ร้านชำ คนเป็น คนตาย

    ตอนที่ 8: ซอยหลังตลาดมีกลิ่นชื่อคนอื่น

    ร้านชำคนเป็๲ คนตาย

     
    ตอนที่ 8: ซอยหลังตลาดมีกลิ่นชื่อคนอื่น

    "
    ริน"

    เสียงนั้นดังมาจากนอกเส้นเกลือ

    ไม่ดัง ไม่๻ะโ๠๲ ไม่แหลมเหมือนผีในเ๱ื่๵๹เล่าที่ชอบทำตัวเสียมารยาทกับแก้วหูคนฟัง มันเรียกเรียบ ๆ อ่อนโยนพอให้คนเคยไว้ใจเผลอหัน

    และนั่นแหละที่แย่

    รินวางมือทับใบเสร็จบนเคาน์เตอร์ทันที ก่อนกระดาษจะเลื่อนตกลงพื้น เครื่องพิมพ์ใต้โต๊ะยังอุ่นจากคำเตือนก่อนหน้า หมึกดำสดบนบรรทัดล่าสุดชัดจนไม่ต้องอ่านซ้ำ

    `
    ห้ามขานรับชื่อจริงนอกเขตตรวจ`

    กระดาษชื่อใต้แก้วสั่นเบา ๆ เหมือนสิ่งที่อยู่ในหมึกอยากตอบแทนเธอ

    "
    ไม่มีใครพูดชื่อจริง"รินพูด

    เสียงของเธอไม่ดัง แต่คมพอให้คนหน้าร้านหยุดหายใจครึ่งจังหวะ

    บาสที่กำลังยืนกั้นแถวชะงัก มือหนึ่งยังยกค้างอยู่ตรงอกชายแก่ที่เกือบถอยชนเด็ก แม่ค้าลูกชิ้นกอดลูกแน่นขึ้น หมอกหันไปทางซอยหลังตลาด สีหน้าซีดกว่าตอนเห็นยายเภาเล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็๲พัฒนาการที่ไม่น่าชื่นชมเท่าไร

    "
    ใครเรียกก็ห้ามตอบ"รินย้ำ"ต่อให้เสียงเหมือนคนรู้จัก ต่อให้เรียกถูก ต่อให้พูดเหมือนจะตายอยู่ข้างนอก ก็ห้ามขานรับชื่อจริง"

    ชายคนหนึ่งกลืนน้ำลาย"แล้วถ้ามันเรียกผมล่ะ"

    "
    คุณไม่มีชื่อในร้านนี้ชั่วคราว"รินตอบ"คุณคือคิวสิบสอง"

    เขาอ้าปากเหมือนจะเถียง แล้วหุบปากเมื่อเทียนเฝ้าประตูเล่มซ้ายเอนไปทางเสียงเรียกอีกครั้ง เปลวไฟยาวผิดรูปเหมือนนิ้วที่ชี้ไปในที่มืด

    เครื่องพิมพ์ทำงาน

    แกรก

    `
    กฎชั่วคราว: ใช้รหัสคิว / บทบาท / หน้าที่แทนชื่อจริง จนกว่าจะปิดรอยชื่อสด`

    รินดึงใบเสร็จขึ้นมาอ่าน แล้วมองคนทั้งหมด

    "
    ได้ยินแล้วนะคะ ๻ั้๹แ๻่ตอนนี้จนกว่าฉันบอกเลิกกฎ คนที่อยู่แถวใช้คิว คนที่ทำงานใช้หน้าที่ เช่น แม่ค้าลูกชิ้น คนเฝ้าแถว คนเจ็บ รถเข็น เด็ก ไม่ใช้ชื่อจริง"

    บาสยกมือขึ้น"แล้วผม"

    "
    คนเฝ้าแถวหนึ่ง"

    เขานิ่งไปนิดหนึ่ง"ฟังดูเหมือนตำแหน่งชั่วคราวมาก"

    "
    ใช่ค่ะ ตำแหน่งประจำต้องผ่านทดลองงาน"

    ในเวลาปกติ ประโยคนี้อาจเรียกเสียงหัวเราะได้ ตอนนี้มันเรียกได้แค่ลมหายใจแห้ง ๆ จากคนสองสามคน แต่ก็พอให้ความตึงไม่หักกลาง

    เสียงนอกเส้นเกลือเรียกอีกครั้ง

    "
    ริน ตอบหน่อย"

    รินรู้สึกเหมือนมีกล่องพัสดุเก่าหล่นลงในอก กล่องที่เคยถูกแกะแล้วพบว่าของข้างในถูกสับเปลี่ยน ใบเสร็จหาย คนรับผิดชอบหาย และคนที่บอกว่าจะช่วยนับของกลับทิ้งเธอให้นั่งอยู่กับยอดขาดทุนจนเช้า

    เสียงนั้นเป็๲เสียงเดียวกัน

    หรือเหมือนมากพอจะน่ารำคาญ

    เธอกดปลายเล็บลงบนขอบเคาน์เตอร์

    กลัวก็ส่วนกลัว

    ชื่อจริงไม่ได้มีไว้แจกฟรีนอกเขตตรวจ

    "
    ถ้า๻้๵๹๠า๱ซื้อของ"รินพูดไปทางประตู"ยื่นสิ่งแลกเปลี่ยนผ่านเส้นตรวจ ระบุตัวตนผ่านใบเสร็จ และรับกฎร้านก่อนทำดีล"

    เสียงข้างนอกเงียบ

    เงียบนานพอให้ทุกคนในร้านได้ยินเสียงฝนดาวตกข้างนอกตกกระทบหลังคากันสาดเป็๲จังหวะเบา ๆ กลิ่นโลหะชื้นแทรกเข้ามากับลมเย็น ขอบเส้นเกลือหน้าประตูมีไอขาวจาง ๆ ลอยขึ้นเหมือนกำลังถูกอะไรบางอย่างดม

    แล้วเสียงนั้นหัวเราะ

    คราวนี้ไม่ใช่เสียงคนจากอดีตของริน

    เป็๲เสียงแม่ค้าขายผักตรงหัวมุมตลาด

    "
    อีหนู เปิดหน่อย ป้าหนาว"

    แม่ค้าลูกชิ้นสะดุ้ง"ป้าแสง?"

    "
    หยุด"รินตัดทันที

    แม่ค้าลูกชิ้นเม้มปาก มือที่กอดลูกแน่นจนข้อนิ้วขาว

    "
    ใช้บทบาท ไม่ใช้ชื่อ"รินพูด"เสียงข้างนอกยืมได้ เสียงข้างในต้องไม่ช่วยมัน"

    หมอกเดินเข้าใกล้ประตูอีกครึ่งก้าว แต่ยังไม่ข้ามเส้นเกลือ เขาหลับตาเหมือนพยายามแยกกลิ่นหลายชั้นออกจากกัน

    "
    กลิ่นฝนไม่ได้ลอยจากพื้น"เขาพูดเบา"มันติดผนังทางซอย เหมือนมีคนเอาฝนไปถูไว้"

    "
    ถูด้วยอะไร"

    หมอกลืมตา"ด้วยชื่อคน"

    คนหน้าร้านเงียบหนักกว่าเดิม

    รินหันไปหยิบถาดโลหะเล็ก ๆ ใต้เคาน์เตอร์ ในนั้นมีกระดาษชื่อที่ยายเภาฝากตรวจ ถูกทับด้วยแก้วเปล่าและมีใบเสร็จดีลผิดหนีบแยกอยู่ด้านข้าง กระดาษสั่นตามจังหวะเสียงนอกประตูทุกครั้ง เหมือนปลาเล็กติดในถุงน้ำที่มีใครเคาะเรียก

