หลี่เยว่ซินให้ผิงผิงช่วยแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนไปพบแขกที่โถงรับรอง ครั้นเดินมาถึงเกากงกงที่คอยอยู่ข้างหน้าโถงรีบเข้ามา กล่าวทักทาย ก่อนเล่ารายละเอียดของผู้ที่มาพบให้แก่นางฟัง
“พระชายา แขกที่มาพบท่านอ๋อง คือฉีไท่เฟย* (พระชายาสกุลฉี ในท่านอ๋องพระองค์ก่อน) พ่ะย่ะค่ะ ชายาอดีตจวิ้นอ๋องจ้าวเฟยหลง มาพร้อมกับโอรสจวิ้นอ๋องจ้าวฉีหลง แล้วก็ฉีฟางหรูหลานสาว ตอนนี้นั่งอยู่ในโถงรับรองกับท่านอ๋องแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณเกากงกง”
หลี่เยว่ซินกล่าวขอบคุณกงกง ก่อนยกขาก้าวผ่านประตูเข้าไป สายตาของนางก็พบกับบุคคลในห้องโถง มีท่านอ๋องเ้าของตำหนักนั่งอยู่ที่เก้าอี้กลางห้อง ด้านซ้ายมือยังมีหญิงสูงศักดิ์
หากพิจารณาตามอายุคงประมาณเสด็จป้าของนาง ท่านนี้คงเป็ฉีไท่เฟย ป้าสะใภ้ของท่านอ๋อง ถัดลงมาเป็บุรุษท่าทางสง่างาม ยังคงมาดบัณฑิตเอาไว้ หากมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า หลี่เยว่ซินคงคิดว่าเป็นักปราชญ์ที่เพิ่งออกท่องโลก ท่านนี้คงเป็จวิ้นอ๋องคนปัจจุบันกระมัง
อีกสตรีที่นางเห็นในห้อง สวมชุดสีสันสดใส ใบหน้าเปื้อนยิ้มยามที่นางเดินเข้ามา รูปโฉมดูงดงาม ดูท่าทางแล้วคงจะเป็หลานสาวของฉีไท่เฟย ทันทีที่เห็นนาง สตรีนางนี้ก็ลุกขึ้นทำความเคารพนางก่อน
“คารวะ ชินหวางเฟย* (พระชายาของชินอ๋อง) ”
หลี่เยว่ซินเพียงพยักหน้าและส่งยิ้มให้นางตามมารยาท ก่อนที่จะไปคารวะผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ด้านหน้า
“หลานสะใภ้ หลี่เยว่ซิน คารวะฉีไท่เฟย คารวะจวิ้นอ๋อง”
“ชินหวางเฟย ไม่ต้องมากพิธี พวกเราก็ถือว่าเป็ครอบครัวเดียวกัน ต่อไปก็เรียกข้าว่าป้าสะใภ้เถิด”
อดีตจวิ้นอ๋องจ้าวเฟยหลงนั้น คือพระเชษฐาของจ้าวเทียนอี้ฮ่องเต้พระองค์ก่อน ฉีไท่เฟยจึงเปรียบเสมือนป้าสะใภ้ของนางด้วยในเวลา
“ยินดีกับท่านอ๋อง และน้องสะใภ้อีกครั้ง เดิมทีพวกข้าตั้งใจเดินทางจากซานซีกะว่าคงจะมาทันวันอภิเษกของพวกเ้า แต่ระหว่างทางเกิดฝนตกหนัก ดินถล่ม ด้วยเกรงว่าจะเกิดอันตรายเลยต้องหยุดพักกลางทาง ทำให้มาล่าช้าไปบ้าง ต้องขออภัย”
“ลำบากท่านพี่แล้ว”
จ้าวฉีหลงอายุมากกว่าจ้าวหยางหลง3ปี ดังนั้นในบรรดาพี่น้องของพวกเขาจึงนับถือจ้าวฉีหลงเป็พี่ใหญ่ เพียงแต่เมื่องอดีตจ้าวเฟยหลงจวิ้นอ๋อง้าหลีกหนีการเมือง เลยขอย้ายตัวเองไปอยู่ซานซีเมืองทางทิศตะวันตก ยกเว้นจะมีราชโองการเรียกตัวหรือโอกาสพิเศษถึงจะกลับมาเมืองหลวงจิ้นหยางสักครั้ง
