กลับมาคราวนี้ฉันต้องดีกว่าเดิม (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 40 อดีตกำลังกลับมา

            “พี่ซินเยว่!” ฟางเจียงตะโกนเรียกพี่สาว วันนี้เขาพาไป๋หลิงฉีมาดักรอพี่สาวที่หน้ามหาวิทยาลัย ตอนนี้พวกเขามีเงินมากแล้ว อีกทั้งยังแต่งกายด้วยเสื้อผ้าและนาฬิกาโก้หรูไม่อายใคร เขาจึงอยากพาตัวเองมาอวดโฉมให้สาวๆ ที่มหาวิทยาลัยได้เห็น อีกทั้งฟางเจียงยังต้องทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับไป๋หลิงฉีด้วย

            ฟางซินเยว่หันไปตามเสียงเรียกทั้งแปลกใจและไม่พอใจเมื่อเห็นน้องชาย “นายมาทำอะไรที่นี่ แล้วนี่นายไปเอาเงินจากไหนมาใช้แต่งตัวมากมายขนาดนี้ นายอย่าเอาแต่รบกวนที่บ้านสิ”

            “ผมมีงานทำแล้วน่า ว่าแต่พี่เถอะ วันนี้เลิกเรียนแล้วใช่ไหม ผมจะมาพาพี่ไปเปิดหูเปิดตาเสียหน่อย อย่ามัวแต่เรียนจนไม่มีเวลาพักผ่อนสิ ไปเถอะวันนี้ผมจะพาพี่ไปนั่งดื่มด้วยกัน เรียนมหาวิทยาลัยแล้วเขาคงไม่ห้ามเรื่องดื่มเรื่องเที่ยวแล้วมั้ง”

            “ฉันไม่ว่าง”

            “คุณซินเยว่ครับ ถ้าคุณไม่อยากไปเที่ยว งั้นพวกเราไปหาอะไรอร่อยๆ กินก็ได้นะครับ วันนี้ผมอยากเลี้ยงข้าวคุณ” ไป๋หลิงฉีพูดขึ้น วันนี้เขาพกความมั่นใจมาเต็มร้อย 

            “นายเป็นใคร?” ฟางซินเยว่เอียงคอถาม

            “โถ่! พี่ซินเยว่ พี่อย่าทำให้หลิงฉีเสียใจอย่างนั้นสิ หลิงฉีไปเที่ยวที่บ้านเราตั้งหลายครั้ง พี่จำเขาไม่ได้หรือ” ฟางเจียงรีบพูด

            ฟางซินเยว่ทำท่าคิด แต่ความจริงแล้วเธอจำไป๋หลิงฉีได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพียงแต่เธอไม่พอใจสายตาที่เขาใช้มองเธอเท่านั้นเอง “อ๋อ...ฉันนึกออกแล้ว ฉันเกือบจะจำเด็กผู้ชายที่มีแต่น้ำมูกไหลเต็มหน้าคนนั้นไม่ได้เสียแล้วสิ ขอโทษนะพอดีพี่สาวไปอยู่ชนบทเสียนาน อีกอย่างเมื่อก่อนฉันก็ไม่ได้สนิทกับนายขนาดนั้นด้วย”

            ไป๋หลิงฉีอึ้งจนพูดไม่ออก แต่เป็นฟางเจียงที่พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “พี่จะเอาเรื่องน่าอายอย่างนั้นขึ้นมาพูดทำไม เมื่อก่อนตอนเป็นเด็กใครๆ เขาก็เป็นอย่างนั้นกันทั้งนั้นล่ะ ตกลงว่าพี่จะไปกินข้าวกับพวกผมหรือเปล่า”

            “ไม่ไป” ฟางซินเยว่ตอบออกมาทันที

            “แต่ผมมาชวนพี่ก็ต้องไปสิ” ฟางเจียงพูดเสียงดัง

            “ก็ฉันไม่อยากไป นายจะมาบังคับฉันทำไมเนี่ย ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับนายหรอกนะอาเจียง นายรีบกลับบ้านไปเถอะ”

