บทที่ 43 : หลบหนีออกจากแดนศักดิ์สิทธิ์ โทสะแห่งจักรพรรดิยุทธ และจุดหมายมหาทวีปอุดรเหมันต์!
บรรยากาศภายในชั้นที่เก้าสิบเก้าของหอคอยหมื่นเต๋า กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าความเงียบนี้กลับแฝงไปด้วยความตึงเครียดที่บีบรัดหัวใจจนแทบหยุดเต้น
หลิงอวี้ซี สตรีศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่งแห่งดินแดนหมื่นเต๋า นั่งหลับตาขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชาหยกดำ เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมชื้นแผ่นหลังของนาง ภายในดวงวิญญาณของนางมี 'รอยสักหยินหยาง' ที่บรรจุตัวตนของบุรุษผู้หนึ่งซุกซ่อนอยู่อย่างแนบเนียนที่สุด
เบื้องหน้าของนาง คือ 'เพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้า' ที่กำลังลุกโชนอย่างเกรี้ยวกราด ทว่ามีเพียงนางและบุรุษที่สถิตอยู่ในร่างเท่านั้นที่ล่วงรู้ ว่าเพลิงสวรรค์อันทรงอำนาจดวงนี้ เป็นเพียง 'ภาพมายาสะท้อนสัจธรรม' ที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังหยินหยางและค่ายกลลวงตา! ส่วนต้นกำเนิดที่แท้จริง บัดนี้ได้นอนนิ่งอยู่ในเตาหลอมเก้ามังกรภายในจุดตันเถียนของซูหลงอวิ๋นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"ถึงเวลาแล้ว ภาชนะของข้า... ลุกขึ้น และเดินออกไปอย่างสง่าผ่าเผยที่สุด อย่าให้พวกตาแก่ข้างนอกนั่นจับพิรุธเจ้าได้แม้แต่น้อย" เสียงทุ้มต่ำของซูหลงอวิ๋นดังก้องขึ้นในห้วงความคิดของนาง
หลิงอวี้ซีสูดลมหายใจลึก ปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ นางค่อยๆ ลืมตาดอกท้อขึ้น ลบเลือนความหวาดผวาออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเยือกเย็นประดุจเทพธิดาน้ำแข็งหมื่นปี นางลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่ชายกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์เบาๆ ก่อนจะหมุนตัวก้าวเดินลงจากชั้นที่เก้าสิบเก้า
การเดินลงจากหอคอยช่างดูยาวนานประดุจการเดินฝ่าหุบเขามีดดาบ ทุกย่างก้าวของนางต้องผ่านค่ายกลตรวจสอบนับไม่ถ้วน ทว่าด้วยวิชาปกปิดระดับเทวะของซูหลงอวิ๋น ค่ายกลเหล่านั้นล้วนถูกตบตาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งสัญญาณเตือนภัยใดๆ
แอ๊ด...
บานประตูศิลาขนาดยักษ์ของหอคอยหมื่นเต๋าถูกผลักเปิดออก แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ภายนอกสาดส่องเข้ามากระทบใบหน้างดงามของสตรีศักดิ์สิทธิ์
ณ ลานจัตุรัสหมื่นเต๋า ผู้คนนับแสนชีวิตยังคงยืนรอคอยอยู่อย่างเป็นระเบียบ นักพรตเทียนจี จักรพรรดิยุทธผู้ยิ่งใหญ่แห่งขอบเขตที่แปด ยืนเอามือไพล่หลัง ลอยตัวอยู่เหนือพื้นดินเล็กน้อย พระเนตรที่ลึกล้ำประดุจจักรวาลทอดมองมายังหลิงอวี้ซี
"อวี้ซี... การชำระล้างจิตวิญญาณและรับประกายเพลิงระลอกใหม่ ราบรื่นดีหรือไม่?" สุรเสียงของท่านประมุขดังกังวาน
หลิงอวี้ซีก้าวเดินลงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าท่านประมุข นางประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมที่สุด "เรียนท่านประมุข ทุกอย่างราบรื่นดีเจ้าค่ะ เพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้าสงบนิ่งลงมาก ศิษย์สามารถซึมซับประกายเพลิงเข้าสู่จุดตันเถียนได้สำเร็จ ทว่า..."
นางแสร้งขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำสีหน้าประหนึ่งว่ากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาบางอย่าง "ทว่า พลังสายฟ้าที่ดูดซับมาในครั้งนี้ ดุดันและเกรี้ยวกราดกว่าทุกครั้ง ศิษย์เกรงว่าหากฝืนรักษาสมดุลอยู่ที่ยอดเขาเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีปราณหยินไม่เพียงพอ อาจจะทำให้เพลิงตีกลับได้อีกเจ้าค่ะ"
นักพรตเทียนจีหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย "เช่นนั้น เจ้ามีความคิดเห็นประการใด?"
"ศิษย์ต้องการขออนุญาตท่านประมุข เดินทางออกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นการชั่วคราว เพื่อมุ่งหน้าไปยัง 'หุบเหวเหมันต์กลืนวิญญาณ' ที่ตั้งอยู่สุดขอบชายแดนทางเหนือของมหาทวีปศูนย์กลางเจ้าค่ะ ที่นั่นมีปราณเหมันต์บรรพกาลที่หนาแน่นที่สุด ศิษย์ต้องการยืมพลังของหุบเหวนั้น เพื่อปิดด่านสกัดกลั่นเพลิงสวรรค์ให้หลอมรวมเข้ากับกายาของศิษย์อย่างสมบูรณ์"
หลิงอวี้ซีกล่าวข้ออ้างที่เตรียมเอาไว้อย่างแยบยล การจะหลบหนีออกจากกรงทองแห่งนี้ จำต้องมีเหตุผลที่สมควรและสอดคล้องกับวิถีการบ่มเพาะของนาง
นักพรตเทียนจีนิ่งเงียบไปชั่วครู่ จิตสัมผัสอันทรงอำนาจของท่านกวาดผ่านร่างของหลิงอวี้ซีอีกครั้ง ท่านสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสายฟ้าที่ผันผวนอยู่ในจุดตันเถียนของนางอย่างชัดเจน (ซึ่งแท้จริงแล้วคือกลิ่นอายที่ซูหลงอวิ๋นจงใจปล่อยออกมาตบตา)
"หุบเหวเหมันต์กลืนวิญญาณ... สถานที่นั้นอันตรายยิ่งนัก ทว่ามันก็เหมาะสมกับวิชาของเจ้าที่สุด"
จักรพรรดิยุทธพยักหน้าช้าๆ ความเย่อหยิ่งและมั่นใจในอำนาจของตนเอง ทำให้ท่านไม่เคยคิดระแวงเลยว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกชุบเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก จะกล้าทรยศหรือมีแผนการหลบหนี ซ้ำมหาทวีปศูนย์กลางแห่งนี้ ก็เป็นอาณาเขตของท่าน หากนางคิดหนี ท่านย่อมตามจับตัวกลับมาได้ในพลิกฝ่ามือ
"ได้ ข้าอนุญาตให้เจ้าไปปิดด่านที่นั่นได้ ทว่าจงจำไว้ งานประลองศิษย์สายเอกของสามดินแดนศักดิ์สิทธิ์กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกหกเดือนข้างหน้า เจ้าในฐานะตัวแทนของหมื่นเต๋า ต้องกลับมาให้ทันเวลา"
นักพรตเทียนจีสะบัดมือ ป้ายหยกสีทองคำแผ่นหนึ่งลอยไปตกอยู่ในมือของหลิงอวี้ซี "นี่คือป้ายผ่านทางของประมุข มันจะช่วยให้เจ้าเดินทางผ่านค่ายกลและด่านตรวจของนิกายได้อย่างไร้อุปสรรค... ไปเถิด"
"ขอบพระคุณท่านประมุขที่เมตตา ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง"
หลิงอวี้ซีซ่อนความโล่งอกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย นางประสานมือคารวะอีกครั้ง ก่อนจะเรียกกระบี่เหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ออกมา กระโดดขึ้นเหยียบกระบี่ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านเมฆออกไปจากจัตุรัสหมื่นเต๋า ท่ามกลางสายตาชื่นชมของเหล่าศิษย์นับแสน
...
การเดินทางออกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นไปอย่างราบรื่นด้วยป้ายผ่านทางของประมุข หลิงอวี้ซีเร่งความเร็วของกระบี่บินจนถึงขีดสุดของขอบเขตราชันย์ยุทธ์ ร่างของนางกลายเป็นเพียงเส้นแสงสีขาวที่พาดผ่านท้องฟ้า มุ่งหน้าขึ้นสู่ทิศเหนืออย่างไม่หยุดพัก
นางบินข้ามเทือกเขา แม่น้ำ และเมืองใหญ่น้อยนับไม่ถ้วน ผ่านไปหนึ่งวันเต็มๆ จนกระทั่งนางมั่นใจว่าได้บินออกมาไกลจากอาณาเขตการรับรู้ของจักรพรรดิยุทธหลายหมื่นลี้แล้ว
"เราออกมาไกลพอแล้ว..." หลิงอวี้ซีร่อนลงจอดกลางป่าทึบที่รกร้างและห่างไกลผู้คน นางหอบหายใจเล็กน้อยจากการใช้ปราณยุทธ์อย่างต่อเนื่อง
วูบ...
ละอองแสงสีขาวทองหลุดลอยออกมาจากแผ่นหลังของนาง ก่อตัวกลับเป็นร่างของซูหลงอวิ๋นในชุดคลุมสีขาวขลิบทอง ใบหน้าหล่อเหลาของมังกรหนุ่มประดับด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและบ้าคลั่ง
"ฮ่าฮ่าฮ่า! สำเร็จ! พวกเราทำสำเร็จ!" ซูหลงอวิ๋นแหงนหน้าขึ้นหัวเราะลั่นป่า "ตาแก่ขอบเขตที่แปดนั่น โง่เขลาและเย่อหยิ่งเกินกว่าจะเชื่อว่ามีคนกล้าล้วงคองูเห่าถึงในรังของมัน! การขโมยสมบัติใต้จมูกของจักรพรรดิยุทธ ช่างเป็นความตื่นเต้นที่ทำให้เลือดในกายสูบฉีดดียิ่งนัก!"
หลิงอวี้ซีมองดูบุรุษที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยสายตาซับซ้อน นางเพิ่งจะตระหนักได้ว่า ตนเองได้ร่วมมือก่อการกบฏที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของนิกาย! หากถูกจับได้ โทษทัณฑ์ที่รออยู่คือการถูกเผาวิญญาณในตะเกียงนิรันดร์นับหมื่นปี!
"เลิกหัวเราะได้แล้ว ซูหลงอวิ๋น" นางเอ่ยเสียงเครียด "เพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้าเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของนิกาย เจ้าคิดว่า 'เพลิงมายา' ที่เจ้าสร้างไว้ตบตาพวกมัน จะคงอยู่ได้นานสักแค่ไหน? หากมีผู้อาวุโสระดับราชันย์ยุทธ์เข้าไปตรวจตราและจับพลังของมันได้ ความย่อมแตกในทันที!"
ซูหลงอวิ๋นหยุดหัวเราะ นัยน์ตาสีดำสาดประกายเยือกเย็น "ภาพมายาของข้า อาศัยพลังปราณหยินหยางที่บีบอัดไว้ หากไม่มีผู้ใดไปแตะต้องมัน มันจะคงอยู่ได้เจ็ดวันเต็ม... ทว่า หากมีตาแก่หน้าโง่คนใดพยายามจะดูดซับพลังจากมัน ภาพมายานั้นจะแตกสลายทันที"
เขาประเมินเวลาอย่างรอบคอบ "ตามนิสัยของตาแก่เทียนจี มันย่อมต้องให้ผู้อาวุโสคุมกฎเข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยของแท่นบูชาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า... ข้าคาดว่า เรามีเวลาอย่างมากที่สุดเพียง 'สามวัน' ก่อนที่ความจริงจะถูกเปิดเผย และเมื่อถึงตอนนั้น มหาทวีปศูนย์กลางแห่งนี้ จะไม่มีที่ให้พวกเรายืนอีกต่อไป"
"สามวัน!" หลิงอวี้ซีเบิกตากว้าง "แล้วพวกเราจะหนีไปที่ใด! ป้ายประกาศจับหมื่นเต๋าของจักรพรรดิยุทธ จะถูกส่งไปทั่วทุกหนแห่ง ขุมกำลังทั้งหมดในทวีปศูนย์กลางจะไล่ล่าพวกเรา!"
ซูหลงอวิ๋นก้าวเดินเข้าไปหานาง เขายกมือขึ้นลูบเส้นผมสีดำขลับของสตรีศักดิ์สิทธิ์อย่างแผ่วเบา ท่าทางของเขาดูโอหังทว่าแฝงไปด้วยความมั่นใจที่ทำให้ผู้คนอยากฝากฝังชีวิตเอาไว้
"ทวีปศูนย์กลางอยู่ไม่ได้... เราก็ไปที่อื่นสิ"
เขาทอดสายตามองไปทางทิศเหนือ "ในเมื่อเจ้าถนัดวิชาสายเหมันต์ และข้าเองก็ต้องการสถานที่ที่มีความหนาวเย็นบรรพกาล เพื่อใช้กดข่มและหลอมรวม 'เพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้า' เข้าสู่จุดตันเถียน... เป้าหมายต่อไปของเรา คือการข้ามพรมแดน มุ่งหน้าสู่ 'มหาทวีปอุดรเหมันต์' ดินแดนที่ถูกปกคลุมด้วยพายุหิมะนิรันดร์ สถานที่ที่กฎเกณฑ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมื่นเต๋ายื่นมือไปไม่ถึง!"
"มหาทวีปอุดรเหมันต์..." หลิงอวี้ซีทวนคำ "ที่นั่นคือถิ่นของ 'วังวังวนเหมันต์' ขุมอำนาจที่ต่อต้านบุรุษเพศและตัดขาดจากโลกภายนอก การจะเข้าไปหลบซ่อนที่นั่นมิใช่เรื่องง่าย ทว่า... มันก็เป็นทางรอดเดียวที่เหลืออยู่"
นางสูดลมหายใจลึก ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด "ตกลง ในเมื่อข้าลงเรือลำเดียวกับเจ้าแล้ว ข้าจะนำทางเจ้ามุ่งหน้าสู่พรมแดนทางเหนือเอง หุบเหวเหมันต์กลืนวิญญาณที่ข้ากล่าวอ้างกับท่านประมุข ก็ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของทวีปพอดี เราสามารถใช้เส้นทางนั้นลักลอบข้ามทวีปได้"
"ยอดเยี่ยมมาก ภาชนะของข้า" ซูหลงอวิ๋นยิ้มกริ่ม "เช่นนั้นก็อย่าชักช้า จินหลิน! ออกมา!"
ซูหลงอวิ๋นสะบัดถุงวิญญาณสัตว์อสูร ราชสีห์เพลิงขนาดยักษ์พุ่งทะยานออกมาแผดเสียงคำรามก้องป่า ซูหลงอวิ๋นและหลิงอวี้ซีกระโจนขึ้นประทับบนแผ่นหลังกว้างของสัตว์เทวะ
"จินหลิน มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ เร่งความเร็วเต็มพิกัด! เราต้องข้ามพรมแดนให้ได้ภายในสามวัน!"
"รับคำสั่งนายท่าน!" ราชสีห์เพลิงหันหัวมุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ กีบเท้าของมันเหยียบย่ำอากาศธาตุ พุ่งทะยานแหวกม่านเมฆาไปด้วยความเร็วประดุจดาวตกสีแดงฉาน!
...
สามวันต่อมา ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมื่นเต๋า
ความสงบสุขที่ดำเนินมานับพันปี กำลังจะถูกทำลายลงด้วยพายุแห่งโทสะที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด!
ผู้อาวุโสคุมกฎระดับขอบเขตที่หก (บรรพชนศักดิ์สิทธิ์) สองท่าน ได้รับมอบหมายจากประมุขนิกาย ให้เข้าไปสับเปลี่ยนเวรยามและตรวจสอบ 'เพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้า' ที่ชั้นเก้าสิบเก้าของหอคอยหมื่นเต๋า
บานประตูทองเหลืองถูกเปิดออก ผู้อาวุโสทั้งสองก้าวเดินเข้าไปในห้องโถงที่เต็มไปด้วยสายฟ้า ทว่าทันทีที่พวกท่านก้าวเข้ามา กลิ่นอายบางอย่างที่ผิดแปลกไปก็ทำให้พวกท่านต้องขมวดคิ้ว
"แปลกนัก... เหตุใดกลิ่นอายทำลายล้างของสายฟ้า ถึงได้ดูบางเบาลงเช่นนี้?" ผู้อาวุโสชุดเทาเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย
"อาจจะเป็นเพราะสตรีศักดิ์สิทธิ์หลิงอวี้ซี ได้ดูดซับประกายเพลิงไปส่วนหนึ่งตามที่นางรายงานกระมัง" ผู้อาวุโสชุดดำสันนิษฐาน
ผู้อาวุโสชุดเทาก้าวเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชาหยกดำ ท่านหรี่ตามองดวงเพลิงสีม่วงที่ลุกโชนอยู่เหนือแท่นบูชา "ข้าขอตรวจสอบสักหน่อย เพื่อความแน่ใจ"
ท่านยื่นมือออกไป ปลดปล่อยปราณยุทธ์ขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ หวังจะสัมผัสเกลียวคลื่นของเพลิงสวรรค์
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่พลังปราณของท่านปะทะเข้ากับ 'เพลิงมายา' ของซูหลงอวิ๋น...
เปรี้ยงงงงงง!
'เพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้า' ขนาดยักษ์ที่เคยลุกโชนอย่างน่าเกรงขาม พลันแตกร้าวประดุจกระจกที่ถูกค้อนทุบ! ก่อนที่มันจะระเบิดออกและสลายกลายเป็นเพียงปราณหยินหยางสีขาวและสีทอง ล่องลอยไปในอากาศและจางหายไปจนหมดสิ้น!
เหลือเพียงแท่นบูชาที่ว่างเปล่า และโซ่ตรวนบรรพกาลที่ไร้ซึ่งสิ่งที่มันเคยจองจำ!
"นี่... นี่มันเรื่องอันใดกัน! ภาพมายา! เพลิงสวรรค์ของพวกเรา... ถูกสับเปลี่ยนด้วยภาพมายา!"
ผู้อาวุโสชุดเทาเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า ขาทั้งสองข้างอ่อนระทวยทรุดลงไปกองกับพื้น ความหวาดผวาอันเป็นที่สุดพุ่งพล่านจับขั้วหัวใจ! สมบัติล้ำค่าที่สุดของนิกาย ถูกขโมยไปจากหอคอยที่มีการคุ้มกันแน่นหนาที่สุด!
"ใคร... ใครเป็นคนทำ! สตรีศักดิ์สิทธิ์... หลิงอวี้ซี! นางคือคนสุดท้ายที่เข้ามาที่นี่!" ผู้อาวุโสชุดดำตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก
ตึงงงงงงงงงงงง!!!!!
ก่อนที่พวกท่านจะได้ทำสิ่งใดต่อไป แรงกดดันที่สามารถบดขยี้สวรรค์และปฐพี พลันกระแทกทะลวงหลังคาของหอคอยหมื่นเต๋าลงมา! มิติในชั้นที่เก้าสิบเก้าแตกร้าวและพังทลาย!
ร่างของ 'นักพรตเทียนจี' จักรพรรดิยุทธแห่งขอบเขตที่แปด ปรากฏขึ้นกลางอากาศ!
พระพักตร์ของท่านประมุขที่เคยใจดีและเปี่ยมด้วยเมตตา บัดนี้มืดทะมึนและบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด! นัยน์ตาของท่านสาดประกายเพลิงแห่งโทสะที่สามารถเผาผลาญมหาสมุทรให้เหือดแห้ง!
เพียงแค่สัมผัสได้ว่าเพลิงสวรรค์หายไป จักรพรรดิยุทธก็สามารถคำนวณเหตุการณ์และล่วงรู้ความจริงทั้งหมดได้ในพริบตา! ภาพมายาที่แนบเนียน การรายงานเท็จ การขออนุญาตออกจากนิกาย... ทุกอย่างคือแผนการที่ถูกวางมาอย่างแยบยล!
"หลิงอวี้ซี... นังศิษย์ทรยศ! บังอาจร่วมมือกับผู้บุกรุกลึกลับ ขโมยเพลิงสวรรค์ของข้า!"
"อ๊ากกกกกก!"
โทสะแห่งจักรพรรดิยุทธ ระเบิดออกดังกัมปนาท!
คลื่นเสียงของท่านแฝงไปด้วย 'กฎเกณฑ์แห่งการทำลายล้าง' พุ่งกวาดล้างออกไปจากหอคอยหมื่นเต๋า กระแทกยอดเขาและวิหารในดินแดนศักดิ์สิทธิ์จนสั่นสะเทือนและพังทลายไปหลายหลัง! ศิษย์นับแสนกระอักเลือด ท้องฟ้าในรัศมีหมื่นลี้เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานประดุจเลือด!
"ถ่ายทอดคำสั่งประมุข!"
นักพรตเทียนจีประกาศกร้าว สุรเสียงดังก้องไปทั่วทั้งมหาทวีปศูนย์กลาง!
