***ภูติน้อยผู้มีความรัก [ลิลลี่ ออฟซิเดียน]
กรี๊ดดดดด! ราชินีอสูรมันโหดสุด ๆ ไปเลยดอง!
ขนาดทุ่มพลังไปเกือบหมดหน้าตัก แต่กลับทำอะไรเธอไม่ได้เลยดอง!
"ความร้อนระดับพออุ่นเครื่องเท่านั้นเองหรือคะ? "
แถมยังโดนพูดจาดูถูกใส่อีก!
จะโหดเกินไปแล้วนะดอง!
...หลังจากนั้นอีกสักพัก
"สะกดรอยตามมานะ"
ทีมช่วยเหลือมาแล้วดอง!
ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอหน้าดิวซ์กับเจ้าพี่บ้าของเธอที่นี่
แต่ทั้งที่ทุ่มกำลังโจมตี กลับทำได้แค่เด็ดปีกออกไปข้างหนึ่งเท่านั้นเองดอง
แต่อย่างน้อยก็ยังถือว่ามีความหวัง---
"เหวอ!?! ”
---... ทำไมเหมือนว่าจะเห็นปีกกำลังงอกกลับออกมากันละดอง?
แถมยังงอกกลับมาเร็วมาก ราวกับการกรอเทปหมุนกลับเช่นนั้น
“ปีก… ปีกเธอกำลังงอกกลับมาดอง! สัตว์ประหลาดชัด ๆ ดอง! "
...ผ่านไปอีกสักพัก
พายุละดอง!
เพียงแค่เธอขยับปีกก็ทำให้เกิดพายุโหมกระหน่ำซัดพื้นที่จนวอดวายได้!
นี่ไม่ใช่ราชินีอสูร แต่เป็นระดับไคจูถล่มเมืองแล้วดอง!
ต๊ายแน่~ ต๊ายแน่~ ต๊ายแน่~ (ลากเสียงยาว)
...และผ่านไปอีกสักพัก
กรี๊ดดด! ผ้าเพดานถล่มลงมาแย้ว! โดนทับตายแน่!
“!?! .... ดอง~? ”
ชะอ่าว?
ดูเหมือนว่าเสามันจะพังลงมาค้ำเป็นรูปสามเหลี่ยมเหนือหัวให้พอดีเลยงะ
โชคดีจังดอง~
ฉันคือ [ลิลลี่ ออฟซิเดียน] ภูติน้อยน่ารักผู้มากับดวง!
ดอง ดอง ดอง~
เค้ารอดตาย---
“จะปล่อยให้สองคนนั้นพบกันไม่ได้เด็ดขาด! ทุกคนรุมโจมตีไปที่คุณภูติเดียวนี้ค่ะ! ”
“รับทราบครับ! ”
ในตอนนั้นเองที่ปลายกระบอกปืนนับร้อยถูกหันเล็งมาทางฉัน
“ดอง!?! ”
ทำไมต้องมาเล็งใจเค้าด้วยงะ!
เค้าก็แค่ภูติตัวน้อย ๆ ไร้เดียงสาน่ารักคนหนึ่งเท่านั้นเองน้า~ (ลากเสียงยาว) ดอง~ (ลากเสียงยาว)
จะบอกว่ามาดวงกุดเอาตอนนี้อย่างงั้นหรือดอง!?
ช่วยไม่ได้~ งั้นคงต้องสร้างภาพมายาหลอกตาไปก่อน
บิดผันมวลอากาศ ปรับอุณหภูมิ จนเกิดเป็นปรากฏการณ์มิราจขึ้น ณ ตรงนี้
กระสุนนับร้อยพุ่งผ่านร่างปลอมของฉันไปตามดั่งกลอุบาย
รอดแล้วเรา…
“มันอยู่ตรงนั้น! ”
“ดอง!?! ”
แต่กลายเป็นว่าพวกมันดันรู้ตัวเร็วซะอย่างงั้น
นัดต่อไปคงไม่แคล้วทะลุผ่านหัวของฉันแน่
ม่ายยยยยย! เค้ายังไม่อยากตายอะ!
“คุณลิลลี่ค่ะ”
“แว๊กกกกก!?! ”
อยู่ ๆ แฟตก็โผล่มาเต็มสองตาตรงหน้า ราวกับผีจูออนที่ชอบโผล่มาแบบไม่ให้ทันตั้งตัว
“คุณควีนค่ะ… คุณนะ พ่ายแพ้แล้วค่ะ”
แฟตหันหลังให้ฉันพร้อมกับพูดจาโอ้อวดในชัยชนะไปที่ศัตรู
เริ่มชัก… รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่าง…
“เออ… ที่ว่าชนะนี่ อย่าบอกนะว่า---”
“ใช่แล้วค่ะ จะชนะหรือไม่นั่น ตอนนี้ขึ้นอยู่กับคุณลิลลี่แล้วค่ะ”
ว่าแล้วเชียวดอง!
ทำไมเวลาซื้อหวยถึงเดาไม่แม่นแบบนี้กันนะดอง?
“ก่อนอื่น จากการพูดยั่วยุเมื่อกี้ของฉัน เลยทำให้เธอระวังตัวไม่พลีพลามโจมตีเข้ามา คิดว่าคงซื้อเวลาได้ราวหนึ่งถึงสองนาทีค่ะ ระหว่างนี้รบกวนคุณลิลลี่ช่วยสร้างคลื่นแม่เหล็กแรงสูง แล้วส่งตรงไปที่สมองของเผ่ามนุษย์มดทุกคนที่อยู่ในห้องโถงนี้ด้วยค่ะ”
“... จะให้ทำคลื่นสังหารเผ่ามนุษย์มดอย่างงั้นหรือดอง? ”
คลื่นสังหารเผ่ามนุษย์มด คืออาวุธที่เผ่ามนุษย์เคยพัฒนาขึ้นมาในอดีตเพื่อทำสงคราม
พวกเขาใช้ประโยชน์จากการที่เผ่ามนุษย์มดมีหนวดรับคลื่นสมองตามธรรมชาติ สร้างคลื่นแม่เหล็กรบกวน แล้วยิงมันแทรกเข้าสู่สมองโดยตรงของเผ่ามนุษย์มด
ฉันยังไม่เคยเห็นของจริงกับตาตัวเอง แต่เห็นบันทึกในประวัติศาสตร์นั้น ว่ากันว่าจะทำให้เผ่ามนุษย์มดถึงกับบ้าคลั่งจนฆ่าตัวตายได้เลยทีเดียว
“ฉันทำไม่ได้ดอง”
แต่ฉันไม่สามารถทำมันได้
เวทมนตร์หรือพลังภูติที่ใช้กัน มันมีพื้นฐานมาจากความเข้าใจธรรมชาติ
ถ้าไม่เข้าใจรูปแบบคลื่นแม่เหล็กหรือชีววิทยาของเผ่ามนุษย์มด ฉันก็ไม่สามารถสร้างคลื่นรบกวนเข้าไปแทรกในสมองของพวกเขาได้หรอก
แล้วฉันก็ไม่ได้ศึกษาศาสตร์ทางด้านนี้มาด้วย
“กรุณาใช้คลื่นสมองของฉันเป็นต้นแบบศึกษาได้เลยค่ะ”
แต่ถ้าหากมีต้นแบบให้คัดลอกมันก็อีกเรื่อง…
“...แฟต ถ้าทำแบบนั้น เธออาจจะ---”
“ฉันคือคนที่เอาทุกคนมาเสี่ยงตาย แล้วจะให้ตัวเองไม่ร่วมเสี่ยงชีวิตไปด้วยได้เช่นไรกันคะ? ไม่ต้องสนใจฉัน รบกวนคุณลี่จัดการได้เลยค่ะ คิดว่าคงไม่เหนือบ่ากว่าแรงของคุณลี่หรอกใช่ไหมคะ? ”
“แต่ว่าฉัน---”
“ห้ามเถียงค่ะ ฉันกับคุณสล๊อตอุสาห์เสี่ยงปีนขึ้นมาหาคุณตรงนี้ ก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะค่ะ เวลาไม่เหลือแล้ว รีบลงมือเถอะค่ะ”
“...”
ดวงตาของแฟตนั้นจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ถ้ามัวแต่คอยปฏิเสธ คงได้เป็นการดูถูกความตั้งใจจริงของเธอ
คงมีแต่จะต้องทำมันเท่านั้น...
