ตอนที่ห้าสิบห้า Victory
“และในวันนั้นได้กลายเป็นวันครอบรอบวันแห่งชัยชนะและการรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้การนำของท่านจักรพรรดิ”
พิธีกรได้บรรยายจนจบประวัติศาสตร์โลกที่มีการยอมรับจากทางรัฐบาลแล้ว
ท่าทางพวกเขาจะไม่บรรยายตอนที่ผมไปทำโบนัสสเตจในการบุกตะลุยแดนวัลฮัลล่าหรือแดนแห่งความตายของอียิปต์แฮะ
แต่ก็นนั่นล่ะมันออกจะเป็นแนวโรลเพลย์โบนัสมากกว่าที่จะได้มีอะไรเป็นประโยชน์มากนักในเกมส์สเกลระดับจักรวาล
การที่เรามีท่านผู้นำที่สามารถดวลชนะได้ทุกคนมันมีประโยชน์หากเราเจอกับกองทัพที่ยังมีฮีโร่ยูนิทหัวหน้าเป็นผู้นำทัพ
แต่หากกองทัพนั้นคือกองทัพจักรกลหรือจิตสำนึกรวม
ไม่มีความจำเป็นที่พวกนั้นจะรู้สึกเสียขวัญกำลังใจกับการแค่ยูนิทของตนเองยูนิทเดียวนั้นดวลกันพ่ายแพ้
ก็เรียกว่าในขณะที่กำลังฟื้นฟูโลก
ผมก็ให้ตัวละครของผมไปติวเตอร์ในหอสมุดอเล็กซานเดรียกับเข้าคอร์สเรียนเวทย์กับจอมเวทย์แห่งเยรูซาเล็มกับเข้าไปในดินแดนปิรามิดหัวกลับที่มีเทพเจ้าที่ตายไปแล้วอยู่
เรียกว่าเป็นการเก็บไอเท็มอีสเต้อเอ้กที่ทางเกมส์ให้มาให้ครบก็ว่าได้
ซึ่งผมก็ได้โบนัสเล็กน้อยมาเรื่อยๆตราบใดที่ผมยังแสดงข้าวของหายากอย่างหอกลองกินุส หรือจอกศักดิ์สิทธิ์ได้ในพิพิธภัณฑ์อย่างนี้
“การนำของท่านจักพรรดิทำให้พวกเรานั้นมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุจขมาถึงทุกวนันนี้เริ่มจากวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ของท่าน...”
พิธีกรยังคงบรรยายไป
ทั้งที่พวกเรายังมีสงครามมากมายต่อจากนั้นและอย่างที่บอกสงครามกับสี่จักรพรรดิอวกาศ
ที่ผมคงบอกได้แค่ว่าผม “เสมอ”กับพวกจักรกลล้างจักรวาล
ว่าอย่างน้อยพวกจักรกลก็บุกมาในอาณาเขตของผมไม่ได้จนพวกนั้นหลับไปอีกครั้งในที่สุด
ไม่ค่อยรู้สึกว่าตนเองชนะสักเท่าไร
แต่ก็มีคนบอกว่าการเล่นเกมส์นี้นั้น
แค่เราเอาตัวรอดจากจักรวาลสยองอวกาศแห่งนี้ได้ก็เพียงพอแล้ว
ยิ่งเกมส์นี้กลายมาเป็นชีวิตจริง
ผมคงสามารถยอมรับได้ว่าแค่อยู่รอดต่อไปก็คงนับว่าเป็นชัยชนะได้แล้วกระมัง?
ภารกิจพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสำเร็จ:ท่านได้แต้มการเมือง 500 แต้ม
หากผมยังไม่มีระบบนี่คอยช่วย
ผมคงบริหารอาณาจักรของผมที่มีคนมหาศาลนับล้านล้านคนอย่างนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน