ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่610 สำแดงพลังทั้งหมดที่มี

           อี้เฉินครั้นที่เขาขึ้นไปยืนประจันหน้ากับ จักรพรรดิเพลิงอันหลาน ท่ามกลางลานประลองเป็นตาย ที่มีสายตาผู้คนหลายล้านชีวิต จับจ้องมาที่สนามประลองเป็นตาเดียว อี้เฉินก็รับรู้ถึงแรงกดข่ม ที่หนักอึ้ง ของด้านบนสนามประลองเป็นตายในทันใด

 


           ทำให้อี้เฉินรับรู้ ได้ถึงความรู้สึกของเหล่าบรรพบุรุษชรา ที่ตายตก รู้สึกเช่นไร เมื่อมายืนอยู่ในสถานการณ์ ที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ของฟ้าดิน พร้อมกับแรง กดข่มของศัตรูเฉกเช่นนี้

 


           ก่อนรอยยิ้มที่ชั่วร้าย จะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำออกมา จากปากของจักรพรรดิเพลิง อันหลาน “ในที่สุดข้าก็ได้เผชิญหน้ากับเจ้าอีกครา อี้เฉินนั้นคือชื่อของเจ้า  ที่สงสารวัฏในชาตินี้เช่นนั้นหรือ”

 


          ฉับพลันรอบด้าน อุณหภูมิก็พุ่งสูงขึ้นมาอย่างพรวดพราด มาพร้อมกับร่างจักรพรรดิเพลิง อันหลาน เปลวเพลิงลุกท่วม อายสังหารปะทุ ซัดสาดออกมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับหมื่นกระบี่ที่พุ่งเสียดแทงกายาผู้คน ก่อนร่างเพลิงลุกท่วม จะหมุนควงหมัด เข้าหาอี้เฉิน ประหนึ่งเป็นเครื่องจักรสังหาร


 

         อี้เฉินที่เห็นความเร็วปานสายฟ้าฟาด มาพร้อมกับหมัดเพลิง ราวกับอสูรร้ายที่บ้าคลั่ง เขาสำแดงแขนสีดำสนิทออกมาในทันใด รับรู้ได้เลยว่าหมัดของ จักรพรรดิเพลิง อันหลาน อันตรายมากถึงเพียงใด

 


          ในเสี้ยวอึดใจที่หมัดปัดป้อง การโจมตีดังออกมา เสียง เคร้ง! เคร้ง! แกร็บ!! ดังออกมาสนั่นหวั่นไหว หลายกระบวนท่าในทันใด ส่งให้ร่างอี้เฉินถอยร่น ก้าวฝีเท้าถอยหลังออกไป อย่างต่อเนื่องในพริบตา แขนสีดำสนิทเกิดการแตกร้าว จนอี้เฉินต้องกัดกรามกรอด กล่าวเสียง “ชิ!!”เล็ดลอดผ่านไรฟันออกมา พร้อมกับริมฝีปากที่กระอักเลือดออกมา

 


           ทว่าผู้คนกลับไม่คาดคิดว่า อี้เฉินจะสามารถ รับหมัดนั้นของจักรพรรดิเพลิง อันหลาน แล้วไม่บาดเจ็บหนักจนตายตก รับรู้ได้เลยว่าแขนสีดำสนิทนั้น ของอี้เฉินนั้นไม่ธรรมดา เป็นอย่างยิ่ง แม้จักรพรรดิเพลิง อันหลานจะลดขั้นพลังไปอยู่ในจุดเทียบเท่าอี้เฉิน ทว่าด้วยความรู้ประสบการณ์ เมล็ดพันธุ์ภายในกาย แม้กระทั่งญาณ วิเศษต่างๆ ยังถือว่าห่างชั้น กับอี้เฉินอยู่หลายขุม

 


           แต่อี้เฉินกับยืนหยัดไม่เป็นไร จะให้พวกเขา ไม่ตื่นตกใจได้อย่างไร ก่อนเสียงหนึ่ง ท่ามกลางหมู่ชนจะกล่าวพูดขึ้น “หรือว่าเขาจะเป็นจักรพรรดิโบราณ ที่กลับชาติมาเกิดจริงๆ” แต่ก็มีหลายๆ คนส่ายหัว ไม่เชื่อเรื่องการสงสารวัฏ

 


          จักรพรรดิเพลิง อันหลาน ครั้นเขาหยุด รัวหมัดออกไปหาอี้เฉิน เขาเอ่ยเสียงเนิบช้าออกไปในทันใด “หืม! เจ้าไม่เลว ข้าไม่คิดเลยว่า เจ้าจะมีกระดูกที่แข็งทน รับการโจมตีของข้าได้ มากถึงเพียงนี้”

 


          ครั้นจักรพรรดิเพลิง อันหลาน ปรายตาไปมองอี้เฉินด้วยสายตาดุร้าย เขากล่าวพูดออกมาอีกคราในทันใด “เช่นนั้นเรามาลองอะไรที่แตกต่างออกไป ดีหรือไม่” ก่อนฝ่ามือของเขา จะตบออกไปด้านหน้า ปลดปล่อย ญาณ วิเศษ เขตแดนเพลิงผลาญ ออกมาพร้อมกับร่าง งูเพลิงแผดตะวัน พุ่งปราดเข้าใส่อี้เฉินเข้าอย่างจัง

 


          อี้เฉินที่รับรู้ถึงความร้อนที่พุ่งสูงอย่างรวดเร็ว มาพร้อม ร่างงูตัวเขื่อง เขาสำแดงวิชาหมื่นโลกออกมาป้องกันกาย พร้อมกับม่านพลัง ที่แตกร้าวออกมาดังก้องในทันใด ส่งให้ร่างอี้เฉินลอยออกไป ราวกับสายป่านว่าวที่ขาด วิชาป้องกันหมื่นโลกแตกกระจาย พร้อมกับริมฝีปากที่กระอักเลือด ออกมากองใหญ่ ผิวกายแดงฉาน เริ่มลอยเป็นเถ้าธุลีขึ้นมาน้อยๆ จากความร้อนโดยรอบ จนอี้เฉินต้องกลอกตา เอ่ยเสียงดุออกมา “นี่หรือคือ ญาณ วิเศษเขตแดนระดับสูง”

 


         ทว่าอี้เฉินก็ยังไม่คิดยอมแพ้ง่ายดายเฉกเช่นนี้ พยายามจะยืนหยัดขึ้นมาสู้อีกครา เขารับรู้ได้เลยว่าการจะชนะ การประลองครานี้ได้ ต้องอาศัยทีเผลอ ความประมาทเลินเล่อ ของจักรพรรดิเพลิง อันหลาน ที่ดูถูกดูแคลนตัวเขาเท่านั้นในยามนี้

 


         ด้านจักรพรรดิเพลิง อันหลาน ครั้นเห็นความดื้อรั้นของเด็กหนุ่ม ฝ่ามือของเขาโบกสะบัด ส่งร่างงูเพลิงแผดตะวัน ออกไปโจมตีอี้เฉินต่อในทันที ไม่คิดเปิดโอกาสให้อี้เฉินแม้แต่น้อย

 


         จนอี้เฉินต้องระเบิดปราณพลัง ภายในกายออกมา เมื่อรับรู้ถึงกระดูกศักดิ์สิทธิ์เต้น เร้าๆ ขึ้นมา พร้อมกับสายเลือดของชิงหรั่น ที่เดือดพล่าน ส่งให้ปราณพลังสีแดงฉานอี้เฉิน ปลดปล่อยออกมาคละคลุ้ง ส่งกลิ่นอายคาวเลือดความตายออกมาทั่ว แม้แต่เหล่าจักรพรรดิ ยังรับรู้ว่า อี้เฉินฝึกปรือไปในเส้นทางวิถีมาร

 