ครานี้พวกเขา้าเดินทางมาอวยพรงานมงคลของชินอ๋อง หลังจากที่มาเมืองหลังครั้งสุดท้ายตอนที่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันขึ้นครองราชย์เมื่อสิบปีก่อน
“ข้ามาคราวนี้คิดว่าจะอยู่พักสักระยะหนึ่ง ท่านแม่เริ่มอายุมากแล้ว เดินทางไกลบ่อยๆ เห็นนางลำบากข้าก็ไม่สบายใจ อีกอย่างหรูเอ๋อร์ญาติผู้น้องของข้าเพิ่งเคยมาเมืองหลวงครั้งแรก คงอยู่พานางเที่ยวจนพอใจแล้วถึงจะกลับ”
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ จะให้คนจัดเตรียมที่พักไว้ให้จวิ้นอ๋องและแม่นางฉีนะเ้าคะ”
หลี่เยว่ซินเอ่ยประโยคนี้พร้อมทั้งสบตากับสามีนางที่นั่งข้างๆ คล้ายเป็เชิงขอความคิดเห็น แต่นางมิเห็นท่าทีใดใดของผู้เป็สามีเลยทึกทักเอาว่า น่าจะไม่มีปัญหา
“น้องสะใภ้มิต้องลำบาก เพียงแต่ก่อนมาตำหนักเ้า ท่านแม่รับปากไทเฮาจะพักในวังเป็เพื่อนพระนาง ส่วนข้าคงจะพักที่โรงเตี๊ยมดูจะสะดวกกว่า
เห็นจะมีแต่หรูเอ๋อร์เท่านั้นที่ยังเป็กังวล นางเป็สตรีในห้องหอ หากแต่ให้อยู่ค้างอ้างแรมด้านนอกคงไม่เหมาะ ต้องรบกวนตำหนักหย่งอ๋องสักระยะ”
ครานี้คงต้องยกให้ท่านอ๋องสามีของนางเป็ผู้ตอบแทนเสียแล้ว หากนางรับเพียงสตรีนางเดียวมาอาศัยอยู่ในตำหนักเกรงว่าผู้คนภายนอกอาจจะเอาไปพูดกันสนุกปากได้
“นั้นน่ะซิ หากหรูเอ๋อร์ พักที่ตำหนักอ๋อง ป้าก็วางใจ ให้ไปอยู่กับป้าที่วังหลวงเกรงว่านางคงจะหมดสนุกเสียก่อน ได้มาเมืองหลวงทั้งที”
ฉีไท่เฟยเห็นว่าจ้าวหยางหลงยังไม่มีปฏิกริยาตอบรับใดใด เพียงแต่รับฟัง นางจึงแต่กล่าวย้ำอีกหนึ่งรอบแสดงถึงความกังวลกับหลานสาวเพียงคนเดียว
“งั้นท่านป้าให้นางพักที่นี่เถิด เดี๋ยวข้าจะให้พระชายาดูแลนางเป็อย่างดี”
จ้าวหยางหลงเอ่ยปากอนุญาต แต่ไม่วายยังผลักภาระหน้าที่การต้อนรับแขกสาวผู้นี้ ไปให้แก่ชายาของตน
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง ขอบพระทัยพระชายา หรูเอ๋อร์มาเมืองหลวงครั้งแรก คงต้องรบกวนพระชายาแล้วเพคะ”
หลี่เยว่ซินได้แต่พยักหน้ายิ้มรับ มิได้กล่าวคำพูดใดเพิ่มเติม เหตุใดนางจะไม่เข้าใจ สามีของนางคงหาเื่กวนใจมาให้นางเป็แน่ รู้ทั้งรู้ว่านางมิได้ชอบพูดจากับผู้อื่น หากแต่ยังโยนเื่มาให้นางอีก ดูท่าทางแล้วนางคงต้องรับบทเป็ผู้พาเที่ยวเมืองหลวงอีกเช่นเคย
จ้าวหยางหลงนั่งพูดคุยความหลัง และรับคำอวยพรพร้อมของขวัญที่เตรียมมาจากซานซี ก่อนที่แเื่จะขอตัวกลับ เว้นเพียงแต่ฉีฟางหรูสตรีแขกคนสำคัญของตำหนักอ๋องในเวลานี้
“เกากงกง รบกวนท่าน จัดที่พักให้แม่นางฉีด้วย นางจะมาอยู่ที่ตำหนักอ๋องสักระยะ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“แม่นางฉี ท่านไปพักผ่อนเถิด เรือนข้าอยู่ซีกตะวันออก หากมีธุระใด ก็ไปหาข้าที่นั่นได้”
“ขอบพระทัยพระชายา หม่อมฉันขอตัว”
หลี่เยว่ซินมองตามหลังฉีฟางหรูที่เพิ่งเดินจากไป ลึกๆ แล้วยังรู้สึกแอบรู้สึกอิจฉานางอยู่เล็กน้อย หญิงสาวนางนั้นทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะช่างชวนให้คนหลงใหลยิ่งนัก ดูเหมือนว่าหากนางอยู่ในหมู่สาวงามของเมืองหลวง ก็คงจะโดดเด่นไม่เป็รองใคร
หลี่เยว่ซินหลังจากแยกกับฉีฟางหรูก็ตรงมายังเรือนของตัวเอง ใจนางอยากจะงีบสักพัก ั้แ่เมื่อวาน เช้านี้ นางรู้สึกว่านางพักผ่อนน้อยเกินไปแล้ว แต่ทันทีที่ถึงเรือน นางก็พบสามีของนางที่เพิ่งจากกันเพียงครู่ นั่งจิบชารอนางอยู่ในเรือนนานแล้ว
“ท่านอ๋องยังมีธุระอื่นหรือเ้าคะ”
“หากข้าไม่มีธุระ จะมาหาเ้ามิได้หรือ”
“มาได้เ้าค่ะ เพียงแต่ข้าเพิ่งแยกจากท่านอ๋องมาประเดี๋ยวเอง”
“เื่ฉีฟางหรู หากเ้ามิพอใจให้นางพักที่นี่ เ้าบอกข้ามาตามตรงก็ได้”
“ข้ามิได้ไม่พอใจนะเ้าคะ ที่นี่ตำหนักของท่าน จะให้ใครอยู่ใครไปก็แล้วแต่ท่านอ๋อง
แต่ที่ข้ามิค่อยเข้าใจ เหตุใดต้องให้ข้าคอยดูแลนางด้วย ท่านอ๋องน่าจะเข้าใจ ถ้าข้าพานางเที่ยวในเมือง นางคงจะหมดสนุกแน่นอน ท่านควรจะดูแลนางเองถึงจะถูก
จ้าวหยางหลงแอบผิดหวังเล็กน้อย นางควรจะรู้สึกโมโห หรือไม่พอใจที่เขาให้สตรีอื่นมาพักในตำหนัก มิใช่ไม่พอใจที่เขาให้นางดูแล แล้วยังจะให้เขาเป็คนดูแลสตรีอื่นที่มิใช่ภรรยาตนอีก ดูท่าชายาของเขาอยากที่จะต่างคนต่างอยู่จริงๆ
“หากเ้าลำบากใจที่จะดูแลนาง งั้นข้าจะส่งนางให้ไปอยู่โรงเตี๊ยมกับญาติผู้พี่ของนาง”
“ท่านอ๋องทำเช่นนี้มิได้นะเ้าค่ะ หากฉีไท่เฟยทราบคงเป็เื่ ข้าดูแลนางเองเ้าค่ะ ส่วนนางจะสนุกหรือไม่ ปล่อยให้เป็เื่ของนาง แบบนี้ท่านพอใจแล้วซินะเ้าคะ”
จ้าวหยางหลงได้แต่ แอบตลกกับกิริยาท่าทางของนางยามนี้ เขาเพียงแค่รู้สึกว่าชายาของเขามีเพื่อนน้อยเกินไป หากฉีฟางหรูทำให้นางร่าเริงได้บ้างก็คงจะดีไม่น้อย
หลังจากที่ตกลงทำความเข้าใจกับจ้าวหยางหลงเรียบร้อย หลี่เยว่ซินก็แยกตัวออกมาที่ศาลาริมลำธารเล็กๆ หลังเรือนของนาง นางเพียงหยิบหนังสือที่นางชอบขึ้นมาอ่าน แต่ยังมิทันได้พลิกหน้าถัดไป หนังตาของนางก็ปิดลง
อากาศฤดูใบไม้ผลิไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป ่บ่ายแก่ๆ ลมพัดเย็นสบาย จ้าวหยางหลงที่นั่งอ่านหนังสือของตัวเอง แอบมองภาพชายาของเขาหลับกลางวัน ความเป็ธรรมชาติของนางรวมกับบรรยากาศดอกไม้ในฤดูนี้ ช่างเป็ภาพที่เขาอยากจะหาคนมาวาดเก็บไว้เสียจริง
่เย็นวันนั้น จ้าวหยางหลงพร้อมหลี่เยว่ซินทำหน้าที่เ้าบ้านที่ดี จัดเลี้ยงเล็กๆ ภายในตำหนักเพื่อเป็การต้อนรับฉีฟางหรู นางพูดคุยสนุกสนานพร้อมเล่าเื่ราวตอนที่อยู่ซานซี หลี่เยว่ซินได้ฟังก็ยังรู้สึกสนุกสนานตามนางไปด้วย
ความสามารถพิเศษของฉีฟางหรูช่างน่าใ กว่าจะรู้ตัวอีกที หลี่เยว่ซินก็หัวเราะไปพร้อมกันกับนางไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว เสียงหัวเราะของฉีฟางหรูดังสดใสไปทั่วทั้งห้อง
แม้กระทั่งจ้าวหยางหลงที่ได้ฉายาว่าเสือยิ้มยากของแดนเหนือ ยังอมยิ้มตามแต่สาเหตุของยิ้มนั้นมิได้อยู่ที่หญิงสาวจากซานซี
แต่กลับเป็รอยยิ้ม สีหน้าท่าทางของชายาของเขาตรงหน้า การกระทำที่บ่งบอกว่าสนใจเื่ราวต่างๆ ของฉีฟางหรู หลายครั้งที่นางมีสีหน้าและอารมณ์คล้ายตามนั้น จ้าวหยางหลงมิอยากจะละสายตาออกจากตรงนั้นแม้แต่น้อย
เขารู้สึกว่าการตัดสินใจให้ฉีฟางหรูพักอยู่ที่ตำหนักของเขา เป็การตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว หากนางนั่งอยู่กับเขาเพียงแค่สองคนห้องคงจะเงียบอีกเช่นเคย
คืนนั้นจบด้วยต่างคนต่างแยกไปพักผ่อนที่เรือนพักของตนเอง จ้าวหยางหลงมิได้รบกวนนางเช่นตอนกลางวัน เหตุเพราะคิดว่านางยังคงเหน็ดเหนื่อย ้าพักผ่อนอย่างเต็มที่ หากเขายังอยู่ในเรือนกับนาง คงจะเหมือนคือเข้าหอที่นางระมัดระวังตัวมิได้หลับสนิทเหมือนเช่นยามปกติ
วันรุ่งขึ้น เนื่องด้วยหลี่เยว่ซินจำเป็ต้องเลือกของขวัญสำหรับกลับสกุลหลี่ หลังจากที่แต่งงานแล้ว
จ้าวหยางหลงรับสั่งให้เกากงกงพาบรรดาเถ้าแก่ร้านรววงต่างๆ ในเมืองหลวง นำสินค้าที่ตนมีอยู่มาให้พระชายาได้เลือกในตำหนัก นางจะได้มิต้องออกไปเลือกซื้อเองข้างนอก
หากแต่หลี่เยว่ซินยังมีใจ เรียกฉีฟางหรูมาช่วยเลือกของขวัญด้วย ฉีฟางหรูถึงมิใช่สตรีเมืองหลวง แต่ก็จัดว่าเป็สตรีสาวงามเลื่องชื่อของซานซี ความสามารถในการเลือกเสื้อผ้า เครื่องประดับ รวมถึงของขวัญต่างๆ ย่อมมิทำให้ขายหน้าผู้ใด
ต่างจากหลี่เยว่ซิน ซึ่งปกตินางมิได้ชอบซื้อของขวัญให้ใคร หากแต่ส่วนใหญ่มักจะหยิบยื่นเป็เงินทองให้เสียเลยดีกว่า ทั้งตัดปัญหากวนใจนางที่ต้องเลือกของขวัญ ทั้งยังมิรู้ว่าของขวัญที่เลือกผู้รับจะถูกใจหรือไม่ แต่ให้เงินทองไปเสียยังไงผู้รับก็ต้องยินดีแน่นอน
“วันนี้ขอบใจแม่นางฉีมาก หากไม่ได้เ้า ป่านนี้ข้าคงเลือกของขวัญยังไม่แล้วเสร็จเป็แน่”
“พระชายาเกรงใจไปแล้วเพคะ หม่อมฉันมิได้ทำสิ่งใดที่เป็ประโยชน์เลยเพคะ”
“แค่คำแนะนำของแม่นางฉีก็เป็ประโยชน์แก่ข้ามาก ปกติแล้วข้ามิค่อยให้ของขวัญแก่ฮูหยินรองหรือน้องสาว เพียงแต่ชอบให้เป็เงินทองเสียมากกว่า”
ยิ่งหลี่เยว่ซินได้พูดคุยกับนางก็รู้สึกผ่อนคลาย มิเหมือนเช่นวันแรกที่พบหน้ากัน บุคลิกที่ร่างเริงของฉีฟางหรูทำให้ผู้คนรอบกายรู้สึกเป็มิตร ผู้ที่พบเห็นก็อยากที่จะเข้ามาพูดคุยทักทายกับนาง
เพียงแต่พรุ่งนี้เป็วันกลับบ้านเ้าสาว หลี่เยว่ซินคงได้แต่ปล่อยให้นางอยู่ลำพังในจวน การพาท่านอ๋องกลับบ้านนางพร้อมสตรีอื่น เกรงว่าจะไม่เหมาะสม
“พรุ่งนี้คงต้องให้แม่นางฉี อยู่ลำพังที่จวนไปก่อน ข้าและท่านอ๋องต้องกลับสกุลหลี่ มิอาจจะอยู่เป็เพื่อนเ้าได้”
“พระชายาเกรงใจไปแล้ว อีกอย่างเรียกหม่อมฉันว่าฟางหรูดีกว่าเพคะ เรียกแม่นางฉีดูห่างเหินไปสักหน่อย ตอนนี้หากพระชายามิว่ากระไร หม่อมฉันจะขอเป็สหายกับพระชายาได้หรือไม่เพคะ”
“ได้ซิ เพียงแต่เ้าคงเห็นข้ามิใช่คนช่างเจรจา เ้าอาจจะไม่สนุกก็เป็ได้”
“หม่อมฉันเพิ่งเคยมาเมืองหลวง มิได้รู้จักผู้คนมากนัก การได้เป็เพื่อนกับพระชายา ก็เป็เกียรติแก่หม่อมฉันแล้วเพคะ”
“หากเ้าอยากเป็เพื่อนข้า ต่อไปเวลาอยู่ด้วยกันลำพัง ใช้คำธรรมดาสามัญก็พอ แล้วก็เ้าเรียกข้าว่าพี่เยว่ซินก็ได้”
สิ่งที่จ้าวหยางหลงได้รับรายงานจากองครักษ์ ถึงความสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นของสตรีทั้งสองในตำหนัก เขาก็เบาใจ หากชายาของตนจะมีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาสักคน เพราะว่าหลังจากนี้อีก 2-3วัน เขาต้องกลับไปทำงาน เวลาที่เขามิอยู่ นางจะได้ไม่รู้สึกเหงา
..........................................................
ไร้ท์ :หาเพื่อนให้น้อง กลัวน้องเหงา แต่ระวังตัวเองจะเหงาเองนะท่านอ๋อง อิอิ