The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 49 ศูนย์บัญชาการทหาร

    "อีก 3 วันผมจะต้องไปที่ศูนย์บัญชาการ""ทุกอย่างที่นี่ให้ดำเนินการตามปกติ"
    "ครับ!!"*3
    ด้วยตราพันธะสัญญาที่ประทับไว้กลางใจ ทำให้กล้า กัน ชิน ไม่มีโอกาสที่จะปฏิเสธใดๆแม้แต่น้อย ทว่าพวกเขาทั้งสามแม้อดีตจะรู้สึกไม่ชอบใจเขาก็ตาม แต่เหตุผลที่พวกเขายอมทำตามก็เพราะตราพันธะและความหวาดกลัวที่มีต่อเขา
    แต่ว่าตอนนี้พวกเขาทั้งสามต่างมีความรู้สึกยินดีที่ได้ทำตามคำสั่งของเขาเสียมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่ง ความเป็นผู้นำและความสามารถต่างๆอีกมากมาย ตัวเขานั้นล้วนมีความเหมาะสมต่อการเป็นผู้นำที่สุด ทำให้กล้า กันและชิน รวมทั้งทุกๆคนภายในฐานหลบภัยแห่งนี้ต่างยินดียกตำแหน่งผู้นำให้เขาด้วยความเต็มใจ
    และที่สำคัญ ด้วยความเพียบพร้อมของเขา ทำให้ทุกๆคนภายในฐานหลบภัยแห่งนี้ต่างยอมรับนับถือและปฏิบัติตามคำสั่ง รวมทั้งกฏข้อบังคับต่างๆที่เขากำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ชนิดที่ว่าไม่มีใครคิดจะอิดออดหรือกระทำการลับหลังที่ผิดต่อกฏแม้แต่คนเดียว
    3 วันต่อมา ครอบครัวเกรทและคนอื่นๆที่พร้อมจะไปยังศูนย์บัญชาการต่างออกมารวมตัวกัน โดยเรื่องนี้เขาได้บอกให้กล้านำไปประกาศให้คนอื่นๆภายในฐานหลบภัยแห่งนี้รู้ด้วย เพื่อให้พวกเขาได้ทบทวนและลองตัดสินใจใหม่อีกครั้งเช่นกัน
    ทว่าในวันออกเดินทางกลับมีเพียงพวกของเกรทเท่านั้นที่คิดจะไป สำหรับคนอื่นๆที่เคยประสบพบเจอกับความโหดร้ายมาแล้ว แม้จะรู้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ทหารหรือตำรวจน่าจะเป็นที่พึ่งพิงที่ดีที่สุดก็ตาม
    แต่ด้วยประสบการณ์เลวร้ายที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาไม่ได้คิดปักใจเชื่อจริงๆว่าคนเหล่านั้นจะดูแลพวกเขาได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้
    และหากให้ลองตัดสินใจพวกเขาพร้อมที่จะปักหลักอยู่ที่นี่ มากกว่าออกไปเสี่ยงโชคกับศูนย์บัญชาการ ซึ่งพวกเขาไม่รู้ว่าไปถึงแล้วจะเจออะไร จะดีหรือไม่ และหากไม่ดีพวกเขาจะอยู่ยังไง
    ด้วยเหตุนี้ทุกๆคนต่างมีความคิดไปในทางเดียวกันคือ อยู่ที่นี่ดีที่สุด ยิ่งมีผู้นำที่แข็งแกร่งและไม่ได้ใช้อำนาจในทางที่ผิดแบบนี้ ถือว่ามันคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาแล้วในตอนนี้
    "ไม่มีใครไปเลย นอกจากพวกเราหรือคะ"พยาบาลมิ้ง เอ่ยถามลุงสมหมายที่ยืนข้างๆ ไม่เพียงแค่ทั้งสองคนที่สงสัย คนอื่นๆก็เช่นกัน พวกเขาต่างหันไปมองรอบๆ ไม่พบว่าจะมีใครสักคนเดินเข้ามาสมทบกับพวกเขาเลยแม้แต่คนเดียว
    "หรือคุณวินขู่พวกเขากันแน่"ป้าเพ็ญกล่าวออกมาและเดินเข้าไปร่วมวงกับพยาบาลมิ้งและลุงสมหมายเพื่อเม้าท์มอยต่อไป
    สีหน้าของพ่อแแม่เกรทเปลี่ยนไปทันที เมื่อรู้ว่าคนอื่นๆในฐานหลบภัยไม่มีความคิดที่จะไปยังศูนย์บัญชาการทหารแบบพวกตน
    แม้พวกเขาจะประสบพบเจอกับเหตุการณ์ร้ายๆที่ทั้งเจอด้วยตนเองหรือคนใกล้ชิดเจออย่างเช่นการถูกปล้นชิง การถูกขู่บังคับ หรือกระทั่งมีฉุดคร่าข่มขืนมาก่อน
    แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านั้นสำหรับพวกเขาแล้วมันคือ เรื่องปกติ เพราะในอดีตที่เต็มไปด้วยกฏหมายข้อบังคับ เรื่องราวแบบนี้ยังเกิดขึ้นได้อย่างไม่เว่้นแต่ละวัน

    ยิ่งโลกเปลี่ยนแปลงไป กฏหมายยิ่งไร้คุณค่า เพราะไม่สามารถนำมาบังคับใช้ได้อย่างเช่นอดีตอีก และย่อมเป็นเรื่องไม่แปลกที่ผู้คนจะเปิดเผยถึงสันดานของตนเองในสภาวะหรือสถานการณ์ที่ดูสิ้นหวังเช่นนี้
    แต่อย่าลืมว่าพวกเขาทั้ง 2 ในอดีตนั้นมีทั้งเงินตราและอำนาจที่ล้นเหลือ เรื่องเส้นสายหรือคนรู้จักที่มีตำแหน่งใหญ่โตจึงถือเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขาที่จะผูกมิตรสัมพันธ์กันไว้
    ยิ่งความเป็นมืออาชีพในด้านธุรกิจแล้ว ทำไมพวกเขาจะไม่รู้ถึงจุดประสงค์ของคนเหล่านั้น ยิ่งพวกเขาต่างมีความต้องการมากมายเท่าไหร่ สำหรับพวกเขาทั้งสองแล้วมันยิ่งง่ายดายที่จะชักจูงมากเท่านั้น
    เพราะฉะนั้นการไปยังศูนย์บัญชาการทหารครั้งนี้ จึงมีแต่ข้อดีสำหรับพวกเขาทั้ง 2 อีกทั้งคนที่ติดต่อมายังเป็นถึงผู้บัญชาการของศูนย์บัญชาการแห่งนั้น เรื่องอำนาจและบารมีจึงถือเป็นสิทธิเด็ดขาด ทำให้พวกเขาต่างเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
    ไม่ว่าจะที่พัก อาหารการกิน ความปลอดภัย ย่อมดีกว่าตอนนี้นับสิบเท่า ส่วนป้าเพ็ญ ลุงสมหมายและพยาบาลมิ้ง คนทั้ง 3 ต่างรู้ถึงสิทธิของตัวเองดี ในยามอยู่ที่ฐานแห่งนี้ หากพวกเขาไร้ซึ่งการช่วยเหลือจากพวกเกรทแล้ว เรื่องอาหารการกินสำหรับพวกเขาคงไม่ต้องคิดไปไกล
    ดังนั้นการที่เจ้านายหรือนายจ้างตัวเองซึ่งเป็นหนึ่งในผู้มีอำนาจมากที่สุดในอดีต ตั้งใจจะไปยังศูนย์บัญชาการแห่งนั้น สำหรับพวกเขาทั้ง 3 ย่อมรู้ดีถึงโอกาสและโชควาสนาที่พวกเขาอาจจะได้รับหากยังติดตามคนทั้ง 2 ไป
    สำหรับพวกเขาทุกคนในที่นี้ไม่มีใครไม่รู้ถึงความโหดร้ายของโลกปัจจุบัน แม้ว่าจะไม่ได้เจอกับตัวเอง แต่สิ่งที่พวกเขาได้พบเห็นมาก่อนนั้น ย่อมการันตีได้ดีถึงความเป็นจริงที่พวกเขารู้มา ทำให้พวกเขาตัดสินใจที่จะติดตามคนทั้งสองไป ซึ่งน่าจะเป็นทางออกเดียวที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้
    สำหรับเกรทและไอซ์ ใจจริงพวกเธออยากอยู่ที่นี่กับหลินและหยกมากกว่า ถึงเกรทจะรู้ว่าพ่อและแม่ของตัวเองนั้นมีอำนาจมากมายแค่ไหน ยิ่งเรื่องเส้นสายหรือคนรู้จักของพวกเขาแต่ละคนต่างมีระดับความสำคัญอันดับต้นๆของโลกหรือของประเทศทั้งนั้น
    มันไม่ใช่เพียงเงินตราหรืออำนาจ ที่สะกดข่มพวกเขาไว้ได้ ทว่ามันคือความเหนือชั้นในเรื่องของข่าวสารและความลับที่พ่อกับแม่ของเธอมีมันไว้ในครอบครองต่างหากที่เป็นไพ่ลับที่พวกท่านเก็บงำเอาไว้
    ถึงแม้เธอจะรู้ว่าการไปที่ศูนย์บัญชาการแห่งนั้นพ่อแม่ของเธอน่าจะมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้ ทว่าเธอยังอดกังวลไม่ได้ถึงความปลอดภัยในเรื่องอื่นๆ
    สำหรับตัวเธอเองยอมรับเลยว่าพี่วินนั้นมีความเป็นผู้นำสูงมาก อีกทั้งยังมีความสามารถรอบด้าน จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะเป็นจุดยึดมั่นของทุกๆคนในฐานหลบภัยแห่งนี้
    ทำให้ภายในฐานแห่งนี้มีความสมัครสมานสามัคคีและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ และสิ่งที่เธอทั้งกังวลและหวาดกลัว คือที่ศูนย์บัญชาการแห่งนั้นจะยังคงความยุติธรรมและมีระบอบการปกครองที่เที่ยงตรงดังเช่นอดีตอยู่หรือไม่ ผู้คนจะยังมีชีวิิตความเป็นอยู่ที่ดีหรือไม่ ยิ่งเธอคิดเธอกลับกังวลและเริ่มรู้สึกได้ว่าเธอนั้นคิดง่ายเกินไป
    เวลาแบบนี้คนที่มีอำนาจแล้วยังใช้มันได้ถูกทิศทางนั้นจะมีสักกี่คนกันเชียว ทว่าแม้เธอจะไม่อยากไปมากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก เมื่อพ่อกับแม่ของเธอได้ตัดสินใจไปแล้ว และการไปของเธอจึงทำให้ไอซ์ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทถูกหางเลขไปด้วย
    “ครบทุกคนแล้วนะ”
    เขาเดินออกมาพร้อมกับหยกและหลิน นอกจากพวกเกรท 7 คนแล้ว คนที่จะไปกับเขาด้วยมี หยก หลิน นานะ แก้ม หมวย กัน และลูกน้องอีก 7-8 คน ในทีแรกเขาตั้งใจว่าจะไปกับพวกเกรทเพียงลำพัง
    ทว่าคนอื่นๆต่างไม่เห็นด้วย แถมหยกยังกำชับเขาอีกว่าอย่าลืมถึงจุดยืนของตัวเองที่เวลานี้เขาถือเป็นสิ่งยึดมั่นของทุกๆคน หากเขาเป็นอะไรไปคนอื่นๆจะอยู่กันอย่างไร
    ซึ่งเรื่องแบบนี้เขารู้ดีอยู่แล้ว เขาไม่ได้ประมาทหรือคิดง่ายเกินไปแม้แต่น้อย กลับกัน เพราะเขารู้ตัวเองดีเขาถึงได้ทำมันลงไป แต่เพื่อลดความกังวลของคนอื่นๆเขาจึงต้องยอมรับฟังอย่างเลี่ยงไม่ได้
    พอเขาฟังหยกเทศน์ไปแบบนั้น ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าทำไมต้องใส่อารมณ์ เพราะตั้งแต่ที่หยกเห็นแก้มเดินออกมาจากห้องของเขา เธอก็กลายเป็นไม่พอใจและใส่อารมณ์กับเขาด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้
    ส่วนหยกนั้นตัวเธอรู้สึกหงุดหงิดกับการกระทำของพี่ชายตัวเองจริงๆ ถึงแม้เธอจะรู้ดีอยู่แล้วว่ามันคือเรื่องปกติ และไม่ได้คิดมากอะไรก็ตาม แต่การที่อยู่ดีๆพี่ชายตัวเองไปนอนกับผู้หญิงที่เธอไม่รู้จักมักคุ้นด้วยเช่นนี้ ทำให้เธออดที่จะโมโหพี่แท้ๆของตัวเองไม่ได้ว่าทำไมไม่ยอมพาแนะนำให้รู้จักก่อน
    ส่วนมุก หมวยและนานะ ที่ต่างเห็นและเข้าใจความหมายของการกระทำแบบนั้นดี พวกเธอต่างมีความคิดเห็นไปคนละทาง โดยหมวยนั้นอดคิดไม่ได้ว่าแก้มจะก้าวนำเธอไปก่อนแถมยังรวดเร็วปานนี้อีก ส่วนมุกเธอเริ่มกังวลแล้วว่าเธออาจจะเป็นคิวต่อไป
    แต่นานะที่เห็นแบบนั้น เธอกลับหุบยิ้มและไม่พูดกับใครอีกเลย เวลาเดินไปไหนเธอมักจะแสดงสีหน้าเย็นชาออกมา เสมือนไม่สบอารมณ์ใครอยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าใกล้แม้แต่คนเดียว
    ส่วนหลิน แม้จะมีสีหน้าที่ผิดหวังแต่เธอก็กลับมาร่าเริงได้ดังเดิม เหมือนว่าเธอตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว ทางเกรทและไอซ์พวกเธอต่างรู้สึกกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ยิ่งพวกเธอจะไปจากที่นี่แล้ว มันจึงไม่ใช่สิ่งสำคัญใดๆที่จะทำให้เขาหันมาใส่ใจพวกเธอได้
    ความจริงแล้วการที่เขารับแก้ม มุกและหมวยเข้ามานั้น ไม่ได้หมายถึงพวกเธอต้องปรนนิบัติเขาอย่างที่คิดกันเอาเอง เขาเพียงแค่เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถที่โดดเด่นของพวกเธอ ที่สำคัญพวกเธอไม่มีพันธะใดๆให้เหนี่ยวรั้ง จึงสะดวกต่อการดึงเข้าหน่วยงานที่เขาคิดจะจัดตั้งขึ้นในอนาคต
    และเหตุผลที่ทุกๆคนต่างคิดกันไปแบบนี้ นั่นก็เพราะตอนที่แก้มวิ่งหนีออกไป เธออยู่ในสภาพเปลือยเปล่า และดันวิ่งสวนหยกและนานะ ทำให้พวกเธอที่เห็นแบบนั้นพากันเข้าใจผิด ยิ่งเห็นว่าเขาไม่ได้อธิบายอะไร พวกเธอต่างปักใจเชื่อไปแบบนั้นจริงๆ
    ทำให้แก้มเวลานี้มีสีหน้าเขิลอายและทำตัวไม่ถูกไปเลย ทว่าจะมีใครรับรู้หรือไม่คนที่เจ็บปวดใจจริงๆนั้นคือเขา ที่จริงๆแล้วยังไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นอย่างที่คนอื่นๆคิดเลยแม้แต่น้อย นอกจากในความฝันเท่านั้นเอง เฮ้อ

    เมื่อทุกคนพร้อมการเดินทางจึงเริ่มขึ้น ซึ่งก็ยังอาศัยรถบัสบ้านเคลื่อนที่ตามเคย ทว่าตอนนี้มันเปลี่ยนเจ้าของแล้ว ซึ่งก็คือเขา เนื่องจากเกรทให้เป็นสิ่งตอบแทนที่เขาได้ช่วยเธอและครอบครัวให้หนีรอดออกมาได้ในครั้งก่อน และของดีแบบนี้มีหรือที่เขาจะปฏิเสธ
    จำนวนคนเดินทางในครั้งนี้มีมากถึง 22 คน ทีแรกมิกะจะขอมาด้วย ทว่าเขากลับห้ามปามไว้ จริงๆก็ไม่ได้อยากให้หยกและคนอื่นตามมาด้วยหรอก แต่ด้วยความดื้อของเพวกเธอเขาจึงต้องยอมรับอย่างง่ายดาย
    อีกอย่างมันน่าจะเป็นการดีเสียอีกที่จะให้พวกเธอได้มีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการให้มากยิ่งขึ้น หลังจากเดินทางออกมาพวกเขามักจะหยุดเป็นระยะเพื่อให้ทุกๆคนเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเพิ่มพ้อยให้ตัวเอง
    ส่วนตอนนี้แต่ละคนนั้นมีระดับอยู่ที่ 5-7 เป็นหลักโดยนานะมีระดับสูงที่สุดคือ 7 รองลงมาจะเป็นกันที่ตอนนี้มีระดับที่ 6 และส่วนที่เหลือต่างมีระดับอยู่ที่ 5 เป็นส่วนใหญ่ ทางลูกน้องของกันที่พามาด้วยพวกเขาต่างมีระดับกันอยู่ที่ 5 พร้อมด้วยอาวุธครบมือ
    ทุกๆคนต่างฟันฝ่าและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ของตัวเองกันอย่างถ้วนหน้า. พวกเขาไร้ซึ่งความกังวลใดๆเมื่อมีเขายืนอยู่ด้วย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึง 17.00น. พวกเขาก็เดินทางมาถึงศูนย์บัญชาการทหารซึ่งเป็นเป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้ เพียงแต่พวกเขาจอดรถห่างจากศูนย์ 5 กิโลเมตรเพื่อดูลาดเลาก่อนเข้าไป
    กำแพงสูง 7 เมตร ล้อมรอบทุกทิศทาง เสมือนเป็นปราการรบขนาดใหญ่ ทางเข้ามีด้วยกัน 4 ทางตามทิศเหนือ ใต้ ออกและตก พวกเขาที่มาถึงหันหน้าเข้าประตูทางทิศตะวันออกซึ่งเวลานี้ทางเข้าประตูต่างเต็มไปด้วยผู้อพยพจำนวนมากกำลังทยอยเดินเข้าไป
    เท่าที่สังเกตเห็นจะพบว่าที่ประตูมีด่านตรวจคน ทั้งทหาร ตำรวจยืนเรียงรายกันเต็มไปหมด ที่สำคัญบริเวณด้านข้างทางเข้าจะพบว่ามีพวกอุปกรณ์หรือเครื่องมือทางการแพทย์ พร้อมทั้งหมอและพยาบาลนั่งเรียงกันอยู่ด้านข้าง
    เวลามีคนผ่านการตรวจเข้ามา พวกเขาจะถูกนำมาตรวจสอบร่างกายกับทีมแพทย์ที่เตรียมไว้ เพื่อประเมินควาปลอดภัยของคนๆนั้นก่อนที่จะปล่อยเข้าศูนย์บัญชาการไป เสมือนเป็นการคัดกรองคนก่อนปล่อยเข้าสู่ศูนย์บัญชาการ
    และหากพบว่ามีคนติดเชื้อหรือเป็นโรคติดต่อร้ายแรง พวกเขามักจะถูกทอดทิ้ง หรือไม่ หากเป็นพวกติดเชื้อคนพวกนั้นจะทำถึงขั้นลากไปยิงทิ้งทันที
    แต่หากเป็นพวกที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง พวกเขาจะถูกนำไปปล่อยทิ้งไว้ในที่ห่างไกลจากศูนย์บัญชาการแห่งนี้ ถึงจะเข้าใจดีว่ามันดูโหดร้าย ทว่าพวกเขากลับเห็นถึงส่วนรวมมาก่อนเป็นอันดับแรก
    เท่าที่สังเกตการณ์จากระยะไกล เขาไม่พบเห็นถึงพฤติกรรมเลวทรามของคนเหล่านั้นแม้แต่น้อย ยกเว้นเพียงกรณีที่พวกเขาจำต้องคัดกรองคนที่ไม่ปลอดภัยให้ออกห่างจากศูนย์แห่งนี้เท่านั้น
    ส่วนคนอื่นๆที่มองผ่านกล้องส่องทางไกล พวกเขาต่างสำรวจสภาพโดยรวมของศูนย์บัญชาการแห่งนี้ว่าเป็นเช่นไรบ้าง ครอบครัวของเกรทที่เห็นว่าทุกอย่างมันดูราบรื่นและไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิด พวกเขาต่างรู้สึกใจชื้นขึ้นมา
    สำหรับคนของเขาที่เห็นแบบนั้น พวกเขาไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ นอกจากมองเลยไป เพราะพวกเขาเข้าใจดีว่าสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ทั้งหมด
    "หัวหน้า""ว่ามา"กันที่หายตัวไป พร้อมลูกน้อง 2-3 คนกลับเข้ามาในรถ และเริ่มรายงานสถานการณ์ให้เขาฟัง สิ่งที่กันบอกเล่ามานั้น คือ ประตูทางเข้าที่เหลือ ต่างก็มีการจัดการเช่นประตูทางทิศตะวันออกแห่งนี้
    ทว่าทิศอื่นๆนั้นกลับไมไ่ด้ดูดีและเรียบง่ายดังที่เห็นเหมือนทิศตะวันออก เพราะสิ่งที่กันได้ตรวจสอบมาพบว่า ทิศอื่นๆมีการรีดไถ่และข่มขู่พวกผู้อพยพอยู่ตลอดเวลา
    หลังจากพวกเขาต่้องสละสิ่งของหรืออาหารที่หายากบางอย่างออกไป เพื่อให้ตัวเองได้เข้าไปหลบภัยในศูนย์บัญชาการแห่งนี้ ซึ่งสิ่งที่กันเล่ามานั้น ทำให้ทุกๆคนรวมทั้งเขา ตระหนักได้ว่ามันชักไม่ใช่เรื่องง่ายๆแล้วที่พวกเขาจะเข้าไปหากพวกเขาต้องการที่จะเข้าไปในศูนย์จากประตูทิศอื่นที่ไม่ใช่ทิศตะวันออกแห่งนี้
    "แสดงว่าภายในศูนย์ มีความเป็นไปได้ที่จะมีการแบ่งอำนาจหรือแย่งออกเป็นกลุ่มก้อนสินะ"นานะที่เงียบมานาน พลันเอ่ยขึ้นมา คำพูดของเธอปลุกคนอื่นๆให้คิดตามและเริ่มเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในศูนย์บัญชาการแห่งนี้เพิ่มขึ้น
    "เอาเถอะ เตรียมตัวให้พร้อม""กัน""ครับ"
    เนื่องจากสถานการณ์รอบๆศูนย์บัญชาการทหารแห่งนี้ ต่างเต็มไปด้วยรถรามากมายที่จอดเรียงรายทิ้งไว้ อย่างไม่เป็นระเบียบ ทำให้พวกเขาจำต้องจอดรถบัสบ้านเคลื่อนที่ทิ้งไว้แล้วเดินเข้าไปยังศูนย์บัญชาการแห่งนี้แทน


    End