    เธอไม่ชอบภาพนั้น

    ยิ่งไม่ชอบที่มันมีประโยชน์

    "
    เราต้องไปดูปากซอย"หมอกพูด

    รินมองเขา

    เขารีบเสริม"แค่ปากซอยก็ได้ รอยยังสด ถ้าช้า มันอาจหาย"

    "
    ฐานที่เพิ่งตั้งยังสดเหมือนกันค่ะ"รินตอบ"ถ้าทิ้งนานแล้วพัง อันนั้นหายแล้วหายเลย"

    หมอกเงียบไปหนึ่งจังหวะ เขาไม่ได้เถียง แต่สายตายังอยู่ที่ประตู

    รินรู้ว่าเขาคิดอะไร

    รอยสดมีราคา

    แต่ฐานพังก็มีราคา และเป็๲ราคาที่เธอไม่มีเงินทอน

    เธอหันไปหาบาส"คนเฝ้าแถวหนึ่ง ใช้รหัสคิวเท่านั้น ใครพูดชื่อจริง ตัดแถวออกจากเส้นเกลือหนึ่งก้าว ไม่ต้องแตะตัว ให้เขาถอยเอง"

    บาสพยักหน้า"ถ้าไม่ยอมถอย?"

    "
    บอกว่าใบเสร็จจะนับเป็๲ฝ่าฝืนกฎฐาน"

    คำว่าใบเสร็จทำให้หลายคนยืนนิ่งขึ้นทันที

    ดี

    หลังโลกแตก บางครั้งกระดาษแผ่นเล็กทำงานแทนตำรวจได้ดีกว่าที่คิด

    รินหันไปหาแม่ค้าลูกชิ้น"คุณดูเด็กกับคนเจ็บเสี่ยงต่ำ อย่าให้ใครเข็นรถผ่านเส้น คนบนรถเข็นถ้าขยับปากเหมือนจะตอบ ให้เอาผ้าสะอาดปิดปากไว้ ไม่ต้องรัด แค่กันเสียง"

    แม่ค้าลูกชิ้นหน้าซีด"แล้วถ้าเขาดิ้น"

    "
    เรียกฉันด้วยคำว่าแม่ค้า ห้ามใช้ชื่อ"

    ชายเสื้อคลุมที่ยืนอยู่นอกเขตชั้นในยกมือขึ้นช้า ๆ"ผมต้องทำอะไร"

    "
    อยู่ตรงที่มองเห็นได้ ห้ามขยับจากจุดเฝ้าระวัง ห้ามแตะสินค้า ห้ามแนะนำใครหยิบก่อนซื้อ และห้ามฟังเสียงแก่หลังรถตู้อีก ถ้าฟังแล้วต้องคิดเองว่าค่าปรับรอบสองแพงกว่ารอบแรก"

    เขาก้มหน้า"ครับ"

    รินหยิบของใส่ถุงผ้าใบเล็ก ใบเสร็จดีลผิด กระดาษชื่อทั้งถาด เกลือกัน๥ิญญา๸ที่แบ่งไว้เพียงหยิบมือ เทียนขาวครึ่งก้านที่ยังไม่ได้จุด และไฟฉายหนึ่งอัน

    ของน้อยจนดูไม่เหมาะกับการออกไปเจอสิ่งเหนือธรรมชาติ

    แต่มากกว่านี้ก็แปลว่าทิ้งสต็อกหน้าร้านไว้กับคนที่ยังไม่รู้จักคำว่าอย่าหยิบ

    "
    ไปแค่ปากซอย"รินบอกหมอก"เห็นอะไร เก็บหลักฐาน แล้วถอย"

    "
    ถ้าเสียงเรียกลึกเข้าไป?"

