Pioneer Era

    ตอนที่ 140 ความฝัน

    ***ภูติน้อยผู้มีความรัก [ลิลลี่ ออฟซิเดียน]

    กรี๊ดดดดด! ราชินีอสูรมันโหดสุด ๆ ไปเลยดอง!

    ขนาดทุ่มพลังไปเกือบหมดหน้าตัก แต่กลับทำอะไรเธอไม่ได้เลยดอง!

    "ความร้อนระดับพออุ่นเครื่องเท่านั้นเองหรือคะ? "

    แถมยังโดนพูดจาดูถูกใส่อีก!

    จะโหดเกินไปแล้วนะดอง!



    ...หลังจากนั้นอีกสักพัก

    "สะกดรอยตามมานะ"

    ทีมช่วยเหลือมาแล้วดอง!

    ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอหน้าดิวซ์กับเจ้าพี่บ้าของเธอที่นี่

    แต่ทั้งที่ทุ่มกำลังโจมตี กลับทำได้แค่เด็ดปีกออกไปข้างหนึ่งเท่านั้นเองดอง

    แต่อย่างน้อยก็ยังถือว่ามีความหวัง---



    "เหวอ!?! ”

    ---... ทำไมเหมือนว่าจะเห็นปีกกำลังงอกกลับออกมากันละดอง?

    แถมยังงอกกลับมาเร็วมาก ราวกับการกรอเทปหมุนกลับเช่นนั้น

    “ปีก… ปีกเธอกำลังงอกกลับมาดอง! สัตว์ประหลาดชัด ๆ ดอง! "



    ...ผ่านไปอีกสักพัก

    พายุละดอง!

    เพียงแค่เธอขยับปีกก็ทำให้เกิดพายุโหมกระหน่ำซัดพื้นที่จนวอดวายได้!

    นี่ไม่ใช่ราชินีอสูร แต่เป็นระดับไคจูถล่มเมืองแล้วดอง!

    ต๊ายแน่~ ต๊ายแน่~ ต๊ายแน่~ (ลากเสียงยาว)



    ...และผ่านไปอีกสักพัก

    กรี๊ดดด! ผ้าเพดานถล่มลงมาแย้ว! โดนทับตายแน่!

    “!?! .... ดอง~? ”

    ชะอ่าว?

    ดูเหมือนว่าเสามันจะพังลงมาค้ำเป็นรูปสามเหลี่ยมเหนือหัวให้พอดีเลยงะ

    โชคดีจังดอง~

    ฉันคือ [ลิลลี่ ออฟซิเดียน] ภูติน้อยน่ารักผู้มากับดวง!

    ดอง ดอง ดอง~

    เค้ารอดตาย---



    “จะปล่อยให้สองคนนั้นพบกันไม่ได้เด็ดขาด! ทุกคนรุมโจมตีไปที่คุณภูติเดียวนี้ค่ะ! ”

    “รับทราบครับ! ”

    ในตอนนั้นเองที่ปลายกระบอกปืนนับร้อยถูกหันเล็งมาทางฉัน

    “ดอง!?! ”

    ทำไมต้องมาเล็งใจเค้าด้วยงะ!

    เค้าก็แค่ภูติตัวน้อย ๆ ไร้เดียงสาน่ารักคนหนึ่งเท่านั้นเองน้า~ (ลากเสียงยาว) ดอง~ (ลากเสียงยาว)

    จะบอกว่ามาดวงกุดเอาตอนนี้อย่างงั้นหรือดอง!?



    ช่วยไม่ได้~ งั้นคงต้องสร้างภาพมายาหลอกตาไปก่อน

    บิดผันมวลอากาศ ปรับอุณหภูมิ จนเกิดเป็นปรากฏการณ์มิราจขึ้น ณ ตรงนี้

    กระสุนนับร้อยพุ่งผ่านร่างปลอมของฉันไปตามดั่งกลอุบาย

    รอดแล้วเรา…



    “มันอยู่ตรงนั้น! ”

    “ดอง!?! ”

    แต่กลายเป็นว่าพวกมันดันรู้ตัวเร็วซะอย่างงั้น

    นัดต่อไปคงไม่แคล้วทะลุผ่านหัวของฉันแน่

    ม่ายยยยยย! เค้ายังไม่อยากตายอะ!

    “คุณลิลลี่ค่ะ”

    “แว๊กกกกก!?! ”

    อยู่ ๆ แฟตก็โผล่มาเต็มสองตาตรงหน้า ราวกับผีจูออนที่ชอบโผล่มาแบบไม่ให้ทันตั้งตัว



    “คุณควีนค่ะ… คุณนะ พ่ายแพ้แล้วค่ะ”

    แฟตหันหลังให้ฉันพร้อมกับพูดจาโอ้อวดในชัยชนะไปที่ศัตรู

    เริ่มชัก… รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่าง…

    “เออ… ที่ว่าชนะนี่ อย่าบอกนะว่า---”

    “ใช่แล้วค่ะ จะชนะหรือไม่นั่น ตอนนี้ขึ้นอยู่กับคุณลิลลี่แล้วค่ะ”

    ว่าแล้วเชียวดอง!

    ทำไมเวลาซื้อหวยถึงเดาไม่แม่นแบบนี้กันนะดอง?



    “ก่อนอื่น จากการพูดยั่วยุเมื่อกี้ของฉัน เลยทำให้เธอระวังตัวไม่พลีพลามโจมตีเข้ามา คิดว่าคงซื้อเวลาได้ราวหนึ่งถึงสองนาทีค่ะ ระหว่างนี้รบกวนคุณลิลลี่ช่วยสร้างคลื่นแม่เหล็กแรงสูง แล้วส่งตรงไปที่สมองของเผ่ามนุษย์มดทุกคนที่อยู่ในห้องโถงนี้ด้วยค่ะ”

    “... จะให้ทำคลื่นสังหารเผ่ามนุษย์มดอย่างงั้นหรือดอง? ”

    คลื่นสังหารเผ่ามนุษย์มด คืออาวุธที่เผ่ามนุษย์เคยพัฒนาขึ้นมาในอดีตเพื่อทำสงคราม

    พวกเขาใช้ประโยชน์จากการที่เผ่ามนุษย์มดมีหนวดรับคลื่นสมองตามธรรมชาติ สร้างคลื่นแม่เหล็กรบกวน แล้วยิงมันแทรกเข้าสู่สมองโดยตรงของเผ่ามนุษย์มด

    ฉันยังไม่เคยเห็นของจริงกับตาตัวเอง แต่เห็นบันทึกในประวัติศาสตร์นั้น ว่ากันว่าจะทำให้เผ่ามนุษย์มดถึงกับบ้าคลั่งจนฆ่าตัวตายได้เลยทีเดียว



    “ฉันทำไม่ได้ดอง”

    แต่ฉันไม่สามารถทำมันได้

    เวทมนตร์หรือพลังภูติที่ใช้กัน มันมีพื้นฐานมาจากความเข้าใจธรรมชาติ

    ถ้าไม่เข้าใจรูปแบบคลื่นแม่เหล็กหรือชีววิทยาของเผ่ามนุษย์มด ฉันก็ไม่สามารถสร้างคลื่นรบกวนเข้าไปแทรกในสมองของพวกเขาได้หรอก

    แล้วฉันก็ไม่ได้ศึกษาศาสตร์ทางด้านนี้มาด้วย



    “กรุณาใช้คลื่นสมองของฉันเป็นต้นแบบศึกษาได้เลยค่ะ”

    แต่ถ้าหากมีต้นแบบให้คัดลอกมันก็อีกเรื่อง…

    “...แฟต ถ้าทำแบบนั้น เธออาจจะ---”

    “ฉันคือคนที่เอาทุกคนมาเสี่ยงตาย แล้วจะให้ตัวเองไม่ร่วมเสี่ยงชีวิตไปด้วยได้เช่นไรกันคะ? ไม่ต้องสนใจฉัน รบกวนคุณลี่จัดการได้เลยค่ะ คิดว่าคงไม่เหนือบ่ากว่าแรงของคุณลี่หรอกใช่ไหมคะ? ”

    “แต่ว่าฉัน---”

    “ห้ามเถียงค่ะ ฉันกับคุณสล๊อตอุสาห์เสี่ยงปีนขึ้นมาหาคุณตรงนี้ ก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะค่ะ เวลาไม่เหลือแล้ว รีบลงมือเถอะค่ะ”

    “...”



    ดวงตาของแฟตนั้นจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

    ถ้ามัวแต่คอยปฏิเสธ คงได้เป็นการดูถูกความตั้งใจจริงของเธอ

    คงมีแต่จะต้องทำมันเท่านั้น...

    ฉันยื่นมือที่บอบบางทั้งสองข้างออกไปจับหนวดแมลงบนหัวของแฟต

    ฝ่ามือทั้งสองเริ่มสัมผัสได้ถึงความเย็นที่หยาบกระด้างซึ่งกำลังแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกาย

    รู้สึก… ได้ถึงภาพของหยดน้ำที่กำลังดิ่งลงบนบ่อน้ำที่มีผิวเรียบดั่งผืนกระจก

    เห็นเปลวคลื่นเริ่มกระจายตัวออกเป็นวงกว้างต่อเนื่องบนผิวกระจกที่นิ่งเรียบนั้น

    นี่คือลักษณะภาพของคลื่นแม่เหล็กที่เผ่ามนุษย์มดใช้เพื่อสื่อสารกันสินะดอง?

    สิ่งที่ฉันต้องทำ มีเพียงแค่คัดลอกลักษณะของคลื่นสมอง แล้วผันแปรแทรกแทรงรบกวนลงไปเท่านั้น



    “... อย่าคลั่งจนตายไปก่อนนะแฟต”

    “ไว้ใจฉันได้เลยค่ะ”

    “เอาละนะดอง! ”

    ปีกภูติใจกลางหลังของฉันเริ่มเรืองแสงส่องสว่างเจิดจ้าขึ้น พร้อมกับเสียงระเบิดของคลื่นอากาศที่รุนแรง

    ขุมนรกของเผ่ามนุษย์มดได้ถูกเปิดออกมาแล้ว…



    ***ว่าที่ราชินี [แฟต]

    *@! #! @#@! $@#! $#@$! #$@#! %$^%$#^%##$^%&^* (#%#@$@$#^@!!!! *

    ปวดหัว!

    มันเริ่มต้นจากรู้สึกถึงเสียงแมลงหวี่ขนาดเล็ก ดังเสียดเข้ามาภายในสมองโดยตรงก่อนเป็นอย่างแรก

    แล้วพริบตาที่สงสัยว่ามันคืออะไร เสียงนั้นก็ทวีคูณดังขึ้นอย่างรุนแรงจนแทบจะกลายเป็นบ้า

    การมองเห็น การรับกลิ่น การรับรู้ที่ว่าง ทุกอย่างถูกข้อมูลมหาศาลที่แทรกเข้าสมองโดยตรงรบกวน จนไม่อาจรับรู้อะไรต่อไปได้อีก นอกจากเสียงที่อื้ออึงนั้น

    มันเข้ามาแทรกแทรงอาศัยอยู่ภายในหัวจนรู้สึกหนักอึ้ง ปวดแสบร้อนไปทั้งร่างกาย ตกอยู่ในสภาวะไร้ซึ่งการรับรู้อย่างสมบูรณ์แบบ



    ที่นี่คือที่ไหน?

    ฉันยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ใช่หรือไม่?

    หนัก… หนักเหลือเกิน

    รู้สึกราวกับว่าสมองกำลังจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ

    ข้อมูล… ข้อมูลจำนวนมากที่ไร้แก่นสารที่ถูกแทรกแทรงเข้ามานี้กำลังจะฆ่าฉัน!

    หัวจะแตกแล้ว!

    ไม่ไหว!

    เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ!



    “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด! ”

    เพียงแค่สามวินาที ฉันก็รู้สึกอยากจะหาคมมีดหรืออะไรสักอย่าง มากระแทกหัวตัวเองเพื่อให้หลุดจากความเจ็บปวดทรมานนี้

    อยากจะวิ่งออกไปอย่างไร้ทิศทาง เพื่อหนีไปให้ไกลจากต้นตอของคลื่นที่น่าปวดหัวนี้

    แต่… ฉันจะมาตายตรงนี้ไม่ได้

    ฉันรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังช่วยจับยึดร่างกายของฉันให้ติดแน่นอยู่กับพื้น

    พรรคพวกของฉันอยู่ตรงนี้

    ทุกคนกำลังต่อสู้เพื่อฉัน

    ดังนั้นฉันจึงต้องมีชีวิตรอดเพื่อตอบรับความพยายามของพวกเขา

    ฉันจะต้องทนมันให้ได้



    “ฮึก...! ”

    ทรมานจนกระทั้งไม่ทรมานอีกต่อไป

    ความรู้สึกเริ่มด้านชา

    ทุกสิ่งเริ่มกลายเป็นสีขาวโพล้น

    เป็นโลกสีขาวที่ราวกับว่าเป็นโลกของคนตาย

    “...”

    ฉัน… คือใคร?

    ที่นี่ที่ไหน?

    โลกสีขาวแห่งนี้คือสถานที่ใดกัน?



    “แฟต---”

    ใคร… กำลังเรียกหาฉัน?

    “นั่น… คุณแฟตใช่ไหม? ”

    เสียงนั้น… ฉันรู้จัก

    “... คุณควีนเองหรือ? ”

    นั่นคือเสียงของคนที่กำลังจ้องจะเอาชีวิตของฉัน

    “ใช่ค่ะ”

    ทำไมถึงได้ยินเสียงของเธอคนนี้ในโลกสีขาวที่ไม่เห็นแม้แต่ร่างกายหรือวิญญาณกันได้นะ?

    “นี่คุณบ้าไปแล้วหรือยังไงคะ? รีบสั่งให้คุณภูติน้อยตรงนั้นหยุดสร้างคลื่นรบกวนบ้า ๆ นี้ไปเดียวนี้เลยนะคะ คิดจะให้คนนั้นสังหารหมู่พวกเราไปพร้อมกับคุณเลยหรือยังไงกันคะ? ”

    “ฉันไม่ตายหรอก แค่ทนให้ได้จนกว่าเธอจะเป็นบ้า ฉันก็ชนะเธอได้แล้ว”

    “ไม่ฆ่าให้ตายแต่ปล่อยให้เป็นบ้าไปแทนอย่างงั้นหรือคะ? คุณนี่ช่างเลือดเย็นจริง ๆ เลยค่ะ! ”

    “ก็ไม่เท่ากับคนอย่างเธอที่ส่งนักฆ่าไปสังหารพี่น้องของตัวเองหรอกนะ”



    เกิดความเงียบชวนอึดอัดขึ้นมาหลังจากที่ฉันแย้งเธอกลับไป

    นี่ไม่คิดจะโต้แย้งอะไรกลับมาสักอย่างเลยหรือค่ะคุณควีน?

    “...”

    “...”

    อึดอัด…

    ความเงียบท่ามกลางโลกสีขาวแห่งนี้มันชวนให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไป

    “... คุณควีนยังอยู่ตรงนั้นหรือเปล่าคะ? ”

    “อยู่...”

    “มาคุยเปิดอกกับฉันกันหน่อยดีหรือเปล่าคะ? ”

    “...”

    นี่ฉัน… ถามอะไรโง่ ๆ ออกไปกันค่ะเนี่ย?

    กับพี่น้องที่มีแต่จ้องจะฆ่ากันเพื่อชิงบัลลังก์ มันจำเป็นที่จะต้องคุยกันอีกด้วยหรือคะ?

    “ได้ค่ะ”

    แต่ทว่าเธอกลับตอบรับคำขอร้องของฉัน



    “..."

    "..."

    พวกเราทั้งคู่ต่างนิ่งเงียบสนิทราวกับเป็นรูปปั้นหิน

    นี่มันบ้าอะไรกันค่ะเนี่ย? แล้วแบบนี้จะชวนคุยกันไปทำไมละคะ?

    " ฉัน… อยากเป็นราชินีค่ะ"

    เพื่อไม่ให้บทสนทนาถูกปิดตาย ฉันเลยเริ่มพูดอะไรสักอย่างออกไป

    แต่… ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมสิ่งที่พูด มันถึงได้---

    " ฉันอยากเป็นราชินีเพื่อที่จะแย่งท่านพ่อที่รักมาเป็นของตัวเอง และให้ท่านแม่หันมามองฉันบ้างค่ะ"

    ---ถึงกลายเป็นเรื่องความฝันของตัวเองไปเสียได้



    " คิดที่จะแย่งขุนพลของมารดาตนมาเป็นของตัวเองหรือคะ? ช่างเป็นลูกทรพีสิ้นดีค่ะ"

    "ดีกว่ามารดาที่จับลูกสาวโยนออกจากรังไปไว้ที่โรงเรียน แล้วไม่หันมาสนใจนานนับสิบกว่าปีก็แล้วกันค่ะ"

    " นั่นน่าอิจฉาออก ชีวิตมีอิสรภาพผิดกับฉัน"

    "เธอได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ดีกว่าฉันตั้งเยอะไม่ใช่หรือยังไง? "

    " ต้องทนอยู่กับพี่น้องที่จ้องจะฆ่ากันตามธรรมเนียมมันดียังไงมิทราบคะ? "

    "นั่นพวกเธอเลือกที่จะฆ่ากันเพื่อบัลลังก์มิใช่หรือ? ฉันว่าธรรมเนียมบ้า ๆ นี้น่าจะยกเลิกกันไปได้แล้วค่ะ"

    " คุณแฟตเองก็เข้าใจเรื่องธรรมเนียมของเผ่าพวกเรามิใช่หรือคะ? พูดตามตรง ฉันนะอิจฉาคุณที่ได้มีอิสระเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง คุณเป็นคนที่ท่านแม่มอบหลายสิ่งหลายอย่างให้ผิดกับพี่น้องคนอื่นเป็นไหน ๆ ค่ะ! "

    "ให้บ้าบออะไรกันค่ะ! ที่ฉันได้รับนะ มันก็แค่เงินค่าเรียน! นอกนั้นก็ไม่เห็นจะมาให้ความสนใจเลยสักนิดค่ะ! "

    "โกหก! ท่านแม่นะมอบทุกอย่างให้กับคุณผิดกับฉัน! ทั้งตำแหน่งราชินีรุ่นถัดไป! รวมไปถึงอิสระภาพของชีวิตด้วยค่ะ! "



    คำพูดของควีนนั้นคือคำพูดที่ออกมาจากจิตใจ มิใช่คำโกหกสวมหน้ากากเพื่อหวังผลทางการเมือง

    อิสระภาพของชีวิตอย่างงั้นหรือ?

