เงียบทุกอย่างมันดูเงียบสงบเกินไปเงียบจนน่าสงสัย
หลายวันมานี้อิงอิงััได้ว่าชีวิตของนางมันดูราบเรียบเงียบสงบอย่างประหลาดคนของเซี่ยชิงเทียนที่คอยจับตามองนางอยู่ก็ดูเหมือนว่าจะหายไปส่วนเ้าตัวเองก็ไม่ได้มายุ่งวุ่นวายหรือโผล่หัวมาหาเื่นางอีก
ซึ่งมันดูไม่ค่อยปกติสักเท่าไหร่เขาดูจะโกรธนางมากมายเพียงนั้นแต่กลับยอมรามือไปง่ายๆ มันดูไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลยแม้มันจะเป็เื่น่ายินดีที่พ่อพระเอกไม่มาเฉียดใกล้ให้นางต้องขวัญผวาได้แต่ภาวนาให้เขาหายไปให้ตลอดและหากจะให้ดีหายสาบสูญไปเสียได้ก็จะดีกว่ามาก
นางไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองเลยว่าที่เป็เช่นนี้มันอาจจะเกี่ยวข้องกับคนผู้นั้นบุรุษผู้ที่นางหลับฝันถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
เฮ่อ...ช่างน่าเสียดายที่นางไม่รู้ว่าเขาเป็ใครเพราะมัวแต่ตกตะลึงลุ่มหลงในความหล่อเหลาจนลืมที่จะถามชื่อแซ่ของเขาไปเสียได้เช่นนี้นางจะสานสัมพันธ์ผูกสมัครรักใคร่กับเขาได้อย่างไรกันเส้นทางรักของนางช่างมืดมนนัก
เฮ่อ!
เสียงทอดถอนลมหายใจของผู้เป็นายที่ดังออกมาเป็ระยะราวกับมีปัญหาหนักอกเสี่ยวมี่เห็นจนเป็ภาพชินตาเสียแล้ว เพราะมันเป็เช่นนี้มาั้แ่วันนั้นวันที่คุณหนูเมามายจนไร้สติ ถึงแม้จะมั่นใจแล้วว่าไม่มีคนของคุณชายเซี่ยมาป้วนเปี้ยนให้รู้สึกหวาดผวาและั้แ่วันนั้นก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของอีกฝ่ายแต่ราวกับว่าคุณหนูยังมีเื่ให้ต้องคิดหนัก
แม้จะไม่รู้ว่าผู้เป็นายเป็อะไรแต่ก็ยังเบาใจได้ที่อีกฝ่ายไม่ได้คิดมากจนกินไม่ได้นอนไม่หลับแต่กลับกันแม้จะทำราวกับว่ามีปัญหาให้หนักอกหนักใจแต่อีกฝ่ายกลับกินได้แล้วยังกินจุอีกต่างหาก
เสี่ยวมี่ส่ายหัวให้กับท่าทางเกียจคร้านของผู้เป็นายที่ตอนนี้ทอดกายนอนเอกเขนกอยู่บนศาลากลางน้ำแสนร่มรื่นสระขนาดกลางที่มีดอกเหลียนฮวากำลังบานสะพรั่งอวดกลีบสวยและสีสันงามตาอยู่เต็มสระริมสระนั้นโอบล้อมไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ส่งกลิ่นหอมให้รู้สึกสดชื่นสถานที่แห่งนี้ถูกคุณหนูเนรมิตจนกลายเป็สถานที่พักผ่อนหย่อนใจอย่างถาวรไปเสียแล้วพรมผืนหนาถูกนำมาปูทับบนพื้นหินอ่อนแทนโต๊ะไม้แกะสลักที่ถูกสั่งให้เคลื่อนย้ายออกไปจนเต็มพื้นที่ฟูกนอนหนานุ่มถูกนำมาวางจนกินพื้นที่ไปกึ่งหนึ่งอีกทั้งยังอัดแน่นไม่ด้วยหมอนอิงนับสิบใบ
บ่าวตัวน้อยเร่งสาวเท้าเข้าไปหาผู้เป็นายเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคล้ายดังกำลังมองหานางอยู่สองมือนั้นยังประคองถาดใบใหญ่ที่วางกาน้ำชาและขนมกินเล่นจานโตเข้ามาด้วยมันเป็ของว่างที่ถูกนำมาเพิ่มหลังจากชุดแรกนั้นหมดไปด้วยเวลาอันรวดเร็ว
"เสี่ยวมี่ข้าขอถามอะไรหน่อยสิ"
อิงอิงเอ่ยถามหลังจากที่พลิกกายคว้าเอาขนมที่อีกฝ่ายนำมาวางเข้าปากหยัดกายขึ้นเท้าแขนกับหมอนอิงใบใหญ่ตะแคงข้างมองบ่าวตัวน้อยของตนโดยใช้ฝ่ามือเล็กเป็ที่รองรับศีรษะทุยสวยเอาไว้ท่าทางกึ่งนั่งกึ่งนอนนั้นดูเกียจคร้านเป็อย่างมาก มือที่ว่างอีกข้างหนึ่งเอื้อมหยิบขนมชิ้นที่สองส่งเข้าปากขนมนี่รสชาติดีนางชอบมากๆ กินเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อเลย
"ถามอะไรหรือเ้าคะคุณหนู"
เสี่ยวมี่มองท่าทางเช่นนั้นด้วยรอยยิ้มกว้างคุณหนูของนางนั้นดูเปลี่ยนไปมากราวกับคนละคน ท่าทางเย่อหยิ่งดวงตาแสนเ็าและอารมณ์รุนแรงเกรี้ยวกราดล้วนไม่มีให้เห็นอีกเลยหลังจากที่ตกน้ำครานั้นจนนางอดคิดไม่ได้ว่าคนตรงหน้านางในตอนนี้ไม่ใช่คุณหนู แต่มันจะเป็ไปได้อย่างไรกันการที่คุณหนูเปลี่ยนไปเช่นนี้ก็ดีแล้ว นางชอบคุณหนูที่เป็เช่นนี้ และอยากให้เป็เช่นนี้ตลอดไป
"เ้าพอจะรู้หรือไม่ว่ามีบุรุษคนใดที่เซี่ยชิงเทียนหวั่นเกรงจนไม่กล้าต่อกรบ้าง"
เสี่ยวมี่รินชาที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นส่งให้ผู้เป็นายทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งตระกูลเซี่ยนั้นถือได้ว่ามีอิทธิพลเป็อย่างมากเพราะเป็ตระกูลแม่ทัพที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนเป็ตระกูลนักรบที่ฮ่องเต้ทุกพระองค์ไว้วางพระทัยที่สุดเพราะตระกูลเซี่ยคือผู้พิทักษ์บัลลังก์ัตระกูลเซี่ยจึงยอมก้มหัวให้เพียงคนในราชวงศ์เท่านั้น
"หากจะมีก็คงจะเป็เหล่าท่านอ๋องและเหล่าองค์ชายกระมังเ้าคะ"
คำตอบจากปากของบ่าวตัวน้อยทำให้กายบางที่ทอดกายอย่างเกียจคร้านผุดลุกขึ้นนั่งอย่างสนอกสนใจ
อืมอ๋องและองค์ชายเช่นนั้นหรือ มีทางเป็ไปได้สูงมากดูจากความองอาจและสง่างามที่ปรากฏสู่สายตา ออร่าพุ่งมากพ่อและการกระทำของเซี่ยชิงเทียนในวันนั้นที่ไม่แม้แต่จะกล้าเข้ามาค้นหาตัวนางภายในห้องและยังน้ำเสียงที่นอบน้อมนั่นอีก
อุ๊ยนี่นางมีว่าที่สามีเป็ถึงเชื้อพระวงศ์หรือนี่ ช่างวาสนาสูงดีแท้
แต่จะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าเป็คนไหนเท่าที่พอจะรู้มา เหล่าอ๋องและองค์ชายก็มีอยู่หลายพระองค์นี่นา
"เสี่ยวมี่ แล้วเ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าเหล่าท่านอ๋องและองค์ชายทั้งหลายมีพระองค์ใดที่พบเจอได้บ่อยๆ"
"อืม หากเป็เหล่าท่านอ๋องก็คงจะไม่มีนะเ้าคะ เพราะเท่าที่บ่าวทราบท่านอ๋องทุกพระองค์ล้วนถูกฝ่าาส่งไปประจำอยู่ยังหัวเมืองต่างๆส่วนองค์ชายก็เห็นจะมีก็แต่องค์ชายสี่ที่มักจะมาเที่ยวเล่นอยู่นอกวังหลวงเสมอ"
องค์ชายสี่เช่นนั้นหรือ
"พระองค์รูปงามหรือไม่เสี่ยวมี่"
"โตขึ้นบ่าวว่าคงจะรูปงามอยู่แล้วเ้าค่ะ"
นางเคยเห็นอยู่ครั้งหนึ่งแม้จะมองจากไกลๆ แต่ก็บอกได้ว่าพระองค์รูปงาม
"โตขึ้นเช่นนั้นหรือ เ้าหมายถึงพระองค์ยังเยาว์วัยอยู่เช่นนั้นรึ"
อิงอิงเอียงคอมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเสี่ยวมี่เอ่ยถามอย่างสงสัย
"เ้าค่ะ ปีนี้คงจะได้สิบชันษาแล้วกระมัง"
เสี่ยวมี่แม้จะไม่เข้าใจว่าคุณหนูถามเื่เหล่านี้ไปทำไมแต่ก็ยังตอบคำถามของอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ
อิงอิงยกชาในมือขึ้นจิบอึกหนึ่งครุ่นคิดด้วยสีหน้าจริงจัง
สิบปีอย่างนั้นหรือเช่นนั้นก็ต้องเป็องค์ชายพระองค์อื่น
"แล้วองค์ชายพระองค์อื่นล่ะอืม...พระองค์ที่มีอายุเยอะที่สุดและมีชายาแล้วประมาณนี้"
อิงอิงพยายามอย่างมากที่จะถามคำถามให้แคบลงมามองอีกฝ่ายอย่างคาดหวัง
"หากอายุเยอะที่สุดก็คงจะเป็องค์รัชทายาทนะเ้าคะพระองค์ทรงเป็องค์ชายพระองค์แรกของฝ่าา"
โอ้ว่าที่ไท่จื่อเฟย แต่ประโยคต่อมาของอีกฝ่ายดับฝันของนางให้มอดลงทันที
"อืม...แต่ว่าพระองค์ยังไม่ได้อภิเษกสมรสนะเ้าคะองค์รัชทายาทพึ่งจะเฉลิมฉลองพระชนมายุครบยี่สิบชันษาไปเมื่อต้นปีก่อน คุณหนูจำไม่ได้หรือเ้าคะ"
"อ้อ เช่นนั้นหรือ"
ใบหน้างามปรากฏร่องรอยของความผิดหวังจนดูหงอยเหงาลงอีกครั้งแต่ก็ยังคงไม่ละความพยายาม บุรุษที่ดูโดดเด่นถึงเพียงนั้นย่อมต้องเป็ที่รู้จักและสนใจของผู้คนเสี่ยวมี่เองก็เป็บ่าวคนสนิทติดตามข้างกายของว่านเย่วอิงมานานย่อมต้องพบเจอเหล่าคนชั้นสูงมาไม่น้อย
ว่านเย่วอิงนั้นหลังจากที่บิดาได้รับตำแหน่งพระราชทานก็กลายมาเป็คุณหนูผู้เย่อหยิ่งการพบปะเข้าหาผู้คนก็เปลี่ยนไปนางนั้นเลือกคบหาแต่เหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ที่มักจะสวมหน้ากากเข้าหากันเห็นจะมีก็เพียงนางเอกของเื่กระมังที่อีกฝ่ายยังคงคบค้าสมาคมด้วยในสถานะสหายโดยไม่สนชนชั้น
เพราะคบหากันมาั้แ่วัยเยาว์และเป็ผู้ที่รู้ใจเข้าใจนางที่สุดเป็ทั้งที่ปรึกษาและผู้ฟังที่ดีเสมอมา ว่านเย่วอิงจึงให้ใจอีกฝ่ายไปไม่น้อยอีกทั้งฝ่ายนั้นเป็คนอ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาอ่อนหวาน คล้อยตามนางเสมอไม่เคยที่จะขัดใจให้ต้องรู้สึกขุ่นเคืองนับได้ว่า หลิวซูเซียน เป็คนเดียวที่ว่านเย่วอิงให้ความสนิทสนมด้วยในฐานะสหาย
เฮ่อ...แต่กลับต้องมาผิดใจกันเพราะผู้ชายเพียงคนเดียว
รักสามเส้าเราสามคน นำมาซึ่งโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้า จากสหายกลายเป็ศัตรูจากความรักกลายเป็ความเกลียดชัง