            “แต่พี่ต้องไปกินข้าวกับผมก่อน”

            ฟางเจียงกระชากแขนพี่สาวอย่างแรง แต่ก่อนที่ฟางซินเยว่จะถลาไปทางน้องชาย แขนอีกข้างหนึ่งของเธอก็ถูกใครคนหนึ่งฉุดเอาไว้

            “อาเฉียว!” ฟางซินเยว่เปลี่ยนคำพูดกับเหวินเฉียวอย่างห่างเหิน “คุณปล่อยมือฉันเถอะค่ะ”

            “ซินเยว่ ฉัน...ฉันขอโทษ” เหวินเฉียวพูดขึ้นอย่างเสียใจ วันนั้นเขาเห็นกับตาตัวเองแล้ว ไป๋เยี่ยนอิงไปค้างที่อื่นทั้งคืน และเขาก็ยืนรอเธออยู่ทั้งคืนเพราะอยากมาปรับทุกข์กับคู่หมั้น อีกทั้งยังอยากมายืนยันในสิ่งที่ฟางซินเยว่ได้บอกกับเขา แต่เขาไม่คิดว่าพอตอนที่คู่หมั้นกลับมาในตอนเช้า ทั้งริมฝีปากและลำคอของเธอกลับเต็มไปด้วยร่องรอยอย่างว่า เขาไม่ถามอะไรกับไป๋เยี่ยนอิงต่อ แต่เขาเดินเข้าไปในบ้านของเธอและประกาศต่อหน้าพ่อกับแม่ของเธอว่าเขาขอถอนหมั้น และของหมั้นทั้งหมดเขาจะบอกให้พ่อกับแม่ของเขามาเอาคืนทั้งหมด ทีแรกพ่อไป๋กับแม่ไป๋ต่างก็ไม่ยอม ทั้งยังด่าว่าเหวินเฉียวด้วยถ้อยคำรุนแรงที่กล่าวหาลูกสาวของตนเอง แต่พอพวกเขาเห็นสภาพของลูกสาวแล้วก็ถึงกับพูดไม่ออก และพวกเขาก็ต้องยอมให้คนบ้านเหวินมาถอนหมั้นและขนของหมั้นกลับไปด้วยความอับอาย

            “แกเป็นใคร รีบปล่อยมือพี่สาวฉันเดี๋ยวนี้” ฟางเจียงตะโกน

            “เหวินเฉียว แกปล่อยมือคุณซินเยว่นะ” ไป๋หลิงฉีเข้ามาสมทบอีกคน แต่เขาไม่ได้แค่ตะโกนต่อว่าเหวินเฉียว เขากลับต่อยเหวินเฉียวเข้าไปเต็มๆ “แกมายุ่งกับผู้หญิงของฉันทำไม แกมีคู่หมั้นอยู่แล้วนะ หรือแกคิดจะนอกใจพี่สาวฉัน”

            เหวินเฉียวที่ไม่ได้ทันได้ตั้งตัวก็ล้มไปตามแรงต่อยนั้น ไป๋หลิงฉีตามไปหมายที่จะซ้ำลงไปอีกครั้ง แต่คราวนี้กำปั้นของเขากลับเฉียดโดนใบหน้าของฟางซินเยว่ เพราะเธอเข้ามาขวางเหวินเฉียวเอาไว้

            “คุณซินเยว่!” ไป๋หลิงฉีร้องขึ้นอย่างตกใจ “คุณ...คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคุณนะ ผมจะต่อยไอ้เลวนี่ต่างหาก มันกล้ามาจับมือคุณได้ยังไง ผมยอมไม่ได้ คุณจะปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นมาจับมือไม่ได้นอกจากผม”

            ฟางซินเยว่ขมวดคิ้วและถามกลับ “ทำไมฉันจะให้คนอื่นมาจับมือฉันไม่ได้ แล้วนายเป็นใครถึงมีสิทธิ์มาพูดกับฉันอย่างนี้”

            “ก็สิทธิ์ที่ผมชอบคุณ รวมถึงพ่อ แม่ และน้องชายของคุณก็เห็นด้วยแล้วที่จะให้เราแต่งงานกัน พ่อกับแม่คุณรับเงินจากผมไปแล้วด้วย” ไป๋หลิงฉีรีบตอบ

            “แต่ฉันไม่ได้เป็นคนไปตกลงเรื่องนี้กับนาย เพราะฉะนั้นนายจ่ายเงินให้ใครนายก็ไปแต่งกับคนนั้นเสียสิ” ฟางซินเยว่หันไปหาน้องชาย “ฉันไม่คิดเลยนะว่าน้องชายแท้ๆ ของฉันจะกล้าขายฉัน ตั้งแต่วันนี้นายกับฉันไม่ใช่พี่น้องกันอีกแล้วอาเจียง แล้วนายก็กลับไปบอกพ่อกับแม่ด้วยว่าฉันไม่ใช่สินค้าของพวกเขาที่นึกอยากจะขายฉันให้ใครก็ได้ และต่อจากนี้ฉันไม่ใช่ลูกของพวกเขาอีกแล้ว”

            “ไม่ได้ พี่ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ พี่ต้องแต่งงานกับหลิงฉี หรือว่าที่พี่ไม่ยอมก็เพราะไอ้หมอนี่” ฟางเจียงชี้หน้าเหวินเฉียว

            “พี่เฉียว พี่คิดที่จะแย่งผู้หญิงของผมหรือ แล้วพี่จะเอาพี่สาวผมไปไว้ที่ไหน” ไป๋หลิงฉีถามเหวินเฉียวอย่างไม่พอใจ

            “ฉันกับพี่สาวนายถอนหมั้นกันไปแล้ว” เหวินเฉียวลุกขึ้นพร้อมกับเช็ดเลือดที่มุมปาก

            “อ๋อ...ที่แท้ก็เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆ ด้วย ที่คุณยอมถอนหมั้นกับฉันง่ายๆ โดยที่ไม่ยอมให้ฉันได้อธิบายก็เพราะคุณอยากจะมาคบกับฟางซินเยว่ใช่ไหมคะเหวินเฉียว” ไป๋เยี่ยนอิงเดินแทรกกลุ่มคนที่กำลังมุงดูเหตุการณ์อยู่มาหยุดตรงหน้าเหวินเฉียว 

            เพียะ!

            “นี่คือค่าตอบแทนที่คุณทำให้ฉันต้องอับอาย พวกคุณแอบคบกันตั้งแต่ตอนที่คุณถูกส่งไปอยู่ชนบทด้วยกันแล้วใช่ไหมคะ คุณทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไง” ไป๋เยี่ยนอิงร้องไห้เพื่อเรียกคะแนนสงสาร นักศึกษาที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ต่างก็ชี้นิ้วไปที่ฟางซินเยว่อย่างไม่พอใจ

            “เลิกแสดงได้แล้วไป๋เยี่ยนอิง ผมไม่คิดเลยนะว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ สาเหตุที่ผมถอนหมั้นกับคุณเพราะอะไรคุณก็รู้ดีนี่ ไม่เป็นไร ในเมื่อคุณกล้าที่จะทำลายชื่อเสียงของซินเยว่” เหวินเฉียวเดินไปจับมือฟางซินเยว่ไว้แน่น “ผมก็เพิ่งมารู้ใจตัวเองเหมือนกันว่าผมชอบซินเยว่ แต่นั่นก็ไม่ใช่สาเหตุที่ผมขอถอนหมั้นกับคุณหรอกนะ แต่เป็นเพราะคุณแอบไปมีอะไรกับเฉินเฮ่าจงลับหลังผมต่างหาก นั่นถึงเป็นเหตุผลที่ผมขอถอนหมั้นกับคุณ”

            ทุกคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต่างก็ตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน ทีแรกพวกเขาตั้งใจจะประณามเหวินเฉียวกับฟางซินเยว่ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่กลายเป็นว่าคนที่ควรถูกประณามและต่อว่ามากที่สุดกลับเป็นไป๋เยี่ยนอิง

            “นี่คุณ...คุณอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ” ไป๋เยี่ยนอิงไม่คิดว่าเหวินเฉียวจะกล้าเอาเรื่องของเธอมาประจาน “คุณไม่มีหลักฐานคุณอย่ามากล่าวหาฉัน”

            “หลักฐานหรือ” เหวินเฉียวสังเกตไป๋เยี่ยนอิงอยู่ก่อนแล้ว และเห็นว่าวันนี้เธอสวมผ้าพันคอสวยหรูมาอย่างดี เขาหันไปมองฟางซินเยว่ “ฉันอยากเริ่มต้นใหม่กับเธอนะซินเยว่ ฉันไม่สนใจหรอกถ้าจะมีใครมามองว่าฉันเป็นคนไม่ดี แต่ฉันไม่อยากให้มีใครมามองเธออย่างนั้น เธอจะช่วยฉันเรื่องนี้ได้ไหม ผ้าพันคอผืนนั้น...”

            ฟางซินเยว่จ้องตาเหวินเฉียวก็เห็นความจริงใจในสายตาของเขา เธอพยักหน้าช้าๆ ก่อนที่จะเดินไปหาไป๋เยี่ยนอิง จากนั้นเธอก็ปลดผ้าพันคอของไป๋เยี่ยนอิงออกโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว และสิ่งที่ทุกคนกำลังเห็นอยู่ก็ยืนยันคำพูดของเหวินเฉียวได้เป็นอย่างดี

     

            “ว่าไงนะอาเฉียว นายมาขอคบกับน้องสาวฉันอย่างนั้นหรือ” ฟางหมิงถามเหวินเฉียว พร้อมกับหันไปมองน้องสาว “เธอกับอาเฉียวไปชอบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วคู่หมั้นของอาเฉียวล่ะซินเยว่”

            “ผมกับเยี่ยนอิงถอนหมั้นกันไปแล้วครับ” เหวินเฉียวตอบ

            “ไม่ใช่ว่าพี่สะใภ้ไม่ชอบเธอนะอาเฉียว แต่ถ้าเธอมาขอคบกับซินเยว่เพราะอยากจะลืมเยี่ยนอิง พี่สะใภ้ไม่เห็นด้วย พี่ไม่อยากให้น้องสาวของพี่เป็นตัวแทนของใคร” ฉั่วปิงปิงพูดขึ้น

            “ผมไม่เคยมองซินเยว่เป็นตัวแทนของใคร ผมก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าผมเริ่มชอบเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ผมรู้มาตลอดว่าผมอยู่กับเธอแล้วผมสบายใจที่สุด พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้อนุญาตให้ผมคบกับซินเยว่เถอะนะครับ” เหวินเฉียวพูดอย่างจริงจัง

            “แต่ฉันไม่ยอม!” ไป๋หลิงฉีเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับฟางเจียง

            “พี่ใหญ่จะรับปากนายคนนี้ไม่ได้นะ เพราะพ่อกับแม่รับเงินจากหลิงฉีไปแล้ว พี่ซินเยว่ต้องแต่งงานกับเพื่อนของผมเท่านั้น” ฟางเจียงรีบบอก         “ถ้าพี่ใหญ่ไม่อยากให้ร้านนี้มีปัญหา พี่ก็อย่าเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้เลย อย่าให้ผมต้องไปขอร้องเจ้านายให้มาจัดการพี่ด้วยอีกคน”

            เพล้ง!!!

            “ไป๋หลิงฉี!” หลินซูลี่ปล่อยถ้วยชามในมือลงพื้นด้วยความตกใจ ทำไมเขามาอยู่ที่นี่ได้ เหตุการณ์ในอดีตกำลังจะกลับมาหรือ

    คล้ายกับเรื่องกลับมาคราวนี้ฉันต้องดีกว่าเดิม (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน