บทที่ 51 ดาวรุ่ง ER กับ สาวผู้ร่ำรวย
แน่นอนว่าผลลัพธ์เป็นไปตามดั่งที่ทุกคนคาดไว้
หานชิงอวี่ในฐานะผู้คว้ามงกุฎก็ได้รับการบูชาจากคนในแผนกจำนวนมาก
ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็ได้เห็นทักษะของหานชิงอวี่กับตาแล้วจริง ๆ ไม่เพียงแต่ได้เห็นมันเท่านั้น แม้แต่หัวหน้าแพทย์และผู้อำนวยการแผนก รวมถึงคณบดีของโรงพยาบาลทั้งหมด ใครบ้างที่ไม่คิดว่าการปฏิบัติการของอัจฉริยะหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าจะเก่งนำหน้าคนรุ่นก่อนขนาดนี้?
ขณะที่ทุกคนกำลังเก็บข้าวของอยู่นั้น พวกเขาก็ถอนหายใจต่อปีศาจใหม่คนนี้
แม้ว่าสำหรับคนไข้และผู้นำโรงพยาบาล การมีบุคคลเช่นนี้ในโรงพยาบาลจะเหมือนกับมีเทวดาตัวน้อยเพิ่มมาอีกหนึ่งคน แต่ในสายตาเพื่อนร่วมงาน การมีคนใหม่ที่น่าเหลือเชื่อในรุ่นเดียวกันแบบนี้ ก็เหมือนตัวเองเจอปีศาจตนหนึ่งนั่นแหละ
แต่เห็นได้ชัดว่าหลี่หยางไม่ใช่หนึ่งในนั้น
ในฐานะเพื่อนร่วมชั้นในมหาวิทยาลัยของหานชิงอวี่ ตอนอยู่ในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยเคยเจอกับการหักล้างแนวคิดขั้นสูงของหานชิงอวี่แบบนี้นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ตอนนี้ยิ่งหานชิงอวี่มีระบบ ความสามารถของเขาจึงยิ่งแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แต่หลี่หยางได้สร้างเกราะแห่งความอดทนไว้ก่อนแล้ว เมื่อเผชิญหน้ากับหานชิงอวี่ที่เพิ่งตอบคำถามทั้งหมดถูกต้องราวกับเทพเจ้าแห่งสงคราม ในใจเขามีเพียงความภูมิใจ รวมถึงเอ่ยแซะเฉินฟาเบา ๆ
“พี่อวี่ เมื่อกี้พี่โคตรเจ๋งเลย ไม่อย่างนั้นจะเป็นความหวังของทั้งหมู่บ้านในแผนกเราได้ไงเนอะ ขนาดเฉินฟารู้แนวคำถามล่วงหน้า กลับไม่เข้าใจคำถามด้วยซ้ำ มันโคตรตลกเลยจริงๆ…”
หลังจากที่หานชิงอวี่ออกจากแผนกฉุกเฉินไปได้สักพัก ในวันที่ต้องร่วมงานกับเฉินฟา เขาก็ถูกคนที่เกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนี้รังเกียจไม่น้อย
ไม่ใช่สิ
ที่ถูกน่าจะเป็นคนทั้งแผนกรังเกียจเขาต่างหาก
ปกติหากว่าใครอาศัยความสัมพันธ์ของคนอื่นทำแบบนี้ คงถูกรายงานและไล่ออกไปนานแล้ว แต่เฉินฟาดันเป็นหลานชายของหมอเฉินกั๋วกวง และในแผนกหมอเฉินกั๋วกวงก็เป็นคนใจดี มีคนจำนวนไม่น้อยได้รับความช่วยเหลือจากนายแพทย์รุ่นใหญ่ ดังนั้นพวกเขาจึงยอมหลับหูหลับตาเมินเฉยต่อสิ่งที่เฉินฟาหลานชายของเขาทำ
ตอนนี้หานชิงอวี่กลับมาแล้ว และเขาก็ได้ตบหน้าเฉินฟาอีกครั้งอย่างงดงาม แล้วทุกคนในแผนกจะไม่บูชาเขาได้อย่างไร?
ขณะที่หลี่หยางและหานชิงอวี่ก้าวไปข้างหน้าไกลออกไปเรื่อย ๆ สิ่งที่พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นก็คือที่ด้านหลังนั้นมีเงาร่างหนึ่งกำลังจ้องมองทั้งสองจากระยะไกลด้วยสายตามุ่งร้าย
นอกจากเฉินฟาที่เพิ่งเดินออกจากออฟฟิศแผนกเมื่อกี้ ยังจะมีใครอีก
ตอนนี้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำไปหมด และเขาก็ใกล้ระเบิดเต็มที่แล้ว
เขาแอบบ่นในใจว่าโลกช่างกลมจริง ๆ ทำไมถึงต้องเป็นหานชิงอวี่และหลี่หยางสองคนนี้อีกแล้วที่ทำแผนของเขาพัง แถมยังกล้าหัวเราะเยาะเขาแบบนี้
นี่คือจุดที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับเฉินฟาผู้ที่มีความสามารถต่ำเตี้ยเรี่ยดิน มีความหยิ่งผยองสูงส่งเสียดฟ้าอย่างไม่ต้องสงสัย
ดังนั้นขณะที่เฉินฟากำลังคิดที่จะเดินออกไปนอกโรงพยาบาล เขาสาปแช่งและคิดอยู่ในใจว่า พวกแกสองคนอย่าได้พลาดมาตกอยู่ในน้ำมือของเขาเชียว ไม่อย่างนั้นจะต้องเจอดีอย่างแน่นอน
ขณะที่เฉินฟากำลังบ่นอยู่ในใจ จู่ ๆ ก็มีโอกาสปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
ตอนที่เฉินฟากำลังเตรียมจะเดินออกจากโรงพยาบาลนั้น มันดูจะเป็นการเดินผ่านบุคคลที่สวนไปมาที่ดูธรรมดา แต่กลับทำให้เขาชะงักไปชั่วขณะ ใบหน้าที่เดินสวนเขาไปเมื่อกี้พลันปรากฏขึ้นในใจ ทำให้เฉินฟาต้องเอี้ยวตัวมองและตรวจสอบทันทีโดยไม่รู้ตัว
เมื่อมองเห็นใบหน้านั้นถนัดขึ้น ดวงตาของเฉินฟาก็เป็นประกายขึ้นมา เขาเห็นเศรษฐินีที่แอบถ่ายรูปในหมู่บ้านวันนั้น ในเวลานี้กำลังเดินเข้าไปด้านในของโรงพยาบาล
ด้วยเสียงที่ดังก้องอยู่ในหัวของเขา ตอนนี้เฉินฟาก็ตกอยู่ในอาการตื่นเต้น เพราะในความคิดของเขา เธอคือเศรษฐินีที่เลี้ยงหานชิงอวี่คนนั้น เธอมาถึงโรงพยาบาลศูนย์แบบนี้จะต้องมาตามหาหานชิงอวี่แน่ ๆ เลยใช่ไหม?
แม้ว่าเขาจะรู้ว่าหานชิงอวี่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลไป แต่เฉินฟาก็ยังแอบตามไปอย่างเงียบ ๆ
ถึงอย่างไรหานชิงอวี่เพิ่งทำให้เขาไม่พอใจ ถ้าเขาตามไป ไม่แน่อาจจะได้ถ่ายเบาะแสบางอย่าง และทำให้หมอนั่นรู้สึกขายขี้หน้าในโรงพยาบาลก็ได้
เรื่องราวครั้งที่แล้วทำให้เกิดความวุ่นวายเล็กน้อยในแผนกเท่านั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่มีชนวนจุดระเบิดหรือด้วยเหตุผลอื่นที่จะช่วยทำให้เรื่องมันใหญ่ขึ้น
ความร้อนแรงของเรื่องนี้จึงเริ่มหายไปเองภายในไม่กี่วัน
แต่ตอนนี้เศรษฐินีมาถึงโรงพยาบาลแล้ว เขาจะต้องเล่นหัวข้อนี้สร้างเป็นข่าวใหญ่ให้ได้
แต่สิ่งที่เฉินฟาไม่รู้ก็คือ ผู้หญิงตรงหน้าที่เขามองว่าเป็นเศรษฐินีชื่อว่าอวี๋ฟาง เป็นแม่ที่หานชิงอวี่หลีกเลี่ยงเหมือนโรคระบาด แม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่ร่ำรวยจริง ๆ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหานชิงอวี่ยังน่ารังเกียจน้อยกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
ที่เธอมาโรงพยาบาลครั้งนี้ เพียงเพื่อหารือกับโรงพยาบาลเกี่ยวกับปัญหาความร่วมมือครั้งที่แล้ว
แต่ทั้งหมดมาจากมุมมองของเฉินฟา ซึ่งความจริงไม่เป็นเช่นนั้นเลย เมื่อเห็นว่าอวี๋ฟางไม่ได้เลือกที่จะเข้าไปในตึกฉุกเฉิน แต่เลือกที่จะเข้าไปในตึกอำนวยการของโรงพยาบาลที่อยู่ข้างกันแทน เฉินฟาก็นิ่งงันในตอนแรก จากนั้นก็ยิ่งรู้สึกลิงโลดอย่างมาก
ดูเหมือนว่าครั้งนี้เศรษฐินีของหานชิงอวี่มาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ไม่เพียงแต่มีเรื่องเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องใหญ่ด้วย!
สุดท้ายก็ไม่มีบุคคลภายนอกในโรงพยาบาลคนไหนไม่มาหาหมอบ้าง
ไม่ว่าจะไปที่ห้องฉุกเฉินหรือคลินิกผู้ป่วยนอก ในการตรวจร่างกายก็ต้องไปที่แผนกตรวจร่างกายเฉพาะทางและตึกปฏิบัติการ และแม้ว่าจะไปเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาลก็ควรไปที่แผนกผู้ป่วยใน
แล้วทำไมเศรษฐินีตรงหน้าคนนี้ถึงเดินตรงไปที่ตึกอำนวยการทันทีที่เข้ามาในโรงพยาบาล?
เป็นไปได้ไหมว่าเป็นเพราะมีปัญหาความสัมพันธ์กับหานชิงอวี่? เศรษฐินีจึงมาสร้างปัญหาในโรงพยาบาล จนทำให้หานชิงอวี่ไม่มีทางที่จะได้ทำงานนี้ต่อไป?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฉินฟาอดไม่ได้ที่จะเร่งความเร็วเท้า ตามหลังอวี๋ฟางอย่างไม่ลดละ
จนกระทั่งเห็นอวี๋ฟางเดินเข้าไปในห้องทำงานของคณบดี เขาก็ตกตะลึงจนตาค้างแล้วรีบถ่ายรูปและบันทึกเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือ
ตอนนี้ในใจของเฉินฟา เต้นโครมครามเสียงดังไม่เป็นรองกว่าคลื่นที่โหมซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง
ตามบทละครที่เล่นอยู่ในหัวของเขา อวี๋ฟางน่าจะเข้าพบเบื้องบนเพื่อร้องเรียนต่อหน้าอย่างเช่น เรื่องที่หานชิงอวี่หลอกลวงเธอ
แต่ตอนนี้ อวี๋ฟางหาห้องทำงานของคณบดีเจอได้อย่างง่ายดาย และดูเหมือนจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคณบดี
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ในเวลานี้ ฉากดราม่าสะเทือนอารมณ์ก็ผุดขึ้นมาในใจของเฉินฟาอย่างต่อเนื่อง
แม้แต่แผนการเล็ก ๆ ที่เป็นไม่ได้ก็ปรากฏอยู่ในใจของเฉินฟาทุกอย่าง
แต่ในเวลานี้ประตูห้องทำงานของคณบดีปิดลงแล้ว ส่วนเฉินฟาก็ตัดสินใจเดินออกมาโดยเร็วที่สุด ขณะที่เดินออกจากตึกอำนวยการ เขาได้โพสต์รูปถ่ายที่เพิ่งถ่ายก่อนหน้านี้ไปยังเว็บบอร์ดของโรงพยาบาลโดยไม่เปิดเผยตัวตน
ในเวลาเดียวกัน เฉินฟายังตั้งหัวข้อที่จะทำให้ได้รับความนิยมสำหรับโพสต์นี้ด้วย
#ดาวรุ่ง ER เรื่องที่สาวผู้ร่ำรวยและคณบดีต้องพูด