ฉันยื่นมือที่บอบบางทั้งสองข้างออกไปจับหนวดแมลงบนหัวของแฟต
ฝ่ามือทั้งสองเริ่มสัมผัสได้ถึงความเย็นที่หยาบกระด้างซึ่งกำลังแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกาย
รู้สึก… ได้ถึงภาพของหยดน้ำที่กำลังดิ่งลงบนบ่อน้ำที่มีผิวเรียบดั่งผืนกระจก
เห็นเปลวคลื่นเริ่มกระจายตัวออกเป็นวงกว้างต่อเนื่องบนผิวกระจกที่นิ่งเรียบนั้น
นี่คือลักษณะภาพของคลื่นแม่เหล็กที่เผ่ามนุษย์มดใช้เพื่อสื่อสารกันสินะดอง?
สิ่งที่ฉันต้องทำ มีเพียงแค่คัดลอกลักษณะของคลื่นสมอง แล้วผันแปรแทรกแทรงรบกวนลงไปเท่านั้น
“... อย่าคลั่งจนตายไปก่อนนะแฟต”
“ไว้ใจฉันได้เลยค่ะ”
“เอาละนะดอง! ”
ปีกภูติใจกลางหลังของฉันเริ่มเรืองแสงส่องสว่างเจิดจ้าขึ้น พร้อมกับเสียงระเบิดของคลื่นอากาศที่รุนแรง
ขุมนรกของเผ่ามนุษย์มดได้ถูกเปิดออกมาแล้ว…
***ว่าที่ราชินี [แฟต]
*@! #! @#@! $@#! $#@$! #$@#! %$^%$#^%##$^%&^* (#%#@$@$#^@!!!! *
ปวดหัว!
มันเริ่มต้นจากรู้สึกถึงเสียงแมลงหวี่ขนาดเล็ก ดังเสียดเข้ามาภายในสมองโดยตรงก่อนเป็นอย่างแรก
แล้วพริบตาที่สงสัยว่ามันคืออะไร เสียงนั้นก็ทวีคูณดังขึ้นอย่างรุนแรงจนแทบจะกลายเป็นบ้า
การมองเห็น การรับกลิ่น การรับรู้ที่ว่าง ทุกอย่างถูกข้อมูลมหาศาลที่แทรกเข้าสมองโดยตรงรบกวน จนไม่อาจรับรู้อะไรต่อไปได้อีก นอกจากเสียงที่อื้ออึงนั้น
มันเข้ามาแทรกแทรงอาศัยอยู่ภายในหัวจนรู้สึกหนักอึ้ง ปวดแสบร้อนไปทั้งร่างกาย ตกอยู่ในสภาวะไร้ซึ่งการรับรู้อย่างสมบูรณ์แบบ
ที่นี่คือที่ไหน?
ฉันยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ใช่หรือไม่?
หนัก… หนักเหลือเกิน
รู้สึกราวกับว่าสมองกำลังจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ข้อมูล… ข้อมูลจำนวนมากที่ไร้แก่นสารที่ถูกแทรกแทรงเข้ามานี้กำลังจะฆ่าฉัน!
หัวจะแตกแล้ว!
ไม่ไหว!
เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ!
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด! ”
เพียงแค่สามวินาที ฉันก็รู้สึกอยากจะหาคมมีดหรืออะไรสักอย่าง มากระแทกหัวตัวเองเพื่อให้หลุดจากความเจ็บปวดทรมานนี้
อยากจะวิ่งออกไปอย่างไร้ทิศทาง เพื่อหนีไปให้ไกลจากต้นตอของคลื่นที่น่าปวดหัวนี้
แต่… ฉันจะมาตายตรงนี้ไม่ได้
ฉันรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังช่วยจับยึดร่างกายของฉันให้ติดแน่นอยู่กับพื้น
พรรคพวกของฉันอยู่ตรงนี้
ทุกคนกำลังต่อสู้เพื่อฉัน
ดังนั้นฉันจึงต้องมีชีวิตรอดเพื่อตอบรับความพยายามของพวกเขา
ฉันจะต้องทนมันให้ได้
“ฮึก...! ”
ทรมานจนกระทั้งไม่ทรมานอีกต่อไป
ความรู้สึกเริ่มด้านชา
ทุกสิ่งเริ่มกลายเป็นสีขาวโพล้น
เป็นโลกสีขาวที่ราวกับว่าเป็นโลกของคนตาย
“...”
ฉัน… คือใคร?
ที่นี่ที่ไหน?
โลกสีขาวแห่งนี้คือสถานที่ใดกัน?
“แฟต---”
ใคร… กำลังเรียกหาฉัน?
“นั่น… คุณแฟตใช่ไหม? ”
เสียงนั้น… ฉันรู้จัก
“... คุณควีนเองหรือ? ”
นั่นคือเสียงของคนที่กำลังจ้องจะเอาชีวิตของฉัน
“ใช่ค่ะ”
ทำไมถึงได้ยินเสียงของเธอคนนี้ในโลกสีขาวที่ไม่เห็นแม้แต่ร่างกายหรือวิญญาณกันได้นะ?
“นี่คุณบ้าไปแล้วหรือยังไงคะ? รีบสั่งให้คุณภูติน้อยตรงนั้นหยุดสร้างคลื่นรบกวนบ้า ๆ นี้ไปเดียวนี้เลยนะคะ คิดจะให้คนนั้นสังหารหมู่พวกเราไปพร้อมกับคุณเลยหรือยังไงกันคะ? ”
“ฉันไม่ตายหรอก แค่ทนให้ได้จนกว่าเธอจะเป็นบ้า ฉันก็ชนะเธอได้แล้ว”
“ไม่ฆ่าให้ตายแต่ปล่อยให้เป็นบ้าไปแทนอย่างงั้นหรือคะ? คุณนี่ช่างเลือดเย็นจริง ๆ เลยค่ะ! ”
“ก็ไม่เท่ากับคนอย่างเธอที่ส่งนักฆ่าไปสังหารพี่น้องของตัวเองหรอกนะ”
เกิดความเงียบชวนอึดอัดขึ้นมาหลังจากที่ฉันแย้งเธอกลับไป
นี่ไม่คิดจะโต้แย้งอะไรกลับมาสักอย่างเลยหรือค่ะคุณควีน?
“...”
“...”
อึดอัด…
ความเงียบท่ามกลางโลกสีขาวแห่งนี้มันชวนให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไป
“... คุณควีนยังอยู่ตรงนั้นหรือเปล่าคะ? ”
“อยู่...”
“มาคุยเปิดอกกับฉันกันหน่อยดีหรือเปล่าคะ? ”
“...”
นี่ฉัน… ถามอะไรโง่ ๆ ออกไปกันค่ะเนี่ย?
กับพี่น้องที่มีแต่จ้องจะฆ่ากันเพื่อชิงบัลลังก์ มันจำเป็นที่จะต้องคุยกันอีกด้วยหรือคะ?
“ได้ค่ะ”
แต่ทว่าเธอกลับตอบรับคำขอร้องของฉัน
“..."
"..."
พวกเราทั้งคู่ต่างนิ่งเงียบสนิทราวกับเป็นรูปปั้นหิน
นี่มันบ้าอะไรกันค่ะเนี่ย? แล้วแบบนี้จะชวนคุยกันไปทำไมละคะ?
" ฉัน… อยากเป็นราชินีค่ะ"
เพื่อไม่ให้บทสนทนาถูกปิดตาย ฉันเลยเริ่มพูดอะไรสักอย่างออกไป
แต่… ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมสิ่งที่พูด มันถึงได้---
" ฉันอยากเป็นราชินีเพื่อที่จะแย่งท่านพ่อที่รักมาเป็นของตัวเอง และให้ท่านแม่หันมามองฉันบ้างค่ะ"
---ถึงกลายเป็นเรื่องความฝันของตัวเองไปเสียได้
" คิดที่จะแย่งขุนพลของมารดาตนมาเป็นของตัวเองหรือคะ? ช่างเป็นลูกทรพีสิ้นดีค่ะ"
"ดีกว่ามารดาที่จับลูกสาวโยนออกจากรังไปไว้ที่โรงเรียน แล้วไม่หันมาสนใจนานนับสิบกว่าปีก็แล้วกันค่ะ"
" นั่นน่าอิจฉาออก ชีวิตมีอิสรภาพผิดกับฉัน"
"เธอได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ดีกว่าฉันตั้งเยอะไม่ใช่หรือยังไง? "
" ต้องทนอยู่กับพี่น้องที่จ้องจะฆ่ากันตามธรรมเนียมมันดียังไงมิทราบคะ? "
"นั่นพวกเธอเลือกที่จะฆ่ากันเพื่อบัลลังก์มิใช่หรือ? ฉันว่าธรรมเนียมบ้า ๆ นี้น่าจะยกเลิกกันไปได้แล้วค่ะ"
" คุณแฟตเองก็เข้าใจเรื่องธรรมเนียมของเผ่าพวกเรามิใช่หรือคะ? พูดตามตรง ฉันนะอิจฉาคุณที่ได้มีอิสระเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง คุณเป็นคนที่ท่านแม่มอบหลายสิ่งหลายอย่างให้ผิดกับพี่น้องคนอื่นเป็นไหน ๆ ค่ะ! "
"ให้บ้าบออะไรกันค่ะ! ที่ฉันได้รับนะ มันก็แค่เงินค่าเรียน! นอกนั้นก็ไม่เห็นจะมาให้ความสนใจเลยสักนิดค่ะ! "
"โกหก! ท่านแม่นะมอบทุกอย่างให้กับคุณผิดกับฉัน! ทั้งตำแหน่งราชินีรุ่นถัดไป! รวมไปถึงอิสระภาพของชีวิตด้วยค่ะ! "
คำพูดของควีนนั้นคือคำพูดที่ออกมาจากจิตใจ มิใช่คำโกหกสวมหน้ากากเพื่อหวังผลทางการเมือง
อิสระภาพของชีวิตอย่างงั้นหรือ?
