ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่137 เข้าพบองค์ราชันย์

            “ผู้อาวุโสเหลียงจิวเปิดอ่านดูพร้อมกับความตกตะลึงเช่นเดียวกัน”

            “เฟิ่งหยู อาจารย์ของเจ้าคงเป็นผู้ยิ่งใหญ่คนใดคนหนึ่งอย่างแน่นอนเจ้าแน่ใจแล้วหรือที่จะมอบตำราเล่มนี้ให้กับอ้ายหลี่เจ้าไม่เกรงกลัวอาจารย์ของเจ้าจะดุด่าเช่นนั้นหรือ”

            “ไม่หรอก อาจารย์ของข้าไม่เคยดุด่าข้า อีกอย่างท่านยังจะสนับสนุนข้าอีกด้วยซ้ำที่สามารถนำความรู้ไปเผยแพร่ให้กับคนอื่นแทนที่จะเก็บเอาไว้กับตัวเพียงผู้เดียว”

            “มิน่าเล่า เจ้าจึงมีนิสัยเช่นนี้ คงเพราะอาจารย์ของเจ้าเองก็คงเป็นคนที่มีนิสัยเช่นเดียวกับเจ้าถึงได้สั่งสอนเจ้าได้แบบนี้”

                  เช้าวันรุ่งขึ้น......

                ผู้อาวุโสทั้งหกพร้อมกับเฟิ่งหยูเดินทางไปยังตำหนักขององค์ราชันซึ่งอยู่ในเมืองหลวงเมเรล่า แห่งอาณาจักรเมเรล่า ของโลกที่หนึ่งใบนี้พวกเขาต่างเดินทางด้วยเรือเล็กทำให้การเดินทางของพวกเขารวดเร็วขึ้นเพียงไม่นานพวกเข้าทั้งหมดก็มาอยู่ด้านหน้าพระราชวังขององค์ราชันย์

                  พวกเขารอเพียงไม่นานนักก็ได้เข้าพบองค์ราชันย์ ทุกคนต่างรู้สึกตื่นเต้นตอนที่จะเข้าพบองค์ราชันย์แต่เมื่อพวกเขาได้เจอตัวจริงขององค์ราชันย์ พวกเขารู้สึกเหมือนกับว่าเจอคนแก่ใจดีคนหนึ่งที่ดูอบอุ่น รักพวกเขาดังเช่นลูกหลาน

                “คารวะองค์ราชันย์” ทุกคนต่างกล่าวออกมาเมื่อได้เจอกับองค์ราชันย์ชายชราคนหนึ่งซึ่งพวกเขาไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าอายุขององค์ราชันย์นั้นเท่าไหร่ อยู่มานานแค่ไหนแล้ว

                “ตามสบาย พวกเจ้าทำตัวตามสบาย อย่าได้เกรงกลัวข้าเลยข้าก็แค่คนแก่คนหนึ่งเท่านั้นเอง”

                “พวกเรามิบังอาจ องค์ราชันย์คือที่พึ่งของพวกเราหากไม่มีองค์ราชันย์พวกเราคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้” เหลียงจิวเอ่ยขึ้นมา

                “เอาหละอย่าพูดถึงเรื่องเก่า ๆ เลยเจ้าเองสินะเฟิ่งหยู” องค์ราชันย์กล่าวพร้อมกับมองมายังเฟิ่งหยู

                “ขอรับ ข้าน้อยเฟิ่งหยู”

                “อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีแต่ความสามารถของเจ้านั้นสูงยิ่งนัก ข้าถามจริง เจ้าคิดจะทำอะไรต่อไปหลังจากที่เจ้าช่วยให้เมืองเอริกสามารถปลูกสมุนไพรได้แล้ว ?”

                “เรียนตามตรงข้าน้อยเองตั้งใจให้โลกที่เก้าทั้งหมดทุกอาณาจักรสามารถเพาะปลูกสมุนไพรส่งให้สมาคมโอสถเก้าโลกขอรับ”

                “ทำไมเจ้าถึงคิดเช่นนั้นข้าอยากทราบเหตุผลเจ้าพอจะอธิบายให้ข้ากระจ่างได้ไหม”

                “ข้าคิดว่าหากมีทรัพยากรที่เพียงพอทุกคนก็ไม่ต้องทำสงครามเพื่อแย่งชิงทรัพยากรกัน ข้าน้อยไม่อยากจะเห็นสงครามเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นดาวดวงไหนหรือโลกใบไหนขอรับ”

                  “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ได้ยินชัดเจนหรือยังห๋าวอู่เจ้าแพ้พนันข้าแล้ว ส่งสุราเซียนหมื่นปีมาให้ข้าได้แล้ว”

                “สายตาท่านผู้อาวุโสช่างเฉียบคมยิ่งนักข้าขอยอมแพ้”ห๋าวอู่เดินออกมาจากอีกห้องหนึ่งพร้อมกับยื่นขวดสุราเซียนหมื่นปีให้กับองค์ราชันย์

                “คารวะท่านเจ้าโลก ห๋าวอู่” เหลียงจิวพร้อมเหล่าผู้อาวุโสต่างทำความคำนับ เฟิ่งหยูและอ้ายหลี่ต่างทำตามเหล่าผู้อาวุโส

                “เจ้าคิดเช่นนั้นจริง ๆ หรือเฟิ่งหยูข้าคิดว่าเจ้าจะไม่ยอมเผยแพร่วิธีการปลูกสมุนไพรให้กับผู้อื่น เลยเดิมพันกับองค์ราชันย์เอาไว้”

                “ข้าน้อยคิดเช่นนั้นจริง ๆ ขอรับ”

                “ประเสริฐ ประเสริฐยิ่งเจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริง ๆ ตัวเจ้านั้นเป็นดังที่เจ้าเมืองเอริกรายงานให้ข้าฟังไม่มีผิดเพี้ยนเอาละเจ้าลองเล่าวิธีการของเจ้าที่เจ้าบอกว่าจะให้โลกที่เก้าเพาะปลูกสมุนไพรได้ยังไงให้ข้าฟังหน่อยสิ”

                “ลำพังข้าน้อยมิสามารถทำได้”

                “เจ้าหมายความว่าอย่างไร ?”

                “ข้าน้อยหมายความเช่นนั้นจริง ๆ ข้าน้อยมิสามารถทำได้แต่ท่านเจ้าโลกท่านสามารถทำได้”

                เฟิ่งหยูนำตำราสมุนไพรที่เขาเขียนขึ้นมาส่งให้กับเจ้าโลกห๋าวอู่

                “ตำรานี้ข้าน้อยได้เขียนสรุปวิธีการเพาะปลูกสมุนไพรทุกชนิดพร้อมวิธีดูแลรักษาไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงท่านนำตำรานี้เผยแพร่ให้อาณาจักรต่าง ๆได้รับรู้และทำตามอย่างเคร่งครัดข้าน้อยคิดว่า ทุกอาณาจักรคงสามารถปลูกสมุนไพรได้อย่างง่ายดายส่วนเมล็ดพันธุ์นั้นให้พวกเขาติดต่อซื้อจากเมืองเอริก ก็คงจะไม่มีปัญหา” เจ้าโลกที่เก้าห๋าวอู่เปิดดูตำราอยู่ครู่หนึ่ง

                “เจ้ารู้ไหมว่าตำราเล่มนี้มีค่ามากขนาดไหนแต่เจ้ากลับยกมันให้กับอาณาจักรต่าง ๆ เจ้าไม่เสียดายมันเช่นนั้นหรือ?”

                “ข้าจะเสียดายมันทำไม ในเมื่อมันสามารถแก้ปัญหาให้กับผู้คนตั้งมากมายได้ข้าเก็บไว้เพียงคนเดียวก็มีแต่จะนำภัยมาสู่ตัว สู้ข้าเผยแพร่มันออกไปแล้วเหล่าผู้คนนับพันพันล้านสามารถมีรายได้ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทุกคนสามารถบ่มเพาะโดยไม่ต้องไปบุกรุกโลกอื่นเหมือนเช่นที่ผ่านมา แค่นี้ข้าว่ามันก็คุ้มแล้วที่จะทำเช่นนี้”

                “ข้าละยอมรับในความคิดของเจ้าจริง ๆไม่คิดว่าคนหนุ่มเช่นเจ้าจะใจกว้างเช่นนี้ได้ แต่ข้าก็ไม่อาจรับตำราของเจ้ามาฟรี ๆได้ เจ้าอยากได้สิ่งใดบ้างหรือไม่”