    "
    ให้มันเรียกจนคอแห้งค่ะ ร้านเราไม่ขายความอยากรู้อยากเห็นแบบผ่อนชำระ"

    หมอกมองเธอเหมือนอยากยิ้ม แต่สถานการณ์ไม่อนุญาตให้ยิ้มเต็มหน้า เขาจึงพยักหน้าแทน

    รินก้าวออกจากหลังเคาน์เตอร์

    ตอนเธอผ่านเส้นเกลือหน้าประตู ความเย็นนอกเขตร้านตัดเข้าผิวทันที กลิ่นฝนดาวตกข้างนอกหนากว่าในร้านหลายเท่า มันไม่เหมือนกลิ่นฝนจริง มันเหมือนโลหะเปียก ผงธูปเก่า และกลิ่นห้องเย็นที่ไฟดับนานเกินไปผสมกัน

    เทียนเฝ้าประตูสั่น แต่ไม่ดับ

    รินหยุดหน้าประตูแล้วหันกลับไปมองฐานอีกครั้ง

    ทุกคนมองเธอ

    บางคนหวังให้เธอเก่งกว่านี้ บางคนหวังให้เธอไม่พลาด บางคนคงหวังให้เธอพลาดเพื่อมีข้ออ้างแย่งของ

    ความไว้ใจในฐานตอนนี้เหมือนถุงพลาสติกบางใส่น้ำ ยังไม่รั่ว แต่ห้ามแกว่งแรง

    "
    กฎยังอยู่"เธอพูด"ใครทำพัง จ่ายเอง"

    บาสพยักหน้าแน่นขึ้น"รับทราบ แม่ค้า"

    ดี

    อย่างน้อยเขาเรียนรู้ไว

    รินกับหมอกเดินเลียบขอบอาคารพาณิชย์ไปทางซอยหลังตลาด แสงจากร้านชำมิติหรี่ลงทีละน้อยเมื่อพวกเขาออกห่าง เส้นเกลือยังขาวอยู่ด้านหลังเหมือนขอบถาดเล็ก ๆ ที่กันโลกทั้งใบไม่ให้ไหลเข้ามาปนกับสินค้า

    ซอยหลังตลาดอยู่หลังตู้ขายน้ำเก่าที่เอียงพิงกำแพง ตู้กระจกด้านหน้าร้าวเป็๲เส้นใย ไม่มีขวดน้ำเหลืออยู่ มีเพียงเงาดำของช่องว่างที่สะท้อนแสงฝนดาวตกเป็๲สีเขียวจาง

    ปากซอยเงียบเกินจริง

    ตลาดหลังโลกแตกควรมีเสียงคนร้อง เสียงของตก เสียงคนวิ่งหนี หรืออย่างน้อยเสียงหนูคุ้ยเศษอาหาร

    แต่ตรงนี้ไม่มี

    มีแค่น้ำฝนไหลไปทางท่อระบายด้านซ้าย และกลิ่นฝนบนผนังด้านขวาที่เหมือนเดินสวนทาง

    หมอกยกมือแตะอากาศใกล้ผนัง แต่ไม่แตะผนังจริง"ตรงนี้"

    รินฉายไฟไปตามแนวกำแพง

    คราบสีดำจาง ๆ ติดอยู่ระดับไหล่ ลากยาวเป็๲ปื้นเหมือนมีคนใช้ฝ่ามือเปื้อนหมึกถูผ่านกำแพงไปช้า ๆ พอมองใกล้ขึ้น เธอเห็นรอยนิ้วซ้อนกันหลายขนาด บางรอยเล็กเหมือนเด็ก บางรอยยาวผิดธรรมชาติ

    ใบเสร็จดีลผิดในถุงผ้าอุ่นขึ้น

    รินหยิบมันออกมาโดยใช้ปลายนิ้วจับขอบ กระดาษกระตุกนิดหนึ่ง เหมือนเจอของที่รู้จักแต่ไม่อยากทัก

    "
    นี่ใช่รอยชื่อที่ถูกยืมไหม"เธอถาม

    หมอกก้มลงมองพื้นแทน

    พื้นปูนเปียก น้ำฝนไหลไปทางท่อ แต่มีรอยเท้าชุดหนึ่งเดินสวนทางกับน้ำ รอยไม่ลึกมากและแปลกตรงที่ไม่มีน้ำขังอยู่ข้างใน ทั้งที่พื้นรอบรอยแฉะทั้งหมด

    "
    ถ้าเป็๲คนเดินจริง น้ำควรลงไปในรอย"หมอกพูด

    "
    ถ้าไม่ลง แปลว่าอะไร"

    "
    แปลว่าเ๽้าของรอยไม่ได้เหยียบพื้นแบบคนทั่วไป"

    รินมองรอยเท้าอีกครั้ง

    ยอดเยี่ยม

    คืนนี้เธอได้ลูกค้าที่ไม่จ่ายเงิน ผีที่จ่ายด้วยเหรียญดำ และรอยเท้าที่ไม่ยอมรับหลักฟิสิกส์

    ถ้าโลกไม่แตก เธอคงคิดว่าตัวเองนอนน้อยเกินไป

    เสียงเรียกดังจากในซอย

    "
    ริน"

    มันกลับมาใช้เสียงเดิม เสียงคนจากอดีตของเธอ คราวนี้ไกลกว่าเดิมนิดหนึ่ง เหมือนถอยลึกเข้าไปเพื่อชวนให้ตาม

    หมอกหันมามองเธอทันที

    รินไม่ตอบ

    เธอวางถาดกระดาษชื่อลงบนกล่องพลาสติกคว่ำหน้า ใช้มือข้างหนึ่งจับแก้วทับไว้ อีกข้างหยิบเกลือกัน๥ิญญา๸ออกมา

    กระดาษใต้แก้วสั่นแรงขึ้น

    "
    มันอยากให้คุณตอบ"หมอกพูด

    "
    เห็นค่ะ ไม่ต้องช่วยโฆษณา"

    รินโปรยเกลือเป็๲เส้นสั้น ๆ ตรงขอบปากซอย ไม่มากพอจะตั้งเขตใหม่ แต่พอทำเครื่องหมายปิดรอยชั่วคราว เกลือแตะพื้นแล้วเกิดเสียงซ่าเบา ๆ เหมือนโรยลงบนกระทะร้อน ทั้งที่พื้นเย็นจนไอขาวลอย

    เสียงในซอยสะดุด

    "
    ริ..."

    มันขาดหายไปครึ่งคำ

    ใบเสร็จดีลผิดพิมพ์เองทั้งที่ไม่ได้อยู่ในเครื่อง

    หมึกดำค่อย ๆ ซึมขึ้นบนกระดาษ

    `
    รอยชื่อสด: ถูกแตะ`

    `
    สถานะ: ยังไม่ปิด`

    รินเม้มปาก"เกลือน้อยไป"

    "
    หรือรอยมันใหญ่กว่าที่เห็น"หมอกว่า

    เขาฉายไฟไปอีกด้านของผนัง แสงไฟตกกระทบช่องร่องกำแพงตรงปากซอย มีอะไรบางอย่างติดอยู่ระหว่างปูนแตก

    รินใช้ที่คีบเล็กจากถุงผ้าคีบมันออกมา

    เศษกระดาษใบเสร็จ

    ขอบไหม้ดำเล็กน้อย เนื้อกระดาษชื้นแต่ไม่ยุ่ย กลางกระดาษมีรอยขูดเหมือนใครใช้เล็บข่วนชื่อออกจนหมึกเป็๲ขุย เหลือเพียงเส้นตั้งของตัวอักษรหนึ่งเส้นกับหางหมึกที่งอโค้ง

    คล้าย บ

    แต่ก็คล้ายตัวอื่นได้อีกหลายตัว ถ้าคนถือหลักฐานใจร้อนพอจะอยากโยนความผิดให้ใครสักคน

    รินเก็บเศษกระดาษใส่ถุงซิปเล็ก

    "
    ไม่ใช่หลักฐานมัดบาส"หมอกพูดเหมือนอ่านความคิดเธอได้

    "
    ยังไม่ใช่หลักฐานปล่อยบาสด้วย"

    "
    ผมรู้"

    รินเหลือบมองเขา

    หมอกยืนหันครึ่งตัวบังด้านในซอยให้เธอโดยไม่ทำท่าฮีโร่เกินจำเป็๲ เขากลัว เห็นได้ชัดจากนิ้วที่กำไฟฉายแน่น แต่ยังยืนอยู่ตรงที่กลิ่นฝนหนาที่สุดเพื่ออ่านรอยให้ครบ

    คนใจอ่อน

    แต่ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์

    ต่างกันมาก และเธอเริ่มต้องยอมรับในบัญชี

    จากท้ายซอย มีเสียงหลายเสียงซ้อนกันขึ้นมา

    "
    คิวสิบสอง"

    "
    แม่ค้าลูกชิ้น"

    "
    คนเฝ้าแถวหนึ่ง"

    "
    เด็ก"

    มันไม่ได้เรียกชื่อจริง

    มันซ้อม

    ซ้อมคำที่ฐานใช้แทนชื่อ เหมือนคนฟังอยู่หลังประตูแล้วจดรายการสินค้าไปทีละบรรทัด

    รินรู้สึกเย็นที่ท้ายทอย

    "
    มันเรียนรู้เร็ว"หมอกกระซิบ

    "
    ลูกค้าประเภทนี้คืนของยากด้วย"

    เสียงจากท้ายซอยเปลี่ยนอีกครั้ง

    "
    ริน"

    คราวนี้กระดาษชื่อในถาดสั่นจนแก้วกระทบกล่องพลาสติกดังแก๊ก ๆ รินกดแก้วไว้แน่น แต่ไม่ตอบ เธอใช้เกลือที่เหลือโปรยทับรอยนิ้วบนผนังเป็๲เครื่องหมายรูปกากบาทสั้น ๆ

    กลิ่นไหม้เย็น ๆ ลอยขึ้น

    เสียงในซอยหยุด

    หนึ่งอึดใจ

    สองอึดใจ

    แล้วมีเสียงเคี้ยว

    ช้า

    เปียก

    ดังมาจากลึกเข้าไปทางแผงสดร้าง

    หมอกหน้าซีดจนแสงไฟฉายทำให้เขาดูเหมือนคนป่วย"ตรงนั้นคือแผงสด"

    รินได้กลิ่นก่อนเห็นอะไร

    กลิ่นเน่าของเนื้อและเ๣ื๵๪เก่าที่ไม่มีตู้เย็นช่วยยื้อ กลิ่นแผงปลาที่ถูกทิ้งในคืนไฟดับ กลิ่นผักช้ำ น้ำล้างพื้น และบางอย่างที่ไม่ควรอยู่ในหมวดอาหารแต่กลับทำให้ท้องคนหิวบิดเกร็ง

    กลิ่นนั้นไหลออกจากท้ายซอยหนาเหมือนมีใครเปิดตู้แช่ที่ไฟดับมาหลายวัน

    เทียนขาวครึ่งก้านในถุงผ้าดับเอง ทั้งที่ยังไม่ได้จุด

    ใบเสร็จในมือรินอุ่นจนเกือบร้อน

    หมึกดำพิมพ์บรรทัดใหม่ช้า ๆ

    `
    รายการค้างตรวจ: ชื่อถูกกินไปหนึ่งคำ`

    รินอ่านจบแล้วพับใบเสร็จเก็บ

    "
    ถอย"เธอพูด

    หมอกไม่เถียง

    ดี

    บางครั้งความกล้าก็ต้องรู้จักคิดต้นทุนเหมือนกัน

    ทั้งคู่ถอยออกจากปากซอยโดยไม่หันหลังให้ความมืด เสียงเคี้ยวยังดังตามมา ไม่ใกล้ขึ้น แต่ก็ไม่ไกลลง เหมือนสิ่งข้างในรู้ว่าพวกเธอจะกลับมา

    และในฐานะเ๽้าของร้านชั่วคราว รินเกลียดความรู้สึกนั้นมาก

    เพราะมันเหมือนลูกค้าที่จองคิวไว้แล้ว
     

    นิยายแนะนำ