ซึ่งก็เป็ไปตามคาด ข่าวป้าซือ ถูกขอทาน ผิวหยาบก้านทนแดดทนลม เล่นเข้าให้กลายเป็ข่าวใหญ่ โด่งดังไม่น้อยในหมู่ศิษย์สายนอกพูดคุยภายในเรือนพัก
ผู้คน เริ่มทำการคาดเดาต่างๆ นานา ว่า ว่ายเปียว เขาเปลี่ยนไปหรือเปล่า “อืมๆ” ส่วนนี้ มีใครหลายคนลอบพยักหน้า เห็นด้วยอย่างถึงที่สุด
แต่จะไม่ใช่สำหรับ จี้จิ่งเทียนที่ปิดขั้นพลัง มันถึงกับทำหน้าฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ “นี่พวกเ้า จะต้องให้ข้าลงมือเองเลยหรือไง ไอ้พวกไม่ได้เื่”
ระหว่างที่จี้จิ่งเทียน ‘พูดบ่นลูกน้องไม่ได้ความ’ เขาก็เผยอาการโกรธ ว่ายเปียว จนตัวสั่น อย่างไม่ปิดบัง ที่ไม่มีกระจิดกะใจ ปิดขั้นพลังแล้วตอนนี้
ครั้นไม่นาน ซวงเว่ย กลับมาด้วยสภาพน่าอดสู ก็จะได้รู้จากปากอีกฝ่าย ว่า ว่ายเปียว หลอกให้พวกมันกินเม็ดยาเพิ่มปราณ เข้าไป ซึ่งไม่เช่นนั้น พวกเขาไม่ได้มาอยู่สภาพ เช่นนี้หรอก
ขณะที่ซวงเว่ย รากสังขาร สะบักสะบอม ตนเองกลับเข้าห้องพัก ตอนนี้ ไม่กล้าสู้ หน้าใครในเรือนพักแล้ว
หลายคนจึงค่อยลดความหวาดกลัว ขอทาน ว่ายเปียว ลงไปได้บ้าง “ฮ่าๆ นึกว่าอีกฝ่ายลงมือเอง เสียอีก”
“ชิ! ที่แท้ก็ใช้แผนสกปรกนี่เอง อย่างไรก็ไม่ใช่ความแข็งแกร่งของตนเองซินะ…”
“แต่ก็ถึงกับส่ง เ้า ป้าซือไปยังคุกมืด ของสำนัก ได้เชียว ก็ถือว่าไม่เลว”
จี้จิ่งเทียน มองผู้คนพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ น่าจะเป็วันดี ของเขาแท้ๆ
เมื่อได้ยินเื่ของพี่ใหญ่เฉียนกวางจิน กลายเป็ศิษย์พี่ใหญ่ อันดับหนึ่ง ของสำนักมารบูรพาไปแล้ว
“หึ! ดันมีเื่เ้าขอทานตัวเหม็น มาทำให้ข้า เสียบรรยากาศ เอาเสียได้” ที่ถอนลมหายใจ ไม่สบอารมณ์ ครั้นถึงคราวตนเอง ต้องเริ่มขยับตัวเคลื่อนไหว ให้พวกโง่งม อ่อนแอ รู้จัก ความนอบน้อม ถ่อมตนบ้างแล้ว
…อีกด้านของเขตลำธาร
ว่ายเปียว รู้ว่า้าเรือนพัก จะต้องวุ่นวายไม่น้อยแน่ ครั้นเขานั่งริมลำธาร กวาดตามองอยู่นานสองนาน ที่ปล่อยเวลาไหลผ่าน จะเห็นเ้าเต่ามายา ‘ตัวเดิม’ เขาเคยเจอ
มันหงายกระดองแข็งขึ้น ตีเท้าลอยคอ มาตามสายน้ำ
“เ้าเต่าตัวนั้น!”