                “ตอนนี้ข้าน้อยยังไม่อยากได้สิ่งใดขอรับ เอาไว้หากข้าน้อยอยากได้สิ่งใดแล้วข้าน้อยจะบอกกับท่านเจ้าโลกทีหลังก็แล้วกันขอรับ”

                “เช่นนั้นก็ได้ หากเจ้าต้องการสิ่งใดเจ้าก็บอกข้ามาก็แล้วกันหาไม่เหลือบ่ากว่าแรงข้าก็จะให้เจ้า”

                “ขอบคุณท่านเจ้าโลกขอรับ”

                “เอาหละในเมื่อพวกเจ้าตกลงกันได้แล้วก็ดี เช่นนั้นข้าขอคุยกับเฟิ่งหยูเป็นการส่วนตัวจะได้ไหม”

                “เช่นนั้นพวกข้าต้องขอตัวไปคุยกับเหลียงจิวเช่นกันเชิญท่านราชันย์พาตัวเจ้าหนูนั่นไปได้เลย” ห๋าวอู่เอ่ยขึ้นมา

                ฟรึบบ.....เฟิ่งหยูและองค์ราชันย์หายไปจากตรงนั้นในทันที

                  เพียงไม่นาน เฟิ่งหยูและองค์ราชันย์กลับมาอยู่ในอีกห้องหนึ่งซึ่งดูเป็นห้องธรรมดาๆ ห้องหนึ่ง

                “เจ้ารู้ไหมทำไมข้าถึงพาเจ้ามาที่นี่”

                “ข้าน้อยไม่ทราบ แต่หากให้ข้าน้อยเดา องค์ราชันย์คงมีเรื่องสำคัญที่จะพูดกับข้าน้อย”

                “เจ้าเดาถูกแล้วหละ เรามีเรื่องสำคัญจะคุยกับเจ้าจริงๆ ตัวข้านั้นใกล้หมดอายุขัยเต็มทีแล้วข้าเองก็คิดเช่นเดียวกับเจ้าข้าไม่อยากให้เกิดสงครามระหว่างโลกแต่ละโลกขึ้น  แต่ก็ยังมีอีกหลายโลกที่คิดแตกต่างไปจากข้าซึ่งหากข้าจากไปแล้ว สงครามคงจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง 

            “หากเกิดสงครามระหว่างแต่ละโลกขึ้นอีกครั้ง นั่นก็คงถึงคราวล่มสลายของโลกทั้งเก้าเป็นแน่แท้เพราะพวกเขายังไม่รู้ว่า โลกทั้งเก้านั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจักรวาลแห่งนี้ยังมีอีกหลายร้อยโลกที่อยู่ห่างจากพวกเราไปและพวกเขาก็กำลังจ้องมองเราอยู่เหมือนแมวที่คอยจ้องตระครุบเหยื่อ”

            “ท่านราชันย์หมายความว่าอย่างไร ยังมีโลกอื่นอยู่อีกอย่างนั้นหรือขอรับ”

            “เจ้าเข้าใจถูกแล้ว จักรวาลของเรากว้างใหญ่นักแต่ก็แบ่งออกเป็นเขตการปกครองทั้งหมดสิบห้า เขตซึ่งเขตการปกครองที่เราอยู่เดิมทีมีดวงดาวอยู่หกสิบสามดวง แต่ด้วยความเห็นแก่ตัวพวกเขาทำลายกันเองจนเหลือเพียงแค่เก้าดวงอีกดวงหนึ่งก็หายสาบสูญไปตั้งแต่อดีต ทำให้เขตการปกครองของเรานั้นอ่อนแอที่สุดและแน่นอนต้องเป็นเหยื่อชั้นดีของเขตการปกครองอื่น ๆ”

            “แล้วเขตการปกครองอื่น ๆ แต่ละเขตมีดวงดาวที่พวกเขาดูแลอยู่กี่ดวงขอรับ”

            “พวกเขามีตั้งแต่ยี่สิบถึงสิบดวงถึงสิบห้าเท่านั้น”

            “เช่นนั้นเมื่อก่อนพวกเราก็มีดวงดาวที่อยู่ในการดูแลมากกว่าพวกเขา”

            “เป็นเช่นนั้นจริง ๆ แต่เจ้ารู้ไหมทำไมพวกเขาถึงต้องทำสงครามกันจนถึงขั้นทำลายดวงดาวก็เพราะเป็นแผนการยั่วยุของพวกเขตอื่น ๆ ที่ต้องการให้พวกเราล่มสลายยังไงหละตอนนั้นพวกเรายังมีไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้ มีเพียงแค่ผู้ปกครองโลกทั้งหกสิบสามคนเท่านั้นที่รู้เรื่องเขตการปกครองนี้”

            “พวกเหล่าจอมยุทธ์ระดับพระเจ้าทั้งหลายที่คิดว่าตนเองเก่งกาจต่างคนต่างแย่งชิงทรัพยากรกันอย่างบ้าคลั่ง ถึงขั้นทำลายดวงดาวไปมากมาย หากไม่ได้เก้าผู้ปกครองโลกรุ่นก่อนเสียสละพวกเราคงไม่อาจจะยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้”

            “เก้าผู้ครองโลกรุ่นก่อน แล้วตอนนี้พวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ขอรับ”

                “พวกเขาหายสาบสูญไปนานแล้วข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เพราะหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นผ่านพ้นไปก็ไม่เคยมีใครพบเจอกับพวกเขาอีกเลย”

                “แต่ก็นับเป็นเรื่องที่ดีวันนี้เจ้าสามารถปลูกสมุนไพรได้ในโลกที่เก้า ความหวังของเราจึงเริ่มมีอีกครั้งหากเราสามารถรวมเก้าโลกให้สามัคคีกันได้ พวกเราก็จะยืนหยัดอยู่ในจักรวาลนี้ได้ต่อไป”

                “องค์ราชันย์ท่านไม่สามารถยืดอายุของท่านได้อีกแล้วหรือข้าดูท่านเองก็น่าจะยังอยู่ได้อีกนาน”

                “ทุกคนต่างรู้ดี อายุขัยของข้าเหลืออีกไม่กี่ปีแล้วหากข้ายังไม่สามารถบรรลุขั้นมหาเทพได้ ข้าก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ข้าเองก็อยู่มาหลายแสนปีแล้วคงถึงเวลาของข้าจริงๆ แล้วหละ”

                “ท่านอยู่มาหลายแสนปีแล้ว เช่นนั้นผู้ปกครองโลกรุ่นก่อนไม่อยู่นานกว่าท่านอีกหรือพวกเขามีพลังยุทธ์ขั้นใดกัน”

                “เจ้าไม่รู้หรอกผู้ครองโลกรุ่นก่อนพวกเขาต่างมีพลังยุทธ์ขั้นมหาเทพกันทั้งนั้นพวกเขาสามารถมีชีวิตได้เป็นล้านปี หากพวกเขาไม่สูญหายไป ข้าเองก็คงไม่ต้องมานั่งปวดหัวเช่นนี้หรอก”

                “แล้วท่านผู้อาวุโสติดขัดเรื่องใดเหตุใดท่านไม่สามารถเลื่อนขั้นพลังยุทธ์ของท่านได้”

                “เจ้าเองก็น่าจะรู้การที่ข้าจะเลื่อนขั้นต้องใช้ทรัพยากรมากมาย รวมทั้งหินวิญญาณระดับสูงซึ่งข้าเองก็เตรียมไว้พร้อม แต่สิ่งที่ข้าต้องจนปัญญาจะหาได้ สิ่งอื่นข้านั้นเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่หมื่นปีที่แล้วข้าเองก็คงไม่มีโอกาสใช้มัน ข้าคิดว่าข้าจะยกมันให้กับเจ้าทั้งหมดเพื่อปลูกฝังคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดเช่นเดียวกับข้าและนี่คือเหตุผลที่ข้าเรียกเจ้ามาพบในวันนี้”

                  “องค์ราชันย์ท่านจะยกทรัพยากรเหล่านั้นให้ข้าทั้ง ๆ ที่ท่านใช้เวลารวบรวมทรัพยากรเป็นหมื่น ๆ ปี ข้าคงรับไว้ไม่ได้ ท่านลองบอกข้าได้ไหมว่าสิ่งที่ท่านจนปัญญาที่จะหามันคืออะไร”

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน