“ไม่นะ คุณเข้าใจผิดแล้ว” ปลายฝนตะโกนออกมา เธอพยายามดิ้นรนออกจากมือของเจ้ากรมกลาโหม “มันเป็นฝีมือฉันต่างหาก”
“ช่างรักพ่อเสียจริง” เจ้ากรมมหาดไทยมองปลายฝนอยากดูถูก “แต่ถ้าเธอทนที่เห็นพ่อของเธอตายไม่ไหว ถึงตอนนั้นจะฆ่าตัวตายตามพ่อเธอไปก็ไม่มีใครว่าหรอก”
“ไม่ใช่นะ ฉันต่างหากที่เป็นคนเรียกอสูรจักรราศีมีนออกมา พ่อของฉันไม่ได้เป็นคนอัญเชิญออกมา” ปลายฝนตาเริ่มแดงขณะพยายามอธิบาย เธอใกล้จะร้องไห้เต็มทน
ถึงเธอจะไม่มั่นใจนักว่าจริง ๆ แล้วตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่เธอมั่นใจคือ ในวันนั้นคนที่เป็นคนเรียกอสูรจักรราศีมีนออกมาต้องเป็นเธอเองอย่างแน่นอน เธอจึงปะติดปะต่อเหตุการณ์เอาเองว่าคงเป็นเธอที่พลั้งมือยิงเวทบางอย่างของอสูรจักรราศีมีนใส่พ่อของเจ้ากรมมหาดไทย
“เป็นความจริงงั้นเหรอ?” เจ้ากรมมหาดไทยพยายามหันมองใครสักคนที่พอจะตอบได้
คำตอบของปลายฝนนอกจากสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนนอกจากทีมสองแล้ว แม้แต่พระราชินีเองก็ไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อน เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยลูกสาวของเธอสามารถอัญเชิญอสูรจักรราศีมีนได้ด้วยซ้ำ หากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เธอเริ่มชักสงสัยตัวเองในความเป็นแม่ของปลายฝนแล้ว เรื่องสำคัญขนาดนี้เหตุใดเธอถึงไม่เคยรู้เลย
แน่นอนว่าเธอและทุกคนก็รู้ว่าอาณาจักรธาราครอบครองกษาปณ์มีนเอาไว้ และมันเป็นสิทธิ์ขาดโดยชอบธรรมของสามีของเธอที่จะนำออกมาใช้เมื่อไรก็ได้ เพียงแต่ว่าสามีของเธอเท่าที่เธอรู้ เขาไม่ได้เป็นคนทรงที่สามารถใช้กษาปณ์มีนด้วยตัวเองได้ และเขาก็ไม่เคยเปิดโอกาสค้นหาคนทรงอีกด้วย เขาไม่มีความคิดที่จะไม่ใช้มันเลยต่างหาก
“พ่อขอบใจลูกมากที่พยายามช่วยพ่อทั้งที่แท้จริงแล้วกษาปณ์มีนเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมที่มีแต่พ่อเท่านั้นที่นำออกมาใช้ได้” พระราชายิ้มให้ปลายฝนอย่างอ่อนโยนขณะพูด
“ไม่ท่านพ่อ หนูเป็นคนทรงกษาปณ์มีนมาตั้งแต่เกิด เพราะฉะนั้นการที่พ่อของคุณเจ้ากรมมหาดไทยตายก็ต้องเป็นเพราะหนู” ปลายฝนรู้สึกแย่ เธอไม่อยากให้พ่อของเธอถูกกล่าวหาแทนเธอ
“หยุดแสร้งทำเป็นตัวเองคือคนร้ายเพื่อแทนรับอีกฝ่ายเสียที” เจ้ากรมมหาดไทยรู้สึกไม่สบอารมณ์ เขารู้สึกเหมือนมีใครกำลังหลอกเขาอยู่ แล้วเขาก็ตัดสินใจถามปลายฝนว่า “ก็ได้เจ้าหญิง ถ้าเจ้าหญิงเป็นคนทรงอย่างที่ท่านว่า ท่านก็แสดงกษาปณ์มีนออกมา”
พระราชารีบพูดออกมาทันที “ลูกสาวของฉันจะไปมีกษาปณ์ได้อย่างไร อย่างที่ฉันบอกไปแล้ว สิทธิ์อันชอบธรรมในกษาปณ์มีนมีเพียงฉันเท่านั้น”
“ฉัน...” ในจังหวะที่ปลายฝนเริ่มขยับจะพูดคำต่อไป ทุกคนในทีมสองต่างภาวนาให้เธอหยุดคิดที่จะเปิดเผยตัวเองอย่างที่พระราชาผู้เป็นพ่อของเธอต้องการ เพราะหากปลายฝนยังมีมันอยู่ เธอยังเลือกใช้มันเพื่อตอบโต้อีกฝ่ายได้ แต่หากเธอเสียมันไป โอกาสที่จะสู้กลับก็จะน้อยลงตามไปทันที มันจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีการสูญเสีย
“อยู่นิ่ง ๆ” ในขณะเดียวกันทหารกลุ่มที่คุมตัวดิเรกอยู่ก็เอ็ดใส่ดิเรกที่กำลังพยายามดิ้นรนอยู่ ดิเรกต้องการจะพูดอะไรบางอย่างแต่ติดตรงที่ปากของเขาถูกปิดเอาไว้
“ฉันไม่มีกษาปณ์มีนอยู่ที่ตัว ฉันฝากมันไว้ที่เพื่อน” ปลายฝนพูดอ้อมแอ้ม
คำตอบของปลายฝนสร้างความประหลาดใจให้กับทีมสองเป็นอย่างยิ่ง นี่เจ้าหญิงของพวกเขากำลังโกหกอยู่อย่างนั้นหรือ?
ในขณะเดียวกันพระราชาก็ล้วงเอาบางอย่างออกมาจากคอเสื้อ มันคือสร้อยที่เขาใส่อยู่ เขาถอดออกมาจากคอของเขาแล้วชูให้เจ้ากรมมหาดไทยดู
“อย่างที่ฉันย้ำอยู่ตลอด สิทธิ์อันชอบธรรมในกษาปณ์มีนเป็นของฉันเท่านั้น เพราะฉะนั้นกษาปณ์มีนย่อมต้องอยู่ที่ฉัน” พระราชาพูดอย่างทะนง
ในมือของพระราชา เขาปล่อยสร้อยให้ห้อยลงมาจากกำมือของเขา มีวัตถุทรงกลมแบนรูปร่างเหมือนเหรียญห้อยอยู่ตรงปลายสร้อย
เมื่อทีมสองสังเกตสร้อยที่พระราชาแสดงให้ดู ในชั่วแวบแรกพวกเขาต่างตกใจ มันช่างเหมือนกับกษาปณ์มีนของปลายฝนที่พวกเขาเคยเห็นก่อนหน้านี้ แต่เมื่อพวกเขามองสังเกตดี ๆ พวกเขาก็ตระหนักได้ว่ามันคือของปลอม