก”
ชายหนุ่มฉีกยิ้มแล้วปิดปากฉับอย่างรู้จักวางตัวแล้วเริ่มฝึกฝนอีกครั้ง
ห่างจากถ้ำลาวาไปร้อยจั้ง
ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งตรงชายแดนป่าจ้าวหยวนซานที่สวมหน้ากากสีดำสนิทซ่อนตัวอยู่ในเงาไม้จับตามองการเคลื่อนไหวของภูเขาลาวาอย่างแน่นิ่ง
น่าเสียดายที่เขามาช้าไปหน่อยการต่อสู้จบไปนานแล้ว ปีศาจตัวเดียวที่ปรากฎขึ้นในครรลองสายตาก็คือราชาปีศาจลาวาที่มีพละกำลังระดับดาราขั้นปลายศพของหมาป่ามารป่าลึกสิบตัวกระจัดกระจายอยู่บนพื้นส่วนเงาร่างของหลันเฟิงกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ตายหรือยังนะ?”จ้าวหยวนซานแววตาดูสงสัย เขาลังเลเล็กน้อยไม่ค่อยมั่นใจ
มองหาเนิ่นนานก็ไม่เห็นเงาร่างของหลันเฟิงเห็นเพียงราชาปีศาจลาวาที่ทำท่าทางประหลาดอยู่บนยอดเขาภูเขาลาวา
จ้าวหยวนซานรู้สึกงุนงงไม่เข้าใจเจตนาของราชาปีศาจลาวา ทว่าพละกำลังของราชาปีศาจลาวาไม่ด้อยไปกว่าเขาหากไม่จำเป็น เขาก็ไม่อยากไปรบกวนสิ่งมีชีวิตเช่นนี้
จ้าวหยวนซานไปวนค้นหารอบภูเขาลาวาอยู่ชั่วครู่เมื่อมั่นใจว่าบนพื้นไม่มีร่องรอยมนุษย์อยู่แล้วถึงได้จากไปอย่างเงียบๆ
สิ่งที่ทำให้ผู้คนคาดไม่ถึงก็คือจ้าวหยวนซานเพิ่งจะจากไปราชาปีศาจลาวาก็ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางอย่าง จึงหลบไปด้านข้างอย่างเงียบๆ
ประมาณสิบกว่าชั่วลมหายใจต่อมาเสียงร้องด้วยความตกใจพลันดังขึ้น “เหวอ! พวกเจ้ารีบมาดูเร็วศพปีศาจอสูรเต็มไปหมดเลย!”
เสียงนี้คุ้นหูเล็กน้อยทำให้หลันเฟิงที่อยู่ในถ้ำลืมตาทั้งสองข้างขึ้น แล้วขมวดคิ้วมุ่น
“ซี้ด...ดูท่าแล้วก่อนหน้านี้ไม่นานคงเกิดการต่อสู้ใหญ่ที่นี่ศึกการต่อสู้ระหว่างหมาป่ามารป่าลึกและปีศาจลาวา”
“เยี่ยมไปเลยคิดไม่ถึงว่าพวกเราจะมาพบเรื่องเช่นนี้! เร็ว รีบแทงศพเหล่านี้เร็วเข้าจากนั้นก็ใช้เข็มเก็บกลิ่นอายรวบรวมกลิ่น พวกมันเพิ่งจะตายไม่นาน บางทีอาจจะยังรวบรวมกลิ่นอายได้”
แม้ว่าจะไม่เห็นกลุ่มคนที่อยู่ด้านนอกแต่หลันเฟิงกลับเดาฐานะพวกเขาจากเสียงได้ เป็นกลุ่มอัจฉริยะตระกูลหยางนั่นเอง
“เจ้าพวกนี้...”เมื่อได้ยินเสียงของพวกเขา หลันเฟิงก็กัดฟันอย่างเจ็บปวด สมองของเจ้าพวกนี้มีปัญหาหรือไงไม่เห็นราชาปีศาจลาวาตัวนั้นบนยอดเขาลาวาหรือ
ช้าก่อน...
เมื่อคิดถึงราชาปีศาจลาวาหลันเฟิงก็ลืมตาขึ้นมองด้านบน
มีเงาร่างราชาปีศาจลาวาที่ไหนกัน
“ราชาปีศาจลาวาล่ะ”แววตาของหลันเฟิงฉายแววฉงน แล้วเอ่ยพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา
หลันเฟิงดันตัวเองขึ้นมาอย่างยากลำบากแล้วลังเลเล็กน้อย ไม่รู้ว่าควรปีนออกไปดูดีหรือไม่
ทว่าเขายังไม่ทันได้ปีนขึ้นไปชายชราก็ลืมตาขึ้นแล้วเอ่ยอย่างราบเรียบ“หากเจ้าไม่รังเกียจที่จะตายเร็วก็ปีนขึ้นไปเถิด...”
การเคลื่อนไหวของหลันเฟิงพลันชะงักแล้วหันไปมองชายชรา“ท่านรู้อะไรมาสินะ”
ชายชราเงียบขรึมไปเล็กน้อยแล้วเอ่ยอย่างแช่มช้า“ราชาปีศาจลาวาตัวนั้นยังไม่ได้จากไป มันแค่หลบอยู่ไม่ไกลจากที่นี่แผนของมันก็คือล่อเจ้าออกจากถ้ำ เชื่อหรือไม่ว่าหากเจ้าออกไป มันก็จะออกมาฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆเป็นอย่างแรก! และเมื่อถึงตอนนั้นไม่เพียงแต่เจ้าที่ต้องตาย เจ้าตระกูลหยางพวกนั้นก็จะตายด้วย...”
เมื่อได้ยินหลังเฟิงก็สูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าไปเฮือกหนึ่ง“เจ้านี่มันเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว!”
ชายชราหัวเราะอย่างเย็นชาแล้วเอ่ยอย่างราบเรียบ“เจ้าอย่าได้ดูถูกสติปัญญาของปีศาจอสูร ยิ่งพละกำลังของปีศาจอสูรสูงก็ยิ่งฉลาดขึ้นเท่านั้นปีศาจอสูรเหล่านี้แม้กระทั่งเจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่ง หากเจ้าดูแคลนพวกมัน อีกไม่นานต้องเสียเปรียบให้พวกมันแน่...”
“เช่นนั้นข้าควรทำอย่างไรไม่สนใจพวกเขางั้นหรือ” หลันเฟิงขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามอย่างลังเล
แม้ว่าจะไม่นับว่าสนิทสนมกับพวกที่อยู่ด้านนอกอะไรแต่ถึงอย่างไรเสียก็เป็นคนของตระกูลหยาง เขาทนมองพวกเขามาตายอยู่ที่นี่ไม่ได้
“วางใจเถิดขอแค่เจ้าไม่ปรากฏตัว พวกเขาก็จะปลอดภัย เป้าหมายของราชาปีศาจลาวาคือเจ้าไม่มีทางลงมือกับพวกเขาง่ายๆ แน่ มิเช่นนั้นหากเจ้าถือโอกาสี้หนีไปจะทำอย่างไรล่ะพวกเขาไม่ได้สร้างปัญหาอันใดให้ราชาปีศาจลาวา และราชาปีศาจลาวาก็แค้นฝังลึกต่อเจ้าจึงไม่ยอมให้เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงปลอดภัยมากปลอดมากกว่าที่เจ้าคิด” ชายชรานั่งพิงอยู่ข้างหินลาวา สีหน้าราบเรียบและมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
หลันเฟิงพลันโคลงศีรษะพลางยิ้มขื่นรู้สึกพูดไม่ออก “เช่นนั้นพวกเขาก็ต้องขอบคุณข้าถึงจะถูก?”
ชายชรายักไหล่แล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง“ใช่แล้ว พวกเขาควรขอบคุณเจ้า หากไม่มีเจ้า หมาป่ามารป่าลึกและราชาปีศาจลาวาก็คงไม่มาปีศาจลาวาหกตัวนั้นก็คงไม่ตาย...เจ้าลองคิดดูว่าเมื่อเผชิญหน้ากับปีศาจลาวาหกตัวจากพละกำลังของพวกเขา...จะต้านทานไหวหรือ”
ไม่รอให้หลันเฟิงตอบชายชราก็เอ่ยอย่างดูแคลน “ไม่ต้องพูดถึงเจ้าพวกนั้นเลยแม้แต่เจ้าสองคนของตระกูลจ้าวเกรงว่าก็คงรับมือไม่ถูกอยู่ชั่วครู่ และเมื่อราชาปีศาจลาวามาถึงจุดจบของพวกเขาทุกคนก็คือความตาย ไม่ใช่แค่เจ้าพวกนี้อาวุโสตระกูลจ้าวก็ต้องตายเช่นกัน...”
ฟังการวิเคราะห์ของชายชราหลันเฟิงก็ถลึงตาโต
เขาคิดไม่ถึงเลยว่าการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจของตนเองจะช่วยชีวิตของทุกคนไว้!
“เจ้าเป็นห่วงพวกเขาไม่สู้ห่วงตัวเองก่อนเถิด หากเจ้าไม่รีบรักษาอาการบาดเจ็บและฟื้นฟูไอปราณเช่นนั้นจุดจบสุดท้ายของเจ้าก็คือหิวตายอยู่ในถ้ำ หรือไม่ก็ออกไปถูกราชาปีศาจลาวากำจัดทิ้ง”
หลันเฟิงฉีกยิ้มน้อยๆแล้วเอ่ยอย่างราบเรียบ “วางใจเถอะ ข้าหลันเฟิงดวงแข็งอยู่แล้ว ไม่ตายง่ายๆ หรอก!”
สามปีก่อนยังรอดมาจากภัยพิบัติได้แล้วจะมาตายไปพร้อมความเครียดแค้นในถ้ำลาวาเล็กๆ แห่งนี้ได้ยังไงกัน
หลังจากผ่านไปชั่วครู่การเคลื่อนไหวที่โลกภายนอกก็ค่อยๆ หายไป
ตามการคาดหมายของชายชราราชาปีศาจลาวาเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดไม่ได้ปรากฏตัว
ส่วนกลุ่มชายหนุ่มของตระกูลหยางกลับไม่รู้เลยสักนิดว่าหลันเฟิงที่ออกจากกลุ่มไปอย่างไม่รู้ร่องรอยกำลังหลบอยู่ในถ้ำลาวาที่อยู่อยู่ห่างออกไปไม่มากนักแค่ร้อยจั้งเศษ
แต่ทว่าระยะห่างร้อยจั้งเศษกลับเหมือนเป็นช่องว่างแยกทั้งสองออกไปคนละโลก