    อย่าบอกนะว่าคุณควีนนั้น---

    "คุณควีนอยากไปโรงเรียนเหมือนกับฉันหรอกหรือคะ? ”

    “!! ”

    เกิดความเงียบโถมโจมตีโลกสีขาวอีกครั้งหนึ่ง



    มันเป็นเวลาหนึ่งนาทีที่ยาวนาน ก่อนที่ความเงียบสงัดนี้ได้เริ่มถูกทำลายลง

    “ฉัน… มีความฝันที่อยากจะเป็นนักวิจัยค่ะ”

    น้ำเสียงของเธอกำลังสั่น ราวกับคนที่กำลังจะร้องไห้

    “ตั้งแต่ที่ได้รับฟังเรื่องราวในตำนานของท่านแม่ ฉันก็ฝันว่าอยากจะเป็นนักวิจัย ได้ทำงานทดลองต่าง ๆ เพื่อค้นหาตำนานที่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่พวกนั้นค่ะ”

    คุณควีน… นี่คุณ...

    “ไม่ได้… อยากจะเป็นราชินีบ้าบออะไรนั้นเลยสักนิด ไม่ได้อยากจะฆ่าพี่น้องของตัวเองเลยสักนิดค่ะ”

    ฉันเองก็ใช่ว่าอยากจะมาสู้กับพี่น้องตัวเองเช่นกันค่ะ...

    “ฉันแค่อยากเป็นนักวิจัย! อยากไปโรงเรียนได้ศึกษาหาความรู้ค่ะ! อยากไปอยู่โลกเช่นนั้น! แต่วันหนึ่งท่านแม่ก็เริ่มชราภาพลง! พี่น้องทุกคนก็เริ่มพูดคุยกันถึงราชินีรุ่นถัดไป! แล้วพอรู้ตัวอีกที ฉันก็ถูกหมายหัวเอาชีวิตเพียงเพราะแค่เป็นว่าที่เต็งหนึ่งของราชินีเท่านั้น!

    ผิดกับคุณ! ชิวิตของคุณนะทั้งปลอดภัย! ทั้งได้มีเพื่อนแท้มากมาย! มีคนที่ไว้ใจได้ไม่ต้องหวาดกลัวจะโดนแทงเข้าข้างหลัง! แต่ทำไมถึงมีแค่ฉัน! มีแค่ฉันที่ต้องลำบากในศึกแย่งชิงบัลลังก์ที่ไม่ต้องการ! แล้วสุดท้ายก็ถูกพลักดันให้เป็นบันไดให้คุณเพื่อก้าวขึ้นสู่บัลลังก์กันด้วยละคะ! ”

    “เพราะแบบนี้เธอเลยเกลียดฉันสินะ? ”

    “ใช่ค่ะ! ไม่ใช่แค่คุณ แต่เกลียดท่านแม่ที่ยอมให้เกิดเรื่องบ้า ๆ นี้ขึ้นมาด้วยค่ะ! ”

    ถึงจะไม่มีร่างกายและใบหน้า แต่ฉันรู้สึกได้ว่าเธอกำลังพูดมันออกมาทั้งน้ำตา

    “เพราะแบบนั้นฉันถึงไม่อยากแพ้! ถ้าฉันได้เป็นราชินี! มันก็จะไม่มีใครมาหยุดไม่ให้ฉันทำงานวิจัยได้อีกเป็นครั้งที่สองค่ะ! ”



    คุณควีนมีความต้องแบบนี้นี่เอง…

    มัน… ทำให้ฉันรู้สึกกลายเป็นตัวร้ายขึ้นมาเลยค่ะ

    ฉันนะ…

    “คุณควีนค่ะ”

    “... ทำไม? รู้สึกสงสารเห็นใจฉันหรือยังไงกันคะ? ”

    เผ่ามนุษย์มดคือเผ่าผู้ที่นับถือผู้แข็งแกร่งเป็นราชินีปกครอง

    เป็นเผ่าบ้าบอที่ยึดถือราชินีหนึ่งเดียวในการตั้งท้องแพร่กระจายเผ่าพันธุ์

    รวมอำนาจเบ็ดเสร็จ แก่งแย่ง และมีชีวิตอยู่บนกองเลือดของพี่น้อง

    ท่านแม่กับท่านพ่อเองก็ใช้ชีวิตมากับธรรมเนียมเหล่านั้น จึงไม่เคยหักห้ามการแย่งชิงบัลลังก์ที่รุนแรงเกิดเหตุนี้ของพี่น้องตัวเอง



    บางที… อาจจะเป็นเพราะแบบนี้ ท่านแม่เลยส่งฉันกับคนบางส่วนออกมาจากรัง เพื่อให้เติบโตขึ้นบนสภาพแวดล้อมอื่นที่ไม่ใช่เป็นของเผ่าพันธุ์ตัวเอง

    "อนาคตขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนรุ่นใหม่"

    นั่นคือสิ่งที่ท่านแม่เคยพูดเอาไว้

    บางที… เพราะว่าท่านแม่ไม่รู้ว่าควรทำยังไง เลยคาดหวาดหวังกับฉันให้เป็นผู้ทำลายธรรมเนียมบ้า ๆ นี้ในอนาคตกระมั้ง?

    ยอมสละส่วนน้อย ป้ายสีลูก ๆ ของตัวเอง บูชายันพวกเธอเพื่อให้ฉันสร้างอนาคตที่ดียิ่งกว่าขึ้นมา

    บ้าชัด ๆ



    ในตอนนั้นเองที่โลกสีขาวเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง

    “... คุณ--- แฟต-----....”

    เสียงของคุณควีนเริ่มจางหาย

    โลกสีขาวกำลังจะพังทลายลง

    เดียวก่อนสิ ฉันยังไม่ได้---

    “แฟต---- แฟ---”

    แต่ก่อนที่ฉันจะได้ทันพูดอะไรออกไป มันก็มีอีกเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา

    “แฟ--- ดอง! ”

    มันเป็นเสียงของเพื่อนที่ฉันรู้จัก

    “แฟต! ”

    “คุณลี่หรอกหรือคะ? ”

    แล้วฉันก็กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง



    เหนือหัวขึ้นไปมิใช่กระจกทรงโดมของอาคาร หากแต่เป็นท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวส่องประกายแสง

    ผิวกายต้องสายลมหนาวธรรมชาติ อากาศบริสุทธิต้องสัมผัสกาย

    เลยออกไปไม่ไกล คือร่างขนาดใหญ่ของคุณควีน กับลูกน้องของเธอที่กำลังนอนน้ำลายฟูมปากอยู่บนเศษซากอาคาร

    เลยออกไปไม่ไกล คือประกายแสงของรถตำรวจสีแดงขาวที่เจิดจ้าจนแสบตา



    “... เธออาละวาดจนอาคารพังลงมาใช่ไหมคะ? ”

    “ใช่แล้วดอง พอฉันใช้พลังภูติสร้างคลื่นรบกวนอย่างที่เธอบอก เผ่ามนุษย์มดทุกคนก็เป็นบ้าไปกันหมด โดยเฉพาะยัยราชินีอสูรคนนั้น เธอฟาดปีก ฟาดแขน ฟาดขาไปทั่ว จนทำให้อาคารพังถล่มลงมาทั้งหมดเลยดอง! นี่ถ้าไม่ได้พลังบาเรียของสล๊อตกับพี่น้องของเธอช่วยเอาไว้ พวกเราคงถูกเศษอาคารทำตายไปกันหมดแล้วดอง...”

    ดูเหมือนว่าผลลัพธ์ของคลื่นรบกวนจะรุนแรงยิ่งกว่าที่ฉันคิดเอาไว้…



    “ส่วนรถตำรวจพวกนั้น… ถ้าให้เดา เป็นฝีมือของท่านแม่แจ้งเอาไว้ใช่ไหมคะ? ”

    “ไม่รู้เหมือนกันดอง พออาคารถล่มลงมา ก็พบว่าพวกเขามาปิดล้อมตึกเอาไว้กันแล้วนะดอง”

    เป็นฝีมือท่านแม่อย่างแน่นอนไม่ต้องสืบ

    “... รู้สึก… ยังปวดหัวอยู่เล็กน้อยค่ะ”

    ในที่สุดฉันก็ชนะแล้ว

    หลักฐาน ความชอบธรรม ผลงาน ทุกอย่างล้วนแต่เป็นไปตามแผนการของท่านแม่

    ตำแหน่งราชินิกำลังจะกลายเป็นของฉัน

    แต่ทำไม…

    ทำไมฉันถึงรู้สึกไม่ดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว



    “... โลกสีขาว”

    โลกสีขาวที่ฉันฝันเห็นเมื่อกี้นี้มันคืออะไร?

    จำได้ว่าเหมือนจะได้พูดคุยเปิดอกกับคุณควีนอย่างที่ไม่เคยได้ทำมาก่อนในชีวิต

    มันคือความฝันหรือ?

    หรือว่าเป็นพรมแดนระหว่างโลกของคนเป็นกับคนตาย?

    ฉันไม่รู้…



    “อีกเรื่อง คือ… แฟตอย่าโกรธกันนะ… แต่ว่าฉันไม่อยากให้ใครตาย ยังไม่อยากเป็นฆาตกร สุดท้ายฉันเลยหยุดใช้พลัง แล้วหันไปสร้างม่านลมคุ้มครองทุกคนตอนที่พวกเขาหมดสติกันแล้ว ดังนั้น ฉันคิดว่าพรรคพวกของราชินีอสูร รวมถึงตัวเธอเอง น่าจะยังไม่ตายกันนะดอง…”

    “... ฉันไม่โกรธหรอกค่ะ”

    สมกับที่เป็นคุณลี่ ยังมีนิสัยอ่อนโยนไม่เปลี่ยนเลย

    อย่างงั้นหรอกหรือ คุณควีนยัง---



    “...”

    อ๊า… ทำไมถึงไม่คิดออกให้เร็วกว่านี้นะ

    ฉันลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหาคุณควีนที่กำลังล้มตัวลงนอน

    “... คุณควีน คุณยังมีสติอยู่หรือเปล่าคะ? ”

    “... ยังไม่ตายค่ะ ถ้าจะลงมือสังหาร ก็รีบทำด้วยค่ะ”

    ท่านแม่นะต้องการให้ฉันล้มคุณควีนเพื่อก้าวข้ามขึ้นมาเป็นราชินีอย่างถูกต้องของเผ่า

    “ไม่ทำค่ะ”

    แต่ถ้าหากว่าฉันไม่ยอมฆ่าคุณควีน แล้วดันคุณควีนขึ้นมาให้เป็นผู้ปกครองร่วมละจะเป็นยังไง?

    ท่านแม่คงได้อ้าปากค้างให้กับอนาคตที่คาดไม่ถึงนั้นอย่างแน่นอน

    แถมคุณควีนออกจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ถ้าเอาไปโชว์ตัวให้เผ่ามนุษย์สัตว์ที่กำลังรอทำสงครามอยู่ข้างนอกได้เห็น คงจะเป็นการเซอร์ไพรส์พวกเขาได้พิลึกอยู่



    ชัก… รู้สึกสนุกขึ้นมาแล้วสิค่ะ

    ฉันไม่สนแล้วละว่าอนาคตจะเป็นยังไง

    ไม่สนใจการชิงบัลลังก์บ้าบอนั้นแล้ว

    ไม่อยากที่จะต้องทำสงครามจอมปลอมกับไพไรต์หลังจากนี้ด้วย

    พูดตามตรงคือเริ่มรู้สึกเหนื่อยแล้วค่ะ

    ฉันเกลียดที่จะต้องมาเป็นหมากเดินตามเกมส์ของใครสักคนค่ะ

    ดังนั้นแล้ว

    “คุณควีน… ไม่มาลองหักหน้าท่านแม่ของพวกเรากันดูบ้างหรือคะ? ”