อย่าบอกนะว่าคุณควีนนั้น---
"คุณควีนอยากไปโรงเรียนเหมือนกับฉันหรอกหรือคะ? ”
“!! ”
เกิดความเงียบโถมโจมตีโลกสีขาวอีกครั้งหนึ่ง
มันเป็นเวลาหนึ่งนาทีที่ยาวนาน ก่อนที่ความเงียบสงัดนี้ได้เริ่มถูกทำลายลง
“ฉัน… มีความฝันที่อยากจะเป็นนักวิจัยค่ะ”
น้ำเสียงของเธอกำลังสั่น ราวกับคนที่กำลังจะร้องไห้
“ตั้งแต่ที่ได้รับฟังเรื่องราวในตำนานของท่านแม่ ฉันก็ฝันว่าอยากจะเป็นนักวิจัย ได้ทำงานทดลองต่าง ๆ เพื่อค้นหาตำนานที่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่พวกนั้นค่ะ”
คุณควีน… นี่คุณ...
“ไม่ได้… อยากจะเป็นราชินีบ้าบออะไรนั้นเลยสักนิด ไม่ได้อยากจะฆ่าพี่น้องของตัวเองเลยสักนิดค่ะ”
ฉันเองก็ใช่ว่าอยากจะมาสู้กับพี่น้องตัวเองเช่นกันค่ะ...
“ฉันแค่อยากเป็นนักวิจัย! อยากไปโรงเรียนได้ศึกษาหาความรู้ค่ะ! อยากไปอยู่โลกเช่นนั้น! แต่วันหนึ่งท่านแม่ก็เริ่มชราภาพลง! พี่น้องทุกคนก็เริ่มพูดคุยกันถึงราชินีรุ่นถัดไป! แล้วพอรู้ตัวอีกที ฉันก็ถูกหมายหัวเอาชีวิตเพียงเพราะแค่เป็นว่าที่เต็งหนึ่งของราชินีเท่านั้น!
ผิดกับคุณ! ชิวิตของคุณนะทั้งปลอดภัย! ทั้งได้มีเพื่อนแท้มากมาย! มีคนที่ไว้ใจได้ไม่ต้องหวาดกลัวจะโดนแทงเข้าข้างหลัง! แต่ทำไมถึงมีแค่ฉัน! มีแค่ฉันที่ต้องลำบากในศึกแย่งชิงบัลลังก์ที่ไม่ต้องการ! แล้วสุดท้ายก็ถูกพลักดันให้เป็นบันไดให้คุณเพื่อก้าวขึ้นสู่บัลลังก์กันด้วยละคะ! ”
“เพราะแบบนี้เธอเลยเกลียดฉันสินะ? ”
“ใช่ค่ะ! ไม่ใช่แค่คุณ แต่เกลียดท่านแม่ที่ยอมให้เกิดเรื่องบ้า ๆ นี้ขึ้นมาด้วยค่ะ! ”
ถึงจะไม่มีร่างกายและใบหน้า แต่ฉันรู้สึกได้ว่าเธอกำลังพูดมันออกมาทั้งน้ำตา
“เพราะแบบนั้นฉันถึงไม่อยากแพ้! ถ้าฉันได้เป็นราชินี! มันก็จะไม่มีใครมาหยุดไม่ให้ฉันทำงานวิจัยได้อีกเป็นครั้งที่สองค่ะ! ”
คุณควีนมีความต้องแบบนี้นี่เอง…
มัน… ทำให้ฉันรู้สึกกลายเป็นตัวร้ายขึ้นมาเลยค่ะ
ฉันนะ…
“คุณควีนค่ะ”
“... ทำไม? รู้สึกสงสารเห็นใจฉันหรือยังไงกันคะ? ”
เผ่ามนุษย์มดคือเผ่าผู้ที่นับถือผู้แข็งแกร่งเป็นราชินีปกครอง
เป็นเผ่าบ้าบอที่ยึดถือราชินีหนึ่งเดียวในการตั้งท้องแพร่กระจายเผ่าพันธุ์
รวมอำนาจเบ็ดเสร็จ แก่งแย่ง และมีชีวิตอยู่บนกองเลือดของพี่น้อง
ท่านแม่กับท่านพ่อเองก็ใช้ชีวิตมากับธรรมเนียมเหล่านั้น จึงไม่เคยหักห้ามการแย่งชิงบัลลังก์ที่รุนแรงเกิดเหตุนี้ของพี่น้องตัวเอง
บางที… อาจจะเป็นเพราะแบบนี้ ท่านแม่เลยส่งฉันกับคนบางส่วนออกมาจากรัง เพื่อให้เติบโตขึ้นบนสภาพแวดล้อมอื่นที่ไม่ใช่เป็นของเผ่าพันธุ์ตัวเอง
"อนาคตขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนรุ่นใหม่"
นั่นคือสิ่งที่ท่านแม่เคยพูดเอาไว้
บางที… เพราะว่าท่านแม่ไม่รู้ว่าควรทำยังไง เลยคาดหวาดหวังกับฉันให้เป็นผู้ทำลายธรรมเนียมบ้า ๆ นี้ในอนาคตกระมั้ง?
ยอมสละส่วนน้อย ป้ายสีลูก ๆ ของตัวเอง บูชายันพวกเธอเพื่อให้ฉันสร้างอนาคตที่ดียิ่งกว่าขึ้นมา
บ้าชัด ๆ
ในตอนนั้นเองที่โลกสีขาวเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง
“... คุณ--- แฟต-----....”
เสียงของคุณควีนเริ่มจางหาย
โลกสีขาวกำลังจะพังทลายลง
เดียวก่อนสิ ฉันยังไม่ได้---
“แฟต---- แฟ---”
แต่ก่อนที่ฉันจะได้ทันพูดอะไรออกไป มันก็มีอีกเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา
“แฟ--- ดอง! ”
มันเป็นเสียงของเพื่อนที่ฉันรู้จัก
“แฟต! ”
“คุณลี่หรอกหรือคะ? ”
แล้วฉันก็กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง
เหนือหัวขึ้นไปมิใช่กระจกทรงโดมของอาคาร หากแต่เป็นท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวส่องประกายแสง
ผิวกายต้องสายลมหนาวธรรมชาติ อากาศบริสุทธิต้องสัมผัสกาย
เลยออกไปไม่ไกล คือร่างขนาดใหญ่ของคุณควีน กับลูกน้องของเธอที่กำลังนอนน้ำลายฟูมปากอยู่บนเศษซากอาคาร
เลยออกไปไม่ไกล คือประกายแสงของรถตำรวจสีแดงขาวที่เจิดจ้าจนแสบตา
“... เธออาละวาดจนอาคารพังลงมาใช่ไหมคะ? ”
“ใช่แล้วดอง พอฉันใช้พลังภูติสร้างคลื่นรบกวนอย่างที่เธอบอก เผ่ามนุษย์มดทุกคนก็เป็นบ้าไปกันหมด โดยเฉพาะยัยราชินีอสูรคนนั้น เธอฟาดปีก ฟาดแขน ฟาดขาไปทั่ว จนทำให้อาคารพังถล่มลงมาทั้งหมดเลยดอง! นี่ถ้าไม่ได้พลังบาเรียของสล๊อตกับพี่น้องของเธอช่วยเอาไว้ พวกเราคงถูกเศษอาคารทำตายไปกันหมดแล้วดอง...”
ดูเหมือนว่าผลลัพธ์ของคลื่นรบกวนจะรุนแรงยิ่งกว่าที่ฉันคิดเอาไว้…
“ส่วนรถตำรวจพวกนั้น… ถ้าให้เดา เป็นฝีมือของท่านแม่แจ้งเอาไว้ใช่ไหมคะ? ”
“ไม่รู้เหมือนกันดอง พออาคารถล่มลงมา ก็พบว่าพวกเขามาปิดล้อมตึกเอาไว้กันแล้วนะดอง”
เป็นฝีมือท่านแม่อย่างแน่นอนไม่ต้องสืบ
“... รู้สึก… ยังปวดหัวอยู่เล็กน้อยค่ะ”
ในที่สุดฉันก็ชนะแล้ว
หลักฐาน ความชอบธรรม ผลงาน ทุกอย่างล้วนแต่เป็นไปตามแผนการของท่านแม่
ตำแหน่งราชินิกำลังจะกลายเป็นของฉัน
แต่ทำไม…
ทำไมฉันถึงรู้สึกไม่ดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว
“... โลกสีขาว”
โลกสีขาวที่ฉันฝันเห็นเมื่อกี้นี้มันคืออะไร?
จำได้ว่าเหมือนจะได้พูดคุยเปิดอกกับคุณควีนอย่างที่ไม่เคยได้ทำมาก่อนในชีวิต
มันคือความฝันหรือ?
หรือว่าเป็นพรมแดนระหว่างโลกของคนเป็นกับคนตาย?
ฉันไม่รู้…
“อีกเรื่อง คือ… แฟตอย่าโกรธกันนะ… แต่ว่าฉันไม่อยากให้ใครตาย ยังไม่อยากเป็นฆาตกร สุดท้ายฉันเลยหยุดใช้พลัง แล้วหันไปสร้างม่านลมคุ้มครองทุกคนตอนที่พวกเขาหมดสติกันแล้ว ดังนั้น ฉันคิดว่าพรรคพวกของราชินีอสูร รวมถึงตัวเธอเอง น่าจะยังไม่ตายกันนะดอง…”
“... ฉันไม่โกรธหรอกค่ะ”
สมกับที่เป็นคุณลี่ ยังมีนิสัยอ่อนโยนไม่เปลี่ยนเลย
อย่างงั้นหรอกหรือ คุณควีนยัง---
“...”
อ๊า… ทำไมถึงไม่คิดออกให้เร็วกว่านี้นะ
ฉันลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหาคุณควีนที่กำลังล้มตัวลงนอน
“... คุณควีน คุณยังมีสติอยู่หรือเปล่าคะ? ”
“... ยังไม่ตายค่ะ ถ้าจะลงมือสังหาร ก็รีบทำด้วยค่ะ”
ท่านแม่นะต้องการให้ฉันล้มคุณควีนเพื่อก้าวข้ามขึ้นมาเป็นราชินีอย่างถูกต้องของเผ่า
“ไม่ทำค่ะ”
แต่ถ้าหากว่าฉันไม่ยอมฆ่าคุณควีน แล้วดันคุณควีนขึ้นมาให้เป็นผู้ปกครองร่วมละจะเป็นยังไง?
ท่านแม่คงได้อ้าปากค้างให้กับอนาคตที่คาดไม่ถึงนั้นอย่างแน่นอน
แถมคุณควีนออกจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ถ้าเอาไปโชว์ตัวให้เผ่ามนุษย์สัตว์ที่กำลังรอทำสงครามอยู่ข้างนอกได้เห็น คงจะเป็นการเซอร์ไพรส์พวกเขาได้พิลึกอยู่
ชัก… รู้สึกสนุกขึ้นมาแล้วสิค่ะ
ฉันไม่สนแล้วละว่าอนาคตจะเป็นยังไง
ไม่สนใจการชิงบัลลังก์บ้าบอนั้นแล้ว
ไม่อยากที่จะต้องทำสงครามจอมปลอมกับไพไรต์หลังจากนี้ด้วย
พูดตามตรงคือเริ่มรู้สึกเหนื่อยแล้วค่ะ
ฉันเกลียดที่จะต้องมาเป็นหมากเดินตามเกมส์ของใครสักคนค่ะ
ดังนั้นแล้ว
“คุณควีน… ไม่มาลองหักหน้าท่านแม่ของพวกเรากันดูบ้างหรือคะ? ”