เป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 2

    ภาค 2 ตอนที่ 56 -จัดการกบฏ- อ่านฟรี 23/10

            ฉีกงกงเดินเข้ามาในห้องบรรทมของต้าเฟยเฉิงฮ่องเต้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมทำเอาต้าเฟยเฉิงที่นั่งอยู่บนเตียงบรรทมหันมามองฉีกงกงด้วยความสนใจในสีหน้านั้นทันที

            นานเท่าใดแล้วที่ใบหน้าของบุรุษผู้นี้มิเคยจะปรากฏรอยย่นบนหน้าผากให้เห็นเด่นชัดขนาดนี้กัน

            "ฉีกงกง เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ?"ต้าเฟยเฉิงฮ่องเต้ถามออกไป

            "ฝ่าบาทเกิดกบฏขึ้นที่ชายแดนตะวันตก" ฉีกงกงรีบกล่าวออกมา ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นสิ่งที่นอกเหนือจากการคำนวณของเขา

            ฉีกงกงไม่ได้คาดคิดว่าแคว้นจิ้นจะก่อสงครามขึ้นทันทีทันใดหรือนี่จะเป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำ

            "กบฏหรือ?เหตุใดจึงเกิดกบฏขึ้น?" ต้าเฟยเฉิงฮ่องเต้ถามด้วยความแปลกใจหากแต่จะตกใจไม่นั้น ก็ใช่ว่าจะเป็นเช่นนั้นไปเสียทีเดียว

            สิ่งที่ฉีกงกงไม่รู้ นั่นคือการก่อสงครามริมชายแดนตะวันตกของแคว้นย่อมอยู่ในการคาดการณ์ของอยู่แล้วต้าเฟยเฉิง

             

            มิเช่นนั้นการก่อกบฏในวังหลวงของตระกูลซูที่กำลัง จะเกิดขึ้นอาจจะล้มเหลวก็เป็นได้

             

            “พรึ่บ”

             

            สนทนากันได้ไม่นานนักการปรากฏตัวของจินหลงคนข้างกายของ เป่ยจิน ก็ได้สร้างความแตกตื่นให้กับองครักษ์เงาภายในห้องบรรทมทันที

            “นักฆ่า คุ้มครองฮ่องเต้” เสียงตะโกนที่ดังขึ้นของต้าซวงและมู่หลิวองครักษ์ข้างกายปรากฏตัวออกมา พร้อมกับเตรียมต่อสู้

            หากแต่ม่านพลังที่สร้างขึ้นของจินหลง กลับทำให้ทั้งคู่กระเด็นออกมาก่อนที่จะกระอักโลหิตคำโต

             

            “อั่ก”

             

            “โถ่ จินหลงเจ้าจะปราณีคนของข้าหน่อยมิได้หรือไร” ต้าเฟยเฉิงฮ่องเต้ที่เห็นเช่นนั้น จึงชี้นิ้วมือไปยังจินหลงและเอ่ยออกมาอย่างโมโห

             

            “พรึ่บ”

             

            เพียงสะบัดมือเบาๆ หนึ่งครั้ง ม่านพลังอันแข็งแกร่งก็ได้หายไปพร้อมกับต้าเฟยเฉิงที่เดินออกมา เพื่อกั้นกลางระหว่างจินหลงและองครักษ์ของตนเอง

            ยามที่องครักษ์ทั้งสองตั้งสติ และหันไปมองเหตุการณ์รอบตัวและใบหน้าด้านหลังฮ่องเต้ของตนเอง

            จึงพบว่าบุคคลที่อยู่ตรงหน้าคือนายท่านจินหลงซึ่งเป็นคนข้างกายขององค์หญิงจ้าวจินเออร์คู่หมั้นของนายท่านจวินเทียนหลงนั้นเอง

            หากจะถามว่าเหตุใดองค์รักษ์เงาถึงสองคนจึงรับมือกับจินหลงมิได้ล่ะก็ ต้องบอกก่อนว่าในโลกนี้ หากนับจินหลงเป็นสอง ย่อมไม่มีหนึ่ง

            หากแต่เปรียบระหว่าง จินหลงกับมนุษย์ ก็คงคล้ายกับการเทียบมนุษย์กับเทพเช่นกัน

             

            “เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุใดกัน ข้าไม่ยักจะรู้ว่าเจ้าชอบมาเที่ยวเล่นบ้านของผู้อื่นยามดึกดื่นอยู่เป็นนิจ” ต้าเฟยเฉิงฮ่องเต้เอ่ยออกมา

            จากนั้นจึงสะบัดมือเพื่อส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาออกไปพร้อมกับเดินไปนั่ง

            ฉีกงกงเองก็คล้ายรู้หน้าที่จึงเดินไปรินน้ำชาให้นายของตนเองและแขกที่มิได้รับเชิญเช่นเดียวกัน

            จินหลงเองก็อยากจะกลับไปนอนเต็มที่จึงมิได้สนใจที่จะยกจอกน้ำชาใบงามขึ้นมาลิ่มลองไม่จึงเลือกที่จะเอ่ยเรื่องราวออกมาทันที

            “เป่ยจินให้ข้ามาเตือนเจ้ามิใช่เพียงแค่แคว้นต้าเฉียงเท่านั้น เท่าที่เกิดการสงครามขึ้นที่ชายแดน หากแต่แคว้นอื่นๆอย่างแคว้นจ้าว และแคว้นของจวินเทียนหลงก็เกิดสงครามขึ้นเช่นเดียวกัน

            “อืม ขอบคุณเจ้ามาก ฝากไปบอกจินเออร์ด้วยว่าข้าจะรีบจัดการเรื่องกบฏในวังหลวงให้เสร็จโดยไว แล้วจะรีบไปพบ”

            “อืม”

             

            “พรึ่บ”

             

            จินหลงจากไปแล้วทิ้งไว้แต่เพียงประโยคคำสั่งอีกหนึ่ง นั้นคือ

             

            “หากเจ้ามิสามารถแก้ไขปัญหาวังหลังของเจ้าให้เสร็จสิ้นภายในสองวันแล้ว ข้าจะเผาวังของเจ้าเสีย!”

