ตอนที่ 23 : ตลาดมืดใต้เงาจันทร์ และโอสถโบราณที่หวนคืน
ความเ็ปที่แผ่ซ่านจากทรวงอกราวกับมีกริชเหล็กกล้าทะลวงขั้วหัวใจแล้วบิดซ้ำ อวิ๋นเซียวทรุดเข่าลงกับพื้นกระดานไม้ผุพัง เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมชโลมแผ่นหลัง ตราทัณฑ์์ ที่หน้าอกสาดแสงสีทองแดงอมดำ สอดประสานกับสัญลักษณ์รูปดวงตาสีม่วงคล้ำบนแผ่นหลังของพันซาน คลื่นพลังงานอันวิปริตสองสายกำลังสั่นพ้อง หากปล่อยให้กลิ่นอายนี้เล็ดลอดออกไปนอกกระท่อม ผู้าุโคุมกฎหอโอสถที่กำลังจับตาดูอยู่ย่อมััได้อย่างแน่นอน!
"อึก... บัดซบ!"
ชายหนุ่มกัดฟันจนริมฝีปากปริแตก รสเืฝาดเฝื่อนแผ่ซ่านในโพรงปาก เขาฝืนโคจร ปราณหลอมภพ ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในจุดตันเถียน พุ่งทะยานเข้าตัดกระแสการเชื่อมต่อระหว่างตราประทับทั้งสอง อวิ๋นเซียวตวัดนิ้วชี้และนิ้วกลางราวกับกระบี่ จี้สกัดจุดลมปราณสำคัญบนแผ่นหลังของสหายร่างท้วมอย่างรวดเร็วถึงเจ็ดจุด
ทว่าเพียงแค่นั้นยังไม่พอ สัญลักษณ์วิชามารดิ้นรนราวกับมีชีวิต อวิ๋นเซียวไม่มีทางเลือกอื่น เขาล้วงเอา 'รากกลืนิญญา' ซึ่งเป็สมุนไพรพิษที่หลงเหลือจากการรวบรวมในสุสานกระบี่ออกมา ขยี้มันจนแหลกเหลวด้วยปราณแท้ บีบคั้นน้ำพิษสีเขียวคล้ำผสมกับหยดเืของตนเอง ก่อนจะใช้นิ้วตวัดวาดค่ายกลสะกดิญญาลงบนรอยสักดวงตานั้น
ทันทีที่อักขระโลหิตพิษทาบทับ สัญลักษณ์มารก็ส่งเสียงหวีดร้องแหลมเล็กในโสตประสาท ก่อนจะค่อยๆ หรี่แสงลงและจางหายไปใต้ิัของพันซาน เสียงกระซิบภาษาโบราณหยุดลง สหายของเขากลับมานอนกรนเสียงดังเช่นเดิม ทิ้งให้อวิ๋นเซียวนั่งหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายสั่นสะท้านจากการต่อต้านของสายฟ้าในเส้นลมปราณ
ข้ามีเวลาไม่มากแล้ว...
อวิ๋นเซียวประเมินสถานการณ์อย่างเยือกเย็น งานประลองศิษย์สายนอกที่จะมาถึงในอีกหนึ่งเดือน แท้จริงแล้วคือ 'ลานเชือด' เพื่อคัดเลือกเครื่องสังเวย หากเขาไม่สามารถทะลวงขีดจำกัดของพลังข้ามเข้าสู่ระดับก่อกำเนิดได้ เขาย่อมไม่อาจเอาชีวิตรอดจากแดนลับต้นกำเนิดโลหิต ทว่าการทะลวงระดับด้วยปราณหลอมภพนั้น ต้องใช้ทรัพยากรและหินิญญาจำนวนมหาศาล ซึ่งในยามนี้เขามีเพียงความว่างเปล่าในกระเป๋า
สายตาคมกริบเหลือบมองแหวนมิติที่นิ้วมือ เขาตัดสินใจเด็ดขาด หยิบเอา 'หญ้ากลืนโลหิต' สีแดงฉานที่แฝงกลิ่นอายแห่งความตายออกมา สมุนไพริญญาระดับสามต้นนี้ หากนำไปขายตรงๆ ย่อมถูกกดราคา ทว่าหากใช้ความรู้จาก 'เจดีย์หมื่นวิถี' และเศษเสี้ยวความทรงจำอันเก่าแก่ของอาจารย์เซวียนหยวนิเยว่... เขาสามารถหลอมมันให้กลายเป็โอสถที่สูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ได้
