คำอินทร์ยืนนิ่งอยู่ใจกลางวงล้อม แผ่นหลังของเขาตั้งตรง ดาบคู่กายถูกถือไว้ในท่าเตรียมพร้อม แววตาของเขาเย็นชาและสงบนิ่ง เขากำลังประเมินสถานการณ์และมองหาช่องโหว่ของศัตรู
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง
ลุงมี ผู้ซึ่งยังคงนั่งกองอยู่กับพื้นหลังจากถูกผลักล้ม ก็ได้ขยับตัวอย่างเงียบๆ แกไม่ได้ลุกขึ้นมาช่วยสู้ แต่กลับแสร้งทำเป็นหวาดกลัวจนตัวสั่นงันงก แล้วค่อยๆ คลานไปหลบอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ตัวหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก
การกระทำของแกดูเหมือนจะเป็นการหนีเอาตัวรอดของคนขี้ขลาด แต่ในสายตาของคำอินทร์ผู้ซึ่งเปิดใช้ "จิตสัมผัสกระแส" อยู่ตลอดเวลา เขากลับรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่แตกต่างออกไป
กระแสพลังอาคมในกายของลุงมี...กำลังโคจรอย่างแผ่วเบาและแนบเนียนที่สุด
ทหารพม่านายหนึ่งที่อยู่ทางด้านหลังของคำอินทร์ เห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะ มันจึงคำรามลั่นแล้วพุ่งเข้าใส่หมายจะฟันเขาจากข้างหลัง!
แต่ในจังหวะที่มันกำลังจะก้าวเท้าเข้ามานั้นเอง
กริ๊ก
ลุงมีซึ่งหลบอยู่หลังโต๊ะ ได้ใช้นิ้วหัวแม่มือดีด "ก้อนกรวดเล็กๆ" ก้อนหนึ่งที่แกแอบหยิบมาจากพื้น ให้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ!
มันไม่ใช่แค่ก้อนกรวดธรรมดา แต่มันคือก้อนกรวดที่ถูกปลุกเสกด้วย "มนต์สะดุดขา" วิชาชั้นเลิศในสายเอาตัวรอดของแก!
ก้อนกรวดนั้นพุ่งไปตกอยู่เบื้องหน้าของทหารพม่าคนนั้นอย่างพอดิบพอดี!
"โอ๊ยย!"
ทหารร่างใหญ่สะดุดเข้ากับก้อนกรวดที่มองไม่เห็นนั้นอย่างจัง! ร่างของมันเสียหลักถลาไปข้างหน้าอย่างหมดท่า! แผ่นหลังและท้ายทอยเปิดโล่งไร้การป้องกันโดยสิ้นเชิง!
คำอินทร์ไม่ปล่อยให้โอกาสทองนี้หลุดลอยไป! เขาหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็วราวกับพายุ!
ฉัวะ!
ดาบของเขาวาดผ่านลำคอของทหารผู้โชคร้ายนายนั้นไปอย่างง่ายดาย! ศีรษะของมันเกือบจะขาดออกจากบ่า!
คำอินทร์เหลือบมองไปยังลุงมีที่อยู่หลังโต๊ะแวบหนึ่ง...แล้วก็ได้เห็นจิ้งจอกเฒ่าตนนี้ขยิบตาให้เขาอย่างมีเลศนัย ก่อนจะกลับไปทำท่าหวาดกลัวตัวสั่นเหมือนเดิม
บัดนี้เหลือศัตรูอีกไม่กี่คนและหัวหน้าของพวกมัน
ทหารพม่าที่เหลือเมื่อเห็นสหายตายไปอีกคนก็เริ่มมีแววตาหวาดหวั่น! พวกมันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น! แต่ความโกรธแค้นก็ทำให้พวกมันตัดสินใจบุกเข้ามาพร้อมกันทั้งหมด!
"ฆ่ามัน!"
ดาบหลายเล่มพุ่งเข้าใส่คำอินทร์จากสามทิศทาง! เป็นการโจมตีที่ประสานงานกันอย่างดีเยี่ยมและยากที่จะรับมือ!
แต่ลุงมีก็ลงมืออีกครั้ง!
แกแสร้งทำเป็นตกใจกลัวจนทำอะไรไม่ถูก แล้ว "เผลอ" ปัดถุงผ้าใบเล็กๆ ที่เหน็บอยู่ที่เอวตกพื้น!
ฟุ่บ!
ผงสีขาวละเอียดจำนวนมากฟุ้งกระจายออกมาจากปากถุง! มันคือ "ผงจามเจ็ดป่าช้า" ของดีประจำตัวของแกที่ทำมาจากเกสรดอกไม้และพืชมีพิษนานาชนิด!
และราวกับมีเจตนา ลมที่พัดเข้ามาในร้านก็ได้พัดพาเอาผงละเอียดนั้น ให้ลอยฟุ้งเข้าไปยังกลุ่มทหารพม่าอย่างพอดิบพอดี!
"ฮะ...ฮะ...ฮัดชิ้ววววววววววว!"
"ฮัดเช้ยยยยยยยย!"
"ฮัดชิ้ววววววววววววววววว!"
ทหารพม่าทั้งหมดพลันเกิดอาการจามอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง! น้ำมูกน้ำตาไหลออกมาจนมองอะไรไม่เห็น! อาวุธในมือหลุดร่วงลงสู่พื้น! พวกมันหมดสภาพการต่อสู้ไปโดยสิ้นเชิง!
คำอินทร์ไม่รอช้า...เขาพุ่งเข้าไป...แล้วจัดการปลิดชีพของพวกมันอย่างรวดเร็ว...
บัดนี้ในสนามรบที่เคยดูเหมือนจะเสียเปรียบ จึงเหลือเพียงแค่ "หัวหน้า" ของพวกมันแต่เพียงผู้เดียว
หัวหน้าทหารพม่ายืนตัวแข็งทื่อ มันมองภาพลูกน้องทั้งหมดของตนเองที่นอนตายเกลื่อนพื้นด้วยแววตาที่ไม่เชื่อสายตา มันมองไปยังเด็กหนุ่มเบื้องหน้าที่ยืนสงบนิ่งราวกับยมทูตแล้วมองไปยังตาแก่ขี้ขลาดที่ยังคงหมอบอยู่หลังโต๊ะ...
มันไม่เข้าใจ มันไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดกองกำลังของมันจึงพ่ายแพ้ยับเยินถึงเพียงนี้!
"แก...พวกแกสองคน!" มันคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้นสุดขีด! "ข้าจะฆ่าพวกแกให้ได้!"
มันไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว มันพุ่งเข้าใส่คำอินทร์ด้วยความบ้าคลั่ง! ดาบในมือฟาดฟันออกไปอย่างไม่คิดชีวิต! มันคือการโจมตีของสัตว์ป่าที่บาดเจ็บและสิ้นหวัง!
คำอินทร์ยกดาบขึ้นตั้งรับ การปะทะกันของยอดฝีมือได้เริ่มต้นขึ้น!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงดาบกระทบกันดังก้องไปทั่วทั้งร้าน! คำอินทร์แม้จะมีฝีมือที่เหนือกว่า แต่หัวหน้าทหารพม่าคนนี้ก็มีประสบการณ์และความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดา อีกทั้งยังสู้แบบถวายชีวิต ทำให้การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดและยังไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
ลุงมีที่มองดูอยู่ รู้ดีว่าถึงเวลาที่แกต้องออกโรงอีกครั้ง
แกค่อยๆ ย่องไปที่โต๊ะข้างๆ แล้วคว้าเอา "ไหสุรา" ที่ทหารพม่ากลุ่มนั้นทำตกไว้ขึ้นมา แกแสยะยิ้ม...แล้วใช้แรงทั้งหมดที่มีขว้างไหสุรานั้นออกไป!
ไหสุราลอยละลิ่วไปในอากาศแล้วแตกกระจายเข้าที่ใบหน้าของหัวหน้าทหารพม่าอย่างจัง!
เพล้ง!
"โอ๊ย!"
สุราที่อยู่ในไหสาดเข้าตาของมันจนพร่ามัว! ในจังหวะที่มันเสียสมาธิและชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
คำอินทร์ก็ได้ฉวยโอกาสนั้น!
ดาบของเขาพุ่งไปข้างหน้าราวกับสายฟ้าฟาด!
ฉึก!
ปลายดาบแทงทะลุผ่านเกราะหนังแล้วเสียบเข้าไปที่กลางหัวใจของหัวหน้าทหารพม่าอย่างแม่นยำ!
ร่างที่สูงใหญ่ของมันกระตุกเฮือก ดวงตาเบิกโพลงแล้วก็ค่อยๆ ทรุดลงไปกองกับพื้น...สิ้นใจเป็นคนสุดท้าย...
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งศาลาอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของคำอินทร์และลุงมีเท่านั้น
คำอินทร์หันไปมองลุงมีที่บัดนี้กำลังลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ท่านลุง" คำอินทร์เอ่ยขึ้น "ดูเหมือนท่านจะ 'โชคดี' อย่างน่าประหลาดใจ"
ลุงมีหัวเราะแหะๆ "แหม...ก็คนมันดวงดีน่ะพ่อหนุ่ม ศัตรูของลุงมันมักจะซวยเองตลอด ทั้งสะดุดล้ม ทั้งจามไม่หยุด น่าสงสารจริงๆ"
คำอินทร์มองดูท่าทีที่กะล่อนของชายชราแล้วเขาก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เป็นรอยยิ้มแรกที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา นับตั้งแต่การจากไปของตานดา
เขารู้ และลุงมีก็รู้ว่าเขารู้ ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดๆ อีกต่อไป
เถ้าแก่ร้านอาหารและลูกสาวที่ซ่อนตัวอยู่หลังร้าน เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์สงบลงแล้ว ก็รีบวิ่งออกมาขอบคุณพวกเขาทั้งสองเป็นการใหญ่ เถ้าแก่ประกาศว่าจะเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีที่สุดเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณ
ค่ำคืนนั้น คำอินทร์และลุงมีจึงได้นั่งร่วมโต๊ะกินอาหารและดื่มสุราด้วยกันเป็นครั้งแรก ท่ามกลางซากศพของเหล่าทหารพม่าที่ยังไม่ถูกเก็บกวาด