บทที่ 20 การ่ชิงระหว่างอวี้ฝูเซวียนและอีผิ่นเก๋อ
หลิวอวี่ควบคุมกระบี่วารีที่รังสรรค์ขึ้นจากเจตจำนง บรรจงฟาดฟันทำลายเซลล์เนื้อร้ายทีละเซลล์อย่างใจเย็น
เพียงไม่นาน เซลล์เ่าั้ก็ถูกกำจัดจนหมดสิ้น หลิวอวี่จึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
ในตอนนั้นเอง เขาพบด้วยความประหลาดใจว่าก้อนเนื้องอกบนส่วนหัวของเต่าทะเลได้มลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว
เมื่อเห็นผลลัพธ์ตรงหน้า หลิวอวี่ก็รู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง 'ฮ่า ๆ ๆ! ที่แท้การรักษามันก็ง่ายดายขนาดนี้เองเหรอ... ต่อไปไม่ว่าจะเป็โรคร้ายที่รักษายากขนาดไหน เมื่ออยู่ในมือของฉัน มันก็เป็เพียงแค่เื่ของการฟาดฟันเป้าหมายทิ้งไปเรื่อย ๆ เท่านั้นแหละ!' เขาคิดในใจด้วยความลำพองใจ
ทว่าเมื่อหลิวอวี่พยายามจะลุกขึ้นยืน เขากลับรู้สึกวิงเวียนศีรษะอย่างกะทันหัน ร่างกายรุมเร้าไปด้วยความเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ดูเหมือนว่ากระบวนการกำจัดเซลล์ร้ายเ่าั้จะสูบเอาพลังงานในร่างกายของเขาไปไม่น้อยเลยทีเดียว
หลิวอวี่สะกิดเต่าทะเลตัวน้อยให้ลงไปในสระว่ายน้ำตามเดิม ก่อนจะลากสังขารกลับเข้าไปพักผ่อนภายในวิลล่า
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากจัดการภารกิจส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย หลิวอวี่ก็รีบตรงไปยังสระว่ายน้ำทันที กะว่าจะนำปูาาตัวนี้ไปขายให้แก่เฉินฝูหรง
"โอ้โห! เมื่อวานมันยังไม่ได้ตัวใหญ่ขนาดนี้เลยนี่นา ทำไมวันนี้ถึงได้โตขึ้นพรวดพราดแบบนี้ล่ะ!"
ปูาาที่อยู่ในสระดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอย่างน้อยหนึ่งในสาม มันดูแข็งแรงและมีชีวิตชีวามาก ประเมินด้วยสายตาน้ำหนักของมันน่าจะพุ่งไปเกิน 10 กิโลกรัมแล้ว
คงเป็เพราะอานุภาพของหลิงสุ่ยที่เขาใส่ลงไปเมื่อวานนี้แน่ ๆ เมื่อหลิวอวี่ประจักษ์ในสรรพคุณอันน่าทึ่งเช่นนี้ เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าการเปิดฟาร์มอาหารทะเลของเขานั้นจะสามารถกอบโกยผลกำไรได้อย่างมหาศาลแน่นอน!
'เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันเช่าเกาะฉางเซียงได้สำเร็จ ฉันจะเริ่มแผนการเพาะเลี้ยงทันที!' เขาแอบตั้งปณิธานไว้ในใจพลางหัวเราะคิกคัก
หลิวอวี่ต่อสายหาเฉินฝูหรง แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยุ่งมาก จึงบอกให้เขานำสินค้าไปส่งที่ร้านอวี้ฝูเซวียนได้เลย
เื่นำไปส่งน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่ปัญหาคือเขาจะขนปูาาไซซ์ั์ตัวนี้ไปได้อย่างไรต่างหาก!
หลิวอวี่มองดูรถสปอร์ตเฟอร์รารี่คันหรูแล้วก็ได้แต่กุมขมับ การจะเอารถมูลค่าหลายล้านไปใช้ส่งปูเพียงตัวเดียว มันดูจะเป็การทำลายคุณค่าของรถมากเกินไปหน่อย
'รถสปอร์ตพวกนี้แม้จะดูเท่และสวยงามบาดตา แต่มันกลับใช้งานจริงได้ลำบากชะมัด!'
ไม่ไหว... เห็นทีฉันต้องไปหารถกระบะมือสองสักคันมาไว้ใช้งานเสียแล้ว เพราะในอนาคตเมื่อเขาเริ่มทำฟาร์มอาหารทะเลอย่างเต็มตัว รถกระบะจะช่วยให้การขนส่งสะดวกสบายขึ้นมาก
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิวอวี่จึงเรียกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังตลาดรถมือสองที่ใกล้ที่สุดทันที
"น้องชาย... รถกระบะคันนี้ถึงจะเป็มือสอง แต่เลขไมล์เพิ่งจะวิ่งไปแค่ห้าหมื่นกิโลเมตรเองนะ ราคาสี่หมื่นหยวน บอกเลยว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!" พ่อค้ารถมือสองโฆษณาด้วยรอยยิ้ม
"ตกลง ผมเอาคันนี้แหละ!"
หลิวอวี่ควักเงินจ่ายและจัดการเื่เอกสารจนเรียบร้อย จากนั้นจึงขับรถกระบะคันเล็กมุ่งหน้ากลับวิลล่าด้วยความสบายใจ
เขาจัดการขนปูาาขึ้นกระบะหลัง แล้วเหยียบคันเร่งตรงไปยังร้านอวี้ฝูเซวียนใจกลางเมืองทันที
เพียงไม่นานนัก หลิวอวี่ก็มาถึงหน้าร้าน เขาโทรแจ้งเฉินฝูหรง เพียงอึดใจเดียวเท่านั้น อีกฝ่ายก็รีบวิ่งหน้าตั้งออกมาต้อนรับ
"น้องหลิว! ครั้งนี้จับของดีอะไรมาฝากพี่เหรอ ?" เฉินฝูหรงถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"ปูหนึ่งตัวครับ พี่ลองดูสิว่าจะให้ราคาเท่าไหร่" หลิวอวี่บุ้ยปากไปทางท้ายรถกระบะ
เฉินฝูหรงชะโงกหน้าเข้าไปมองในกระบะรถ แล้วก็ต้องถึงกับตาค้างด้วยความตกตะลึง
"ปูาาตัวนี้... ทำไมมันถึงได้ใหญ่ั์ขนาดนี้เนี่ย! นี่มันปูาาเกรดพรีเมียมชัด ๆ!"
หากอวี้ฝูเซวียนได้ปูตัวนี้ไป เทศกาลอาหารที่กำลังจะถึงนี้ ร้านของเขาจะต้องโดดเด่นเหนือใครอย่างแน่นอน!
เฉินฝูหรงเนื้อเต้นด้วยความดีใจ รีบเสนอราคาทันที "ปูาาตัวนี้ พี่ให้ห้าแสนหยวนเลยเป็ไง!"
หากขายตามน้ำหนักปกติย่อมไม่ได้ราคาสูงขนาดนี้ แต่ของที่หายากและพิเศษเช่นนี้ย่อมมีมูลค่าสูงเป็ธรรมดา
หลิวอวี่กำลังจะอ้าปากตอบตกลง ทว่าจู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งะโแทรกขึ้นมา "เดี๋ยวก่อนน้องชาย! ขายปูาาตัวนี้ให้อีผิ่นเก๋อของฉันดีกว่า ฉันให้หกแสนหยวนเลย!"
หลิวอวี่หันไปมองตามเสียง พบชายวัยกลางคนคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา
ด้านหลังของชายคนนั้นคือร้านอาหารขนาดใหญ่ที่มีป้ายชื่อว่า 'อีผิ่นเก๋อ' ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอวี้ฝูเซวียนพอดิบพอดี
ร้านอาหารทั้งสองแห่งนี้ต่างเป็คู่แข่งที่ฟาดฟันกันมาอย่างยาวนาน
"เฉินฝูหรง... ฉันก็นึกอยู่แล้วว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนคุณไปได้อาหารทะเลชั้นยอดมาจากไหน ที่แท้เ้าของสินค้าก็คือน้องชายคนนี้นี่เอง" ชายคนนั้นพูดพลางทำท่าเหมือนเพิ่งจะเข้าใจบางสิ่ง
เมื่อไม่กี่วันก่อน อวี้ฝูเซวียนทำผลงานได้โดดเด่นจนแย่งลูกค้าของอีผิ่นเก๋อไปไม่น้อย ในที่สุดวันนี้เขาก็ได้เห็นตัวตนของต้นทางสินค้าเสียที
"หลี่ผิง! อย่ามาทำตัวเป็จระเข้ขวางคลองนะโว้ย! เื่นี้ไม่เกี่ยวกับอีผิ่นเก๋อของพวกแก!" เฉินฝูหรงตวาดด้วยความโกรธ
"น้องหลิว ปูตัวนี้อวี้ฝูเซวียนของพี่ขอสู้ที่หกแสนห้าหมื่นหยวน!" เฉินฝูหรงหันมากระซิบกับหลิวอวี่ด้วยท่าทีจริงจัง
"อีผิ่นเก๋อของฉันให้เจ็ดแสน! น้องชาย... ใครให้ราคาสูงกว่าก็สมควรได้ของไป คุณอย่าไปยอมให้ใครมาใช้เส้นสายผูกขาดสินค้าไว้คนเดียวเลย!" หลี่ผิงรีบพูดขัดขึ้นทันที
เป้าหมายของทั้งคู่ชัดเจนมาก คือ้าแย่งชิงปูาาตัวนี้ไปเพื่อสร้างชื่อเสียงในเทศกาลอาหารที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วัน หากสามารถสร้างจุดเด่นได้ ต่อให้ต้องจ่ายแพงกว่าปกติหน่อยก็ถือว่าคุ้มค่า
สถานการณ์นี้ทำให้หลิวอวี่เริ่มรู้สึกลำบากใจ หากเขาสามารถผูกมิตรกับร้านอาหารั์ใหญ่ทั้งสองแห่งนี้ไว้ได้ ในอนาคตเมื่อฟาร์มของเขาเริ่มดำเนินการ ทั้งคู่ก็จะเป็ลูกค้าชั้นดีของเขาแน่นอน การจะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พอใจจึงไม่ใช่เื่ดี
