ตอนที่ 161 เริ่มเคลื่อนไหว
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ระหว่างที่เมอร์ลินกำลังขบคิด พนักงานก็กลับไปทำตามคำสั่ง
การยกระดับเข็มกลัดสีเงินระดับหนึ่งดาวถึงสี่ดาวนั้นทำได้ง่ายมากเพราะมีของเตรียมเอาไว้แล้ว สิ่งที่ต้องทำแค่โอนถ่ายข้อมูลจากเข็มกลัดเก่าไปเข็มขัดใหม่เท่านั้น
ดังนั้นมันจึงใช้เวลาไม่มากเลย
เมอร์ลินนั่งรออยู่บริเวณนั้นที่มีที่นั่งพักจัดเตรียมไว้ให้
ในยุคนี้นอกจากจะก้าวหน้าทางวิทยาการและศิลปะวัฒนธรรมแล้ว แม้แต่การบริการก็ยังถูกยกระดับอีกด้วย
“การจะยกระดับเป็นนักวิชาการสามดาวได้ต้องใช้แต้มวิชาการถึงหนึ่งพันห้าร้อยแต้ม แต่ตอนนี้ฉันมีแต้มวิชาการแค่เจ็ดร้อยกว่าแต้มเท่านั้น ไม่รู้ว่าศาสตราจารย์พวกนั้นรวมถึงท่านพ่อจะคิดมากไปรึป่าว? อีกอย่างฉันก็รับรางวัลล่วงหน้ามาแล้วด้วย”
เมอร์ลินอดที่จะรู้สึกกังวลเล็กน้อยไม่ได้ เพราะตอนนี้เขาได้รับทั้งบ้านทั้งพาหนะเวทมาแล้ว แต่โชคดีที่ยังไม่ได้ตกปากรับคำกับคณบดีวิวเกอฟอร์ด
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อาจทำให้ออสตินผิดหวังได้
“ดูเหมือนว่าตอนนี้ฉันคงต้องพักเรื่องพวกนั้นไว้ก่อน และหันมาใส่ใจกับการทำรายงานวิชาการมากกว่าเดิม”
เมอร์ลินตัดสินใจที่จะทำแบบนี้นั่นเป็นเพราะว่าเขาการเขียนธีสิสสามารถช่วยเขาทั้งเรื่องเงินและเรื่องความก้าวหน้าทางวิชาการได้ด้วย
เขาตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยตัวเองอยู่เงียบๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าธีสิสของเขาได้สร้างผลกระทบไปมากแค่ไหนหลังจากนี้
เนื่องจากนิตยสารวิชาการที่เมอร์ลินตีพิมพ์เป็นนิตยสารวิชาการของประเทศนี้ นักวิชาการที่สนใจเรื่องนี้จึงมีจำนวนหนึ่ง มันจึงไม่แปลกที่ไม่กี่วันเมอร์ลินจะได้แต้มวิชาการแค่เจ็ดร้อยกว่าแต้ม แต่ถ้าหากรอเวลาให้นานกว่านี้ผลลัพธ์จะต่างออกไป
เนื่องจากนิตยสารที่ตีพิมพ์สร้างผลกระทบได้ไม่มากนัก แต่หัวข้อธีสิสกลับเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นมันจึงมีการเผยแพร่ออกสู่นอกประเทศอย่างแน่นอน
อย่างที่รู้กันว่าแม้ยุคนี้การสื่อสารจะพัฒนาขึ้นมาก แต่มันก็ยังไม่มากพอที่จะสื่อสารได้อย่างฉับไว
ดังนั้นการเผยแพร่นี้จึงออกไปในรูปแบบปากต่อปาก ซึ่งต้องใช้เวลามากหน่อย เวลาเพียงไม่กี่วันจึงไม่ได้เห็นผลมากนัก
แต่ความล้าช้านี้กลับกระตุ้นให้เด็กน้อยมีความมุ่งมั่นที่จะผลิตผลงานออกมา สถานการณ์นี้สามารถอธิบายได้ว่าเป็นเพราะประสบการณ์ไม่มากพอ
“คุณเมอร์ลิน พริสตันเชิญมารับเข็มกลัดของคุณได้แล้วครับ”
เมื่อได้ยินเสียงของพนักงานเอ่ยเรียกเมอร์ลินก็ลุกเดินไปที่เคาน์เตอร์ทันที
“นี่เข็มกลัดของคุณครับ ขอแสดงความยินดีด้วยที่ได้ยกระดับเป็นนักวิชาการสองดาว” พนักงานชายกล่าวด้วยแววตาที่ชื่นชม
เด็กคนนี้อายุไม่มากแต่เขากลับเป็นนักวิชาการสองดาวแล้ว ต้องรู้ไว้ว่าแม้แต่นักศึกษาปริญญาไดม่อนก็ยังลำบากที่จะไต่เต้ามาถึงระดับนี้ได้ เด็กคนนี้กลับเก่งกาจมากจริงๆ
“ขอบคุณครับ” เมอร์ลินรับเข็มกลัดนักวิชาการของเขามาด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบ ราวกับไม่มีอารมณ์ใดๆ กับการยกระดับนี้เลย
หลังจากจัดการเรื่องนี้เสร็จเขาก็ตรงไปที่มหาลัย การดำเนินการของสมาคมนักเวทรวดเร็วมาก อีกทั้งพาหนะเวทก็ยังทำให้เขาไปไหนมาไหนได้สะดวกและรวดเร็ว นั่นจึงทำให้เช้านี้เขาเดินทางไปถึงมหาลัยสายบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ได้ใช่เวลาไปมากเหมือนตอนที่ซ้อนจักรยานของมาร์เทล
ตอนนี้มาร์เทลไม่ต้องติดตามเขาไปไหนมาไหนแล้ว มีหน้าที่เพียงดูแลการกินอยู่ของเขาที่บ้านเท่านั้น
นี่คือความตั้งใจของเมอร์ลิน เพราะเขาสะดวกที่จะใช้พาหนะเวทไปไหนมาไหนคนเดียวมากกว่า
ขณะเดียวกันที่บริษัทซันซ่า
ชายวัยกลางคนร่างผอมบางสวมแว่นตาขาสีเงินกำลังถือแผ่นตราผลึกตรงไปที่ห้องของประธานบริษัท
เขาเคาะประตูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงด้านในจะเอ่ยคำอนุญาต
“มีอะไรเควิน ทำไมคุณถึงดูรีบร้อนแบบนี้”
“ท่านประธานคุณต้องดูนี่ มีนิตยสารฉบับหนึ่งกำลังตีพิมพ์รายงานเรื่องกายย่อเวทต้นกำเนิดแสง”
“อะไรนะ! รีบเอามาให้ผมดูเดี๋ยวนี้”
เควินไม่ชักช้าเขารีบส่งแผ่นตราผลึกให้กับชายที่อยู่ตรงหน้าทันที
ประธานบริษัทซันซ่าใช้พลังเวทอ่านแผ่นตราผลึกที่อยู่ในมืออย่างรวดเร็ว ไม่นานดวงตาเขาก็เบิกกว้างขึ้นมา
เควินที่เห็นท่าทางของเจ้านายกลับไม่ได้แปลกใจเลยแม้แต่น้อย
บริษัทซันซ่าเป็นผู้ผลิตโคมไฟให้แสงสว่าง พวกเขามีโรงงานอยู่ประเทศอาเรียซึ่งอยู่ติดกับประเทศออโรร่า
เนื่องจากพวกเขาอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตโคมไฟและวัตถุเวทที่ให้กำเนิดแสงทุกชนิด ดังนั้นจึงมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง สูตรเวทแสงพวกนี้เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องติดตามงานวิจัยจากนิตยสารทางวิชาการอยู่ตลอดเวลา
ความจริงผลงานที่ตีพิมพ์ในนิตยสารในประเทศอย่างนิตยสารเวทมนตร์ออโร่ร่านั้นไม่น่าสนใจมากนัก ระดับของมันแทบจะไม่ต่างไปจากนิตยสารพลังเวทอาเรียเช่นกัน งานวิจัยที่ตีพิมพ์ไม่สามารถเทียบได้กับนิตยสารวิชาการที่อยู่แนวหน้าของมหาทวีปได้
ดังนั้นผลกระทบของนิตยสารจึงน้อยมากและมีผู้ติดตามที่อยู่ต่างประเทศน้อยมากเช่นกัน
แต่โชคดีที่เควินมีความสนใจในความก้าวหน้าทางวิชาการของนักเวทยาศาสตร์ที่อยู่รอบๆ ประเทศอาเรีย เขาจึงได้อ่านนิตยสารฉบับนี้โดยบังเอิญ และไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทของเขา
ประธานบริษัทซันซ่าเงยหน้าขึ้นมาเมื่ออ่านเสร็จแล้วรีบเอ่ยถาม
“เควินรีบนำสูตรเวทนี้ให้นักจัยของพวกเราออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ทันที นิตยสารนี้ถูกเผยแพร่ในประเทศออโรร่ามาเกือบสัปดาห์หนึ่งแล้ว บริษัทโคมไฟของประเทศนั้นคงจะรีบวิจัยและผลิตผลงานออกมาแล้ว เร่งลงมือก่อนที่สินค้าของประเทศเพื่อนบ้านจะมาแย่งตลาดของพวกเรา”
“ทราบแล้วครับ”
เควินเอ่ยรับคำแล้วรีบนำนิตยสารฉบับนั้นออกจากห้องของประธานทันที
ตอนนี้เขาต้องรีบนำสูตรเวทนี้ไปให้นักวิจัยของบริษัท อีกทั้งยังต้องไปที่สมาคมนักเวทเพื่อขออ้างอิงการใช้ธีสิสเพื่องานวิจัย
ทั้งหมดเขาต้องดำเนินการด้วยตนเอง โดยจะต้องรวบรวมเข็มกลัดของนักวิจัยเพื่อยื่นสิทธิ์การใช้ประโยชน์จากธีสิสเล่มนี้
แน่นอนว่าแต้มวิชาการจะถูกหักจากนักวิจัยทุกคน แต่มูลค่าผลงานนี้มีค่าแค่สิบแต้มเท่านั้น แต้มที่ใช้อ้างอิงแค่ห้าแต้ม อีกอย่างหากนักวิจัยสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ได้สำเร็จ พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะยื่นผลงานที่ได้เพื่อเพิ่มแต้มวิชาการของพวกเขาได้ ดังนั้นแต้มวิชาการห้าแต้มที่เสียไปจึงไม่นับว่าเป็นอะไร
การเป็นนักวิจัยที่ทำงานให้กับบริษัทจึงได้ประโยชน์ทั้งได้รับเงินเดือนและแต้มวิชาการด้วย