ดาวน์โหลดวรยุทธ์

    ตอนที่ 49 อำลาเถ้าแก่

    จากมือปราบ ตอนนี้อยู่ ๆ ก็กลายเป็นอาจารย์อา อีกทั้งยังต้องดูแลหลานศิษย์อีก มู่ไห่เฉินแทบจะปรับตัวไม่ทัน

    หว่านถิงยังคงนั่งจ้องมองอาจารย์จากไปจนหายเข้าไปในฝูงชน แต่นางก็ยังไม่ยอมลุกขึ้นยืน

    มู่ไห่เฉินเองก็ไม่รู้จะทำเช่นไรดี ไม่รู้จะต้องเดินไปพยุงนางขึ้น หรือเรียกนางเฉย ๆ เพราะตอนนี้นางดูกำลังเสียใจอยู่

    “เออ…หว่านถิง ลุกขึ้นเถอะ อย่าเศร้านักเลย”

    หว่านถิงได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นยืนพร้อมปาดน้ำตาทั้งหมดทิ้ง

    นางหันไปหามู่ไห่เฉินพร้อมกับหยักหน้าให้เหมือนเข้าใจสิ่งที่มู่ไห่เฉินอยากจะพูด

    “เจ้าหิวหรือยัง ไปหาอะไรกินก่อนดีหรือไม่”

    มู่ไห่เฉินไม่รู้จะเริ่มบทสนทนาเช่นไรดี ก็เลยออกปากชวนไปเท่านั้น

    “เจ้าค่ะ”

    หว่านถิงตอบรับ นางเองไม่ได้หิว เพียงแต่ตอบรับคำของอาจารย์อาตามมารยาท

    ระหว่างที่ทั้งสองกำลังจะเดินต่อ มู่ไห่เฉินก็เอ่ยอาสาถือกู่ฉินของนางไว้ให้ แต่เมื่อหว่านถิงได้ยินนางก็ยิ่งกอดรัดกู่ฉินแน่นขึ้นกว่าเดิม พร้อมทั้งปฏิเสธอย่างถ่อมตน

    มู่ไห่เฉินนั้นยังจำได้ดี เขาเองก็เคยขออาสาแบกกู่ฉินของศิษย์พี่ นางเองก็ปฏิเสธเช่นนี้ แม้จะไม่ค่อยเข้าใจศิษย์อาจารย์คู่นี้ แต่เขาก็ไม่อยากฝืนบังคับ

    มู่ไห่เฉินเดินไปยังย่านตลาด แต่ก็ไม่รู้จะพานางไปกินอะไรดี ดูแล้วนางคงเป็นคนกินง่าย ๆ ไม่ได้ 

    มู่ไห่เฉินเลือกร้านข้างทางร้านหนึ่ง ร้านนั้นเป็นอาคารสองชั้น ทั้งสองเลือกโต๊ะนั่งชั้นบนติดระเบียง จากจุดนั้นสามารถมองเห็นผู้คนสัญจรไปมา

    หลังจากสั่งอาหารไป หว่านถิงก็ยกสัมภาระห่อหนึ่งขึ้นมา นางวางลงบนโต๊ะและมอบให้มู่ไห่เฉิน

    “อาจารย์ฝากของมาให้อาจารย์อา อาจารย์กลัวท่านไม่รับจึงได้ฝากข้ามามอบให้”

    มู่ไห่เฉินทำหน้าสงสัย ก่อนเปิดห่อผ้าออก ด้านในเป็นหีบใบหนึ่ง พอเปิดออกก็พบจดหมายฉบับหนึ่ง พอยกจดหมายออกก็เป็นตั๋วเงินจำนวนมากอยู่ด้านใน

    มู่ไห่เฉินเห็นเงินมากมายขนาดนี้ยังต้องประหลาดใจ ศิษย์พี่แท้จริงทำสิ่งใดเหตุใดถึงมีเงินมากมายเช่นนี้

    มู่ไห่เฉินแกะจดหมายเปิดอ่าน ด้านในไม่ได้มีข้อความากมายนัก

    “เมืองหลวงเส้นทางยาวไกล ใช้จ่ายอย่างประหยัด หว่านถิงยังใสซื่อนัก ดูแลนางให้ดี”

    มู่ไห่เฉินอ่านจดหมายเสร็จก็รีบพับเก็บเข้าอกเสื้อ หว่านถิงที่เห็นก็ได้แต่ทำหน้าสงสัย

    มู่ไห่เฉินคิดในใจ เมืองหลวงเส้นทางแม้ยาวไกลแค่ไหนก็ตาม เงินของศิษย์ที่ให้มาอยู่ได้อีกหลายปีเลย ไม่รู้ว่านางคิดสิ่งใดอยู่

    เมื่ออาหารมาจัดวางครบถ้วน มู่ไห่เฉินกับหว่านถิงก็เริ่มจับตะเกียบเตรียมกินข้าว

    แต่แล้วหว่านถิงก็ทำตะเกียบด้ามหนึ่งตก นางลุกขึ้นก่อนจะก้มลงไปเก็บตะเกียบนั่น

    แต่พอนางลุกขึ้นศีรษะก็ชนกับขอบโต๊ะจนถ้วยจานสั่นไปทั้งโต๊ะ

    “เจ้าเป็นอะไรหรือไม่”

    มู่ไห่เฉินรีบถามด้วยความเป็นห่วง

    หว่านถิงนางใช้มือกุมหัว ก่อนจะถูไปมาหลายรอบ 

    นางวางตะเกียบลงก่อนจะผสานมือกล่าวขอบคุณอาจารย์อาที่เป็นห่วง ตนนั้นไม่ได้เป็นอะไรมาก

    นางกล่าวขอโทษอีกเล็กน้อยด้วยความสำนึกผิด มู่ไห่เฉินเองก็ไม่ได้ถือสาอะไร บอกนางให้รีบกินข้าว

    หว่านถิงผู้นี่แม้จะดูสงบเรียบร้อยคล้ายศิษย์พี่ แต่ความรู้สึกเหมือนว่านางดูซุกซนกว่ามาก ก็อาจจะเป็นอย่างที่ศิษย์พี่พูด นางอาจจะดูใสซื่ออ่อนต่อโลกใบนี้ไปเสียหน่อย

    หลังจากกินข้าวเสร็จมู่ไห่เฉินก็พาหว่านถิงเดินเล่นในเมืองต่ออีกสักพักใหญ่ ก่อนที่จะรู้สึกว่าตะวันใกล้ตกดินแล้ว

    มู่ไห่เฉินพาหว่านถิงไปยังตรอกเล็ก ๆ ที่เป็นห้องพักชั่วคราวของมู่ไห่เฉิน และเมื่อไปถึงหน้าทางเข้าตรอก เหมือนมู่ไห่เฉินเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า หว่านถิงนางอาจจะพักที่นี่ไม่ได้ เพราะห้องพักที่นี่เป็นเพียงห้องพักเล็ก ๆ ไม่ได้กว้างขวาง

    มู่ไห่เฉินหยุดเดินและถามหว่านถิง หว่านถิงนั้นตอบกลับว่านางไม่มีปัญหา จะพักที่นี่ก็ได้ จะพาที่นี่ก็ไม่มีปัญหา หากสัมภาระของอาจารย์อาอยู่ที่นี่ จะได้ไม่ต้องวุ่นวายเปลี่ยนสถานที่

    มู่ไห่เฉินเมื่อเห็นความตั้งใจของหว่านถิงก็พลันรู้สึกสบายใจมาหน่อย

    ทั้งสองเข้าไปยังตรอกเล็ก ด้านในสุดเป็นห้องพักชั่วคราว เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบเถ้าแก่ยังคงอยู่ที่เดิม