ว่ายเปียว มองมันก็นึกครึ้ม คิดอะไรขึ้นมาได้ ที่กล่าวต่อ “หากข้าใช้ เืสัตว์อสูรมายา มาสร้างเม็ดยา เสริมความสามารถแข็งแกร่ง เฉพาะของสัตว์อสูร จะเป็เช่นไรนะ?”
เมื่อหัวคิดแล่นพล่าน ว่ายเปียวจะพุ่งร่างจากโขดหิน ลงน้ำดัง ตูม! ที่ขับเคลื่อนฝ่ามือหัตถ์ศูนย์ ท่าทางดูประหลาด พลันเกิดแรงดึงดูด เฉพาะจุด ส่งตรงไปหา เ้าเต่าตัวน้อย
วูม! ทันใดมันเผยความตระหนก บ้าคลั่งขึ้นมา ที่ส่งเสียงขู่คำราม เล็กๆ มาใส่ว่ายเปียวแล้ว
ที่ขอทานทำสีหน้าเก้ๆ กังๆ กดเ้าเต่ามายา ไว้ภายในถุงห่อผ้าหนา ก่อนรีบรุดหน้า ไปยังถ้ำจิ้งเหลนหลังม่านน้ำตกทันที
ซึ่งตอนแรกว่ายเปียวก็ใ ไม่น้อย ที่เข้าไปยังเขตสำนัก จู่ๆ ก็มีเสียงระฆัง ผู้บุกรุก แจ้งเตือน ดังขึ้นทั่วสำนักให้ใ
นึกว่าเกี่ยวข้องกับเ้าเต่ามายา “เฮ้ย! เหมือนจะมีปัญหา เข้าให้เสียแล้วไง!” ประหนึ่งตีตนก่อนไข้ ใความผิดตนเองไปแล้ว
แต่เมื่อว่ายเปียว มั่นใจ มองเสียงระฆัง ดี ดี ไม่ใช่เพราะเขาเอาสัตว์อสูรมายา เข้าสำนัก เขาจะหน้าเลิ่กลั่ก รีบพุ่งไปป่าท้ายสำนักทันที
….ตอนแรก เ้าเต่ามายา มันเผยความหวาดกลัวไม่น้อย ที่มันถูกว่ายเปียว จับตัวไป
ทว่าทันใดเมื่อมันรับรู้อายปราณ หนาแน่น ไม่ธรรมดา ของสถานที่ถ้ำ ว่ายเปียว พามาเยือน
ดวงตาเ้าเต่า ก็เผยความลิงโลด ทอประกายขึ้นมาอย่างไม่ปิดบัง
ว่ายเปียว มองสังเกตมันตลอด ยังส่ายหัว น้อยๆ “เ้าเต่านี่เปลี่ยน สีหน้า ไว จริงๆ”
ก่อนว่ายเปียว จะฉีกยิ้ม กว้าง กล่าวความตั้งใจของเขาออกมา ขณะเห็นมันเริ่มไปกัดแทะสมุนไพร ที่เขาเอามาปลูกแล้ว
ซึ่งคล้ายว่าเ้าเต่ามายา มันจะเข้าใจภาษาว่ายเปียวพูดคุยไม่น้อย “ข้า้าเืของเ้า มาสร้างสูตร ปรุงยา แบบใหม่ของข้า นี่คือข้อตกลง”
ทันใดที่ว่ายเปียว กล่าวเขาจะเหยียดยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้ง ที่ถูมือถูไม้ ราวกับเป็คนชั่วช้า
เ้าเต่าคล้ายร้องเสียงหลง หึ! ขึ้นมาในลำคอ เล็กๆ ที่มันเผยความไม่จำยอม เท่าใดนัก ที่จะตกลงกับมนุษย์
ทว่า จู่ๆ มันเชิดหน้าขึ้นด้วยความผยอง เ้าเต่ามายา มันจะเปลี่ยนท่าทีของมันไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นจิ้งเหลนสีทอง ผ่านปรายหางตาของมัน
พลันหน้าถอดสี เหงื่อแตกพลั่ก หลบดวงตาคู่คมของมันกลับมา
แล้วร้อง งิ้งๆ เป็หมาน้อยออกมา เบาๆ แล้ว ที่ว่ายเปียว วางถ้วยชามเก่าแตก ให้มันใส่เื
เ้าเต่า ประหนึ่งว่ามันหวาดกลัว ไม่กล้าเหลือบมอง ไปบนเพดานที่ปรากฏสายตาคมกล้า จากเ้าจิ้งเหลนทอง มันได้แต่ทำหน้าจำยอมแล้ว
ว่ายเปียวระหว่างรอให้มันมอบหยดเื เขาจะหมุนวาดฝ่ามือ หัตถ์ศูนย์ ปรุงยาเพิ่มปราณแบบใหม่ไปพลางก่อน
ขณะที่้าปรับปรุงเม็ดยาเพิ่มปราณ ปะทุพลังขึ้นมา แม้จะไม่ได้กินเม็ดยาก็ตาม
เมื่อเคยอ่านเจอสมุนไพร ที่อยู่ั้แ่แรกเริ่มภายในถ้ำ ไปสอดคล้องที่ร้านขายยา เขาเคยอ่านเจอ ชื่อต้นสมุนไพรแสงจันทร์ มีฤทธิ์เย็น ไม่ใช่ของราคาสูง แต่ก็ไม่ได้หาซื้อทั้งต้น มาได้ ง่ายๆ
ว่ายเปียวก็คิดจะใช้มันห่อหุ้มเปลือกเม็ดยาะเิปราณด้านในไว้ ซึ่งยางของสมุนไพรแสงจันทร์ มีฤทธิ์อายเย็นเข้มข้น น่าจะช่วยกักปราณพลังด้านในตัวยาได้ดี
แต่เมื่อใด ัั เจอการเปลี่ยนแปลงอากาศ มั่นใจได้เลยว่า ต้องะเิ ตูมตาม อย่างแน่นอน
คิดแล้วว่ายเปียว ก็จะนึกสนุกอยู่คนเดียวแล้ว ที่ได้ะเิพวกศิษย์พี่
ซึ่งระหว่างปรุงเม็ดยาเล่นไปหลายเม็ด ผิดพลาดไปก็หลายหน…แต่ในที่สุด ก็เกิดความน่าพึงพอใจ
ที่ว่ายเปียว มองเม็ดยาสีขาวนวล ในฝ่ามือ หมุนปราณพลัง ปลดปล่อยฤทธิ์ไอเย็น แผ่ซ่านออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เขาจะรีบเก็บเม็ดยา เข้าขวดใส่ยาไปอย่างรวดเร็ว
ครั้นเห็นการเปลี่ยนแปลง เมื่อเจอสภาพอากาศที่แตกต่าง “ดี!”
ทันใด ว่ายเปียวกำลัง คลี่ยิ้มด้วยความยินดี กับเม็ดยาเพิ่มปราณ แบบใหม่
จู่ๆ เขาจะเปลี่ยนสีหน้าเป็เคร่งเครียด ปนความตระหนก ใขึ้นมาในเวลาเดียวกัน
“หืม! แรงกดดันนี้มันของ ท่านผู้าุโ ไม่ใช่หรือ เกิดอะไรขึ้นกัน?”
ว่ายเปียวที่วางทุกอย่างลง ยังรับรู้ ถึงการมาเยือนของผู้าุโ ระดับขั้นพลังไม่ธรรมดา กำลังตรงมาที่นี่
“ได้อย่างไรกัน หรือข้าทำอะไรผิดไป…” เมื่อเตรียมก้าวฝีเท้าออกไป แอบชำเลืองดู สถานการณ์เบื้องหน้าให้แน่ใจ
ด้านนอก ใกล้น้ำตกมีการเคลื่อนไหว ว่ายเปียวหางตากระตุก ถี่ๆ เมื่อเห็นร่าง หลินเอ๋อร์ เด็กสาวข้างห้องตอนนี้ นาง สะบักสะบอม เสื้อผ้าขาด เผยรอยดำไหม้ตามตัว ดูไม่จืดเชียว
“ดูท่าจะาเ็ไม่น้อย เลยซินะ” ว่ายเปียว ที่คิดปล่อยผ่านหลินเอ๋อร์ เขาพลันต้องกัดฟัน อดไม่ได้ที่จะพุ่งตัวออกไป ทะลุม่านน้ำตก ที่ดึงตัวอีกฝ่ายเข้ามา
“ฉู่! เ้าอย่าเสียงดังไปเชียว!” ที่ว่ายเปียวอุดปาก นางไว้แน่น
พวกเขามองตากันได้ คล้ายเข้าใจ ที่ลอบมองสายตาผู้าุโ ทั้งสองด้านนอกม่านน้ำตก
กำลังมองมาจากมุมมองสูง้า ด้วยสายตาคู่คมกวาดผ่าน ปลดปล่อยพลังกล้าแกร่ง ดุดันอันตรายออกมาทั่วแผ่น ร่างกายแข็งแกร่งพวกเขา
ชุดคลุมผู้าุโที่ดูแปลกตา ปลิวไสว ไม่เหมือนของสำนักมารบูรพา ที่ว่ายเปียวเคยเห็น
“เมื่อครู่มีการเคลื่อนไหวแถวนี้ ไม่ใช่หรือ? …หรือว่าจะหนีหายเข้าไปด้านในป่าท้ายสำนักแล้ว”
ชายวัยกลางคนอีกคน พยักหน้า เ็า ที่ปลดปล่อยปราณจิตตรวจสอบ ก่อนจะพุ่งเหาะทะยานร่าง ดั่งเงาพราย ไปยังเขตเหนือน้ำตก ที่อันตรายของป่าท้ายสำนัก
วูม!
หลินเอ๋อร์เบิกตากว้าง เมื่อเห็นว่ายเปียว ในระยะประชิด ขณะถูกกดร่างไว้กับผนังถ้ำ “เ้ามาอยู่ที่นี่ ได้อย่างไร ขอทาน?”
ซึ่งยังไม่ทันขาดคำ ปากซีดขาวหลินเอ๋อร์ กระอักเืสดออกมาคำโต นางจะสลบเหมือดลงไป จากอาการาเ็สายฟ้าผ่าฟาดร่างลงมา ซ้ำๆ
เวลาไหลผ่านไปอย่าง ช้า ๆ
หลินเอ๋อร์ เปิดเปลือกตา ตื่นขึ้นมาอีกที ท่ามกลางรูแสงจันทร์สาดส่องตกกระทบเนินดินลงมา
นางก็เห็นว่ายเปียวกำลังปรุงยา แบบใช้เทคนิคไร้เตา ส่วนนี้ทำให้หลินเอ๋อร์ ทำหน้าโง่งม ดู ใอยู่ไม่น้อย
ซึ่งอย่าลืมว่าผู้จะปรุงยาโอสถได้ ต้องมีความเข้าใจอะไรหลายอย่าง แต่ว่ายเปียว เป็ขอทาน ที่ไม่สลักสำคัญ ทำไมถึงปรุงยาได้ ส่วนนี้นางคิดจนหัวหมุน ก็คิดไม่ออก จริงๆ
ว่ายเปียว รู้ว่านางตื่นแล้ว เขาลอบเผยรอยยิ้มละไม เล็กๆ “ข้าไม่รู้หรอกนะ เ้าไปทำอะไรมาหลินเอ๋อร์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าคนบุกรุกสำนัก คงจะเป็เ้า ซินะ!”
หญิงสาวได้ยิน ลอบแอบจับไปที่สาบเสื้อ คล้ายเกิดความไม่ไว้วางใจ ว่ายเปียว ขึ้นมา ‘เ้าเด็กขอทาน นี่’
ทว่าหลินเอ๋อร์ ก็ต้องขมวดคิ้ว หน้ายุ่ง ที่มีดสั้น ของนางไม่มีอยู่แล้ว ‘ได้อย่างไรกัน’ ที่จ้องเขม็ง ไปมองอีกฝ่าย
ว่ายเปียว กลั้วหัวเราะ เล็กๆ “เ้าหามีดงั้นหรือ มันอยู่ตรงนั้นไง หลินเอ๋อร์” ขณะเผยความกวนๆ รู้นาง คิดอะไรอยู่ ที่อยากจะปิดปากเขา
เมื่อชี้นิ้ว ออกไปที่มีดสั้น
ว่ายเปียว จะกล่าวออกมาอีกครั้ง “หลินเอ๋อร์ เ้าคงไม่คิดว่า ข้า ภักดี กับสำนักมาร แห่งนี้หรอกกระมัง?”
“แม้ไม่ได้เกลียด แต่ข้าก็ไม่มี ความคิดทำเพื่อสำนัก อยู่ดี”
หลินเอ๋อร์ หน้าซีดขาว ราวกระดาษขาดเื ที่ปราณจิตเสียหาย คล้ายลดความกังวลลงไปไม่น้อย ที่ได้ยินคำพูดของขอทาน
นางจะเล่าเื่ อดีตสำนักมารบูรพารุ่นก่อน ที่เป็คนเก่งกล้าสามารถ ชนิดชื่อเสียง แผ่ขจรขจายไปทั่วหล้า เ้าสำนักท่านนั้น ให้ว่ายเปียว รับฟัง
ซึ่งอีกฝ่ายชอบศึกษาวิชา ตำรากลุ่มมหาอำนาจอื่นๆ แถมเขาเป็หนุ่มหล่อ เ้าสำราญ ไปที่ไหน มักทำให้ศิษย์หญิง รักหลง เป็เื่ธรรมดา ยิ่งเื่ความเสเพล เสือผู้หญิงด้วยถือว่า เป็มารร้ายที่หนึ่ง จึงสร้างความโกรธแค้น ออกไปทั่วใน่ชีวิตของเขา
ว่ายเปียวมองไปที่ หลินเอ๋อร์ คล้ายแน่ใจนางไม่ได้พูดโกหก จะถามกลับบ้าง “แล้วเ้าสำนักเก่งกาจคนนี้ เขาไปไหนแล้วล่ะ หากเขาเก่งกาจเช่นนั้น”
“ข้าก็ไม่รู้ แต่เขาหายสาบสูญ จากการหนีการไล่ล่า กลุ่มมหาอำนาจยิ่งใหญ่ ทำให้สำนักมารบูรพา ตอนนี้ตกต่ำไม่น้อย ใน่100ปี ให้หลังมานี่”
“ซึ่งสำนักมารบูรพา ไม่ช้า จะถูกหลายมหาอำนาจ เคยมีเื่บาดหมางกับพวกเขา รุมทึ้ง แบ่งกันกัดกินเืเนื้อแน่”
ว่ายเปียว หรี่ตา ลองหยั่งเชิงหลินเอ๋อร์ ดู “เ้าก็คงเป็หนึ่งในกลุ่ม มหาอำนาจ นั้นด้วย ซินะ!”
ส่วนหลินเอ๋อร์ได้ยิน นางไม่ได้ปฏิเสธในคำพูดของว่ายเปียว
ขณะนางเดินกะเผลก มาเอามีดสั้น แล้วนั่งไม่ห่างจาก ว่ายเปียว แววตาทอแสงประกายหลากหลายอารมณ์ ความรู้สึกของนางขึ้นมา
ซึ่งบอกว่ายเปียว ว่า เ้าไม่รู้เื่อะไร น่าจะเป็เื่ดีที่สุด ที่เคลื่อนโคจรพลัง รักษาไปพลาง
ว่ายเปียว เผยสายตาเล็กแคบ ไม่รู้เนื่องด้วยอะไร จู่ๆ เขาอ่านสถานการณ์ ขึ้นมาได้ เสียดื้อๆ ที่ไม่ได้ถามอะไร หลินเอ๋อร์ต่อ เื่ท่านเ้าสำนักคนก่อน…