เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 136 ราชาตัวปลอม

     

    “ เกิดอะไรขึ้นกับลอเร็นใครเป็นคนทำร้ายนาง แล้วท่านมาอยู่กับนางได้อย่างไร”   เสี่ยวเทียนถามต่อทันที

    “ ข้าเร่ร่อนเพเนจรมา เกิดหิวจนเป็นลม ลอเร็นมาพบให้อาหารข้ากิน แล้วข้าพบว่าข้าจำอะไรไม่ได้ แล้วพบว่านางอยู่เพียงคนเดียว ข้าก็เลยตกลงว่า จะเป็นคนรับใช้ ดูแลนางตลอดไป ส่วนเรื่องลิ้นของนาง ที่ถูกตัดไปนั้น ข้าก็ไม่ทราบ และลอเร็นก็ไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนทำ

    “ ข้าจะช่วยท่านกลับมาพูดใหม่ได้อีกครั้งดีไหม”

    เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็นำน้ำทิพย์สวรรค์ให้ ลอเร็นกินทันที พอน้ำทิพย์ออกฤทธิ์หน้าตาของลอเร็น ก็ทำท่าแตกตื่น เพราะลิ้นเริ่มงอกออกมา จึงลองใช้ลิ้นที่ขึ้นมาใหม่ ดุนแก้มไปมาทั้งสองข้าง

    “ ขอบคุณท่านมาก” ลอเร็นเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา

    “ ข้าขอถามทำไมต้องเอาปานดำปลอมมาปิดใบหน้าด้วย?”

    “ ท่านรู้ได้ยังไง”  ลอเร็นเอ่ยด้วยความตกใจ  ฟีบัสก็หันขวับมามองด้วยเช่นกัน

    “ ทุกคนล้วนมีความลับ บอกข้ามาเถอะ ข้าช่วยท่านได้ข้าก็จะช่วยใครเป็นคนตัดลิ้นท่าน”

    “ ราชาไมดาส เป็นคนทำ”  ลอเร็นกัดฟันพูดด้วยความแค้นใจ

    “ เขาเป็นถึงราชา จะมาทำเด็กอย่างท่านทำไม?”

    “ มันไม่ใช่ราชาไมดาส มันเป็นพญางูไฟธอน ที่แปลงร่างเป็นพ่อของข้าร่างเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ และพี่ชายน้องชายของข้าถูกพวกมันฆ่าตายและจับกินไปจนหมดแล้ว ส่วนข้าถูกหัวหน้าพัสดี ที่จงรักภักดี พาข้าหนีออกมาทางท่อระบายน้ำ ข้าเฝ้ารอวันที่จะแก้แค้นมัน แต่ว่าไม่มีหนทางใดใด เลย”

    “ ราชาไมดาส เป็นปีศาจงูไฟธอนปลอมตัวมา บ้าไปกันใหญ่แล้ว” เสี่ยวเทียนตกใจไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้ ลอเร็นคิดว่าเสี่ยวเทียนไม่เชื่อ จึงลุกขึ้นยืนแล้วปลดเสื้อนออกออก เผยให้เห็นเนินอกที่ขาวผ่อง มีรูปตราสัญลักษณ์ ราชวงศ์มีตัวอักษรเอ็ม อยู่ตรงกลาง

    “ นี่คือตราราชวงศ์ ผู้ที่สืบเชื้อสายเท่านั้น ถึงจะมีรอยสักแบบนี้มาตั้งแก่กำเนิด”

    เสี่ยวเทียนพยักหน้าอย่างตะลึงงัน ที่เห็นลอเร็นเปิดเผยขนาดนี้

    “ ข้ารับปากท่าน จะสังหารราชาตัวปลอมนี้ให้ก็แล้วกัน”

    เสี่ยวเทียนให้สัญญา ทำให้ลอเร็นดีใจยิ่งนัก   จากนั้นก็หันมาหา ฟีบัส

    “ ข้าจะเรียกความจำของท่านกลับคืนมาด้วย” 

    “ น้องชาย เจ้าทำได้จริงๆ?”