            “ฉีกงกง เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดสงครามชายแดนตะวันตกจึงตั้งรับได้เชื่องช้ายิ่งนัก”นิ้วเรียวงามไล่ไปยังขอบจอกชาช้าๆ อย่างคนที่กำลังใช้ความคิด

            เมื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้แล้วต้าเฟยเฉิงก็รับรู้ได้ทันทีว่าชายแดนตะวันตกกำลังมีปัญหา

            เรื่องยุทธศาสตร์และแผนที่ตั้งที่กำลังรั่วไหล

            "ข้าน้อยไม่ทราบแน่ชัด แต่ข้าน้อยได้รับการรายงานว่าสงครามในครั้งนี้ นำโดยขุนพลคนหนึ่งนามว่า หลิวเทียน" ฉีกงกงกล่าวในสิ่งที่รู้ออกไปซึ่งคิดว่าสามารถคลายข้อสงสัยที่ว่า เหตุใดสงครามชายแดนของแคว้นจึงยืดเยื้อเช่นนี้

            "หลิวเทียน?เขาเป็นใครกัน?" ต้าเฟยเฉิงฮ่องเต้ถามออกมาด้วยมิคุ้นชื่อของทหารผู้นี้แม้แต่น้อย

            "หลิวเทียนเป็นอดีตขุนพลของแคว้นต้าเฉียงแต่เขาถูกปลดจากตำแหน่งเนื่องจากความประพฤติมิชอบพะยะค่ะ" ฉีกงกงกล่าว

            หลิ่วเทียนเป็นอดีตขุนพลของแคว้นต้าเฉียงที่โดนปลดออกไปเนื่องจากประพฤติมิชอบ แต่ใครจะคิดเล่าว่า หลังจากที่เขาออกไปแล้วได้ไปเข้ากับแคว้นจิ้น เป็นศัตรูกับแคว้นบ้านเกิดของตัวเองเช่นนี้

            "เช่นนั้นจึงกล้าก่อกบฏหรือ?มันเป็นคนของใครกัน?" ต้าเฟยเฉิงฮ่องเต้กล่าวด้วยโทนเสียงเข้ม

            เมื่อให้นึกขึ้นได้เขาก็จำได้แล้วว่าหลิวเทียผู้นี้เขาเป็นคนปลดมันเองในสงครามครั้งล่าสุดที่เขาเป็นคนนำทัพ

            นั่นคือการยึดราชบัลลังก์จากกบฏ

            "หลิวเทียนเป็นคนมุทะลุและทะเยอทะยานเขาต้องการขึ้นครองแคว้นต้าเฉียงแทนพระองค์" ฉีกงกงกล่าว

            แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้หลิ่วเทียนผู้นี้ ยอมสละโลหิตเนื้อของตนเองเพื่อเป็นกบฏกับแคว้นบ้านเกิดของตนเอง

            ก็คือการที่ฮ่องเต้แคว้นจิ้นกล่าวไว้ว่า เขาจะได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ของแคว้นต้าเฉียง

            หากการก่อกบฏครั้งนี้สำเร็จ

            แต่มันคงไม่รู้ว่าจะมีผู้ใดกันที่จะยินยอมให้คนที่ทรยศหักหลังแม้กระทั่งบ้านเกิดของตนเองขึ้นเป็นผู้ครองบัลลังก์

            และสิ่งที่จะตามมาในภายหลัง ก็คงตรงกับสำนวนที่ว่า“เสร็จนาฆ่าโคสึกเสร็จศึกฆ่าขุนพล”

            เพียงแต่ขุนพลในสายตาของฮ่องเต้แคว้นจิ้นจะเป็นเพียงเบี้ยมากตัวเล็ก ๆ ที่สามารถทิ้งเมื่อใดก็ได้จริงหรือ

            "หึ!มันคงคิดว่าข้ามองแผนการปั่นหัวเช่นนี้มิออก ข้าจะมิยอมเสียเวลาเด็ดขาด" ต้าเฟยเฉิงฮ่องเต้กล่าวออกมาน้ำเสียงและท่าทีนั้น

            ส่งผลให้คนที่อยู่รอบๆ รับรู้ได้ถึงคลื่นพลังที่เผลอปล่อยออกมาอย่างมิทันทีอย่างมิทันตั้งตัว

            "ข้าน้อยจะส่งกองทัพไปปราบปรามกบฏทันที"ฉีกงกงกล่าว

            "ดีแล้วเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด หากแต่มิจำเป็นต้องให้คนของเรา เคลื่อนทัพจากที่อื่นเพียงแค่ควบคุมสถานการณ์ไว้ให้ได้ก็พอข้าคิดว่านี่คงเป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำเป็นแน่ เป็นเพียงแค่การล่อซื้อเล็กๆ เท่านั้น"ต้าเฟยเฉิงเอ่ยออกมา

            ฉีกงกงเดินออกไปจากห้องบรรทม

            ต้าเฟยเฉิงฮ่องเต้ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้าเขารู้ว่าการปราบปรามกบฏครั้งนี้จะเป็นงานยากลำบากแต่เขาต้องทำให้สำเร็จเพื่อรักษาแคว้นต้าเฉียงไว้

            เพื่อฮ่องเต้ตัวจริง!

    คล้ายกับเรื่องเป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 2 ที่คุณอ่าน