โอ้ว...นี่มันพล็อตนิยายยอดฮิตของบรรดาเหล่านักเขียนชัดๆแม้ว่านิยายอีกหลายๆ เื่ที่นางเคยอ่านมาจะปูเนื้อเื่แตกต่างกันออกไป
แต่มีสิ่งหนึ่งที่มันติดอยู่ในใจนาง หากมีโอกาสนางก็อยากจะถามว่าเหตุใดนิยายส่วนใหญ่จึงมักจะเขียนให้นางร้ายของเื่ต้องพบจุดจบคือ ความตาย
และการฆ่าตัวละครที่รับบทนางร้ายของนักเขียนก็ช่างสรรหาวิธีกันเหลือเกินแต่ละวิธีนั้นก็ช่างไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลยนางที่ครั้งหนึ่งมีบทบาทเป็นักอ่านก็รู้สึกสะใจอยู่ไม่น้อยแต่เมื่อถูกยัดเยียดให้ต้องมารับบทนางร้าย นางรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมและไม่ยินยอมอย่างรุนแรง ไม่ว่าผู้เขียนจะกำหนดเนื้อเื่ในเื่นี้ไว้อย่างไรแต่สิ่งหนึ่งที่นางจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด คือการตายอันน่าอนาถของนางร้ายจากนี้นางจะเป็ผู้เขียนเื่ราวของว่านเย่วอิงนางร้ายของเื่นี้ขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง
ดวงตาคู่งามเจิดจ้าเต็มไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่นหันมาจดจ่อกับเื่ราวตรงหน้าเอ่ยถามคนของตนอย่างจริงจัง
"เสี่ยวมี่นอกจากเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่เ้าว่ามาเ้าคิดว่ายังมีผู้ใดอีกหรือไม่ที่เซี่ยชิงเทียนยอมก้มหัวให้"
"อืม...นอกจากนั้นบ่าวว่าคงจะมีก็แต่ฝ่าาแล้วแหละเ้าค่ะ"
เสี่ยวมี่มองไม่เห็นเลยว่าจะมีผู้ใดที่จะมาเทียบเคียงกับคุณชายตระกูลเซี่ยได้
อิงอิงถึงกับนิ่วหน้าเท่าที่นางรู้มาฮ่องเต้พระองค์นี้มีพระชนมายุย่างเข้าห้าสิบชันษาไปแล้วนี่นาถึงนางจะชื่นชอบบุรุษที่มีอายุมากกว่า แต่ถ้าจะขนาดนั้นก็เกินไป
เห็นผู้เป็นายหน้านิ่วคิ้วขมวดนางผู้เป็บ่าวก็ย่อมไม่สบายใจไปด้วย ถึงจะไม่รู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายแต่ก็อยากจะช่วยเหลือผู้เป็นายให้ได้มากที่สุด
"อ้อ ยังมีอีกผู้หนึ่งเ้าค่ะ ที่คุณชายเซี่ยหวั่นเกรงและไม่กล้าต่อกรอีกทั้งยังเคารพยำเกรงไม่แม้แต่จะกล้ามีปากเสียง"
อิงอิงมองบ่าวตัวน้อยที่ดูจะมั่นอกมั่นใจเมื่อกล่าวถึงคนคนนั้นอย่างมีความหวัง เอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างกระตือรือร้นละคนตื่นเต้นภาวนาให้เป็คนคนเดียวกับคนที่นางอยากเจอ
"ใคร ใครกันหรือเสี่ยวมี่"
"ก็ท่านแม่ทัพ บิดาของคุณชายเซี่ยอย่างไรเ้าคะคุณหนูมีบุตรคนใดบ้างที่จะอยู่เหนือบิดาผู้ให้กำเนิด"
เสี่ยวมี่เอ่ยออกมาอย่างมั่นใจแต่กลับถูกคุณหนูส่งค้อนมาให้วงโต ซ้ำยังเอ่ยกับนางเสียงเขียว
"เสี่ยวมี่ ข้า ไม่ ตลก"