    เสี่ยวเทียนไม่ตอบแต่นำจอกศักดิ์สิทธิ์ออกมา แล้วพรมน้ำรดศรีษะฟีบัส แล้วเริ่มร่ายเวทย์ถอนคำสาป ไม่นานดวงตาของฟีบัสก็กลับมาส่องสว่างเปลี่ยนไปจากเดิม 

    ใบหน้าที่กำลังเคยยิ้มสดใสกลับ  เคร่งขรึม ยิ่งไปกว่าเดิม จนลอเร็นรีบเข้ามาจับมือด้วยความเป็นห่วง ทั้งสองมองตากัน ด้วยความเข้าใจแต่ไม่คำพูดอันใดออกมา

    เสี่ยวเทียนทำลายคำสาปที่ลบความจำของเขาออกได้แล้ว แต่น่าแปลก พลังของฟีบัสที่เป็นเทพอลอลโลกลับไม่สามารถกลับคืนมาได้

    “ ขอบใจเจ้ามากน้องชาย แต่เจ้าอย่าลำบากอีกเลย ดวงจิตเทพเจ้าของข้า ถูกคนแย่งชิงไปแล้วตอนนี้ ข้าเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่า่นั้น”

    “ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

    “ ข้าคือเทพอพอลโลก บุตรแห่งซุส กับพระแม่แลโตนา ข้าทำผิดมหันต์ฆ่าบุตรชาย ผู้บริสุทธิ์ 7 คน และยังฆ่าพวกคนแคระที่สร้าง อัสนีสายฟ้าอาวุธประจำกายของซุส และยังทำร้ายท่านเฮฟิตัส เทพเจ้าแห่งศาสตราวุธอีก จึงถูกขับไล่จนตกสวรรค์ให้มาเป็นทาสมนุษย์ และพลังเทพก็ถูกยึดไป ท่านพ่อเกรงว่าข้าจะทำใจเรื่องนี้ไม่ได้ จึงสาปให้ข้าลืมความทรงจำทั้งหมด  แต่เทพคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต ในที่สุดเจ้าก็ทำให้ข้ากลับมามีความทรงจำได้ใหม่อีกครั้ง”

    เทพอพอลโลสรุปเรื่องราวออกมาอย่างช้าๆ  แต่ไม่ยอมเอ่ยรายละเอียด ว่าทำไมต้องฆ่าคนเหล่านั้น เหมือนไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องราวที่ผ่านมา

    แต่เสี่ยวเทียนสงสัยจึงจี้ถามต่อไปอีก

    “ ทำไมท่านต้องฆ่าคนบริสุทธิ์พวกนั้น?”

    “ เรื่องมันผ่านมาแล้ว ก็อย่ารื้อฟื้นมันอีกเลย ถึงแม้ข้าจะไม่มีพลังเทพอีกแล้ว แต่ว่าเรื่องการใช้อาวุธ การต่อสู้ วิชาดนตรี และการแพทย์ของข้า ก็สามารถดูแลลอเร็นได้แล้ว  ข้าไม่ปล่อยให้นางต้องอยู่อย่างลำบากหรอก”

    “ ข้าต้องการกุญแจ ที่จะไปมิติที่สาม ท่านสร้างให้ข้าได้ไหม?”

    เทพอพอลโล ถอนใจแล้วส่ายหัว

    “ เรื่องนี้ข้าทำไม่ได้จริงๆ เพราะพลังเทพของข้าถูกยึดครองไป ใส่ในร่างของผู้อื่นไปแล้ว  ทำให้ข้าใช้พลังสร้างกุญแจให้เจ้าไม่ได้”

    “ แล้ว มันเป็นใครกัน?”

    “ พญางูไพธอน คนเดียวกับที่สังหารราชวงศ์ของลอเร็นทั้งหมด”

    ลอเร็นได้ฟังก็กำหมัดแน่น แต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา เพราะรู้แล้วว่ามันมีพลังเทพเจ้าอพอลโลอยู่

    “ อืม...เรื่องมันเป็นเช่นนี้ หากว่าข้าไปจัดการมันได้ เรื่องก็คงจบซินะ?”

    “ ไม่จบง่ายๆ หรอก ตีหมาต้องดูเจ้าของด้วย  เจ้าไพธอนนี้ก็เช่นกัน มันเป็นสมุนคนสนิทของราชินีสวรรค์เฮร่า คนที่ทำให้ข้าเป็นเช่นนี้ก็คือนาง เจ้าไม่สามารถสู้กับนางได้หรอก” อพอลโลเอ่ยเตือน

    เสี่ยวเทียนไม่รู้จัก ราชินีสวรรค์เฮร่า จึงไม่กลัวเกรงเท่านไรนัก

    “ ข้าไม่กลัวหรอก หากทำผิดคิดชั่ว ต่อให้เป็น เทพสูงสุดครองสวรรค์ข้าก็ไม่เคยหวาดเกรงแม้แต่น้อย”

    “ เจ้าอย่าประมาทไป สตรีในโลกนี้ นางคือสตรีที่น่ากลัวที่สุด โหดเหี้ยมที่สุด ท่านแม่ของข้าต้องหนีหัวซุก หัวซุนเพื่อหาทางคลอดข้ากับน้องสาวออกมาให้ได้  ซึ่งยังโชคดี ที่ท่านอาโพไซดอนได้ช่วยอาไว้ ข้ากับน้องถึงได้ลืมตาดูโลกออกมาได้”

    เสี่ยวเทียนนิ่งไปสักครู่ แล้วเอ่ยออกมาว่า 

    “ไม่ว่าอย่างไร ข้าต้องไปมิติที่สามให้ได้ แม้ต้องต่อสู้กับ ราชินีสวรรค์เฮร่าก็ตาม”

    เสี่ยวเทียนไม่ลดละเรื่องนี้ ทำให้ เทพอพอลโล จึงแนะนำว่า

    “ เจ้าไพธอนตนนี้ ข้าเคยสังหารมันมาก่อน ภายหลังราชินีเฮร่า ชุบชีวิตมันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จุดอ่อนของมันคือ หัวใจทับทิมมรกต ที่อยู่ตรงกลางหน้าผากของมันหากเจ้าทำลายทับทิมมรกตนี้ได้ มันก็จะตาย  มิเช่นนั้น ต่อให้หั่นมันเป็นชิ้นๆ มันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกครั้ง แต่ว่านั้นมัน หลายพันปีก่อน บัดนี้มันมีพลังเทพเจ้าของข้าแล้ว ไม่รู้ว่า พลังของมันจะมากขนาดไหนข้าเองยังไม่รู้เลย”

    “ คืนนี้ข้าจะลองบุกเข้าไปดู หากว่าจัดการมันได้ ข้าจะนำพลังเทพมาคืนให้”

    เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็ออกจากบ้านนี้ไปเพื่อจัดการกับ ราชาไมดาสตัวปลอมคนนี้

    พอออกไปไม่นาน ก็มาถึงที่ลานด้านหน้าพระราชวัง ก็พบว่าเหล่าศิษย์สำนักจตุรเทพ ยี่สิบคนถูกจับเจาะแขนขา ล่ามด้วยโซ่ ตรวน เตรียมทำการประหาร 

    โดยมีทหารคอยควบคุมโดยรอบ กว่าพันคน มีคนที่คล้ายกับพวกขันที เป็นผู้ควบคุมการาประหารในครั้งนี้

    “ ได้เวลาแล้ว  ประหารได้” เสียงเล็กๆ ส่งเสียงประกาศออกมาดังๆ ฟังแล้วระคายหูไม่เบา ทหารถือดาบใหญ่ยี่สิบคน เตรียมฟันหัว ของศิษย์สำนักจตุรทิศ

    ซึ่งแต่ละคนถูกปิดตา คุกเข่าคอตกคล้ายกับลูกชะตากรรมตัวเอง ว่าไม่รอดแล้ว

    เสี่ยงไม้ติ้ว โยนลงมาจากโต๊ะ ของหัวหน้าควบคุม ทหารที่ถือดาบใหญ่ลงดาบพร้อมกันทันที ! 

    ฉัวะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!  ร่างกายอันกำยำเข้มแข็ง ของเพชฌาตทั้งยี่สิบคน ถูกของมีคมฟันทีเดียวขาดกลาง พร้อมกัน เลือดไหลนองลานประหาร ฝูงชนส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ทหารจับอาวุธแน่น  เตรียมพร้อมรับคำสั่ง ขันทีคุมการประหารลุกขึ้นยืน มองหน้าชายหนุ่มคนหนึ่งวัย 16 ปี เดินเข้ามากลางลานประหารอย่างช้า ๆ

    ในมือถือกระบี่สี่เงินยวงมีประกายสายฟ้า แลบแปร๊บๆ !

    “ เจ้าเป้นใคร กล้างขัดขวางการประหาร คิดกบฎรึ?”

    สิ้นเสียงของขันที  หัวของมันก็ถูกชายหนุ่มปริศนา ที่ตวัดกระบี่อยู่ที่ระยะไกลแต่รัศมีกระบี่พุ่งเข้ามาอย่างน่ากลัวไม่มีใครต้านทานได้ เลือดพุ่งออกจากร่างขันทีผู้ควบคุมการประหาร แต่กลับถูกตัดหัวเสียนี่ หัวหน้ากองทหารเลยสั่งยิงธนูเข้าใส่เด็กหนุ่มปริศนาก็คือเสี่ยวเทียนนั่นเอง  แต่ลูกธนูนับพันหาได้ เข้าใกล้เสี่ยวเทียนไม่ ถูกพลังเทพเจ้า ระงับเอาไว้จนหมด สุดท้ายเสี่ยวเทียนก็ชี้วกระบี้ขึ้นฟ้า เหมือนจะสั่งฟ้าให้ทำอะไรบางอย่าง

    ท้องฟ้าไร้เมฆ ไร้ฝน กลับมีสายอัสนีนับร้อยสายพุ่งลงมาผ่ากองทหารนับพัน จนร่างไหม้ไฟจนเกรียม กันไปหมด ไม่เว้นแม้แต่หัวหน้ากอง ก็ตายเรียบ ฝูงชนต่างวิ่งหนีหลบภัยกันไปคนละทิศละทาง เสี่ยวเทียนใช้กระบี่ตัดเอาโซ่ตรวนที่รัดศิษย์สำนักจตุรทิศออกไปจนหมด ทุกคนเปิดผ้าปิดตาเห็นเสี่ยวเทียน กับซากศพกองทหารนับพัน ก็เข้ามาคุกเข่าขอบคุณทันที

    “ ไม่ต้องมากพิธี  เล่ามาเกิดอะไรขึ้น”

    “  พวกเราพอหลุดมาในมิติแห่งนี้ ก็มาอยู่ในพระราชวัง ไม่ทันที่จะทำอะไรเลยก็ถูกล่าวหาว่าเป็นพวกกบฎถูกทหารองครักษ์จับเอาไว้  พวกมันทรมานพวกเราสอบถามถึงพรรคพวกกบฏที่เหลือ ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไร  พวกมันก็ไม่เชื่อ สุดท้ายพวกมันก็ส่งพวกเรามาประหารนี่แหละ”

    เสี่ยวเทียนฟังแล้วก็เข้าใจ พวกมันกำลังหวาดระแวงว่า พวกของราชาไมนาสตัวจริงเข้ามาก่อความวุ่นวาย เลยสั่งประหารทิ้งให้หมด

    ในขณะนั้นมีชายที่แต่งกายเหมือนชาวบ้าน ก็มาชวนทุกคนให้ตามพวกเขาไป

    เสี่ยวเทียนมองปราดเดียวก็รู้เลยว่า พวกนี้คงเป็นคนสนิทของราชาไมดาสคนเก่าแน่ๆเลย พอตามพวกเขาไป ก็มีหัวหน้าพวกเขาแต่งกายเป็นชาวบ้านธรรมดาออกมาต้อนรับ

    “ พวกท่านเป็นคนของหน่วยงานใด ทำไมพวกเราไม่เคยพบพวกท่านมาก่อน”

    “ เราคือคนของ เจ้าหญิงลอเร็น พวกท่านเป็นใคร?”  เสี่ยวเทียนตรวจสอบแล้วว่าพวกนี้พูดความจริงเลยไม่อยากปิดบัง แต่ลูกศิษย์ทั้งยี่สิบคนได้แต่มองเสี่ยวเทียนด้วยสีหน้างงๆ

    “ เจ้าหญิงลอเร็นยังไม่ตายรึ?”

    “ ถูกแล้ว เวลานี้ เจ้าหญิงสบายดี ข้าถูกส่งให้มาสังหารราชาไมนาสตัวปลอม เจ้าหญิงบอกว่า มันเป็นพญางูไพธอน”

    พอเสี่ยวเทียนเอ่ยออกไป ทุกคนต่างพยักหน้าเหมือนรู้ไว้อยู่แล้ว ว่าราชาไมนาสตัวปลอมนั้นเป็นพญางู

    “ พวกเราอยากพบกับเจ้าหญิง”

    เสี่ยวเทียนเลยให้พวกเขาไปหาเจ้าหญิงลอเร็นตามที่พวกเขาต้องการ

    พอทั้งหมดไปพบ  ก็แสดงความดีใจ และรีบทำความเคารพองค์หญิง เสี่ยวเทียนไม่สนใจ เดินออกมาพบกับ ศิษย์ร่วมสำนักทั้งยี่สิบคน

    “ พวกเจ้าค้นพบอะไร  ในแผนที่ค้นหาสมบัติ บ้าง?”

    เสี่ยวเทียนรู้ว่า ทุกกลุ่มนั้น จะมีแผนที่ สำหรับค้นหาสมบัติ กลุ่มละ 1 แผ่นที่สำนักมอบเอาไว้ให้ ทุกคนกางแผนที่ให้เสี่ยวเทียนดู พบว่า มีจิตเทพเจ้า มีพลังระดับสูงอยู่ใน วังหลวง คงเป็น ดวงจิต ของเทพอพอลโล ที่อยู่ในร่างเจ้าไพธอน

    ส่วนจิตเทพอื่นๆ นั้น ต่างก็มีอยู่ นอกเมืองเสียเป็นส่วนใหญ่ มีดวงจิตเทพพฤกษา  กับ ดวงจิตเทพวารีสุ่ยเซียน ที่ทิ้งเอาไว้ให้ เสี่ยวเทียนให้พวกเขาแยกกันไปค้นหา  ส่วนตัวเขาจะเข้าไปในวังหลวงเอง

    เสี่ยวเทียนกลับเข้ามาหาเจ้าหญิงลอเร็น คนที่เหลือต่างมาขอบคุณเสี่ยวเทียนที่ช่วยเจ้าหญิงเอาไว้แล้วบอกการเคลื่อนไหวของราชาไมนาสว่า

    “ เวลานี้ ราชาไมนาส กักตนอยู่ที่ในห้องฝึกตน ได้ 3 วันแล้ว มีทหารคนสนิทเฝ้ายามเอาไว้  หากท่านคิดจะจัดการมัน เวลานี้น่าจะเหมาะสมที่สุด  หากท่านจัดการพญางูไพธอนนี้ได้ ก็ส่งสัญญาณพลุออกมา พวกเราจะนำกำลังทหารที่ยังภักดี ต่อราชาไมนาส เข้าควบคุมวังหลวงทันที”  ขุนพลคาลวิน ที่เป็นหัวหน้าคนทั้งหมด กล่าวกับเสี่ยวเทียน และหวังว่าเสี่ยวเทียนจะจัดการกับ พญางูยักษ์ตนนี้สำเร็จ

    “ น้องชาย หากเจ้าสังหารมันได้ ต้องรีบนำดวงจิตเทพของข้ามาโดยเร็วที่สุด มิเช่นนั้น หากสภาเทพ ส่งทหารสวรรค์มา มนุษย์ทั้งหมดนี้ ต้องเป็นอันตรายอย่างแน่นอน”  เทพอพอลโลเอ่ยเตือน   เสี่ยวเทียนพยักหน้า  แล้วออกเดินทางไปที่  วังหลวงที่อยู่ของ พญางูไพธอนทันที……

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน