บทที่ 11 เสี่ยวหน่วนเป่าเป็ดาวนำโชค
เซียวหยวนหลางหายใจออกช้า ๆ ถนนที่เป็หลุมเป็บ่อทำให้สมองเขาคิดอะไรไม่ออก
พวกมันคือหมาป่า และเป็หมาป่าที่ช่วยพวกเขา อีกทั้งพวกมันยังมาส่งกลับถึงบ้าน หมาป่าพวกนี้… ดูเหมือนจะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
เซียวหย่งฝูเองก็สับสน ผนวกกับแรงสั่นะเืจากเกวียนที่นั่ง จึงทำให้เ้าตัวมึนงงไม่ต่างกัน ครั้งที่แล้วเป็เพราะมีหญิงตั้งครรภ์อยู่ด้วย พวกหมาป่าก็คงรู้ เพราะครั้งนั้นถึงจะลากแบบรวดเร็ว แต่ก็มั่นคงกว่านี้มาก
แต่ครั้งนี้ทุกอย่างราวกับเป็เื่ตลก ทำให้ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความงุนงง
“เ้าเอาผ้าไปให้ซิ่วหงเถอะ”
เซียวหย่งฝูยัดผ้าฝ้ายห่อกระดาษน้ำมันใส่อ้อมแขนของลูกชายแล้วผลักเขาออกไป ส่วนตนเองลากเกวียนกลับบ้านแยกไปอีกทาง
เซียวหยวนหลางเดินใจลอยมาถึงหน้าประตูบ้านของหลิวต้าหย่ง ก่อนที่จะทันได้เข้าไป เด็กหนุ่มก็ได้ยินเสียงของหลิวต้าหย่งก่นด่าอยู่ในลานบ้าน
“แม้กระทั่งลูกชายยังไม่สามารถมีให้ได้ ยัง้าโน้น้านี่จากข้าอีก ดีจริง ๆ บ้านนี้มีแต่คนไร้ค่า!”
“ไหนจะนางตัวดีนั่นอีก ข้ามีความสามารถแค่ไหนที่ให้เซียวหยวนหลางมาแต่งกับเ้าได้”
เมื่อได้ยินชื่อตนเอง เซียวหยวนหลางก็หยุดฝีเท้า แต่เขาไม่อยากจะฟังไปมากกว่านี้ จึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป
เซียวหยวนหลางแสร้งทำเป็ว่าเขาไม่เห็นหลิวต้าหย่งทุบตีภรรยาและลูก ๆ “ข้าเพิ่งเข้าไปในเมืองมา เลยซื้อผ้ามาฝากซิ่วหงขอรับ”
เขาวางห่อกระดาษน้ำมันไว้ในมือของหลิวซิ่วหงและหันหลังเดินออกไป
แต่ทันใดนั้น จู่ ๆ หวังซื่อ มารดาของหลิวซิ่วหงที่เพิ่งถูกตีก็รีบจัดผมเผ้าแล้วเอ่ยถาม “่นี้ไม่ค่อยเห็นแม่ของเ้าเลย พวกเ้าก็หมั้นหมายกันมานานแล้ว บ้านเ้าเตรียมจะจัดงานแต่งกับซิ่วหงเมื่อไรเล่า”
เซียวหยวนหลางใกับคำพูดที่กะทันหันเช่นนี้ “ท่านแม่เพิ่งให้กำเนิดน้องชายและน้องสาวเมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนนี้อยู่ใน่อยู่ไฟหลังคลอดขอรับ”
เมื่อหวังซื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายคลอดบุตรชายอีกคน และต้องอยู่ไฟอย่างจริงจัง
ในขณะที่ตนต้องถูกทุบตีเพราะให้กำเนิดบุตรสาว ดวงตาของนางก็เต็มไปด้วยความอิจฉา ใบหน้าผอมเรียวบิดเบี้ยวเล็กน้อย
หลิวต้าหย่งเม้มริมฝีปาก “แม่ของเ้าให้กำเนิดลูกแฝดหรือ”
เดิมทีเซียวหยวนหลางไม่อยากที่จะเสวนากับคนพวกนี้เท่าใดนัก แต่เมื่อนึกถึงน้องสาวคนเล็ก รอยยิ้มอันอบอุ่นก็ประดับบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม
“ใช่แล้วขอรับ ท่านแม่ของข้าให้กำเนิดน้องสาวด้วย นางน่ารักมาก ทั้งยังเฉลียวฉลาดไม่น้อยเลย”
เมื่อเซียวหยวนหลางพูดถึงน้องสาว สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรักใคร่จนทำให้หลิวซิ่วหงรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
ผิดกับผู้เป็พ่ออย่างหลิวต้าหย่งที่กล่าวด้วยความรังเกียจ “เหอะ! ในบ้านเ้าอาจถือเป็เื่ยินดี แต่ถึงอย่างไรก็เป็เพียงคนไร้ค่า หยวนหลาง ข้าอยากให้เ้ารีบตบแต่งกับซิ่วหงในเร็ววัน”
เซียวหยวนหลางไม่คิดว่าระหว่างทั้งสองครอบครัวจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกันเท่าใด ในใจของเขาก็ไม่ได้ชอบหลิวซิ่วหงขนาดนั้น
เพียงแค่อยากซื้อของให้นางบ้าง ในฐานะคู่หมั้นคู่หมาย เพราะเคยเห็นพ่อแม่ของตนแสดงความรักต่อกันก็เท่านั้น
รอยยิ้มของเด็กหนุ่มจางลงและกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า “น้องสาวของข้าแน่นอนว่าต้องดีที่สุด อย่าให้ข้าได้ยินอย่างเื่ไร้สาระเช่นนี้อีก ส่วนเื่แต่งงานพวกท่านก็ไปคุยกับพ่อข้าเถอะ”
พูดจบเด็กหนุ่มก็หันหลังจากไป หลิวต้าหย่งดวงตาแดงก่ำไม่คิดว่าคำพูดของตนจะถูกตอกกลับเช่นนี้ “ไอ้เด็กเวรนี่ สักวันมันจะต้องมาขอร้องข้า!”
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าคำพูดของเซียวหยวนหลาง ทำให้ดวงตาของหลิวซิ่วหงดับแสงลงด้วยความอิจฉา
……
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น เหล่าน้องชายของเซียวหยวนหลางก็วิ่งออกไปยิ้มรับ “พี่ใหญ่เอาของไปให้พี่สะใภ้มาหรือ?”
“ทำไมพี่สะใภ้ถึงไม่ได้มาด้วยล่ะ”
แต่ก่อนเขามักจะหน้าแดงเวลากล่าวถึงเื่เช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เซียวหยวนหลางก็ด้านชาขึ้นมาก
เมื่อเหล่าน้องชายเห็นสีหน้าพี่ใหญ่ พวกเขาก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่ แล้ววิ่งไปดูของที่ซื้อมาวันนี้
เมื่อเดินเข้าไปในบ้าน ก็เห็นมารดาถือผ้าเทียบกับเซียวหน่วนหยางด้วยสีหน้ารักใคร่เอ็นดู
เซียวหยวนหลางเห็นเสี่ยวลิ่วนอนหลับสนิท แต่เ้าก้อนแป้งยังตื่นมองเขาตาแป๋ว เด็กหนุ่มจึงค่อย ๆ อุ้มเด็กน้อยขึ้นมาอย่างระมัดระวัง “เสี่ยวหน่วนเป่าของพวกเรามีแววตาสดใสมากจริง ๆ”
เมื่อถูกพี่ใหญ่กอด เ้าก้อนแป้งก็โบกมือเล็ก ๆ อย่างมีความสุข
หลินซื่อหัวเราะชอบใจที่เห็นลูกชายคนโตหยอกล้อกับน้องสาว แต่ทันใดนั้นนางก็สังเกตเห็นสีหน้าของลูกชายดูไม่สู้ดีนัก
นางเก็บผ้าแล้วพูดขึ้น “หลิวต้าหย่งทำให้เ้าลำบากใจหรือ?”
เมื่อได้ยินมารดาเอ่ยถาม เ้าก้อนแป้งก็สังเกตเห็นสีหน้าหม่นแสงของพี่ใหญ่เช่นกัน
เมื่อครู่นางได้ยินแล้วว่าครอบครัวนี้เป็ใคร ถ้าพวกเขาไม่ใช่คนดี นางจะหาพี่สะใภ้คนใหม่ให้กับพี่ใหญ่อย่างแน่นอน!
กำปั้นเล็กโบกไปมาที่ใบหน้าของพี่ใหญ่ เซียวหยวนหลางจับมันไว้ และจูบเบา ๆ
พลางโยกตัวกล่อมเ้าก้อนแป้งจนสีหน้าดีขึ้น
เซียวหยวนหลางหวนนึกถึงคำพูดหลิวต้าหย่งที่กล่าวถึงน้องสาวของเขา เด็กหนุ่มรู้สึกจมดิ่ง ก่อนเขาจะตอบไปเสียงเรียบ ๆ “ไม่มีอะไรขอรับ ท่านพ่ออยู่ที่ไหนหรือ”
“เมื่อครู่ข้าเพิ่งคุยกับพ่อเ้าเื่จะหาคนมาซ่อมบ้าน หลังจากนั้นพวกเราค่อยจัดงานเลี้ยงฉลองครบหนึ่งเดือนของหน่วนเป่าและเสี่ยวลิ่ว”
หลังจากหลินซื่อพูดจบ เซียวหยวนหลางก็พยักหน้ารับ
“จัดงานเสร็จเมื่อใด พ่อเ้าจะส่งเ้าไปร่ำเรียนที่สำนักศึกษาซวนหยาง”
เมื่อเซียวหยวนหลางได้ยินเช่นนั้น เขาก็พยักหน้าอีกครั้ง ก่อนจะชะงักไป ค่อย ๆ หันไปมองมารดาด้วยดวงตาเบิกโพลง
“ท่านแม่…”
หลินซื่อคลี่ยิ้ม “เพิ่งได้สติหรืออย่างไร หลายปีมานี้ข้ากับพ่อเ้าผิดต่อเ้านัก ทำให้เ้าล่าช้าไปตั้งหลายปี ่นี้เ้าก็ไปขอยืมหนังสือจากพวกซิ่วไฉ*[1]ดูสักเล่มสองเล่มเถอะ สถานการณ์ในบ้านเราตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ต่อไปก็จะยิ่งดีขึ้นไปอีก”
เดิมทีพี่ใหญ่ก็มีพร์ทางด้านบุ๋นอยู่แล้ว ยิ่งมีนางอยู่ด้วย พี่ใหญ่จะต้องประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียง รับตำแหน่งใหญ่โตในราชสำนักได้แน่นอน
เ้าก้อนแป้งหัวเราะ จนน้ำลายไหลเปรอะคาง
ภาพลักษณ์ของเทพัป่นปี้หมดแล้ว ‘ฮือ!’
ท่าทางของน้องสาวทำให้ความมืดมนในหัวใจของเซียวหยวนหลางสลายหายไปสิ้น
เด็กหนุ่มกล่าวขณะโยกตัวเบา ๆ กล่อมน้องสาว “ท่านแม่ ทำไมท่านถึงบอกว่าล่าช้าเล่า ได้อยู่ข้างกายพวกท่านมาตั้งหลายปี ข้ามีความสุขไม่รู้ตั้งเท่าไร”
“ข้าคุยกับช่างอิฐและช่างไม้แล้ว พวกเขาจะเริ่มทำงานพร้อมกัน” เซียวหย่งฝูเดินเข้ามาด้วยใบหน้ามีความสุข พลางหยิบกาบนโต๊ะขึ้นมาเทน้ำใส่ปาก
หลินซื่อมีสีหน้าเป็กังวล “เหนื่อยหรือไม่”
“ไม่เหนื่อยเลย เพียงแค่พูดมากไปหน่อยเท่านั้น” เซียวหย่งฝูเช็ดปากและกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เพียงแต่เขาไม่ได้พูดว่าเมื่อครู่เดินผ่านบ้านของหลิวต้าหย่งมาแล้วเกิดมีปากเสียงกัน
หลิวต้าหย่งยังคงเดือดดาลที่เห็นเซียวหยวนหลางเดินจากไปทั้งอย่างนั้น และเมื่อเห็นว่าพ่อของเด็กนั่นเดินผ่านมา
เขาก็มองเซียวหย่งฝูด้วยสายตาดูถูก นึกเกลียดที่อีกฝ่ายมีชีวิตที่โชคร้ายย่ำแย่ขนาดนี้ แต่ยังหน้าชื่นตาบานยิ้มแย้มอยู่ได้ไม่เว้นวัน เห็นแล้วหงุดหงิดนัก!
“เหอะ! มาขอโทษข้าแทนลูกของเ้าหรืออย่างไร” หลิวต้าหย่งขวางทางเซียวหย่งฝูและพูดด้วยท่าทางเหยียดหยาม
เซียวหย่งฝูมุ่นคิ้ว เดิมทีเขาคิดจะใช้ทางลัดในการกลับบ้าน แต่กลับต้องมาเจอคำพูดไร้ที่มาเช่นนี้
“หลิวต้าหย่ง ลูกชายข้าหยวนหลางเพิ่งกลับจากเมือง เขาจึงซื้อผ้ามาให้ซิ่วหง ความสุขของลูกสาวเ้าหรือปัญหาของเ้าสำคัญกว่ากัน ลองคิดให้ดี ๆ”
หลังจากพูดจบ เซียวหย่งฝูก็ไม่ได้สนใจเขาอีก แล้วเลือกที่จะเดินจากไป
เดินมาได้ไกลแล้วกลับได้ยินเสียงะโของหลิวต้าหย่งดังไล่ตามหลังมา “เซียวหย่งฝู ลูกชายเ้าต้องนำสินสอดมาสู่ขอลูกสาวข้าห้าสิบตำลึง ไม่เช่นนั้นงานแต่งก็เป็อันยกเลิก!”
เซียวหย่งฝูเซจนเกือบจะล้ม เขาแอบถอนหายใจ รู้ดีว่าใจของบุตรชายก็เหมือนจะมีบุตรสาวบ้านนั้นอยู่ แต่ว่าครอบครัวของนาง...
หลังจากกลับมาถึงบ้าน เขาก็มองไปยังหลินซื่อซึ่งยังอยู่ไฟ แล้วเหลือบมองเซียวหยวนหลาง พลางแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตกเย็น เซียวหย่งฝูอ้าปากค้างเมื่อเห็นภรรยาพยุงผู้เฒ่าเซียวให้ยืนขึ้น ถึงขาจะสั่นเทา แต่ผู้เฒ่าเซียวก็สามารถยืนได้แล้วจริง ๆ!
“ท่านพ่อ นี่ท่าน...” เซียวหย่งฝูอ้ำอึ้งถึงกับนึกคำพูดไม่ออก
ผู้เฒ่าเซียวยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “์คงจะเห็นใจตาเฒ่าคนนี้แล้ว”
มันคือพลังของเทพัต่างหาก เ้าก้อนแป้งรู้สึกอึดอัดยิ่งนักที่พูดไม่ได้
เซียวหย่งฝูรู้สึกมีความสุขจนเหมือนกำลังล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า “โชคดีของครอบครัวเรา ์คงจะรับรู้แล้ว”
จากนั้นเขาก็อุ้มเซียวหน่วนหยางขึ้นมา “หน่วนเป่า เ้าเป็ดาวนำโชคใช่หรือไม่ มีเ้าแล้ว พ่อรู้สึกโชคดีมากจริง ๆ”
เ้าก้อนแป้งส่งเสียงอ้อแอ้ ไม่สามารถตอบบิดาได้ แต่พี่ชายทั้งสี่ตอบแทนนางหมดแล้ว
เซียวจ้งหลาง “ท่านพ่อ แน่นอนว่าน้องจะต้องเป็ดาวนำโชค”
เซียวเฉินหลาง “น้องจะต้องเป็เทพธิดาตัวน้อยแน่!”
เซียวจี้หลาง “โชคดี โชคดี!”
เซียวหยวนหลางก็ร่วมวงไปกับเขาด้วย “ใช่แล้ว หน่วนเป่าคือดาวนำโชค”
เซียวหน่วนหยางหัวเราะเสียงใส ทำเอาหัวใจของเหล่าพี่ชายละลายกันไปตาม ๆ กัน
[1] ซิ่วไฉ (秀才) คือ คือชื่อเรียกบัณฑิตที่ผ่านการสอบคัดเลือกระดับท้องถิ่น