    มู่ไห่เฉินกล่าวว่าวันนี้จะเพิ่มห้องพักหนึ่งห้อง และคืนนี้มู่ไห่เฉินจะพักเป็นคืนสุดท้ายแล้ว 

    เถ้าแก่ไม่พูดมากเพียงแบมือให้รู้ว่าให้จ่ายค่าค้างคืนของแขกอีกคน

    มู่ไห่เฉินยื่นเงินให้เถ้าแก่ก่อนจะนำหว่านถิงไปยังบันไดชั้นสอง 

            ห้องของหว่านถิงจะเป็นห้องถัดไปจากมู่ไห่เฉิน เมื่อมู่ไห่เฉินหยุดหน้าห้องตัวเอง เขาก็หันไปหาหว่านถิงอีกครั้ง เพื่อจะบอกว่าห้องของนางนั้นอยู่ถัดไป

            แต่แล้วหว่านถิงก็กลับเดินชนมู่ไห่เฉิน อาจจะด้วยความเหม่อลอยจากความคิดบางอย่าง นางลนลานรีบถอยสองสามก้าวก่อนจะผงกหัวกล่าวขอโทษไปหลายครั้ง

            “เจ้าเป็นอะไรหรือไม่”

            มู่ไห่เฉินถามด้วยความเป็นห่วง

            “ศิษย์ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

            หว่านถิงมองต่ำลง สายตาดูผิดหวัง มู่ไห่เฉินเองก็ไม่รู้จะรับมือสถานการณ์นี้เช่นไรดี

            “ห้องของเจ้าอยู่ข้าง ๆ มีอะไรก็เรียกข้าได้เสมอ”

            หว่านถิงโค้งตัวคำนับก่อนจะเดินตรงไปยังห้องพักของตนเอง

            มู่ไห่เฉินเมื่อเห็นว่านางเข้าห้องพักไปแล้ว ตนก็เดินเข้าห้องพักตัวเองบ้าง

    ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาอยู่ลำพังมาโดยตลอด ยามนี้มีหว่านถิงติดตาม มู่ไห่เฉินก็ยังไม่มั่นใจมากนักว่าจะรับมือเช่นไร

    เช้าวันถัดมา พอมู่ไห่เฉินเปิดประตูออกมาจากห้อง ระเบียงตรงหน้ากลับพบหว่านถิงยืนรออยู่ก่อนแล้ว นางโค้งคำนับอย่างนอบน้อม

    มู่ไห่เฉินยามจ้องมองเหมือนถูกสะกดไว้ หว่านถิงวันนี้ยังคงไว้ทรงผมเดิม เพิ่มเติมคือนางผูกผมสองข้างด้วยผ้ายาวถึงอกสีฟ้าตัดกับชุดสีขาวของนาง เพียงเท่านี้ก็เสริมสร้างความน่ารัก น่าเอ็นดูเพิ่มไปจากเดิม

    ชุดของนางวันนี้เป็นชุดขาวมีลายดอกไม้จาง ๆ ขอบคอเสื้อและที่คาดเอวล้วนเป็นสีฟ้าโทนเดียวกับชุดมู่ไห่เฉิน หากผู้ใดมองเข้ามาก็ล้วนมองว่ามาจากสำนักเดียวกัน

    หว่านถิงเมื่อเห็นว่าอาจารย์อาของนางจ้องนางไม่เลิก นางก็รีบหลบสายตาไปทางด้านข้าง

    “อะ…เออ…ไปกันเถอะ ไปหากินกันก่อน”

    มู่ไห่เฉินรู้ตัวว่าจ้องนางนานเกินไปจึงได้รีบเอ่ยปากชักชวนไปกินข้าวก่อนจะเดินนำลงบันไดไป

