ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ด เซ็กเธาว์ 10
ผมวิ่งข้ามผ่านประตูเมืองที่มีการวางกฎเกณฑ์ไว้เข้มงวดอย่างไม่แยแสต่อกฎของราชสำนักฮั่น
ทำให้ทุกคนเห็นว่าผมอยู่เหนือกว่ากฎของประตูเมืองและกำแพงเมืองที่แม้แต่ฮั่นโกโจเล่าปังก็ยังต้องปฏิบัติตามหยุดทัพนอกกำแพงเมืองเพราะเคยถูกนายยทวารเฝ้าประตูยิงธนูใส่ในเวลากลางคืนในตอนที่ต้องการจะเข้าไปในเมือง
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาการเคารพหลักการไม่เข้าออกยามวิกาลหรือการเข้มงวดในเรื่องประตูเมืองคือหลักการพื้นฐานของราชวงศ์ฮั่น
และผมแสดงออกว่าหลักการที่ฮั่นโกโจเล่าปังสร้างขึ้นมา
มันใช้ไม่ได้กับผม!!!
หรือความเป็นไปได้อีกอย่างอาจจะเพราะว่าไม่มีใครที่สติดีนั้นต้องการจะขวางทางม้าปีศาจเอ๊ยม้าสวรรค์อย่างเซ็กเธาว์ที่ปีนไต่ข้ามกำแพงเมืองได้และต้องใช้คนหลายสิบคนพร้อมทั้งโซ่เหล็กเย็นในการจับกุมตัว
ผมวิ่งผ่านประตูเมืองและเขตพระราชฐานที่แม้แต่ขุนนางใหญ่ก็ต้องลงจากรถม้า
วิ่งข้ามผ่านสวนในวังต้องห้ามที่แม้แต่ขุนนางใหญ่หรือแม้แต่ท่านอ๋องก็ไม่มีสิทธิแม้จะเดินตามปรกติ
วิ่งขึ้นไปบนหลังคาวังต้องห้ามที่อยู่สูงเหนือใต้หล้า
ฮี้
และเซ็กเธาว์กระโดดขึ้นราวกับจะปีนป่ายขึ้นสวรรค์แม้เราจะมาถึงส่วนที่สูงที่สุดของวังต้องห้ามแล้ว
โครม
หลังคาวังต้องห้ามส่วนหนึ่งพังลงไป
การพังของหลังคานั้นเพียงพอที่จะประหารนายช่างนางกำนัลหรือคนที่ต้องรับผิดชอบในจุดนั้นได้ทั้งตระกูลทีเดียว
แต่ผมวิ่งเซ็กเธาว์เหยาะๆไปบริเวณสวนของวังต้องห้ามอย่างไม่สนใจใคร
ฮี้
เซ็กเธาว์พยายามกัดผมอย่างสบายอารมณ์
ผมกัดมันกลับไป
พวกเรากัดกันไปมาสักพักหนึ่ง
“ฮาได้เหงื่อพอสมควรเลยนะวันนี้คราวหน้าข้าว่าจะลองแบบกของหนักกว่านี้ว่ายน้ำดูบ้าง”
ผมกล่าวต่อเซ็กเธาว์ที่พ่นไอขาวออกจากจมูกอย่างถือดี
“ฮา จะลองดูว่าเจ้าจะแน่แค่ไหน”
ฮี้ ฮี้
เซ็กเธาว์กระทืบเท้าไปมาอย่างสบายอารมณ์และเริ่มกัดกินไม้ต่างๆในสวนของราชวังต้องห้าม
ซึ่งก็เพียงพอที่จะทำให้โดนประหารได้ถ้าเป็นคนธรรมดาอีกล่ะ
ผมหันไปหาทหารองครักษ์ที่ทำท่าไม่เห็นสิ่งที่ผมทำอยู่
เพราะผมฝึกพวกเขามากับมือ
ว่ามีคำสั่งให้เคลื่อนไหวไม่มีคำสั่งอย่าเคลื่อนไหว
“พวกเจ้าสนใจอยากลองจะหยุดเซ็กเธาว์บ้างไหม?”
องครักษ์ผู้นั้นกระแอม
“นายน้อยเอ่อ ท่านราชองครักษ์ล้อเล่นแล้วอาหม่าเคยจะไปจับเซ็กเธาว์จนบาดเจ็บนอนลุกไม่ขึ้นอยู่สามเดือน ข้าไม่กล้าอีกแล้ว”
คนสนิทของตระกูลผมที่ผมวางไว้เป็นองครักษ์ในวังหลวงกล่าวตอบ