        ก่อนมันจะปรากฏร่างมังกรโลหิตสีแดงฉาน ตัวเขื่อง คำรามเสียง โฮก!! ออกมาดังก้องฟ้า พุ่งปราดเข้าปะทะเข้ากับ ร่างงูเพลิงแผดตะวัน ส่งให้เกิดเสียงต่อสู้ ปัง!ดังออกมาก้องฟ้า ก่อนร่างทั้งสองจะเข้าต่อสู้โรมรัน เกี่ยวพันกันไป หลายกระบวนท่า ส่งให้รอบสนามประลอง เกิดการสั่นไหวไม่หยุด พร้อมกับร่างทั้งสอง ที่ยืนประจันหน้ากันอีกครา
 


          อี้เฉินแค่นเสียงคำราม “ฆ่า”ดังออกมากู่ก้อง พุ่งปราด สำแดงวิถีอาชูร่าออกมาในทันใด ก่อนส่งหมัดพร้อมร่างอาชูร่า หกแขนออกไปโจมตีจักรพรรดิเพลิง อันหลาน ราวกับอสูรร้าย ที่บ้าคลั่งดวงตาแดงก่ำ ประดุจเม็ดทับทิมเลือด เข่นฆ่าออกไปเบื้องหน้าอย่างไม่มีหวาดเกรง

 


          ครั้นผู้คนเห็นจักรพรรดิเพลิง อันหลานถอยร่น จากหมัดที่ทุบสวรรค์ ปฐพีจนสั่นคลอน พวกเขาต่างก็เบิกตาออกกว้างอ้าปากค้าง ไม่คิดเด็กหนุ่มผมขาว เส้นผมโบกสะบัดโยกย้าย ไปกับสายลมอย่างบ้าคลั่ง จะน่าหวาดเกรงถึงเพียงนี้ ถึงกับทำให้จักรพรรดิเพลิง อันหลาน ถอยร่น ริมฝีปากมีเลือดไหลซึม

 


         จนต้องให้ จักรพรรดิเพลิง อันหลาน สำแดงร่างเทพเพลิง ออกมาขับเขี้ยว แม้แต่ผู้คน บางกลุ่มยังเริ่มฉุกคิด คำพูดก่อนหน้านี้ของ จักรพรรดิเพลิง อันหลานขึ้นมา ถึงเรื่องอี้เฉินสังสารวัฏ “เป็นไปได้อย่างไร จักรพรรดิเพลิง อันหลานถูกไล่ต้อน มันไม่น่าจะเป็นไปได้สิ”

 


         ด้านหลินเฟยที่เห็นผิวกายอี้เฉินเริ่มไหม้เกรียม กลายเป็นเถ้าธุลีออกไปช้าๆ เสื้อผ้าอาภรณ์ไหม้ดำ เผยให้เห็นเนื้อหนัง ร่างกายส่วนบน นางยิ่งกำฝ่ามือของนางไว้แน่น รับรู้ได้เลยว่า อี้เฉินจะต้องแบกรับ ความเจ็บปวดมากเท่าใด   แม้แต่เยว่ชิงเซียนนางยังยกฝ่ามือของนางกุม สร้อยคอลูกปัดที่นางสวมใส่ไว้แน่น บัดนี้มันสั่นไหวไม่หยุด อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 


        ทว่าเมื่อผู้คนดินแดนศัตรู เห็นร่างอี้เฉินค่อยๆ ถอยร่น จากหมัดเพลิง ที่พุ่งปราดอย่างแม่นยำ ของจักรพรรดิเพลิง อันหลาน ส่งให้หัวไหล่อี้เฉินเกิดการบิดงอ แตกหัก ดังออกมาลั่น  พร้อมเสียงหมู่ชนที่เห็นภาพ ต่างก็โห่ ร้องเอ่ยนามของ จักรพรรดิเพลิง ดังออกมาก้องฟ้า ประหนึ่งว่าเขาเป็นผู้ชนะ

 


           เยว่ชิงเซียนกับหลินเฟย ที่เห็นอี้เฉินกระอักเลือด ออกมากองใหญ่ พร้อมกับปราณพลังภายในร่างกาย ที่สูญเสียออกไปไม่ใช่น้อย จากการรักษาบาดแผลของอี้เฉิน

 