"ส่ง 'ประกาศจับหมื่นเต๋าป้ายโลหิต' ออกไปทั่วทุกทิศ! ตั้งค่าหัวหลิงอวี้ซี และบุรุษลึกลับที่อยู่เบื้องหลังนาง ด้วยหินปราณระดับสูงหนึ่งพันล้านก้อน พร้อมด้วยศัสตราเทวะและโอสถอมตะ! ผู้ใดที่พบเบาะแสของพวกมัน แจ้งมาที่ข้าทันที! ผู้ใดที่ให้ที่พักพิงแก่พวกมัน ข้าจะกวาดล้างเก้าชั่วโคตรของพวกมันให้สิ้นซาก!"
"ตามล่าพวกมันให้สุดหล้าฟ้าเขียว! จับเป็นกลับมา ข้าจะทรมานพวกมันให้รู้ซึ้งว่าการเหยียบย่ำดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมื่นเต๋า จะต้องชดใช้ด้วยสิ่งใด!"
...
ในขณะที่มหาทวีปศูนย์กลางกำลังลุกเป็นไฟด้วยคำสั่งประกาศจับของจักรพรรดิยุทธ
ณ รอยต่อของทวีปศูนย์กลางและทวีปอุดรเหมันต์
ท่ามกลางพายุหิมะที่พัดกระหน่ำอย่างรุนแรง ร่างของกิเลนอัคคีที่ปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีทองคำ กำลังพุ่งทะยานฝ่าความหนาวเหน็บ ข้ามผ่านหุบเหวน้ำแข็งขนาดยักษ์เข้าสู่อาณาเขตของดินแดนแห่งความหนาวเย็นนิรันดร์
บนแผ่นหลังของจินหลิน ซูหลงอวิ๋นและหลิงอวี้ซีหันกลับไปมองท้องฟ้าทางทิศใต้ที่บัดนี้กลายเป็นสีแดงฉานและมีเมฆพายุก่อตัว แม้จะอยู่ห่างไกลนับแสนลี้ ทว่าพวกเขาก็ยังสัมผัสได้ถึงโทสะอันมหาศาลของจักรพรรดิยุทธที่แผ่ซ่านมาตามสายลม
"ตาแก่นั่นคงกำลังคลุ้มคลั่งจนแทบกระอักเลือดตายแน่ๆ" ซูหลงอวิ๋นหัวเราะร่วนอย่างไร้ความหวาดกลัว
"เจ้ายังมีหน้ามาหัวเราะอีก! บัดนี้พวกเรากลายเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของมหาทวีปศูนย์กลางแล้ว ขุมกำลังทั้งหมดจะตามล่าพวกเราประดุจสุนัขล่าเนื้อ!" หลิงอวี้ซีตวาดใส่ แม้นางจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ความน่ากลัวของจักรพรรดิยุทธก็ยังทำให้นางสั่นสะท้าน
ซูหลงอวิ๋นดึงร่างของนางเข้ามากอดไว้จากด้านหลัง อาศัยความอบอุ่นจากร่างกายมังกรเทวะของเขาปัดเป่าความหนาวเหน็บให้แก่นาง
"กลัวอันใดกัน สตรีของข้า... ในเมื่อพวกเราก้าวเท้าเข้ามาใน 'มหาทวีปอุดรเหมันต์' แล้ว กฎเกณฑ์ของตาแก่เทียนจีย่อมสิ้นสุดลงที่พรมแดนนั่น"
ดวงตาสีดำของมังกรหนุ่มสาดประกายความมุ่งมั่นและอำมหิต "บัดนี้ ข้ามี 'เพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้า' อยู่ในกำมือ เมื่อข้าหาสถานที่ปิดด่านและหลอมรวมมันเข้าสู่จุดตันเถียนได้สำเร็จ... ข้าจะทะลวงผ่านคอขวด ก้าวเข้าสู่ ขอบเขตที่ 4 (วิญญาณก่อกำเนิด)!"
"และเมื่อถึงเวลานั้น... ต่อให้พวกมันส่งยอดฝีมือระดับบรรพชนศักดิ์สิทธิ์มาล่าข้า ข้าก็จะสับพวกมันเป็นชิ้นๆ ส่งกลับไปให้ตาแก่นั่นดูต่างหน้า!"
การผจญภัยและการไล่ล่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ได้ก้าวเข้าสู่มหาทวีปอุดรเหมันต์แล้ว! บททดสอบของการหลอมรวมเพลิงสวรรค์ดวงที่หก และการเผชิญหน้ากับขุมอำนาจแห่งแดนเยือกแข็ง กำลังจะเปิดม่านขึ้น!
(จบบทที่ 43)