"ไม่เป็ไรครับ... ปูาาตัวนี้ ผมขอคิดราคาแค่ห้าแสนหยวนตามเดิมก็พอ"
"แต่พวกพี่ต้องไปตกลงกันเองให้ได้ก่อนนะ ว่าสรุปแล้วใครจะเป็คนซื้อไป"
หลิวอวี่ไม่้าทำตัวเป็พ่อค้าที่เก็งกำไรจนเกินควร หรือใช้การประมูลมาบีบคั้นลูกค้า เพราะในอนาคตเขาตั้งใจจะทำธุรกิจบนพื้นฐานของความซื่อสัตย์เป็หลัก
ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อนจนเกือบจะวางมวยกัน หลิวอวี่เห็นท่าไม่ดีจึงต้องรีบเอ่ยตัดบท
"เอาแบบนี้ดีกว่าครับ... เพื่อตัดปัญหา ปูาาตัวนี้ให้ทั้งสองร้านหุ้นกันซื้อไปเลยแล้วกัน ถ้ายังขืนทะเลาะกันไม่เลิกแบบนี้ ผมคงขายให้ไม่ลงจริง ๆ"
เมื่อเห็นหลิวอวี่ยื่นคำขาดเช่นนั้น ทั้งสองคนจึงยอมสงบศึกและหยุดเถียงกันในที่สุด
"วิธีนี้ฉันพอรับได้... แต่ในอนาคตถ้าคุณมีอาหารทะเลชั้นยอดอะไรอีก ห้ามโทรหาแค่เฉินฝูหรงคนเดียวนะ ต้องเรียกฉันด้วย!" หลี่ผิงรู้ดีว่าเฉินฝูหรงมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับน้องชายคนนี้มากกว่า เขาจึงยอมรับเงื่อนไขนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ในวันหน้า
ส่วนทางด้านเฉินฝูหรงนั้นสีหน้าดูไม่สบอารมณ์นัก เพราะการที่มีคนมาแทรกแซงแบบนี้ เท่ากับว่าแหล่งสินค้าชั้นดีของเขาถูกแบ่งปันไปให้คู่แข่ง
เขาแทบอยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาดใหญ่ ถ้าเพียงแต่เขาเป็ฝ่ายเดินทางไปรับซื้อสินค้าด้วยตัวเอง เื่ยุ่งยากแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น!
ตอนนี้สถานการณ์กลับกลายเป็ว่า หลิวอวี่นำของมาส่งให้ถึงที่ก็จริง แต่ดันลากคู่แข่งมาเห็นแหล่งสินค้าด้วยเสียนี่ เหมือนเขากำลังยกก้อนหินขึ้นมาทุ่มใส่เท้าตัวเองชัด ๆ!
แต่เมื่อเื่ราวดำเนินมาถึงจุดนี้แล้ว หากเขาดึงดันจะคัดค้านต่อ ก็จะดูเป็คนขี้เหนียวและใจแคบในสายตาของหลิวอวี่เกินไป จึงจำต้องก้มหน้ายอมรับความจริง
หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็จัดการโอนเงินให้หลิวอวี่คนละสองแสนห้าหมื่นหยวน รวมเป็ยอดเงินทั้งหมดห้าแสนหยวนถ้วน
"เอาล่ะครับ ปูาาตัวนี้ผมส่งมอบให้พวกพี่เรียบร้อยแล้ว งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ!"
หลิวอวี่ช่วยขนปูาาที่ถูกพันธนาการไว้อย่างแ่าลงจากรถกระบะ จากนั้นก็รีบสตาร์ทรถขับออกไปในทันที
โดยที่เื้ัยังคงมีเสียงะโเถียงกันไม่เลิกราของหลี่ผิงและเฉินฝูหรงแว่วตามมาจาง ๆ
หลังจากวันนั้น หลิวอวี่ก็ขยันลงทะเลทุกวัน แต่โชคก็ไม่ได้เข้าข้างเขาเหมือนครั้งก่อน ๆ ตลอดสามวันที่ผ่านมา เขาพบอาหารทะเลชั้นยอดเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น
สรุปยอดรวมในสามวัน เขาได้กุ้งัมาสิบตัว หอยเป๋าฮื้อชั้นยอดอีกสิบสองตัว และปลาทูน่าที่มีน้ำหนักรวมกว่า 25 กิโลกรัม
ทว่าเพียงแค่การนำอาหารทะเลเหล่านี้ไปจำหน่ายให้แก่ร้านอาหารทั้งสองแห่ง เขาก็สามารถทำรายได้เข้ากระเป๋าเพิ่มขึ้นอีกเกือบเจ็ดแสนหยวนเลยทีเดียว!