         หลินเฟย นางเข้ามากอดกาย เยว่ชิงเซียนไว้แน่นในทันใด ไม่กล้ามอง ฉากที่อยู่เบื้องหน้าอีกต่อไป พร้อมกับห่างคิ้วที่มีน้ำใสไหลซึมออกมาน้อยๆ จนต้องให้เยว่ชิงเซียนเอ่ยปลอบโยน

 


        ครั้นได้ยินเสียงตู้ม!!ดังออกมาก้องฟ้า พร้อมร่างไฟลุกท่วม จักรพรรดิเพลิง อันหลาน เหวี่ยงอี้เฉินลงพื้นลานประลอง อย่างรุนแรง ส่งให้กระดูกทั่วร่างอี้เฉินลั่นไปทั้งตัว เมื่อเขาคำรามแค่นเสียง “ฆ่า!”ออกมาดังก้อง

 


        หอกเพลิงที่น่าคร้ามเกรงก็ปรากฏมา อยู่ในฝ่ามือ ของจักรพรรดิเพลิง อันหลานในทันใด ส่งหอกเพลิงปาลงไปใส่ร่างอี้เฉิน อย่างรุนแรง หมายมั่นจะจบการต่อสู้ในศึกครานี้

 


       ในเสี้ยววินาที ที่หอกเพลิงจะพุ่งทะลุร่างอี้เฉิน วิชาฉลามวาฬคลั่ง ถูกอี้เฉินสำแดงออกมาใช้ในชั่วขณะ ดีดการโจมตี หอกเพลิงเสียง เคร้ง!! ดังออกมาก้องในทันใด


 

        พร้อมร่างอี้เฉินที่บาดเจ็บหนัก ลมหายใจหอบเหนื่อยอยู่ไม่น้อย สำแดงวิชาเคลื่อนที่ เข้าไปใกล้จักรพรรดิ อันหลาน ให้มากที่สุด ส่งฝ่ามืออัดกระแทก ที่เต็มไปด้วยวงแหวนอักขระ คำรามก้องออกมา “จงสำแดงวิชาฝ่ามือผนึกโลหิต” ฉับพลันฝ่ามือขนาดใหญ่แหวกท้องฟ้าลงมาในทันใด



       ภาพนั้นเกิดขึ้นในเสี้ยวพริบตา จนหลายๆ คนแทบจะตั้งตัวไม่ทัน ครั้นมองเห็นฝ่ามือยักษ์บดบังไปกว่าครึ่งสนามประลองเป็นตาย บดขยี้ ร่างจักรพรรดิ อันหลาน ร้องเสียง “อ๊าก!”ออกมาดังก้อง พร้อมกับพลังแฝงของวิชา ที่ปิดผนึกสายเลือดบางส่วน  



       ส่งให้จักรพรรดิเพลิง อันหลาน ที่พยายามอัดกระแทก การโจมตีอี้เฉินออกไป ร้อง “อ๊าก!”ออกมาไม่หยุดในทันใด พร้อมกับกระดูกทั่วร่างของเขา ที่ปริแตก ลั่นไปทั่วทั้งร่าง จวนแขนทั้งสองข้าง ของจักรพรรดิเพลิง อันหลาน เริ่มยันพลังมหาศาล บ้าคลั่งของอี้เฉินไม่ไหวอีกต่อไป


 

        ส่งให้ร่างของเขาดิ่งลงสู่พื้นสนามประลองในทันใด เสียงตูม!ดังออกมากึกก้องเก้าชั้นฟ้า แม้แต่สนามประลองเป็นตาย ยังกลายเป็นรอยยุบฝ่ามือใหญ่ เหล่าจักรพรรดิไม่ว่าจะเปิดเผยตัวตน หรือแอบซ่อน ต่างก็หดดวงตากันจนเล็กแคบ


 

        อี้เฉินเขาที่ยืนตรงขึ้นมาได้ มุมปากเขามีรอยยิ้มขึ้นมาเล็กๆ ทว่าเขาก็สูญเสียปราณพลังออกไปเกือบทั้งหมด จากการสำแดงวิชาชั้นฟ้าติดๆ กัน ทว่ามันก็คุ้มค่า เมื่อฆ่าสังหารจักรพรรดิผู้หนึ่งลงไปได้

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน