บรรยากาศในรถเข้าสู่ความกระอักกระอ่วน
เธอพิงพนักที่นั่งข้างคนขับ หันหน้ามองไปนอกหน้าต่างพยายามข่มความรู้สึก
นับได้ว่าตอนนี้เธอเทียบเท่าเด็กวัยรุ่น สามครั้งแล้วที่เขาช่วยเธอพวกเขาจึงไม่ใช่คนแปลกหน้ากันแล้ว แต่เรื่องแบบนี้มันช่างน่าอาย
มือข้างหนึ่งกุมท้อง มืออีกข้างของซูอินจับหน้าสัมผัสความร้อนผ่าวที่แตกต่างจากก่อนหน้านี้
ฉินหล่างขับรถมาด้วยท่าทีแข็งทื่อ เขานั่งตัวตรงเมื่อผ่านร้านค้าข้างทางก็รีบเหยียบเบรก
“เธอ…”
เขาหันมามองเพื่อถามว่าเธอต้องการอะไรไหม สายตาของเขาเห็นใบหน้าแดงระเรื่อของเด็กสาวรวมถึงมือที่กุมท้อง
เดิมทีเธอเป็นคนรูปร่างเพรียวบางขาคู่นั้นไม่หนาไปกว่าแขนของเขามากนัก ในตอนนี้เธอขดตัวเป็นก้อนเล็กๆเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกวูบไหวในหัวใจ
เขากลืนคำพูดลงคอ ก่อนจะหาตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อจอดรถก่อนจะลงไป
นี่เขาจะทำอะไร
เสียงปิดประตู ซูอินมองเขาที่เดินตรงไปยังร้านค้า สักพักก็ออกมาในมือของเขาถือถุงใบใหญ่ ขายาวนั้นเดินแค่สองสามก้าวก็ถึงตัวรถ
“เอ้า”
ประตูรถเปิดออก ซูอินมองถุงพลาสติกใบนั้นด้วยความสงสัยแต่ไม่ได้เปิดมัน
“ฉันซื้อของมานิดหน่อย เธอลองดูว่าใช้ได้ไหม”
เมื่อได้ลงจากรถไปสูดอากาศฉินหล่างก็ไม่มีท่าทีประหม่าเหมือนก่อนหน้านี้ แต่การเผชิญหน้ากับสาวน้อยบอบบางน้ำเสียงของเขากลับอ่อนโยนขึ้นโดยไม่รู้ตัว สีหน้าเป็นกังวลนั้นเห็นได้ชัดเจน
ท่าทีสงบของเขา ทำให้ซูอินค่อยๆ ผ่อนคลาย
เมื่อเปิดถุงดู เธอกวาดสายตามองของข้างใน มีขนมปังไส้ถั่ว นมโจ๊กธัญพืช ช็อกโกแลต น้ำตาลทรายแดงหนึ่งถุง และ…ผ้าอนามัย
ผ้าอนามัยห่อนั้นวางอยู่ตรงมุมในสุด มีห่อน้ำตาลทรายแดงบังไว้หากไม่ใช่เพราะเธอหยิบดู ก็คงไม่รู้
ซูอินหน้าแดง หัวใจเต้นรัวรีบวางถุงน้ำตาลทรายแดงไว้ที่เดิมแกล้งทำเป็นไม่เห็น
“ขอบคุณค่ะ”
เธอแกะถุงขนมปังไส้ถั่วก่อนจะยื่นให้อีกฝ่ายหนึ่งชิ้นจากนั้นนั่งรับประทานกันเงียบๆ
เพราะครั้งนี้เธอไม่ได้ถูกบังคับให้ดื่มน้ำเย็นอาการจึงไม่หนักเท่ากับในชาติก่อน เมื่อกลับมาที่ห้องและชำระร่างกายใส่ผ้าอนามัยแล้วซูอินก็นอนพักชั่วคราว เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าอาการปวดหายแล้ว
หลังจากผ่านเหตุการณ์มีรอบเดือนกะทันหันทำให้ความทรงจำบางอย่างคืนมาอย่างรวดเร็ว
ชาติก่อนและในวันนี้ หลิงเมิ่งเล่นงานเธอถึงสองครั้งเธอไม่อยากอดทนอีกต่อไป ช่วงบ่ายเธอให้ฉินหล่างมารับ จึงมาถึงสนามสอบตรงเวลาตอนที่หลิงเมิ่งพยายามเข้าหาเธอด้วยท่าทีสนิทสนมรอยยิ้มนั้นซ่อนมีดดาบที่เชื่อมโยงกับความรู้สึก ซูอินอ้างว่ากระหายน้ำก่อนจะแอบใส่บางอย่างลงในกระบอกน้ำของอีกฝ่ายสองถึงสามหยด
สิ่งนั้นคือน้ำพุแห่งจิตวิญญาณ
พักกลางวันเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเธอไม่มีอะไรทำจึงศึกษาเรื่องน้ำพุแห่งจิตวิญญาณพบว่าน้ำพุจะทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆแน่นอนว่าเพียงไม่กี่หยดก็ส่งผลแล้ว ทว่าข้อดีนั้นย่อมมีขอบเขต หากใช้เรื่อยๆ ในภายหลังก็แทบจะไร้ประโยชน์
แต่ในแง่ผลเสีย…
เมื่อครูผู้คุมสอบแจกกระดาษข้อสอบ เสียงกริ่งดังขึ้นได้ไม่นานหลิงเมิ่งก็ยกมือ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมามีท่าทีพยายามอดกลั้น
“คุณครูคะ หนูขออนุญาตเข้าห้องน้ำค่ะ”
“ระหว่างสอบไม่อนุญาตให้ออกจากห้อง”
หลิงเมิ่งได้แต่อดทนทว่าท้องของเธอตอนนี้รู้สึกเหมือนผลักภูเขาล้มทะเล[1]
เธอไม่เหมือนกับซูอินที่ร่างกายดื่มน้ำพุจิตวิญญาณจนเคยชินอีกทั้งยังเป็นเจ้าของห้วงมิติทำให้ร่างกายเข้ากับน้ำพุเป็นอย่างดีแม้จะรับในปริมาณเล็กน้อย แต่ปฏิกิริยาที่เธอมีค่อนข้างรุนแรง
เสียงผายลมดังขึ้นในห้องสอบที่เงียบสนิท จนเรียกความสนใจจากผู้คน
หลิงเมิ่งกลั้นไม่ไหวแล้วจริงๆ
“คุณครูคะ หนูรู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอส่งข้อสอบก่อนได้ไหมคะ”
วิชาที่สอบช่วงบ่ายคือคณิตศาสตร์ ภาษาจีน และภาษาอังกฤษเธอสามารถหลับหูหลับตาทำได้ แต่วิชาคณิตศาสตร์…หากยกเว้นข้อที่เติมคำตอบในช่องว่างโจทย์หัวข้อใหญ่ๆ ที่เหลือเธอก็ทำไม่ได้เลย
อย่างไรเสียนั่งอยู่ที่นี่ก็คงทำคะแนนสูงๆ ไม่ได้หลิงเมิ่งรีบเติมคำตอบให้เต็ม จากนั้นยืนขึ้นเพื่อขอออกจากห้องสอบ
คาดไม่ถึงว่าจะถูกครูผู้คุมสอบปฏิเสธอีกครั้ง
“ผ่านไปสามสิบนาทีถึงจะออกจากห้องสอบได้”
ครูผู้คุมสอบในช่วงบ่ายและช่วงเช้าเป็นคนละชุด แต่กลับรู้สึกต่อหลิงเมิ่งไม่ต่างกันแม้ว่าการสอบขึ้นมัธยมปลายจะไม่สามารถทำคะแนนสูงได้ แต่การสอบครั้งนี้ก็สำคัญเริ่มสอบได้เพียงห้านาทีก็จะขอออกจากห้องแล้ว ไม่เคยเจอผู้เข้าสอบคนไหนทำสอบลวกๆอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้มาก่อน
คนเป็นครู โดยส่วนตัวแล้วไม่ชอบเด็กนักเรียนที่ไม่ตั้งใจเช่นนี้
อีกทั้งในการสอบมีกฎระเบียบคุณครูยืนหยัดต่อคำร้องขอของเธอก่อนจะวิจารณ์อย่างเฉียบขาด “การสอบต้องตั้งใจหากไม่ตั้งใจก็อย่ารบกวนนักเรียนคนอื่นๆ”
หลิงเมิ่งยังคงมีความเกรงกลัวคุณครู
เธอจึงทำได้เพียงนั่งลงต่อไป และอดทนกับอาการเจ็บท้องอยู่เงียบๆตัวของเธองอเหมือนคันธนู มีเหงื่อผุดบางๆ บนหน้าผาก
ซูอินเขียนคำตอบอย่างราบรื่น
ทั้งหมดเหมือนกับข้อสอบเดิม ก่อนสอบเธอเตรียมคำตอบที่แม่นยำไว้แล้วสิ่งที่เธอต้องทำก็แค่อ่านโจทย์ เมื่อมั่นใจแล้วจึงเขียนคำตอบลงไป
ส่วนที่ต้องเขียนตอบในวิชาคณิตศาสตร์มีไม่เยอะเธอจึงมีเวลาสังเกตดูท่าทีของหลิงเมิ่งไปด้วย
แม้จะเห็นเพียงด้านหลังแต่เธอก็มองออกว่าหลิงเมิ่งรู้สึกไม่สบายกาย
เมื่อชาติก่อน คนที่นั่งขดตัวเป็นก้อนคือเธอไม่เพียงต้องอดทนต่อความเจ็บปวด เธอต้องทุ่มเทแรงกายให้กับการตอบข้อสอบซึ่งความทรมานยิ่งเพิ่มเป็นสองเท่า
โชคไม่เข้าข้างหลิงเมิ่งอีกต่อไป
เธอหยิบกระบอกน้ำขึ้นมาดื่มเล็กน้อย รสชาติเย็นและหวานปลายๆไหลลงคอ ทำให้รู้สึกสดชื่นไม่น้อยเธอปล่อยวางความคิดที่ซับซ้อนเหล่านั้นไว้เบื้องหลัง จับปากกาและเขียนคำตอบต่อไป
เดิมทีเธอรู้คำตอบอยู่แล้วจึงไม่มีอะไรมากไปกว่าเขียนคำตอบที่จำได้ลงไป ซูอินตอบคำถามอย่างรวดเร็วมีเวลาทำข้อสอบสองชั่วโมง ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเธอก็มาถึงข้อสุดท้ายของโจทย์หัวข้อใหญ่
และเป็นเวลาที่หลิงเมิ่งได้ส่งกระดาษคำตอบเสียที
จ้องดูนาฬิกาที่หน้าห้อง ตอนที่เข็มนาฬิกาเพิ่งจะพ้นเลขสิบสองหลิงเมิ่งรีบลุกขึ้นและขอส่งกระดาษคำตอบเพื่อออกจากห้อง
แม้ว่าครูผู้คุมสอบจะจนใจ แต่ก็ทำได้เพียงยอมปล่อยเธอไป
หลิงเมิ่งวิ่งออกไปเหมือนมีไฟลนก้นพร้อมส่งเสียงที่ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรออกมาด้วย เธอออกไปจากห้องสอบราวๆ สิบนาทีซูอินที่เขียนข้อสุดท้ายเสร็จก็ตรวจทานคำตอบเมื่อดูแล้วไม่มีข้อผิดพลาดก็ยกมือเพื่อส่งกระดาษคำตอบ
อย่างไรเสียเธอก็ทำเสร็จแล้ว หากจะอยู่ในห้องต่อไปก็เสียเวลาเปล่าต้องไปสถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันอีก ไม่แน่ว่าที่นั่นอาจจะใช้เวลาค่อนข้างนาน
เพราะต้องยุ่งยากกับเรื่องต่างๆ
หลิงเมิ่งส่งกระดาษคำตอบก่อนเธอ ดังนั้นคงไม่เป็นที่สะดุดตามากนัก
แต่ซูอินคิดผิด การสอบครั้งใหญ่เช่นนี้ผู้เข้าสอบหลายคนต่างก็อยากได้เวลาเพิ่มอีกสักนิด การส่งข้อสอบก่อนเวลาแค่นาทีเดียวสามารถดึงดูดความสนใจของทุกคนได้
ครูคุมสอบคิดว่าเธอเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนแย่อีกคนหนึ่งทว่าหล่อนปฏิเสธความคิดนั้นทันทีเมื่อเห็นคำตอบบนกระดาษ
มีครูคุมสอบที่สอนวิชาคณิตศาสตร์อยู่พอดี เธอยืนตรงข้างที่นั่งว่างพร้อมหยิบข้อสอบขึ้นมาดูอย่างตั้งใจยิ่งเปิดดูก็ยิ่งตกตะลึง ข้อสอบของปีนี้ยากกว่าปีก่อนๆแต่นักเรียนคนนี้ไม่เพียงทำได้อย่างรวดเร็ว ยังทำได้ถูกต้องด้วย
เมื่อดูกระดาษคำตอบของนักเรียนอีกคนที่ส่งก่อนหน้าที่ว่างเปล่านั้นทำให้เห็นความแตกต่าง
ดูเหมือนว่าห้องเรียนโอลิมปิกในปีนี้คงได้ต้อนรับนักเรียนหัวกะทิอีกคนหนึ่งแล้วเด็กอัจฉริยะเช่นนี้ควรค่าแก่การเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติชิงหวาและมหาวิทยาลัยเยี่ยนซานอย่างแท้จริง
-------------------------------------------------------------------------
[1] ผลักภูเขาล้มทะเลหมายถึง การกระทำที่ต้องใช้พลังมหาศาล มักสื่อถึงระดับที่ยิ่งใหญ่ มหาศาล รุนแรง