    ซ้ายมือยังคงเป็นเถ้าแก่ผู้แปลกประหลาดคนเดิม เขายังยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ในมือยังคงดีดลูกคิดไปมา ท่าทีไม่ใยดีแขกที่กำลังจะออกจากห้องพัก

    อย่างไรเสียตลอดสามเดือนกว่าที่มู่ไห่เฉินอยู่ที่นี่ เถ้าแก่ก็ดูพยายามช่วยเหลือมู่ไห่เฉินหลายครั้ง มู่ไห่เฉินจึงกล่าวขอบคุณเถ้าแก่ด้วยความจริงใจ

    เถ้าแก่เพียงยกมือซ้ายขึ้นแล้วโบกไล่ โดยไม่แม้จะชายตามอง

    มู่ไห่เฉินอยู่ที่นี่ตลอดไม่เคยประเมินวรยุทธ์ของเถ้าแก่เลยสักครั้ง วันนี้พอจะจากไปอยู่ ๆ ก็นึกสนุกส่องวรยุทธ์ของเถ้าแก่

    “ไม่ทราบชื่อ วรยุทธ์ขั้นจิตปราณมั่งคง”

    มู่ไห่เฉินสันหลังเย็นวูบ ตลอดเวลาที่เขาเข้าไปเป็นมือปราบ นั่นก็เพื่อหวังใกล้ชิดมือปราบเถี่ยก็เพื่อดาวน์โหลดระดับปราณขั้นก่อแก่นปราณของเขา

    ซึ่งตลอดมา เขาต้องลำบากคิดวิเคราะห์ หาหนทางมากมาย นั่นก็เพื่อที่จะหาทางดาวน์โหลดลมปราณของมือปราบเถี่ย

    ทว่าเถ้าแก่ที่อยู่นี่กลับไม่เคยไปไหน กลับมีระดับปราณที่สูงถึงขั้นจิตปราณมั่นคง นี่ยังสูงกว่ามือปราบเถี่ยอีก หากรู้เช่นนี้แต่แรก คงก็ดาวน์โหลดระดับปราณเถ้าแก่เสียดีกว่า

    แต่หากตอนนี้ มู่ไห่เฉินคิดจะดาวน์โหลดระดับปราณของเถ้าแก่ต้องใช้เวลาอีกเดือนกว่า ดูท่าแล้วมารู้ตอนนี้ก็คงสายเกินไปแล้ว วันนี้เขาต้องเริ่มออกเดินทาง เพราะมีหลานศิษย์ที่ต้องไปส่ง

    มู่ไห่เฉินนึกได้ เขามีสิทธิ์หนึ่งครั้งที่จะสามารถดาวน์โหลดวรยุทธ์สำเร็จทันทีได้หนึ่งครั้ง หากเขาใช้สิทธิ์นี้ตอนนี้เขาก็จะพัฒนาวรยุทธ์ตัวเองไปอีกหนึ่งขั้น

    ขณะนั้นเองเขาก็ฉุดคิดขึ้นมาได้ ตอนนี้เขาอยู่ขั้นก่อแก่นปราณ เถ้าแก่อยู่เหนือกว่าหนึ่งขั้นคือขั้นจิตปราณมั่นคง ลำดับขั้นที่เหลือเหลือเพียงแค่ ขั้นยอดยุทธ์ และขั้นปรมาจารย์ เขาควรจะเก็บสิทธิ์นี้ไว้ใช้กับลำดับขั้นสูงสุดดีกว่า แค่ระดับตอนนี้เขาก็มั่นใจแล้วว่าสามารถเอาตัวรอดได้

    มู่ไห่เฉินหันตัวเดินออกจากประตูที่พัก ตอนนี้ในใจทั้งยินดีและใจหายไปพร้อมกัน ยามนี้จะได้ออกเดินทางอีกครั้ง แม้ไม่ใช่อย่างที่คิด แต่ก็รู้สึกใจเต้น พร้อมเผชิญโลกกว้าง