อวิ๋นเซียวหลับตาลง ดึงจิตสำนึกเข้าสู่มิติของเจดีย์หมื่นวิถี เขาจำลองเตาหลอมด้วยเจตจำนง ใช้ปราณหลอมภพแทนเปลวเพลิงฟ้าดิน การหลอม 'โอสถพิษสลายปราณ' เริ่มต้นขึ้น ทว่าราคาที่ต้องจ่ายนั้นสาหัสเกินบรรยาย ทุกครั้งที่เขารีดเร้นปราณแท้เพื่อควบคุมอุณหภูมิ ตราทัณฑ์์จะสะท้อนกลับ สร้างความเ็ปจนกระดูกแทบแหลกละเอียด เส้นผมสีดอกเลาที่ซ่อนอยู่ใต้รอยถ่านขยายวงกว้างขึ้นอีกหลายเส้น พลังชีวิตถูกบีบคั้นออกมาแลกกับการคงสภาพเตาหลอม
สองชั่วยามผ่านไป พร้อมกับโลหิตที่ทะลักออกจากมุมปากของอวิ๋นเซียว โอสถสีดำสนิทขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือสามเม็ดก็ก่อตัวสำเร็จ กลิ่นอายของมันไม่ได้หอมหวน กลับแฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บที่สามารถสลายปราณแท้ของผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดให้กลายเป็น้ำเน่าเสียได้ในพริบตา!
นี่คืออาวุธลอบสังหารชั้นเลิศ และเป็สินค้าที่พวกนิกายมืดต้องยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อ!
ยามโฉ่ว (01.00 - 02.59 น.) เมฆดำเคลื่อนตัวบดบังแสงจันทร์ เมืองเมฆาคล้อยในยามราตรีดูเงียบสงบ ทว่าลึกลงไปในตรอกซอกซอยทางทิศอุดร กลับเป็ที่ตั้งของ 'ตลาดมืด' แหล่งรวมตัวของสวะ พ่อค้าหน้าเื ศิษย์ทรยศ และผู้หลบหนีคดี
อวิ๋นเซียวปรากฏตัวในชุดคลุมสีดำสนิท สวมหมวกไม้ไผ่ที่พรางใบหน้าด้วยผ้าโปร่งสีดำ รอยผมสีขาวถูกปกปิดด้วยเถ้าถ่านอย่างมิดชิด เขาจงใจปลดปล่อยกลิ่นอายอำมหิตจางๆ ของหญ้ากลืนโลหิตออกมา เพื่อข่มขวัญพวกปลิงดูดเืที่มักจะดักปล้นคนแปลกหน้าหน้าทางเข้า
บรรยากาศในตลาดมืดอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเื เครื่องเทศฉุนเฉียว และความหวาดระแวง สายตานับสิบสอดส่ายมองมาจากมุมมืด อวิ๋นเซียวเดินอย่างมั่นคง แม้ว่าภายในร่างกายของเขาจะปั่นป่วนราวกับคลื่นคลั่ง เส้นลมปราณที่ฉีกขาดจากการฝืนหลอมโอสถกำลังประท้วงอย่างหนัก ทว่าเขาไม่อาจแสดงความอ่อนแอออกมาได้แม้แต่เสี้ยวลมหายใจ
ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่หน้าอาคารไม้หินทึบทึมที่ใหญ่ที่สุดในตลาดมืด ป้ายไม้สลักตัวอักษรสีแดงเข้มว่า 'หอประมูลเงาโลหิต' เขาผลักประตูเข้าไป กลิ่นหอมประหลาดที่ทำให้สติพร่าเลือนลอยมาเตะจมูก ทว่าเจตจำนงที่หล่อหลอมจากอสนีบาต์ของเขาปัดเป่ามันทิ้งไปในพริบตา
"นายท่านผู้ทรงเกียรติ ไม่ทราบว่านำสิ่งใดมาแลกเปลี่ยน หรือ้าทอดกาสิ่งใด?" หญิงสาวในชุดผ้าไหมบางเบาเดินนวยนาดเข้ามาต้อนรับ แววตาของนางแฝงความเ้าเล่ห์ประเมินฐานะของแขก
"ข้า้าพบผู้ประเมินโอสถระดับสูงสุดของพวกเ้า สินค้าของข้า... ไม่ใช่สิ่งที่มดปลวกจะตีราคาได้" เสียงของอวิ๋นเซียวถูกดัดให้แหบพร่าและเย็นเยียบ
หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ััได้ถึงกลิ่นอายอันตราย นางค้อมศีรษะแล้วนำทางเขาลัดเลาะไปตามโถงทางเดินใต้ดิน สู่ห้องลับที่สร้างจากศิลาดูดกลืนปราณ
ภายในห้อง มีชายชราร่างผอมเกร็งนั่งอยู่หลังโต๊ะหินกว้าง ดวงตาของเขากลวงลึกราวกับซากศพ ทว่าประกายตาขุ่นมัวนั้นกลับแฝงความเฉียบขาด
"เชิญวางของสิ่งนั้นลง" เถ้าแก่เฒ่าเอ่ยเสียงเรียบ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง
อวิ๋นเซียวล้วงขวดหยกออกจากสาบเสื้อ วางลงบนโต๊ะด้วยท่วงท่าเชื่องช้า ทว่าในจังหวะนั้นเอง อาการตีกลับของตราทัณฑ์์พลันกำเริบ! กระแสพลังร้อนระอุพุ่งชนทะลุจุดปอด ชายหนุ่มเผลอกำหมัดแน่นใต้แขนเสื้อ พยายามกลืนก้อนเืที่พุ่งขึ้นมาถึงลำคอกลับลงไป การพยายามสะกดกลั้นความเ็ปนี้ ทำให้กลิ่นอายของเขาผันผวนอย่างรุนแรง ประเดี๋ยวสูงส่งดุจเทพ ประเดี๋ยวอ่อนแอดุจคนใกล้ตาย
เถ้าแก่เฒ่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยกับความไม่เสถียรของปราณอีกฝ่าย แต่ความสนใจของเขากลับมุ่งไปที่ขวดหยก ทันทีที่จุกไม้ถูกดึงออก ไอเย็นเยือกสีดำสนิทก็พวยพุ่งออกมา ลำพังเพียงแค่กลิ่นก็ทำให้ดอกไม้ประดับในห้องเหี่ยวเฉาลงทันตา!
ชายชราหยิบเข็มเงินเล่มเล็กขึ้นมา ขูดผิวโอสถเพียงเศษเสี้ยวฝุ่น ก่อนจะนำไปแตะลงบนศิลาทดสอบปราณ...
วิ้ง!
ศิลาทดสอบปราณที่แข็งแกร่งพลันปรากฏรอยร้าว และละลายกลายเป็ของเหลวสีดำเน่าเหม็นในพริบตา!
ดวงตาที่กลวงลึกของเถ้าแก่เบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า มือที่เหี่ยวย่นสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ เขาสูดลมหายใจลึก เงยหน้าขึ้นมองบุรุษสวมหมวกไม้ไผ่เบื้องหน้า แววตาของเขาไม่ได้มีความโลภของผู้ประเมินราคาอีกต่อไป ทว่ามันเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง หวาดกลัว และ... จิตสังหารอันล้ำลึก!
อวิ๋นเซียวััได้ถึงวิกฤต กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนเกร็งเตรียมพร้อม ทว่าร่างกายที่บอบช้ำกลับตอบสนองได้ช้ากว่าความคิด
แกร๊ก... ครืนนน!
เถ้าแก่เฒ่าไม่ได้เอ่ยปากตีราคา ทว่ามือที่อยู่ใต้โต๊ะกลับสับสวิตช์กลไกลับบางอย่าง พริบตานั้น ผนังห้องทั้งสี่ด้านและบานประตูพลันถูกสับเปลี่ยนด้วยลูกกรงเหล็กกล้าสีดำสนิทที่อาบด้วยอักขระสกัดกั้นลมปราณ ค่ายกลปิดตายทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ ขังอวิ๋นเซียวไว้ภายใน!
พร้อมกันนั้น รังสีอำมหิตของยอดฝีมือระดับก่อกำเนิดขั้นปลายสามคนก็พวยพุ่งออกมาจากเงามืดด้านหลังค่ายกลเหล็ก
เถ้าแก่ชราลุกขึ้นยืน ชี้หน้าอวิ๋นเซียวด้วยมือที่สั่นเทา น้ำเสียงที่เคยแหบแห้งบัดนี้กึกก้องไปด้วยความตื่นเต้นอย่างบ้าคลั่ง
"รวบตัวมันไว้! อย่าให้มันตายเด็ดขาด! โครงสร้างโอสถและวิธีการหลอมเช่นนี้... เป็วิชาลับที่สูญหายไปแล้ว! มีเพียง 'ฏผู้หลบหนี' จากแดน์เมื่อร้อยปีก่อนเท่านั้นที่ล่วงรู้ความลับนี้! จับมันไปเค้นความจริงให้ข้า!"