“ เกิดอะไรขึ้นกับลอเร็นใครเป็นคนทำร้ายนาง แล้วท่านมาอยู่กับนางได้อย่างไร” เสี่ยวเทียนถามต่อทันที
“ ข้าเร่ร่อนเพเนจรมา เกิดหิวจนเป็นลม ลอเร็นมาพบให้อาหารข้ากิน แล้วข้าพบว่าข้าจำอะไรไม่ได้ แล้วพบว่านางอยู่เพียงคนเดียว ข้าก็เลยตกลงว่า จะเป็นคนรับใช้ ดูแลนางตลอดไป ส่วนเรื่องลิ้นของนาง ที่ถูกตัดไปนั้น ข้าก็ไม่ทราบ และลอเร็นก็ไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนทำ
“ ข้าจะช่วยท่านกลับมาพูดใหม่ได้อีกครั้งดีไหม”
เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็นำน้ำทิพย์สวรรค์ให้ ลอเร็นกินทันที พอน้ำทิพย์ออกฤทธิ์หน้าตาของลอเร็น ก็ทำท่าแตกตื่น เพราะลิ้นเริ่มงอกออกมา จึงลองใช้ลิ้นที่ขึ้นมาใหม่ ดุนแก้มไปมาทั้งสองข้าง
“ ขอบคุณท่านมาก” ลอเร็นเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา
“ ข้าขอถามทำไมต้องเอาปานดำปลอมมาปิดใบหน้าด้วย?”
“ ท่านรู้ได้ยังไง” ลอเร็นเอ่ยด้วยความตกใจ ฟีบัสก็หันขวับมามองด้วยเช่นกัน
“ ทุกคนล้วนมีความลับ บอกข้ามาเถอะ ข้าช่วยท่านได้ข้าก็จะช่วยใครเป็นคนตัดลิ้นท่าน”
“ ราชาไมดาส เป็นคนทำ” ลอเร็นกัดฟันพูดด้วยความแค้นใจ
“ เขาเป็นถึงราชา จะมาทำเด็กอย่างท่านทำไม?”
“ มันไม่ใช่ราชาไมดาส มันเป็นพญางูไฟธอน ที่แปลงร่างเป็นพ่อของข้าร่างเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ และพี่ชายน้องชายของข้าถูกพวกมันฆ่าตายและจับกินไปจนหมดแล้ว ส่วนข้าถูกหัวหน้าพัสดี ที่จงรักภักดี พาข้าหนีออกมาทางท่อระบายน้ำ ข้าเฝ้ารอวันที่จะแก้แค้นมัน แต่ว่าไม่มีหนทางใดใด เลย”
“ ราชาไมดาส เป็นปีศาจงูไฟธอนปลอมตัวมา บ้าไปกันใหญ่แล้ว” เสี่ยวเทียนตกใจไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้ ลอเร็นคิดว่าเสี่ยวเทียนไม่เชื่อ จึงลุกขึ้นยืนแล้วปลดเสื้อนออกออก เผยให้เห็นเนินอกที่ขาวผ่อง มีรูปตราสัญลักษณ์ ราชวงศ์มีตัวอักษรเอ็ม อยู่ตรงกลาง
“ นี่คือตราราชวงศ์ ผู้ที่สืบเชื้อสายเท่านั้น ถึงจะมีรอยสักแบบนี้มาตั้งแก่กำเนิด”
เสี่ยวเทียนพยักหน้าอย่างตะลึงงัน ที่เห็นลอเร็นเปิดเผยขนาดนี้
“ ข้ารับปากท่าน จะสังหารราชาตัวปลอมนี้ให้ก็แล้วกัน”
เสี่ยวเทียนให้สัญญา ทำให้ลอเร็นดีใจยิ่งนัก จากนั้นก็หันมาหา ฟีบัส
“ ข้าจะเรียกความจำของท่านกลับคืนมาด้วย”
“ น้องชาย เจ้าทำได้จริงๆ?”
เสี่ยวเทียนไม่ตอบแต่นำจอกศักดิ์สิทธิ์ออกมา แล้วพรมน้ำรดศรีษะฟีบัส แล้วเริ่มร่ายเวทย์ถอนคำสาป ไม่นานดวงตาของฟีบัสก็กลับมาส่องสว่างเปลี่ยนไปจากเดิม
ใบหน้าที่กำลังเคยยิ้มสดใสกลับ เคร่งขรึม ยิ่งไปกว่าเดิม จนลอเร็นรีบเข้ามาจับมือด้วยความเป็นห่วง ทั้งสองมองตากัน ด้วยความเข้าใจแต่ไม่คำพูดอันใดออกมา
เสี่ยวเทียนทำลายคำสาปที่ลบความจำของเขาออกได้แล้ว แต่น่าแปลก พลังของฟีบัสที่เป็นเทพอลอลโลกลับไม่สามารถกลับคืนมาได้
“ ขอบใจเจ้ามากน้องชาย แต่เจ้าอย่าลำบากอีกเลย ดวงจิตเทพเจ้าของข้า ถูกคนแย่งชิงไปแล้วตอนนี้ ข้าเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่า่นั้น”
“ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“ ข้าคือเทพอพอลโลก บุตรแห่งซุส กับพระแม่แลโตนา ข้าทำผิดมหันต์ฆ่าบุตรชาย ผู้บริสุทธิ์ 7 คน และยังฆ่าพวกคนแคระที่สร้าง อัสนีสายฟ้าอาวุธประจำกายของซุส และยังทำร้ายท่านเฮฟิตัส เทพเจ้าแห่งศาสตราวุธอีก จึงถูกขับไล่จนตกสวรรค์ให้มาเป็นทาสมนุษย์ และพลังเทพก็ถูกยึดไป ท่านพ่อเกรงว่าข้าจะทำใจเรื่องนี้ไม่ได้ จึงสาปให้ข้าลืมความทรงจำทั้งหมด แต่เทพคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต ในที่สุดเจ้าก็ทำให้ข้ากลับมามีความทรงจำได้ใหม่อีกครั้ง”
เทพอพอลโลสรุปเรื่องราวออกมาอย่างช้าๆ แต่ไม่ยอมเอ่ยรายละเอียด ว่าทำไมต้องฆ่าคนเหล่านั้น เหมือนไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องราวที่ผ่านมา
แต่เสี่ยวเทียนสงสัยจึงจี้ถามต่อไปอีก
“ ทำไมท่านต้องฆ่าคนบริสุทธิ์พวกนั้น?”
“ เรื่องมันผ่านมาแล้ว ก็อย่ารื้อฟื้นมันอีกเลย ถึงแม้ข้าจะไม่มีพลังเทพอีกแล้ว แต่ว่าเรื่องการใช้อาวุธ การต่อสู้ วิชาดนตรี และการแพทย์ของข้า ก็สามารถดูแลลอเร็นได้แล้ว ข้าไม่ปล่อยให้นางต้องอยู่อย่างลำบากหรอก”
“ ข้าต้องการกุญแจ ที่จะไปมิติที่สาม ท่านสร้างให้ข้าได้ไหม?”
เทพอพอลโล ถอนใจแล้วส่ายหัว
“ เรื่องนี้ข้าทำไม่ได้จริงๆ เพราะพลังเทพของข้าถูกยึดครองไป ใส่ในร่างของผู้อื่นไปแล้ว ทำให้ข้าใช้พลังสร้างกุญแจให้เจ้าไม่ได้”
“ แล้ว มันเป็นใครกัน?”
“ พญางูไพธอน คนเดียวกับที่สังหารราชวงศ์ของลอเร็นทั้งหมด”
ลอเร็นได้ฟังก็กำหมัดแน่น แต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา เพราะรู้แล้วว่ามันมีพลังเทพเจ้าอพอลโลอยู่
“ อืม...เรื่องมันเป็นเช่นนี้ หากว่าข้าไปจัดการมันได้ เรื่องก็คงจบซินะ?”
“ ไม่จบง่ายๆ หรอก ตีหมาต้องดูเจ้าของด้วย เจ้าไพธอนนี้ก็เช่นกัน มันเป็นสมุนคนสนิทของราชินีสวรรค์เฮร่า คนที่ทำให้ข้าเป็นเช่นนี้ก็คือนาง เจ้าไม่สามารถสู้กับนางได้หรอก” อพอลโลเอ่ยเตือน
เสี่ยวเทียนไม่รู้จัก ราชินีสวรรค์เฮร่า จึงไม่กลัวเกรงเท่านไรนัก
“ ข้าไม่กลัวหรอก หากทำผิดคิดชั่ว ต่อให้เป็น เทพสูงสุดครองสวรรค์ข้าก็ไม่เคยหวาดเกรงแม้แต่น้อย”
“ เจ้าอย่าประมาทไป สตรีในโลกนี้ นางคือสตรีที่น่ากลัวที่สุด โหดเหี้ยมที่สุด ท่านแม่ของข้าต้องหนีหัวซุก หัวซุนเพื่อหาทางคลอดข้ากับน้องสาวออกมาให้ได้ ซึ่งยังโชคดี ที่ท่านอาโพไซดอนได้ช่วยอาไว้ ข้ากับน้องถึงได้ลืมตาดูโลกออกมาได้”
เสี่ยวเทียนนิ่งไปสักครู่ แล้วเอ่ยออกมาว่า
“ไม่ว่าอย่างไร ข้าต้องไปมิติที่สามให้ได้ แม้ต้องต่อสู้กับ ราชินีสวรรค์เฮร่าก็ตาม”
เสี่ยวเทียนไม่ลดละเรื่องนี้ ทำให้ เทพอพอลโล จึงแนะนำว่า
“ เจ้าไพธอนตนนี้ ข้าเคยสังหารมันมาก่อน ภายหลังราชินีเฮร่า ชุบชีวิตมันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จุดอ่อนของมันคือ หัวใจทับทิมมรกต ที่อยู่ตรงกลางหน้าผากของมันหากเจ้าทำลายทับทิมมรกตนี้ได้ มันก็จะตาย มิเช่นนั้น ต่อให้หั่นมันเป็นชิ้นๆ มันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกครั้ง แต่ว่านั้นมัน หลายพันปีก่อน บัดนี้มันมีพลังเทพเจ้าของข้าแล้ว ไม่รู้ว่า พลังของมันจะมากขนาดไหนข้าเองยังไม่รู้เลย”
“ คืนนี้ข้าจะลองบุกเข้าไปดู หากว่าจัดการมันได้ ข้าจะนำพลังเทพมาคืนให้”
เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็ออกจากบ้านนี้ไปเพื่อจัดการกับ ราชาไมดาสตัวปลอมคนนี้
พอออกไปไม่นาน ก็มาถึงที่ลานด้านหน้าพระราชวัง ก็พบว่าเหล่าศิษย์สำนักจตุรเทพ ยี่สิบคนถูกจับเจาะแขนขา ล่ามด้วยโซ่ ตรวน เตรียมทำการประหาร
โดยมีทหารคอยควบคุมโดยรอบ กว่าพันคน มีคนที่คล้ายกับพวกขันที เป็นผู้ควบคุมการาประหารในครั้งนี้
“ ได้เวลาแล้ว ประหารได้” เสียงเล็กๆ ส่งเสียงประกาศออกมาดังๆ ฟังแล้วระคายหูไม่เบา ทหารถือดาบใหญ่ยี่สิบคน เตรียมฟันหัว ของศิษย์สำนักจตุรทิศ
ซึ่งแต่ละคนถูกปิดตา คุกเข่าคอตกคล้ายกับลูกชะตากรรมตัวเอง ว่าไม่รอดแล้ว
เสี่ยงไม้ติ้ว โยนลงมาจากโต๊ะ ของหัวหน้าควบคุม ทหารที่ถือดาบใหญ่ลงดาบพร้อมกันทันที !
ฉัวะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! ร่างกายอันกำยำเข้มแข็ง ของเพชฌาตทั้งยี่สิบคน ถูกของมีคมฟันทีเดียวขาดกลาง พร้อมกัน เลือดไหลนองลานประหาร ฝูงชนส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ทหารจับอาวุธแน่น เตรียมพร้อมรับคำสั่ง ขันทีคุมการประหารลุกขึ้นยืน มองหน้าชายหนุ่มคนหนึ่งวัย 16 ปี เดินเข้ามากลางลานประหารอย่างช้า ๆ
ในมือถือกระบี่สี่เงินยวงมีประกายสายฟ้า แลบแปร๊บๆ !
“ เจ้าเป้นใคร กล้างขัดขวางการประหาร คิดกบฎรึ?”
สิ้นเสียงของขันที หัวของมันก็ถูกชายหนุ่มปริศนา ที่ตวัดกระบี่อยู่ที่ระยะไกลแต่รัศมีกระบี่พุ่งเข้ามาอย่างน่ากลัวไม่มีใครต้านทานได้ เลือดพุ่งออกจากร่างขันทีผู้ควบคุมการประหาร แต่กลับถูกตัดหัวเสียนี่ หัวหน้ากองทหารเลยสั่งยิงธนูเข้าใส่เด็กหนุ่มปริศนาก็คือเสี่ยวเทียนนั่นเอง แต่ลูกธนูนับพันหาได้ เข้าใกล้เสี่ยวเทียนไม่ ถูกพลังเทพเจ้า ระงับเอาไว้จนหมด สุดท้ายเสี่ยวเทียนก็ชี้วกระบี้ขึ้นฟ้า เหมือนจะสั่งฟ้าให้ทำอะไรบางอย่าง
ท้องฟ้าไร้เมฆ ไร้ฝน กลับมีสายอัสนีนับร้อยสายพุ่งลงมาผ่ากองทหารนับพัน จนร่างไหม้ไฟจนเกรียม กันไปหมด ไม่เว้นแม้แต่หัวหน้ากอง ก็ตายเรียบ ฝูงชนต่างวิ่งหนีหลบภัยกันไปคนละทิศละทาง เสี่ยวเทียนใช้กระบี่ตัดเอาโซ่ตรวนที่รัดศิษย์สำนักจตุรทิศออกไปจนหมด ทุกคนเปิดผ้าปิดตาเห็นเสี่ยวเทียน กับซากศพกองทหารนับพัน ก็เข้ามาคุกเข่าขอบคุณทันที
“ ไม่ต้องมากพิธี เล่ามาเกิดอะไรขึ้น”
“ พวกเราพอหลุดมาในมิติแห่งนี้ ก็มาอยู่ในพระราชวัง ไม่ทันที่จะทำอะไรเลยก็ถูกล่าวหาว่าเป็นพวกกบฎถูกทหารองครักษ์จับเอาไว้ พวกมันทรมานพวกเราสอบถามถึงพรรคพวกกบฏที่เหลือ ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไร พวกมันก็ไม่เชื่อ สุดท้ายพวกมันก็ส่งพวกเรามาประหารนี่แหละ”
เสี่ยวเทียนฟังแล้วก็เข้าใจ พวกมันกำลังหวาดระแวงว่า พวกของราชาไมนาสตัวจริงเข้ามาก่อความวุ่นวาย เลยสั่งประหารทิ้งให้หมด
ในขณะนั้นมีชายที่แต่งกายเหมือนชาวบ้าน ก็มาชวนทุกคนให้ตามพวกเขาไป
เสี่ยวเทียนมองปราดเดียวก็รู้เลยว่า พวกนี้คงเป็นคนสนิทของราชาไมดาสคนเก่าแน่ๆเลย พอตามพวกเขาไป ก็มีหัวหน้าพวกเขาแต่งกายเป็นชาวบ้านธรรมดาออกมาต้อนรับ
“ พวกท่านเป็นคนของหน่วยงานใด ทำไมพวกเราไม่เคยพบพวกท่านมาก่อน”
“ เราคือคนของ เจ้าหญิงลอเร็น พวกท่านเป็นใคร?” เสี่ยวเทียนตรวจสอบแล้วว่าพวกนี้พูดความจริงเลยไม่อยากปิดบัง แต่ลูกศิษย์ทั้งยี่สิบคนได้แต่มองเสี่ยวเทียนด้วยสีหน้างงๆ
“ เจ้าหญิงลอเร็นยังไม่ตายรึ?”
“ ถูกแล้ว เวลานี้ เจ้าหญิงสบายดี ข้าถูกส่งให้มาสังหารราชาไมนาสตัวปลอม เจ้าหญิงบอกว่า มันเป็นพญางูไพธอน”
พอเสี่ยวเทียนเอ่ยออกไป ทุกคนต่างพยักหน้าเหมือนรู้ไว้อยู่แล้ว ว่าราชาไมนาสตัวปลอมนั้นเป็นพญางู
“ พวกเราอยากพบกับเจ้าหญิง”
เสี่ยวเทียนเลยให้พวกเขาไปหาเจ้าหญิงลอเร็นตามที่พวกเขาต้องการ
พอทั้งหมดไปพบ ก็แสดงความดีใจ และรีบทำความเคารพองค์หญิง เสี่ยวเทียนไม่สนใจ เดินออกมาพบกับ ศิษย์ร่วมสำนักทั้งยี่สิบคน
“ พวกเจ้าค้นพบอะไร ในแผนที่ค้นหาสมบัติ บ้าง?”
เสี่ยวเทียนรู้ว่า ทุกกลุ่มนั้น จะมีแผนที่ สำหรับค้นหาสมบัติ กลุ่มละ 1 แผ่นที่สำนักมอบเอาไว้ให้ ทุกคนกางแผนที่ให้เสี่ยวเทียนดู พบว่า มีจิตเทพเจ้า มีพลังระดับสูงอยู่ใน วังหลวง คงเป็น ดวงจิต ของเทพอพอลโล ที่อยู่ในร่างเจ้าไพธอน
ส่วนจิตเทพอื่นๆ นั้น ต่างก็มีอยู่ นอกเมืองเสียเป็นส่วนใหญ่ มีดวงจิตเทพพฤกษา กับ ดวงจิตเทพวารีสุ่ยเซียน ที่ทิ้งเอาไว้ให้ เสี่ยวเทียนให้พวกเขาแยกกันไปค้นหา ส่วนตัวเขาจะเข้าไปในวังหลวงเอง
เสี่ยวเทียนกลับเข้ามาหาเจ้าหญิงลอเร็น คนที่เหลือต่างมาขอบคุณเสี่ยวเทียนที่ช่วยเจ้าหญิงเอาไว้แล้วบอกการเคลื่อนไหวของราชาไมนาสว่า
“ เวลานี้ ราชาไมนาส กักตนอยู่ที่ในห้องฝึกตน ได้ 3 วันแล้ว มีทหารคนสนิทเฝ้ายามเอาไว้ หากท่านคิดจะจัดการมัน เวลานี้น่าจะเหมาะสมที่สุด หากท่านจัดการพญางูไพธอนนี้ได้ ก็ส่งสัญญาณพลุออกมา พวกเราจะนำกำลังทหารที่ยังภักดี ต่อราชาไมนาส เข้าควบคุมวังหลวงทันที” ขุนพลคาลวิน ที่เป็นหัวหน้าคนทั้งหมด กล่าวกับเสี่ยวเทียน และหวังว่าเสี่ยวเทียนจะจัดการกับ พญางูยักษ์ตนนี้สำเร็จ
“ น้องชาย หากเจ้าสังหารมันได้ ต้องรีบนำดวงจิตเทพของข้ามาโดยเร็วที่สุด มิเช่นนั้น หากสภาเทพ ส่งทหารสวรรค์มา มนุษย์ทั้งหมดนี้ ต้องเป็นอันตรายอย่างแน่นอน” เทพอพอลโลเอ่ยเตือน เสี่ยวเทียนพยักหน้า แล้วออกเดินทางไปที่ วังหลวงที่อยู่ของ พญางูไพธอนทันที……